หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2556
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
8 พฤษภาคม 2556
 
All Blogs
 
จากฝัน... สู่นิรันดร : แก้วเก้า

จากฝันสู่นิรันดร
ผู้ประพันธ์ : แก้วเก้า
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น
ปีที่พิมพ์ : 2533
ราคา : 300 บาท (เล่มเดียวจบ)



        

          นี่คือนวนิยายลึกลับผสมวิทยาศาสตร์ที่ผมต้องรีบซื้อมาเก็บไว้ในทันที เมื่อได้เห็นออกรวมเป็นเล่มครั้งแรกในปี พ.ศ. 2533 นอกเหนือจากความสนุกสนานและสาระตามสไตล์ของแก้วเก้าแล้ว ท้ายเล่มคือ ภาคผนวกและบทตอบความเห็นของผู้อ่านวัยเยาว์คนหนึ่งที่ แก้วเก้า ได้ให้ความกรุณาตอบข้อสงสัยเหล่านั้นลงในนิตยสารขวัญเรือนที่ลงตีพิมพ์นวนิยายเรื่องนี้ ณ เวลานั้น และได้นำมารวมไว้ท้ายเล่มอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งนับเป็นความประทับใจแก่ผู้อ่านท่านนั้น ตราบมาจนถึงทุกวันนี้

      ครับ ผู้อ่านวัยเยาว์เมื่อกว่าสองทศวรรษที่ผ่านมาคนนั้นก็คือ ผมนั่นเอง!

        เมื่อมีโอกาสได้อ่านอีกครั้งก็อดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่คงอยู่ตลอดมาคือความประทับใจ ที่ “แก้วเก้า” ได้ให้ความกรุณาช่วยตอบข้อสงสัยของนักวิทยาศาสตร์น้อยช่างสงสัยคนนั้นให้หายข้อกังขา 

       เนื้อเรื่องของจากฝัน... สู่นิรันดร เคยสร้างเป็นละครโทรทัศน์มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน เนื้อหากล่าวถึงพระเอกคือ ตรัย เพชรนานา ชายหนุ่มในยุคปัจจุบัน เจ้าของธุรกิจอัญมณีที่ร่ำรวยมหาศาล และมีคู่หมั้นแสนสวย รานี ที่สมกันราวกิ่งทองใบหยก แม้ว่า ในความสัมพันธ์นั้นอาจจะไม่ได้เกิดจากความรัก แต่เป็นการเอื้อประโยชน์ร่วมกันในทางธุรกิจก็ตาม

        ชีวิตของตรัย คงจะดำเนินไปตามครรลองของสังคมแห่งวัตถุนิยมนั้นไปตลอด ถ้าหากว่าเขาจะไม่รู้จักกับ ดอกเตอร์โพยม ดอกเตอร์ทางนิวเคลียร์ฟิสิกส์วัยแปดสิบปี ที่เดินทางกลับมาเมืองไทยในงานศพของพี่ชายที่ชื่อเชื้อ โดยบังเอิญ ชายหนุ่มจึงทราบว่า ก๋งของตนหรือนายเม่งซ้งเป็นสหายสนิทกับคุณตาเชื้อ และเห็นรูปถ่ายชายสามคนในอดีตที่มีชายหนุ่มปริศนาอีกคนหนึ่งรวมอยู่ในภาพนั้นด้วย

    “ตรัยเกือบจะวางภาพถ่ายนั้นลงแล้ว ก็พอดีสายตาเหลือบเห็นชายหนุ่ม คนที่สามในภาพนั้น เขาผู้นั้นไม่ได้สวมชุดไทยอย่างคุณเชื้อ หรือแต่งกายแบบจีนอย่างก๋งของเขา หากแต่สวมเสื้อนอกและกางเกงสากลอย่างฝรั่งเต็มตัว ตัวเสื้อนอกแหวกออกเผยให้เห็นเสื้อกั๊กรัดรูปติดกระดุมเป็นแถว และสายนาฬิกาพกโยงอยู่ตรงอกเสื้อ มือข้างหนึ่งถือหมวกโบว์เลอร์แบบชาวอังกฤษไว้ด้วย หน้าตาชายหนุ่มนั้นเห็นไม่ชัดนัก อาจจะด้วยความเก่าแก่ของภาพหรือด้วยฝีมือของช่างภาพไม่เที่ยง หรืออะไรก็ตาม แต่ก็พอมองเห็นว่าเค้าเป็นคนไทยเช่นกัน”

         และนอกจากนี้การได้มีโอกาสได้เห็นภาพวาดของผู้หญิงลึกลับในอดีตคนหนึ่ง ซึ่งมีนามว่าคุณ “การะเกด” ก็ทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจเข้าสู่การทดสอบครั้งสำคัญ ของดอกเตอร์โพยม

        นั่นก็คือการเดินทางย้อนกาลเวลา กลับเข้าไปสู่อดีตกาล ในยุคของคุณตาเชื้อของเขา เพื่อได้มีโอกาสพบกับหญิงสาวในความฝัน... คุณการะเกด!!

