หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2557
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
20 พฤษภาคม 2557
 
All Blogs
 
ฤจะเริดรมเยศ : อุษณา เพลิงธรรม

เรื่อง : ฤ จะเริดรมเยศ
ผู้เขียน : อุษณา เพลิงธรรม
ปีที่พิมพ์ : 2532 พิมพ์ครั้งที่ 2
สำนักพิมพ์ : หมึกจีน
เล่มเดียวจบ



       ถ้าใครเคยอ่าน “จันดารา “วรรณกรรมเชิงสังวาสอันอุโฆษมาแล้ว คงจะคุ้นเคยเป็นอันดีกับนามปากกา อุษณา เพลิงธรรม เจ้าจำปี และประมูล อุณหธูป นักเขียน นักแปล ผู้มีฉายา “นักแปลผู้ตัดไม้ทั้งป่าทำเก้าอี้ตัวเดียว” เป็นอย่างดี เพราะการคัดเฟ้นถ้อยคำ ถักทอ และสร้างสรรค์เป็นแต่ละคำ แต่ละประโยค แสดงให้เห็นถึง ความลุ่มลึกในเชิงวรรณศิลป์ ของนักเขียนบรมครูท่านนี้เป็นอย่างดี สำนวนการเขียนของท่านมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะอยู่ในรูปงานวรรณกรรมประเภทใด สำหรับผมเอง ติดใจตั้งแต่มีโอกาสได้อ่าน “โลกียชน” ( "Tortilla flat") งานแปล วรรณกรรมเพชรน้ำเอก ของ จอห์น สไตน์เบ็ค มาก่อนแล้ว ยิ่งเมื่อได้มาอ่าน งานเขียนนวนิยายของท่าน ก็ยิ่งประทับใจ หากแต่ไม่มีโอกาสได้นำมารีวิวเลยสักครั้ง

       ที่มาของนามปากกานี้ผมขออนุญาตคัดลอกสแกนมาจากนิตยสารถนนหนังสือ ปีที่ 3 ฉบับ 3 กันยายน 2528 ที่มีบทสัมภาษณ์ที่น่าสนใจ รวมถึงทัศนคติจากคู่ชีวิตของท่าน คือ คุณประยงค์ศรี อุณหธูป สำหรับ ฤจะเริดรมเยศ เป็นชุดรวมเรื่องสั้น หนึ่งใน 7 ชุด ที่ตั้งชื่อสอดคล้องกันอย่างสวยงาม แสดงถึงศิลปะของการตั้งชื่อได้เป็นอย่างดี ทั้ง 7 ชุดรวมเรื่องสั้น เรียงลำดับกันดังนี้

       ๑เสพสมบ่มิสม – ๒ฤจะเริดรมเยศ – ๓สิเกลศยังโลดเถลิง – ๔เสริงระบำดำรู – ๕พรูควั่งถั่งนรกแลสวรรค์ - ๖ตราบเดือนตะวันฟั่นฟ้าแลดิน – ๗เพียงประคิ่นแหล่งหล้า บารนี และสำหรับภาพประกอบลายเส้นในเชิงกามาวิจิตรนี้ ก็เป็นฝีมือของนักเขียน/จิตรกร เลื่องชื่ออีกท่านหนึ่ง คือ คุณเทพศิริ สุขโสภา ที่มีผลงานที่ผมชื่นชอบเรื่องหนึ่งคือ “บึงหญ้าป่าใหญ่” ครับ

        ฤจะเริดรมเยศ รวมเรื่องสั้นจำนวน 8 เรื่อง เอาไว้ ในสไตล์เฉพาะตัวของท่าน อย่างเช่นเรื่องแรก “ผู้หญิง พู่กัน ผู้ชาย” เป็นเรื่องของเกยูร นักวาดภาพเหมือนที่รับวาดภาพให้กับชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง เขาคนนั้นต้องการภาพวาดที่แสดงความรักออกมาทางแววตา เพื่อนำไปมอบให้กับคนรักของตน แต่ทำอย่างไร ก็ไม่สามารถสื่อสายตาแห่งความพิศวาส ออกมาให้เกยูรวาดได้ จนในที่สุด จิตรกรสาว กับ ชายหนุ่มก็เลยตกลงกันว่าทั้งสองจะต่างแสดงบทบาทสมมติเป็นคนรักกันและกัน โดยต่างเรียกขานกันเองว่า “ที่รัก” เพื่อให้เกิดความรู้สึกในการสื่ออารมณ์ออกมาให้ได้
     ในที่สุด รูปวาดนั้นก็สำเร็จสมดังปรารถนา ทว่า...

