หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
เมษายน 2565
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
17 เมษายน 2565
 
All Blogs
 
พุทธิพิมาน : กนกวลี พจนปกรณ์

เรื่อง : พุทธิพิมาน
ผู้เขียน : กนกวลี พจนปกรณ์
สำนักพิมพ์ : เพื่อนดี
ปีที่พิมพ์ : 2545
เล่มเดียวจบ




                   พุทธิพิมาน นวนิยายชื่อแปลกเรื่องนี้ เคยตีพิมพ์เป็นตอนๆในนิตยสาร ทีวีรีวิว ก่อนจะนำมารวมเล่มครั้งแรก โดยสำนักพิมพ์เพื่อนดี ปี พ.ศ.2545

    นักอ่านนิยายหลายท่านจะรู้จักผลงานนวนิยายเด่นๆ ของ คุณกนกวลี พจนปกรณ์ อย่าง กาษา นาคา เปลวไฟในตะวัน ตกกระไดหัวใจพลอยโจน หรือ ไฟต่างสี ที่เคยนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ที่โด่งดังมาแล้ว รวมถึง เรื่องยิ่งฟ้ามหานที นิยายอีกเรื่องหนึ่งที่ผมชื่นชอบเป็นอย่างมาก
              ++++++++++++++++++++++++
          สำหรับ พุทธิพิมาน ก็เป็นนวนิยายชีวิตที่มีหลากรสชาติอันเข้มข้น เรื่องราวชีวิตของ บุญบุตรี ที่เติบโตมาด้วยความอบอุ่นในครอบครัวของ คุณศรีสมาน และคุณชาตรี บุคคลที่เธอเข้าใจมาตลอดว่า เป็นพ่อและแม่ที่แท้จริง เพราะทั้งสองท่าน ให้ความรักความเอ็นดูต่อเธอมาตั้งแต่จำความได้ รวมถึงน้ากุนที ผู้หญิงวัยกลางคนที่คอยแวะเวียนมาหาเธอ พร้อมกับของฝากต่างๆมากมาย แต่ดูเหมือนคุณศรีสมาน จะไม่ค่อยพอใจ เมื่อใดที่เห็นคุณกุนที มาปรากฏตัวที่บ้านของเธอ ทั้งที่ปกติคุณศรีสมาน ก็จะมีนิสัยโอบอ้อมอารี และให้ความเป็นกันเองกับทุกคนอยู่แล้ว
++++++++++++++++++++++++
      บุญบุตรี ไม่รู้เลยสักนิดว่าน้ากุนทีที่เธอเคารพนับถือ เสมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง ก็คือมารดาที่แท้จริงของตัวเอง!
     แกนหลักของพุทธิพิมานจึงเริ่มต้นด้วยเรื่องราวของผู้หญิงทั้งสามคนนี้...

      ความรู้สึกของผุ้หญิงคนหนึ่งที่ต้องเลี้ยงของคนอื่นด้วยรักและหวงแหนเป็นลูกของตน จึงปกป้องและปิดบังความจริง
      ความรู้สึกของผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่เฝ้ามองความสำเร็จรุ่งเรือง ของผู้ที่ตนไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะบอกว่าตนคือแม่

      และอีกความรู้สึกของผู้หญิงคนหนึ่งที่สับสนว่าทำไม แม่จึงไม่ยอมรับว่าเป็นแม่!
               +++++++++++++++++++++++
     ในอดีตเมื่อครั้งยังเป็นเด็กสาววัยแรกรุ่น กุนที ได้แต่งงานอยู่กินกับดนุ ผู้ชายที่เธอเคยคิดจะฝากชีวิตเอาไว้ จนมี นวลนรี ลูกสาวคนแรก และจากนั้นไม่นาน ดนุ ก็มีผู้หญิงคนอื่น จนทำให้ชีวิตคู่ที่เพิ่งเริ่มต้นในวัยแรกรุ่นของเธอต้องพังทลาย กุนที ออกมาอาศัยอยู่กับญาติ และเพิ่งรู้ภายหลังว่าหล่อนตั้งครรภ์
ในเวลานั้น กุนที ไม่มีแม้แต่เงิน ที่จะดูแลเลี้ยงลูกที่กำลังจะเกิดมา แต่แล้ว ครอบครัวของ ชาตรีและศรีสมาน ญาติห่างๆของเธอ ก็ยื่นมือเข้ามารับอุปการะเด็กทารกเพศหญิง ที่เพิ่งคลอดได้ไม่กี่สัปดาห์ กุนที ไม่มีโอกาสได้ปฏิเสธ ซ้ำยังต้องยอมรับเงื่อนไข ที่จะไม่เปิดเผยว่าตัวเองเป็นแม่ของเด็กทารกน้อยผู้นั้น