        การเดินทางนั้นประสบความสำเร็จเกินคาด นอกเหนือจากโอกาสที่ได้เห็นหญิงสาวในภาพวาดมีตัวตนจริงๆแล้ว เขายังสามารถก้าวข้ามปราการแห่งกาลเวลาทะลุผ่านเข้าไปในยุคนั้นได้สำเร็จ จนได้พบ ได้พูดคุยกับคุณการะเกด จนเกิดเป็นความรักที่แม้แต่กาลเวลาก็ไม่อาจพราก...

     จากฝัน... สู่นิรันดร!

      “คุณการะเกด ถ้าหากว่าเราต้องอยู่อย่างเป็นทุกข์ตลอดชีวิต เราฝันอย่างเป็นสุขเพียงครั้งเดียวเท่านั้น... ผมก็ว่าคุ้มแล้ว ผมจะมีความฝัน หล่อเลี้ยงจิตใจตลอดไป”

      “...ความรักเหมือนดวงดาวส่องนำทางแก่นักเดินเรือแต่โบราณกาล ถึงอยู่ห่างไกลแค่ไหน มันก็ยังแจ่มชัด เที่ยงตรง ไม่เปลี่ยนแปลง
และมันจะไม่ห่างหายไปด้วยกาลเวลา

เขารักเธอดด้วยความรักที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น กาลเวลาหรืออุปสรรคใดก็ตามมิได้ขวางกั้นทั้งสองออกจากกันได้เลย
เหมือนอย่างที่การะเกิดพูดว่า
รักแท้ย่อมไม่ผันแปรไปตามกาลเวลา ไม่ใช่ว่าผู้หญิงแก่ตัวลง หมดสวย หมดงาม ก็หมดรัก ความรักแท้จริงจะยืนยงไปชั่วกัลปาวสาน”

         ผมไม่ขอเล่าตอนจบอันเป็นบทสรุปของนิยายเรื่องนี้นะครับ คิดว่าหลายท่านคงได้อ่านหรือได้ชมในมิติของละครโทรทัศน์มาบ้างแล้ว นอกเหนือจากฝีมือการเขียนของผู้เขียนแล้วสิ่งสำคัญคือการนำนำทฤษฏีทางวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าในยุคนั้น คือการเดินทางข้ามเวลาโดยกฎของฟิสิกส์ เข้ามาเป็นประเด็นหลักประเด็นหนึ่งของเรื่องได้อย่างกลมกลืน ไม่รู้สึกว่าเป็นเนื้อหาวิชาการ โดยคงประเด็นของความรักอันเป็นแก่นของเรื่อง รวมถึงรายละเอียดต่างๆทั้งของคนในยุคนั้น และเหตุการณ์ที่เชื่อมต่อกับยุคปัจจุบัน

         นับเป็นนิยายวิทยาศาสตร์ผสมโรแมนติค ที่น่าจะเป็นงานบุกเบิกก้าวหนึ่งของวรรณกรรมไทยในยุคนั้นเลยทีเดียวครับ เท่าที่ผมเห็น ก็มี ทวิภพ ของทมยันตี และ จากฝันสู่นิรันดร เรื่องนี้ครับ

        หลายคนที่เคยอ่าน จะบอกว่าเรื่องนี้ มีส่วนคล้ายกับภาพยนตร์เรื่อง Somewhere in time ที่คริสโตเฟอร์ รีฟ พระเอกซุปเปอร์แมนยุคแรกๆ กับนางเอก เจน ซีมัวร์ เคยเล่นเอาไว้ จนมีผู้อ่านท่านหนึ่งเขียนไปถามในนิตยสาร และแก้วเก้าได้กรุณาตอบไว้ ในท้ายเล่มด้วยครับว่า ท่านเองได้รับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ตอนเขียนจากฝันฯ ไปแล้ว 22 บท โดยไม่รู้มาก่อนว่ามีบางส่วนคล้ายคลึงกัน