    “แต่ฉันก็ปลงตกแล้วว่าเพื่อศิลปะ เขายังตกลงยอมให้ฉันเอารูปนี้ออกแสดงในงานศิลปได้ ก่อนที่เขาจะรับเอาไป ฉันตั้งชื่อรูปนี้ว่า “คนรัก”
      “คนคงลือกันให้แซ่ดไปเลย” รองแขว่า “จิตรกรสาวกับรูปหนุ่มที่แสนจะมีความหมาย”
      “นั่นซี ก็คิดเหมือนกัน จึงได้ดึงเอาเธอมาช่วยเป็นพยานเผื่อจะได้ช่วยชี้แจงกับใครได้บ้าง”
    “คู่รักของเขา ไม่เคยมาด้วยเลยหรือ?”
        “เปล่า เขาบอกว่าคู่รักของเขาไม่รู้เรื่องนี้เลย เขาอยากให้เธอแปลกใจเล่น แต่เดี๋ยวนี้เขาล้มความคิดเสียแล้ว เมื่อสักสองชั่วโมงมานี้เอง...”
     “อ้าว... เกิดอะไรขึ้นล่ะ?” รองแขอุทาน
เกยูร เม้มริมฝีปากนิ่งอยู่ และมีสีหน้าติดจะเลื่อนลอย
         “เขาเพิ่งเห็นรูปเขาวันนี้เอง เมื่อมันเสร็จแล้ว ระหว่างที่มันยังไม่เสร็จเขาไม่ยอมดูมันเลย พอเห็น เขาอุทานลิงโลดเลยทีเดียวว่าใช้การได้ แต่แล้วเขาก็นิ่งอั้นไป สักครู่จึงบอกว่าเขาจะชำระเงินให้เรียบร้อยตามสัญญาทันทีในวันนี้ แต่เขาไม่อยากจะเอารูปนี้ไปให้คนรักเสียแล้ว เขาไม่อยากให้คนรักของเขาเห็น และยกให้ฉัน บอกว่าจะเอาไปทำอะไรก็ได้ นอกจากทิ้ง...”
       “มันเรื่องอะไรกัน?” รองแขพูดร้อนรน
       “เขาบอกว่าเขารู้สึกว่าเขาไม่ได้รักคนรักของเขา เท่ารูปนี้แสดงออกมาเลย” เสียงของหล่อนเลื่อนลอยยิ่งขึ้น “เขาเกรงว่า คนรักจะข้องใจ เมื่อเห็นหน้านี้ของเขาเข้า”

        นี่คือหนึ่งในตัวอย่างผลงานแปดเรื่องของอุษณา เพลิงธรรม ในเรื่องสั้นชุด ฤจะเริดรมเยศ เรื่องนี้ ในบทสัมภาษณ์ของท่านในนิตยสารถนนหนังสือ มีเกร็ดมากมายที่น่าสนใจ อย่างตอนที่ทำงานที่นิตยสารชาวกรุง และมีผลงานในเชิงอีโรติค ซึ่งยุคนั้นหานักเขียนในสไตล์นี้แทบไม่ได้เลย มีนักอ่านเขียนจดหมายมาที่สำนักพิมพ์ แล้วบอกว่า “อยากจะอ่านเรื่องที่อ่านแล้วท้องได้ของ อุษณา เพลิงธรรม!
ท่านตอบผู้สัมภาษณ์ไปว่า

       “(หัวเราะ) แหม ร้ายกาจจริง คนนั้นเป็นผู้หญิงซะด้วย อยากเจอจัง เป็นคำจำกัดความอย่างเก๋เป็นบ้า ผมอยากรู้จักตัว เขาก็ไม่แสดงตัว ผู้หญิงอย่างนี้หายากนักเชียว พูดอะไรออกมาแล้วเท่ ไม่หยาบคายอะไรทั้งนั้น ไม่มีทางสู้เลย ไม่ใช้คำว่า สัปดน คำว่าโป๊ คำว่ายวนสวาท ไม่ใช้คำว่าก่อกวนกามารมณ์ แต่อ่านแล้วท้องได้เลย...