             ชีวิตของกุนที ผ่านการแต่งงานมาอีกสองครั้ง และภายหลังจากนั้น ก็ต้องเผชิญกับมรสุมลูกใหญ่อีกครั้ง เมื่อ นวลนรี ลูกสาวคนโตก็เสียชีวิตลง เหลือเพียงบุญบุตรี ลูกสาวคนเล็กที่เธอเองก็ไม่อาจจะปริปากบอกใครได้เลย ว่าคือลูกของตัวเอง ซ้ำยังสร้างความหวั่นระแวงแก่ ศรีสมาน ที่เป็นฝ่ายกลัวว่าเธอจะมาทวงคืนบุญบุตรีกลับไปอีกด้วย

         ชีวิตของเด็กหญิงบุญบุตรี ดำเนินมาอย่างราบรื่น เรียบง่าย จนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในสาขาสังคมสงเคราะห์ มันคือชีวิตที่พรั่งพร้อมด้วยความรักความอบอุ่นในครอบครัว และยังมีเพื่อนรักอีกสองคน คือ ขิม เด็กหนุ่มผู้มีปัญหาทางบ้าน และ เตือนรัก เพื่อนสาวของเธอที่มีชีวิตสวยงามและยังมีคุณป้าบุนนาคที่คอยให้ความช่วยเหลืออุปการะ แม้แต่เมื่อเรียนจบ ก็ยังฝากงานให้ทำในบริษัทที่เธอทำงานอยู่อีกด้วยในขณะที่บุญบุตรีและ ขิม ต่างก็หางานอย่างยากเย็น
         ++++++++++++++++++++++++
              บุญบุตรี พยายามหางานทำ จนสามารถเข้าทำงานเป็นนักสังคมสงเคราะห์ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยมีชนิดา เพื่อนร่วมงานที่สนิทสนมกัน และที่นี่เอง ทำให้เธอได้รู้จักกับคุณเด็ดเดช

        เด็ดเดช เป็นนักธุรกิจหนุ่มชื่อดัง ที่ยังโสดรูปงาม และเขาเองก็เป็นประธานมูลนิธิช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ที่ต้องประสานงานกับฝ่ายสังคมสงเคราะห์ของที่นี่ และเมื่อเขาได้พบกับ บุญบุตรี ก็ทำให้เกิดความประทับใจในตัวเธอ
        ความผูกพันระหว่างสองหนุ่มสาว เริ่มต้นขึ้น แต่แล้ว บุญบุตรี ก็พบความจริงที่สะเทือนใจว่า คุณเด็ดเดช คือเจ้าของบริษัท ที่เตือนรักทำงานอยู่ และเป็นชายคนรักของเตือนรักนั่นเอง!

     เตือนรัก นับถือคุณบุนนาค และชื่นชมทุกอย่างในตัวของเธอ ที่ไต่เต้าจากผู้หญิงธรรมดาๆ มาทำงานในบริษัทที่ยิ่งใหญ่ของคุณชำนาญ และภายหลัง เมื่อภรรยาคุณชำนาญเสียชีวิตลง ขณะที่ลูกๆของเขาเรียนอยู่ต่างประเทศ บุนนาค ก็สร้างความสัมพันธ์พิเศษกับอีกฝ่าย และหล่อนฉลาดในการวางตัว โดยไม่ทำให้พนักงานบริษัทแห่งนั้น ดูถูกดูแคลนหล่อนได้เลย
     ++++++++++++++++++++++++
         แม้คุณป้าจะเปลี่ยนสภาพมาเป็นภรรยาของคุณชำนาญแล้ว แต่เธอก็ยังทำงานอยู่ในหน้าที่เดิม ตำแหน่งเดิม คุณบุนนาคไม่เคยเรียกร้อง ไม่เคยแสดงตัว