        ขออนุญาต คัดลอกนำมาลงไว้บางส่วนนะครับ

        “เมื่อกำหนดแนวคร่าวๆว่าเป็นการเดินทางกลับไปในอดีต ก็เป็นความจำเป็นและเรียกความสนใจประการหนึ่งที่นักเขียนจะหาทางเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันด้วยอะไรสักอย่าง ที่มีความหมายระหว่างพระเอก นางเอก และสวยงามด้วยก็ยิ่งดี คนอ่านจะประทับใจ ในแต่ปางก่อน เชื่อมโยงกันด้วยเพลงลาวม่านแก้ว ในจากฝัน... สู่นิรันดร เชื่อมโยงกันด้วย ภาพวาดของนางเอก ซึ่งพระเอกเป็นผู้วาดเองในอดีต แต่เขาเพิ่งมาเห็นเองเป็นครั้งแรกในปัจจุบัน ในภาพยนตร์ที่คุณถามมา (ชื่อเป็นไทยว่า รักเอยไม่เคยเลยลับ) พระเอกไปเห็นรูปถ่ายของนางเอกสมัยยังสาว อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณอ่าน จากฝัน... สู่นิรันดร จนจบ คุณจะเห็นว่า ผู้เขียนมีจุดมุ่งหมายแตกต่างจาก Somewhere in time เพราะฉะนั้นรายละเอียดและตอนจบของเรื่องไม่เหมือนกันค่ะ

             ดิฉันเห็นด้วยกับคุณว่าถ้านักเขียนดัดแปลงนวนิยายต่างประเทศเป็นไทย ก็ควรจะระบุไว้เพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าของเดิม เรื่องนี้ดิฉันเคยทำมาแล้ว เพราะเห็นว่าไม่คุ้มกับชื่อเสียงของตนเองเลยหากท่านผู้อ่านเกิดทราบขึ้นมาทีหลัง แต่ จากฝัน... สู่นิรันดร เท่าที่ชี้แจงมาแล้ว คุณคงจะเข้าใจความเป็นจริงว่าดิฉันไม่ได้นำมาจากนิยายหรือภาพยนตร์ต่างประเทศเรื่องใดเลย สิ่งที่คล้ายคลึงกันนับเป็นความบังเอิญ หรืออาจจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เมื่อนักเขียนแต่งเรื่องในกรอบของแนวเรื่องการเดินทางไปในเวลา ก็ย่อมมีส่วนที่คล้ายกัน ตาม “กรอบ” ที่กำหนดไว้...”

          นับเป็นข้อคิดที่มีคุณค่าสำหรับนักอ่าน และนักเขียน ที่ไม่เคยล้าสมัย ในท่ามกลางยุคที่การละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ "โจรวรรณกรรม" เกิดขึ้นอย่างเป็นล่ำเป็นสันในทุกวันนี้...

















Create Date : 08 พฤษภาคม 2556
Last Update : 8 พฤษภาคม 2556 19:16:45 น. 18 comments
Counter : 7321 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ อาจารย์ ^^

เคยแต่ดูละครไม่เคยอ่านนิยายเลยค่ะ

ปกเก่าได้อีก มาดูปีที่พิมพ์ 2533
ไม่แปลกใจเลย อิอิ

ชอบเนื้อเรื่องค่ะ


โดย: lovereason วันที่: 8 พฤษภาคม 2556 เวลา:14:02:17 น.  

 
โอ้โห ! ปลื้มแทนอาจารย์จริง ๆ ค่ะ อาจารย์วินิตาตอบคำถามได้กระจ่างมากเลยค่ะ


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 8 พฤษภาคม 2556 เวลา:14:58:22 น.  

 
สุดยอดเลยครับอาจารย์


โดย: อุ้มสม วันที่: 8 พฤษภาคม 2556 เวลา:16:10:03 น.  

 
เรื่องนี้อ่านแล้วเมื่อตอนเด็กๆ อ่านแล้วไม่เข้าใจเลย มีแต่ทำไม ทำไม ทำไม แล้วตอนจบก็เรียลมาก เลยไม่ค่อยชอบเท่าไหร่
ถ้าได้มาอ่านตอนโตอาจจะชอบก็ได้


โดย: katwan IP: 103.6.165.2 วันที่: 8 พฤษภาคม 2556 เวลา:16:12:23 น.  

