หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
เมษายน 2561
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
2 เมษายน 2561
 
All Blogs
 
พฤกษาสวาท : กฤษณา อโศกสิน



เรื่อง : พฤกษาสวาท
ผู้เขียน : กฤษณา อโศกสิน
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น
ปีที่พิมพ์ : 2508
สองเล่มจบ




          เขาหวีผมไปพลาง ตามองดูตนเองในกระจก ร่างอันเตี้ยแต่หนา ค่อนข้างล่ำสันปรากฏอยู่ที่นั่น ผิวดำ จะหาความน่าดูแม้แต่สักนิดไม่มีเลย ตาเล็กจนเกือบปิด ยิ่งขณะนี้ ยิ่งดูหนังตาบวมเป่ง จมูกใหญ่ปุ้มริมฝีปากหนา แลดูเทอะทะไปทุกส่วน
     ความขี้ริ้วขี้เหร่บวกกับพูดไม่เป็น ทำให้ประจิมพ่ายแพ้ชายอื่นถึงสามครั้ง! เขาคิดอย่างโทมนัส...


     นี่คือบุคลิก รูปร่างหน้าตาของ ประจิม โยธาทิพย์ พระเอกในนวนิยายโรมานซ์ยุคก่อน ของกฤษณา อโศกสิน หนุ่มใหญ่ ผู้อาภัพทั้งรูปร่าง หน้าตา และความรัก!
         ความผิดหวังจากรักครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้ประจิมกลายเป็นคนเมามาย ติดสุรา แทบเสียงานการทุกครั้งเมื่ออกหัก ชีวิตของเขาพลิกผันเมื่อได้รับจดหมายจากเพื่อนสนิท ฝากฝัง “อ่อน” หรือ อรอินทรา เด็กหญิงวัยสิบขวบ ให้เขาช่วยดูแลก่อนที่เอิบจะเสียชีวิตลง และประจิม ก็รับเด็กหญิงตัวน้อยมาฟูมฟัก ดูแลเธอ จนเติบโตเป็นเด็กสาวแสนโสภา

        อรอินทรา เคารพรัก และบูชา อาจิม ของเธอ ไม่ต่างกับบิดาบังเกิดเกล้า ในขณะที่ความรักของเขาไม่ต่างกับการรดน้ำพรวนดิน ปลูกต้นพฤกษาแห่งรักให้เติบโตขึ้น จนกลายเป็นความหวงแหน ไม่ต้องการให้ผู้ใดมาครอบครอง โดยเฉพาะ วิกสิต หลานชายที่อาศัยร่วมชายคาเดียวกัน

         อรอินทรา และวิกสิต เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่หล่อนถูกอาจิม นำมาอุปการะตอนสิบขวบ ส่วนวิกสิตนั้น เป็นบุตรชายของ ประภัสสร น้องสาวของ ประจิม ความรู้สึกของเด็กชายจอมเฮี้ยวในเวลานั้น ก็คืออยากจะกลั่นแกล้ง และหมั่นใส้เด็กหญิงชาวเหนือ หน้าขาวๆ ตาโตๆ เพราะเห็นว่า “อาจิม” คอยโอ๋ คอยประคับประคองเจ้าหล่อน จนน่าหมั่นใส้ 

     แต่เมื่อเวลาผ่านไปและต่างเริ่มเติบโตขึ้น เป็นหนุ่มสาว วิกสิต ก็เริ่มรู้สึกแปรเปลี่ยนความรู้สึกเป็นความรักต่อเธอ เช่นเดียวกับอรอินทรา ที่มีใจต่อเด็กหนุ่มไม่ต่างกัน

       แต่ความรักของทั้งคู่ก็มีอุปสรรคสำคัญ เพราะ ผู้ปกครองผู้แหนหวงอย่างประจิม ที่ไม่ต้องการให้ใครมาแย่งอรอินทราไปจากเขา!