          สำหรับเรื่องสั้นชุดนี้ อาจจะหาอ่านยากสักหน่อย ผมแนะนำสำหรับเพื่อนนักอ่านที่อยากจะเสพงานวรรณศิลป์ที่มีสไตล์เฉพาะตัว ของนักเขียนรุ่นครูท่านนี้ อาจจะเริ่มต้นด้วย นวนิยาย จันดารา ที่น่าจะหาอ่านได้ง่ายกว่าครับ
         ปล. จันดารา ฉบับภาพยนตร์ทั้งสองเวอร์ชัน ยอมรับว่าไม่มีโอกาสได้ชมเลยครับ เลยไม่ทราบว่า แตกต่างกันกับในหนังสือมากน้อยแค่ไหน
         ท้ายสุด ผมขออนุญาตนำ “เรื่องสั้นๆ” ของท่านที่เขียนลงในนิตยสาร แมน มาประกอบบทความไว้ด้วยครับ ในนามปากกา “เจ้าจำปี” ผมนำมาจากบทความใน facebook อุษณา เพลิงธรรม ที่เพื่อนนักอ่านสามารถเข้าไปติดตามอ่านได้ มีอีกหลายเรื่องเลยทีเดียวครับ สำหรับเรื่องนี้ มีชื่อว่า... ปรารถนาของคาวบอย

ปรารถนาของคาวบอย
   ณ ทะเลทรายย่านนั้นมีคาวบอยสิงสู่อยู่กระไทหนึ่ง เขาไม่ใช่คาวบอยอย่างเช่นที่เห็นๆกันในภาพยนตร์ เขาเป็นคนตัวเตี้ย ไม่น่าพึงตาพึงใจ แถมยังขาโก่ง หน้าปรุรอยฝีดาษ แต่ทว่าเขาเป็นคนใจดีมีเมตตา

ยามอุษาเช้าวันหนึ่ง ขณะควบม้าข้ามทะเลทรายไปในอัตราเต็มเหยียด เขาแลไปเห็นงูตัวหนึ่งนอนขวางทางอยู่บนพื้น ก็ชักม้าหยุดยั้งไว้ฉับไวไม่ให้เหยียบย่ำงูถึงตายได้ งูเห็นเช่นนั้นก็ผงกหัวขึ้นออกปากชื่นชมว่า “กรรมดีของไกในครั้งนี้มีรางวัลสมนาคุณ - - ให้ไกนึกปรารถนาตามใจได้สามข้อ แล้วทั้งสามข้อที่ใจอยากก็เป็นได้สำเร็จสมดังใจเมื่อไกตื่นนอนขึ้นเช้าพรุ่งนี้เชียวแหละ”

“กันอยากมีหน้าตาหล่อเหลาเหมือนอย่างร็อค ฮัดสัน” คาวบอยตั้งข้อปรารถนา “มีรูปร่างเหมือนอย่างมิสเตอร์อเมริกา แล้วก็นะ - - ให้ได้มีอุปกรณ์คู่กายที่ทรงเสน่ห์ยันเย้าเร้าใจปานเดียวกับของม้าที่กันขี่มานี้”

      ตอนเช้าวันรุ่งขึ้นขณะคาวบอยผ่านหน้ากระจกเงา เขาถึงแก่พรึงเพริดด้วยแรงอัศจรรย์ใจที่แลเห็นกับตาว่ารอยฝีดาษหายเกลี้ยงหน้าไปแล้ว บัดนี้เขากลับหล่อเหลาปานเดียวกับร็อค ฮัดสันเชียวนั่น เรือนอกเล่าก็ผึ่งผงาด หลังไหล่หรือก็กว้างใหญ่กำยำ ขนาดมิสเตอร์อเมริกาเป็นต้องอิจฉาเขาจนตาร้อนไปเลยหละ ครั้งถึงจังหวะก้มลงมองๆดู เขาถึงต้องลั่นอุทานออกมาว่า “ห่าเอ๊ย-ไอ้ที่กันขี่ไปเมื่อวานนี้ที่แท้มันอีม้าสาว - - ไม่ยักใช่ตัวไอ้หนุ่มยอดเก่งหรอกแฮะ”

-โดย เจ้าจำปี (จาก "แมน" ปีที่ 11 ฉบับที่ 92 ม.ค. 2526








และสุดท้าย คือภาพลายเส้นของ อาจารย์เทพศิริ ครับ




Create Date : 20 พฤษภาคม 2557
Last Update : 20 พฤษภาคม 2557 19:24:37 น. 10 comments
Counter : 1998 Pageviews.

 
ชื่อหนังสือแปลกดีค่ะ ชอบเข้ามาอ่านรีวิวงานเขียนเก่าๆ ขอบคุณนะคะ


โดย: Aneem วันที่: 20 พฤษภาคม 2557 เวลา:20:32:52 น.  

 
จันดาราเคยดูอ่ะครับ จำอะไรไม่ได้เลย...
โลกียชน เพิ่งได้มายังไม่เริ่มอ่านเลยครับ
ชื่อหนังสือเรื่องสั้นของนักเขียนท่านนี้ ทั้ง 7 เล่มนี่เพราะดี แปลกดี เหมือนคำกลอนเลยนะครับ


โดย: leehua (สมาชิกหมายเลข 755059 ) วันที่: 21 พฤษภาคม 2557 เวลา:12:08:03 น.  