 
ละครไม่ได้ดูเลย น่าหามาอ่านนะคะ


โดย: คุณหนูฤดูร้อน วันที่: 8 พฤษภาคม 2556 เวลา:17:10:16 น.  

 
เจ้าของบ้านน่านับถือ ใส่ใจแม้เป็นความรู้จากนิยายนะคะ


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 8 พฤษภาคม 2556 เวลา:19:10:28 น.  

 
อ่านรีวิวแล้วน่าอ่านจังค่ะ แต่กลัวว่าจะเศร้า เพราะเป็นพวกอ่านแล้วอินน่ะค่ะ


โดย: Sab Zab' วันที่: 8 พฤษภาคม 2556 เวลา:20:20:52 น.  

 
อ่านตรงส่วนที่คัดลอกมา แล้วพาประทับใจทั้งคนถาม-คุณสามปอยหลวง และ คนตอบ -อ.คุณหญิงวินิตา มากๆๆๆเลยค่ะ

เรื่องนี้อ่านนานมากแล้วค่ะตอนเรียนอยู่เลย จำได้ว่าอ่านแล้วก็มีสงสัยบ้าง พวกเรื่องลำดับเวลา แต่สุดท้าย...เศร้าเอามากมายเลยค่ะ


โดย: pichayaratana วันที่: 8 พฤษภาคม 2556 เวลา:21:41:31 น.  

 
ตอนผมอ่าน ไม่ได้คิดลึกซึ้งแบบนี้เลยครับ อ่านเพื่อบันเทิงล้วนๆเลย ผมชอบนวนิยายของแก้วเก้ายุคนั้นมากๆครับโดยเฉพาะจอมนาง นางทิพย์ นาคราช และแดนดาว


โดย: ภาคภูมิ IP: 88.131.84.229 วันที่: 9 พฤษภาคม 2556 เวลา:10:51:47 น.  

 
คุณนุ่น : เป็นเรื่องที่ชอบมากเรื่องหนึ่งเหมือนกันครับ

คุณหวานเย็น : เป็นความประทับใจอย่างยิ่งเลยครับ เลยต้องซื้อเก็บไว้ทันทีเมื่อเห็นรวมเล่ม

น้องอุ้มสม : ขอบคุณครับ

คุณ katwan : ผมเองก็ไม่ค่อยชอบตอนจบเท่าไรเลยครับ แต่ก็รู้สึกว่ามันเป็นเหตุผลที่เหมาะสมแล้ว

คุณ คุณหนูฤดูร้อน : ผมเองก็ไม่ค่อยได้ดูตอนเป็นละครเท่าไรครับ แต่อ่านในหนังสือมีความรู้สึกว่าน่าจะได้อารมณ์กว่า

คุณพุด : เป็นความช่างสงสัยครับ อ่านแล้วคิดตามไป ก็เลยอดสงสัยไม่ได้ แหะ แหะ

คุณ Sab Zab' : ถ้ามีโอกาสลองดูนะครับ ผมว่าให้รสชาติของการอ่านในอีกแบบ ฝีมืออาจารย์ แก้วเก้า ไม่มีคำว่าผิดหวังอยู่แล้วครับ

คุณ pichayaratana : ขอบคุณครับ ผมเองติดตามอ่านจากขวัญเรือน ในห้องสมุดโรงเรียน จนจบเหมือนกันครับ ประทับใจ แม้ว่าตอนจบจะ... ก็ตามครับ

คุณหมอภูมิ : พอดีเป็นเรื่องที่กำลังสนใจด้วยครับ งานยุคแรกๆของแก้วเก้า ที่ผมชอบมากๆคือจอมนาง กับนางทิพย์พยายามสะสมปกแข็งของรวมสาส์นอยู่ครับ ส่วนยุคต่อมาที่ชอบคือ ทางเทวดา กับ วสันต์ลีลา ครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 9 พฤษภาคม 2556 เวลา:19:35:25 น.  