                “ถ้าเราไม่แสดงตน ไม่วางอำนาจ เป็นอย่างไรก็คงอย่างนั้นเสมอต้นเสมอปลาย คนเขาก็จะเกรงใจเอง กับลูกๆของคุณชำนาญก็ไม่เคยมีปัญหากับป้า ป้าให้เกียรติยกย่องทุกคนว่าเป็นลูกของเจ้านาย ป้าไม่เคยคิดจะไปแทนแม่ของพวกเขา เจียมตัวเจียมตนอยู่ตลอด เมื่อลูกๆเขากลับมาทำงาน ป้ายิ่งให้เกียรติและนับถือเหมือนเขาเป็นเจ้านายคนหนึ่งในบริษัท พวกเขาก็ยอมรับป้า เราจึงต่างคนต่างอยู่ และต่างให้เกียรติกันและกัน”

       และในเวลาเดียวกัน เธอก็รับเงินอุปการะต่างๆจากคุณชำนาญ ที่เกื้อหนุนให้กับเธอ จนสามารถนำมาส่งเสีย เตือนรักจนเรียนจบ และใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยได้
         มันคือความแตกต่างจากชีวิตลำบากยากเข็ญในวัยเยาว์ ที่เตือนรักจดจำความรู้สึกเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี
คุณป้าจึงเป็นแบบอย่างในชีวิตของเตือนรัก รวมถึงการที่เธอวางแผนให้ เตือนรัก ใกล้ชิดสนิทสนมกับ เด็จเดช ลูกชายคนโตของคุณชำนาญนั่นเอง!

      แต่แล้ว บุญบุตรี ก็ก้าวเข้ามาช่วงชิงความรักของเธอไป!
         +++++++++++++++++++++++
             ความรู้สึกเช่นนั้นเอง ทำให้เปลี่ยนเตือนรัก จากเพื่อนรัก ให้กลายมาเป็นเพื่อนแค้น แม้ว่าขิม ที่แอบรัก บุญบุตรี เอง ก็พยายามห้ามปรามและเตือนสติ แต่ก็ไม่เป็นผล

         “เสียดายมิตรภาพของพวกเราสามคน”
           “แล้วใครผิดล่ะ บุญนั่นแหละตัวทำลาย มาแย่งของรักไปจากเรา... ขิมเองก็เหมือนกัน ทำไมยอมรับอะไรง่ายนัก เตือนรู้ว่าขิมชอบบุญ ทำไมไม่สู้กับคุณเด็ดเดช ทำไมยอมแพ้ง่ายๆอย่างนี้”

       “ความรักไม่ใช่เรื่องที่จะสู้รบปรบมือหรือบังคับกันนะเตือน เรื่องของความรักมันเป็นความพอใจของทั้งสองฝ่าย ถ้าเรารักเขาอยู่ข้างเดียว มันก็เหมือนที่โบราณเขาว่าตบมือข้างเดียวไม่ดัง...”

            +++++++++++++++++++
     บุญบุตรี เมื่อรู้ว่า เด็ดเด็จเป็นคนรักของเพื่อนเธอก็พยายามจะถอยห่างออกจากเขา แต่ทว่าเด็ดเด็จก็เป็นชายหนุ่มที่มั่นคงในความรู้สึกของตัวเองยิ่งนัก เขารู้ว่าไม่ได้รักเตือนรักมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และไม่เคยให้ความหวังใดๆกับเธอ หากด้วยความเกรงใจและนับถือในตัวคุณบุนนาค เขาจึงไม่ปฏิเสธที่จะพูดคุยให้ความสนิทสนมอย่างพี่น้อง หากมันกลับกลายเป็นความรู้สึกที่เตือนรักคิดเข้าข้างตัวเองมาโดยตลอด จนท้ายที่สุด สิ่งนั้นก็ย้อนกลับมาทำร้ายตัวหล่อนเองให้บาดเจ็บอย่างสาหัส
      ทว่า หล่อนก็ยังคิดว่า ทุกอย่าง มีสาเหตุมาจากบุญบุตรี เพียงคนเดียว!