 
ติดใจชื่อหนังสือเหมือนกันค่ะ
สมัยนี้ไม่มีใครตั้งชื่อแบบนี้อีกแล้ว


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 21 พฤษภาคม 2557 เวลา:13:32:35 น.  

 
ชื่อเรื่องแปลกหัวจังค่ะ

'จันดารา' หวานเย็นยังไม่เคยอ่านเลยค่ะ


โดย: หวานเย็นผสมโซดา IP: 180.183.140.96 วันที่: 21 พฤษภาคม 2557 เวลา:14:03:37 น.  

 
ชื่อเรื่องแปลกหัวจังค่ะ

'จันดารา' หวานเย็นยังไม่เคยอ่านเลยค่ะ


โดย: หวานเย็นผสมโซดา IP: 180.183.140.96 วันที่: 21 พฤษภาคม 2557 เวลา:14:03:37 น.  

 
“นักแปลผู้ตัดไม้ทั้งป่าทำเก้าอี้ตัวเดียว”

เห็นภาพเลยค่ะ


โดย: Pdจิงกุเบล วันที่: 21 พฤษภาคม 2557 เวลา:14:27:26 น.  

 
จันดารา เคยอ่านฉบับนิยายครับ เป็นนิยายเชิงอีโรติค แต่ใช้ภาษาได้สวยมาก


โดย: อุ้มสม วันที่: 21 พฤษภาคม 2557 เวลา:17:20:43 น.  

 
ยังไม่เคยอ่านเลยค่ะ


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 22 พฤษภาคม 2557 เวลา:17:55:15 น.  

 
เคยอ่านจันดาราค่ะ และอยากจะตามอ่านเรื่องอื่นด้วย แต่ติดตรงตอนเรียนในห้องสมุดมีนิยายของนักเขียนท่านนี้เรื่องจันดาราเรื่องเดียวค่ะ ถ้าพบนักเขียนนี้ที่ไหน...คงต้องคว้ามาอ่านให้ได้ค่ะ


โดย: ชบาหลอด วันที่: 23 พฤษภาคม 2557 เวลา:12:45:09 น.  

 
คุณ Aneem : เป็นชื่อรวมเรื่องสั้นที่ตั้งได้คล้องจอง และไพเราะมากเลยครับ โดยเฉพาะชื่อแรก "เสพสมบ่มิสม"ที่ คุณหมอนพพร นำไปใช้เป็นชื่อคอลัมน์ตอบปัญหาทางเพศ ในเวลาต่อมา

คุณ leehua : สมกับฉายาของท่านเลยครับ การเลือกเฟ้นแต่ละคำ หรือคิดแต่ละชื่อ แม้แต่นวนิยายเรื่องแรกในชีวิตของคุณสุวรรณี สุคนธา ท่านก็ให้เกียรติตั้งชื่อเรื่องให้ครับ เรื่องนั้นคือ "สายบ่หยุดเสน่ห์หาย" ที่มาจากวรรคหนึ่งในลิลิตเตลงพ่าย

คุณตูน : ชุดนี้ผมไม่แน่ใจว่า ปัจจุบัน บางส่วนมีการนำมารวมโดยมติชน ในชื่อ "แกมเก็จ"หรือเปล่านะครับ เผื่อมีท่านผู้อ่านเพิ่มเติมข้อมูลอีกทีครับ

คุณหวานเย็น : เป็นการตั้งชื่อเรื่องที่ไพเราะมากเลยครับ

คุณ Pdจิงกุเบล : เป็นฉายาที่เหมาะสมมากเลยครับ ยิ่งได้อ่านในคอลัมน์ถนนหนังสือแล้ว ยิ่งเห็นว่าท่านเลือกเฟ้นถ้อยคำอย่างละเอียดมากกว่าจะแปลออกมา ผมแนะนำ "ปีสาจสันนิวาส" ที่ท่านแปลจากงานของ ซิดนีย์ เชลดอน ซึ่ง อมรินทร์ นำมาพิมพ์ใหม่ไม่นานนี้เองครับ

คุณพุด : งานเขียนนิยายของท่าน ที่โดดเด่นเป็นที่รู้จักน่าจะมีจันดารา ครับ นอกนั้นเป็นงานแปลและเรื่องสั้น ที่หาอ่านยากมากๆ

น้องอุ้มสม : จันดารา เป็นอีกเรื่องที่ภาษาสวยมากครับ

คุณชบาหลอด : ปัจจุบันหาอ่านยากมากเลยครับ นอกจากจะมีการนำมาพิมพ์ใหม่


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 26 พฤษภาคม 2557 เวลา:7:58:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.