 
ประทับใจกับคำตอบของท่านค่ะ

ไม่รู้ว่าจะเป็นการแก้แทนอาจารย์วนิตาหรือเปล่านะคะที่มีผู้บอกว่าคล้ายคลึงกับ Somewhere in Time คือหนังเรื่อง Somewhere in Time นี่ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง Bid Time Return ของ Richard Matheson แม้จะเหมือนกันตรงที่มีรูปของนางเอกเป็นตัวเชื่อมโยงถึงพระเอก แต่วิธีการเดินทางข้ามเวลาต่างกันเยอะ แล้วใน Bid Time Return นี่ Matheson ใช้ช่วงแรกของเรื่องแสดงให้เห็นว่าการเดินทางข้ามเวลาทำยังไง เรียกว่าอธิบายอย่างละเอียดเลยค่ะ เล่นเอาคนอ่านเหนื่อยแทน กว่าพระเอกจะข้ามเวลาไปถึงยุคสมัยของนางเอกได้นี่หลายหน้าเลยค่ะ จบลงก็ไม่เหมือนกันด้วย อย่างที่อาจารย์วินิตาว่าเลยค่ะ theme การเดินทางย้อนเวลาลักษณะนี้มันก็ต้องมีอะไรที่บังเอิญคล้ายคลึงกันบ้างแหละ น่าจะดูที่รายละเอียดว่าต่างกันตรงไหนมากกว่า ก่อนจะสรุปว่าเหมือนมากน้อยแค่ไหน


โดย: กุลธิดา (kdunagin ) วันที่: 10 พฤษภาคม 2556 เวลา:0:22:39 น.  

 
คุณไก่ : เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ มีคนเคยบอกว่า พลอตเรื่องในโลกนี้มีอยู่ไม่กี่พลอต ความต่างคือรายละเอียด การเสริมแต่งข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมของนักเขียนแต่ละท่าน และแสดงสไตล์ อันเป็นอัตลักษณ์ของแต่ละคนออกมา


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 10 พฤษภาคม 2556 เวลา:7:17:01 น.  

 
อ่านจดหมายคำอธิบายนี้แล้ว เข้าใจขึ้นเยอะ
เสียดาย เวลานำเรื่องนี้มาร่วมเล่มอีกในภายหลัง ไม่ได้นำจดหมายโต้ตอนฉบับนี้มาร่วมพิมพ์ไว้ด้วย


โดย: Boyne Byron วันที่: 10 พฤษภาคม 2556 เวลา:21:50:48 น.  

 
คุณ Boyne Byron : ฉบับรวมเล่มหลังจากนั้นผมไม่มีโอกาสได้อ่านเลยครับ แต่สำหรับในเล่มนี้ จะมีจดหมาย สองฉบับ ที่เขียนมาถามอาจารย์แก้วเก้า อีกฉบับหนึ่งที่ไม่ได้สแกนลงไว้ด้วย เป็นของผู้อ่านอีกท่านหนึ่งที่ถามเกี่ยวกับ เรื่อง Somewhere in Time นี่แหละครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 12 พฤษภาคม 2556 เวลา:18:28:31 น.  

 
เรื่องนี้เมื่อดูเป็นละครตอนจบเศร้ามากครับ T_T


โดย: Lek IP: 171.100.58.146 วันที่: 13 พฤษภาคม 2556 เวลา:23:30:31 น.  

 
คุณ Lek : ผมมีโอกาสได้ดูตอนเป็นละครบ้างครับ แต่เสียดายไม่ได้ดูตอนจบ
สำหรับความรู้สึกตอนอ่านหนังสือ ยิ่งสะเทือนใจกับบทอวสาน มากเช่นกันครับ


โดย: สามปอยหลวง IP: 122.154.3.131 วันที่: 14 พฤษภาคม 2556 เวลา:8:28:24 น.  

 
เรื่องนี้เราน่าจะเคยดูละครค่ะ... ขอเรียนว่าสำนวนของคุณหญิงวินิตาท่านเขียนได้น่าอ่านมากๆค่ะ... ขอเล่าหน่อยนึงนะคะ ว่า ตอนงานสัปดาห์หนังสือฯที่ผ่านมาเราไปซื้อหนังสือแล้วได้ลายเซ็นท่านด้วยค่ะ... เอ่อ... แล้วก็ถ่ายรูปตอนรับมอบหนังสือจากท่านด้วยค่ะ... ท่านน่ารักมากๆเลยล่ะค่ะ ท่าทางใจดีด้วยค่ะ

ขอบคุณคุณสามปอยหลวงสำหรับรีวิวดีๆนะคะ


โดย: พราว IP: 124.121.191.206 วันที่: 26 พฤษภาคม 2556 เวลา:14:42:51 น.  

 
คุณพราว : ดีใจแทนด้วยนะครับ ผมยังไม่มีโอกาสได้ขอลายเซ็นของอาจารย์เก็บไว้เป็นที่ระลึกเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 27 พฤษภาคม 2556 เวลา:7:53:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 67 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.