         เตือนรักและ คุณบุนนาค พยายามยุแยงให้ คุณเล็ก น้องสาวของเด็ดเดช ขัดขวางความรักของคนทั้งคู่ คุณเล็กเองก็ไม่พอใจที่พี่ชายเธอ ไปรักกับผู้หญิงอย่างบุญบุตรี เพราะเธออยากให้เด็ดเดชคบหากับ เจนนี่ เพื่อนสาวที่มีทุกอย่างเหมาะสมมากกว่า สำหรับคุณบุนนาคและเตือนรักนั้น คุณเล็กเองก็ไม่ต้องการให้มาอยู่ร่วมในครอบครัวของเธออยู่แล้วตั้งแต่แรก เธอมองท่าทีของคุณบุนนาค ออก ว่าต้องการสิ่งใด ดังนั้น เมื่อคุณชำนาญ พ่อของเธอเริ่มวางมือการบริหารบริษัทลง คุณเล็กเองก็เตรียมปลดระวาง คุณบุนนาค ด้วยเช่นกัน!
         ++++++++++++++++++++++++
         ความแค้นใจต่อ บุญบุตรี ทำให้เตือนรักขุดคุ้ยเรื่องกุนที เป็นแม่ที่แท้จริงของบุญบุตรี รวมถึงประวัติชีวิตที่ผ่านการมีสามีมาแล้วถึงสามคน แม้ว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นเพราะความผิดพลาดในอดีตก็ตาม และสิ่งนั้นเองที่ทำให้ บุญบุตรี ได้รู้ชาติกำเนิดที่แท้จริงของตัวเอง

       บุญบุตรี จะต้องใช้สติปัญญาและความดีงามในตัวตน เพื่อเอาชนะ และฝ่าข้ามปัญหาเหล่านี้ ไปสู่ปลายทางอันงดงามระหว่างเธอและ เด็ดเด็จ ที่ต่างก็มีความรักร่วมกันให้ได้

       เรื่องราวในพุทธิมาน แสดงถึงปัญหาต่างภายในครอบครัวของแต่ละตัวละคร บ้านที่ร้อนรนด้วยความหวั่นกลัวของการสูญเสียของรักไปอย่าง บ้านของคุณศรีสมาน บ้านที่เต็มไปด้วยความขมขื่นในชีวิตครอบครัวของขิม ที่มีพ่อและแม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน บ้านที่อยู่ร่วมกันด้วยแรงปรารถนาจะแย่งชิง ของครอบครัวคุณชำนาญ ที่มีคุณเล็กลูกสาวคนเดียวของเขา และ คุณบุนนาค ที่ใช้ เตือนรัก เป็นเครื่องมือสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตของเธฮเอง

  บ้านเหล่านั้นจะเป็นพุทธิพิมานมิได้เลย ดังเช่น ประโยคสุดท้ายของเรื่องราวนี้ ที่ผู้เขียนได้บรรยายผ่านตัวละคร “หลวงพ่อ” ที่มากล่าวอวยชัยให้พร แก่ บุญบุตรี และ เด็จเดช ในงานแต่งงานของทั้งคู่ไว้ว่า
      ++++++++++++++++++++++
          “บ้านคือพิมานของผู้อาศัย” ท่านเอ่ยเสียงเนิบนุ่มและชัดกังวาน
        “เราจะทำบ้านของเราเป็นพิมานได้ต้องมีปัญญา ต้องตีความให้แตกก่อน ว่าบ้านมีองค์ประกอบอะไร บ้านมีคนอยู่ คนในบ้านทุกคนต้องมีปัญญามองเห็นมองรู้ว่า สิ่งไหนดีชั่ว ควรปฏิบัติหรือควรเลิก พุทธิปัญญา... จะเกิดปัญญาได้ จิตใจของคนในบ้านต้องนิ่งสงบ เมื่อใดที่เกิดปัญหาขึ้นมา ให้มีสมาธินิ่งคิดตริตรองมองจิตตัวเอง แล้วจะเห็นทางแก้... จะเกิดปัญญาขึ้นมา เมื่อนั้น บ้านก็จะมีความสุข เป็นพุทธิพิมาน...”


          และนั่นเอง คือพุทธิพิมานอย่างแท้จริง!



Create Date : 17 เมษายน 2565
Last Update : 17 เมษายน 2565 8:05:19 น. 2 comments
Counter : 605 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณเสลาสีม่วง, คุณ**mp5**, คุณnewyorknurse


 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 20 เมษายน 2565 เวลา:9:04:17 น.  

 
คุณ **mp5**: ขอบคุณมากครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 20 เมษายน 2565 เวลา:10:18:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 79 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.