         เขาโอบกอดหล่อนเข้ามาไว้ พลางซบหน้าลงบนศีรษะ
    “อ่อนต้องรู้ว่า อารักอ่อน รักที่สุดในชีวิต”
       “อ่อนก็รักคุณอา แต่คุณอาคะ คุณอาต้องให้โอกาสอ่อนที่จะเป็นตัวของตัวเองบ้างซีคะ ไหนๆ คุณอาก็เลี้ยงอ่อนมาอย่างเป็นอิสระทุกอย่างแล้ว กรุณาอย่ากดขี่จิตใจของอ่อนเลยค่ะ”


       “อาจะไม่กดขี่อ่อนทุกเรื่อง เว้นแต่เรื่องนี้เรื่องเดียว อาขอร้อง”
        “แต่อ่อนรับปากไม่ได้” อรอินทรายืนกราน หล่อนจะรับปากได้หรือในเมื่อเวลานี้ หล่อนแลเห็นสิ่งลี้ลับอันเป็นอำนาจ อัศจรรย์รออยู่ตรงหน้าแล้ว หล่อนอยากจะเดินเข้าไป แต่ยังไม่กล้า ได้แต่เฝ้ามองมันอย่างทึ่ง ด้วยความรู้สึกหวั่นไหวและตื่นเต้นอย่างประหลาด...”


         มันคือมหัศจรรย์แห่งความรักอันมีอานุภาพต่อเด็กสาวไร้เดียงสาอย่างอ่อนยิ่งนัก ทำให้หล่อนยอมขัดขืนคำสั่งของอาจิม ที่กักขังนกน้อยตัวนี้เอาไว้ในกรงทอง จนถึงที่สุด อรอินทรา จึงหนีออกจากบ้าน ไปอาศัยอยู่กับบ้านเพื่อนของ วิกสิต!

       ประจิมแทบคลั่ง เขาสืบหาจนล่วงรู้ และตามไปที่บ้านสหายของหลานชาย ก่อนจะใช้สิทธิ์ความเป็นผู้ปกครอง และความยำเกรงของอรอินทรา พาตัวหล่อนกลับออกมา หากแต่คราวนี้ประจิมไม่ได้พาหล่อนกลับบ้านของเขา ความหวงแหน ต่อเด็กสาวที่เขาฟูมฟักมากับมือ ทำให้ประจิมพาหล่อนไปที่บ้านเพื่อนของเขาที่ชะอำ แล้วจดทะเบียนสมรสกับอรอินทรา โดยอีกฝ่ายต้องจำยอม และในที่สุด หล่อนก็ตกเป็นภรรยาของเขาโดยสมบูรณ์....

           “คุณอา” อรอินทราครางอย่างเหนื่อยใจ “อ่อนเสียใจที่ทำให้คุณอาวุ่นวายเดือดร้อน ทำไมคุณอาถึงไม่ยอมปล่อยอ่อนไปตามยถากรรม”
          “ให้อาตายเสียดีกว่า อาเลี้ยงอ่อนมากับมือ ปลูกฝังมากับมือ ทุ่มเทความรักให้หมดหัวใจ แล้วเรื่องอะไร อาจะปล่อยอ่อนไปง่ายๆ คิดดูเถอะ คนเราหว่านพืชลงไป ก็หวังที่จะได้ดอกผลของพืชนั้น ไม่ใช่ปลูกแล้ว ปล่อยให้คนอื่นเดินลอยชายเข้ามาเก็บเอาไป ความรักของอาก็เหมือนกับต้นพืช อาปลูกมัน รดน้ำแล้ว ก็ต้องการชมเชยดอก ได้ลิ้มรสผล ความสุขของอามีเพียงแค่นี้...”


          และเมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว ความหึงหวงของประจิม ที่มีต่อ อรอินทรา ก็ทำให้เขาระแวงไปหมด แม้แต่หลานชาย ที่เขารู้ว่า อรอินทรามีใจให้มาก่อน จนเกิดเรื่องชกต่อยระหว่างน้า-หลาน เกิดขึ้น แม้วิกสิตเอง จะพยายามตัดใจจากหญิงสาวที่เขารักแล้วก็ตาม แต่ความสงสารเธอก็ทำให้เขาอดพูดคุยกับอรอินทรา เพื่อรับฟัง เวลาหญิงสาวมีความทุกข์ไม่ได้ จนกระทั่งอรอินทรา ตั้งครรภ์

         อารมณ์หึงหวงไม่ต่างกับไฟร้อน ของประจิม นั่นเอง ที่ทำให้ทุกอย่างพังพินาศ เขาเห็น หลานชายกับภรรยา ที่เขารัก
กำลังสนทนาพูดคุยกันอย่างมีความสุข

     ด้วยความหวั่นกลัวและหวาดระแวงว่าดอกไม้แสนสวยที่เขาปลูกขึ้นมาจะหลุดมือไปอีกครั้ง  ทำให้ประจิมกล่าววาจาทำร้ายจิตใจอรอินทรา หญิงสาวรู้สึกว่าตัวเอง เป็นต้นเหตุให้น้ากับหลานต้องมาผิดใจกัน รวมถึงคนในครอบครัว เธอจึงตัดสินใจ หนีออกจากบ้าน และเดินทางกลับไปยังลำพูน แม้ว่าจะไม่เหลือญาติพี่น้องอีกแล้วก็ตามที

       บนขบวนรถไฟ สายหัวลำโพง เชียงใหม่ นั่นเอง อรอินทรา มีโอกาสรู้จักกับหญิงสูงวัยคนหนึ่ง เมื่อได้ฟังเรื่องราวของเธอ จึงเกิดความสงสาร และชวนไปอาศัยอยู่ที่เชียงใหม่ด้วยกัน ในขณะที่ประจิมเอง ก็สำนึกผิด แต่สายเสียแล้ว เขาสูญเสียทั้งเมีย และลูกในท้องไป โดยไม่อาจล่วงรู้ว่าเป็นตายร้ายดีประการใด โชคดี ที่วิกสิตและสหาย มีโอกาสเดินทางไปเล่นดนตรีที่ต่างจังหวัด และได้พบกับอรอินทรา โดยบังเอิญ ในเวลานั้น หล่อนใกล้คลอดเต็มที และเขาก็รีบติดต่อกลับไปยังประจิม ในเวลาที่ อรอินทรา คลอดเด็กทารกเพศชายตัวน้อย ออกมาพอดี

         ประจิม รีบเดินทางมาเชียงใหม่ทันทีด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่มและเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง แต่แล้ว ระหว่างทาง เกิดประสบอุบัติเหตุ รถชน จนเขาสลบไป และไปฟื้นที่โรงพยาบาล คำแรกที่เขาเอ่ยขึ้นก็คือ ชื่อของ อรอินทรา นั่นเอง

         หญิงสาวรับรู้ด้วยหัวใจที่เต็มตื้น ความแค้น ความเกลียดชัง มลายหายไปกว่าครึ่ง เหมือนกับทิษฐิมานะแต่แรก เมื่อรับรู้ว่า เขาต้องมาประสบอุบัติเหตุ เพราะต้องการมาพบเธอ มันทำให้ อรอินทรา ตัดสินใจกลับมาเพื่อเยี่ยมเขาพร้อมกับลูก

          ประจิม เข้าใจความรักที่มากเกินไป จนกลายเป็นความหึงหวง และย้อนกลับมาทำร้ายทั้งตัวเขาเอง กับคนที่เขารัก บัดนี้ เขามีตาโจ๊ะ หรือสดุดี ลูกชายผู้เป็นโซ่ทองคล้องใจระหว่างเขากับอรอินทราแล้ว

           พ่อของลูก! คำคำเดียวที่ดลบันดาลให้เกิดการรวมกันอีกครั้งหนึ่ง
          “อาสัญญาว่าจะไม่ทำให้อ่อนผิดหวัง ไม่ว่ากรณีใดๆ อารู้นะว่า วิกยังอยู่ในใจอ่อน แต่อาก็จะพยายามทำให้อ่อนลืมเขาให้ได้”
        “คุณอาไม่ต้องวิตกหรอกค่ะ อ่อนรู้หน้าที่ของอ่อนดี รู้อยู่ตลอดเวลา คุณอาเป็นพ่อของลูก คุณอาย่อมเหนือใครๆ”
         “อารักคำว่า พ่อนี้จริง ไม่เคยนึกเลยว่าจะมีความหมายขนาดนี้”

     “เช่นเดียวกับที่อ่อนรักคำว่าแม่”
     “แต่ตาโจ๊ะ จะรักทั้งคำว่า พ่อและแม่” เขาบอก

      “ก็เพราะรู้ว่าดีว่า ลูกจะต้องรักสองคำนี้ และสองคำนี้จะต้องเป็นของลูกน่ะสิคะ อ่อนถึงปล่อยให้มันแยกกันไม่ได้”
          ประจิมไม่ตอบ สายตาของเขาเท่านั้นที่บอกว่า เขาจะต้องตอบแทนหล่อนให้สมกับที่หล่อนได้ทำให้ชีวิตของเขาบังเกิดนิมิตดีขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง


       นิยายรักโรแมนติคผสมปมขัดแย้งของรักต่างวัยเรื่องนี้ จบลงอย่างมีความสุขตามขนบของนิยายพาฝันยุคนั้น ซึ่งถือเป็นงานเขียนยุคแรกๆของคุณกฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติ ผู้รังสรรค์นวนิยายผ่านยุคต่างๆ นับแต่แนวพาฝัน มาสู่งานเขียน “สร้างสรรค์สังคม” และ ยุค “งมเข็มในมหาสมุทร” ที่เป็นช่วงงานเขียนปัจจุบัน หลากหลายแนวในการทดลอง หากยิ่งคมกล้า ด้วยสำนวนภาษาที่ผ่านกาลขัดเกลา เจียระไนจากประสบการณ์ชีวิตอันยาวนาน รวมถึงพลอตเรื่องอันหลากหลายและสร้างสรรค์ ในยุคล่าสุดนี้เอง ผมพบว่าชอบงานหลายๆเรื่องของท่าน ทั้ง "ลูกไม้ลายดอกรัก"  "ข้ามบรรพกาล" "รสรักปักอุรา" "กระจกขอบทอง" ฯลฯ

          สำหรับพฤษาสวาท เรื่องนี้ ผมไม่แน่ใจว่า มีการนำมาสร้างเป็นละครหรือภาพยนตร์ กี่ครั้ง แต่ในเวอร์ชันวัยเยาว์ ที่เคยผ่านตา คุ้นว่า คุณพิศาล อัครเศรณี รับบท อาจิม ขณะที่คุณอุทุมพร ศิลาพันธ์ รับบท อรอินทรา ครับ
                  ********************




Create Date : 02 เมษายน 2561
Last Update : 2 เมษายน 2561 8:08:43 น. 4 comments
Counter : 624 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
ชอบเรื่องนี้ค่ะ มีเป็นเล่มเมื่อหลายปีมาแล้ว ให้น้องที่รู้จักกันแต่อยู่คนละรัฐยืมไป แล้วหายไปเลย เสียดายมาก คงต้องหาเป็นอีบุ๊กมาเก็บไว้แล้วล่ะค่ะ

มีอีก 2 เรื่องที่เขียนในยุคใกล้เคียงกัน เนื้อหาคล้ายๆ กับเรื่องนี้ คือ น้ำผึ้งขม กับ ระฆังวงเดือน ค่ะ พระเอกเหมือนใน พฤกษาสวาท เลยคือรูปร่างหน้าตาน่าเกลียด เป็นประเภทซื้อตัวนางเอกมาจากแม่ แม่ยกนางเอกให้พระเอกเพราะพระเอกรวย


โดย: กุลธิดา (kdunagin ) วันที่: 2 เมษายน 2561 เวลา:8:48:38 น.  

 
นางเอกชื่อเพราะจังนะคะ
เท่าที่จำความได้
มีละครversion ที่ แซม ยุรนันท์ แสดงเป็นพระเอกด้วย
เพราะจำได้และคุ้นหูกับเพลงปีะกอบละครที่แซมร้อง
"พฤกษาสวาท"


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 2 เมษายน 2561 เวลา:11:20:28 น.  

 
เป็นพลอตนิยาย นิยาย
ชวนให้พาฝันใหญ่โตมากมายเลยค่า


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 3 เมษายน 2561 เวลา:22:27:50 น.  

 
คุณไก่ : น้ำผึ้่งขม-ระฆังวงเดือน เป็นอีกเรื่องที่อยากจะอ่านเหมือนกันครับ ซื้อเก็บไว้นานเลยทีเดียว ผมเคยแต่ชมภาพยนตร์ ที่ช่อง 7 เคยสร้างตอนเด็กๆครับ รู้สึกจะเป็นคุณมนฤดี ยมาภัยเล่นครับ

คุณเริงฤดีนะ : เพิ่งนึกถึงเพลงพฤกษาสวาท ขึ้นมาได้เหมือนกันครับ เสียงของคุณแซม เพราะมากเลยครับ

คุณตูน : พลอตนิยายพาฝันในยุคนั้นจริงๆครับ ยุคนั้นของ คุณกฤษณา มีหลายเรื่องเลยครับ ทั้งสวรรค์เบี่ยง บาดาลใจ น้ำผึ้งขม ระฆังวงเดือน หรือ ชลธีพิศวาส


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 5 เมษายน 2561 เวลา:8:45:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#14


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 70 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.