หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
เมษายน 2559
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
14 เมษายน 2559
 
All Blogs
 
ชีวิตผวา : กรทอง



เรื่อง : ชีวิตผวา
ผู้ประพันธ์ : กรทอง
สำนักพิมพ์ : คลังวิทยา
ปีที่พิมพ์ : 2510
สองเล่มจบ




           สวัสดีวันสงกรานต์แด่เพื่อนนักอ่านทุกท่านครับ สำหรับรีวิวในวันนี้เป็นนวนิยายยุคเก่าเช่นเคยครับ ผมสะดุดตากับชื่อเรื่องนี้ มาตั้งแต่สมัยยังเด็กที่เห็นรายชื่อหนังสือของสำนักพิมพ์คลังวิทยา และหลงเข้าใจว่า เป็นนวนิยายลึกลับสยองขวัญมาตั้งแต่นั้น แต่ไม่เคยทราบว่า นามปากกา “กรทอง” ก็คือ อีกนามปากกาหนึ่ง ของคุณชูวงศ์ ฉายะจินดา ราชินีนวนิยายพาฝันโรแมนติครุ่นครู นั่นเอง

           เมื่อได้อ่านเรื่องนี้จนจบ จึงได้เข้าใจความหมายของ “ชีวิตผวา” ที่ตัวละครเอกทั้งสองคน ต้องเผชิญกับอุปสรรคแห่งชีวิตรักที่เกิดขึ้นจากคนใกล้ตัว และแทบจะทำให้ความรักต้องพังทลายลง หากสุดท้าย... ก็เป็นไปตามขนบของนวนิยายพาฝันยุคนั้น เมื่อตัวละครทั้งคู่ ชื่นชม และ ดร. จเร ต่างก็ฝ่าฝันอุปสรรคไปถึงปลายทางแห่งรักได้ในที่สุด

           ชื่นชม พงศ์กฤตยา ธิดาของ พันตำรวจเอกชื่น พงศ์กฤตยา และคุณจามรี เป็นเด็กสาวแสนสวยที่มองโลกในแง่ดี สดใสและรื่นรมย์ ชีวิตของเธอไม่เคยนึกเลยว่า ช่อแก้ว ที่เธอนับว่าเป็นพี่สาวคนหนึ่ง จะเป็นส่วนเกินใดๆของครอบครัวแม้แต่น้อย เพราะช่อแก้ว เป็นลูกสาวที่เกิดจากภรรยาคนก่อนของพันตำรวจเอกชื่นเช่นเดียวกัน ทว่า ช่อแก้ว กลับไม่เคยคิดเช่นนั้น

       หญิงสาวมองน้องสาวต่างมารดา เป็นเสมือนหอกข้างแคร่ ที่คอยทิ่มตำหัวใจให้เกิดความริษยาทุกครั้ง แต่ช่อแก้วก็ต้องฝืนทำดี กับชื่นชมมาโดยตลอด ตราบจนกระทั่ง ชื่นชม มีคนรัก คือ ดอกเตอร์จเร สุนทรการบุตรชายของคุณหญิงจุไร ผู้โก้หรูในวงสังคม

     ในอดีต จเร คือชายคนรักของช่อแก้วมาก่อน แต่เมื่อเขาต้องไปเรียนต่อปริญญาเอกที่เมืองนอก ทำให้ความสัมพันธ์นั้นห่างเหินกันไป และช่อแก้วเองก็ไปคบหากับชายหนุ่มมากหน้าหลายตา ในเวลาต่อมา แต่หล่อนก็ไม่ลงเอยกับใครสักคนเดียว รวมถึงรายล่าสุด ก็คือ อภิชาติ ศุภชัย หนุ่มใหญ่เจ้าเสน่ห์ ที่รับราชการเป็นหัวหน้ากองในสถานที่ราชการแห่งหนึ่ง

        เมื่อจเร กลับมา เขาก็หันมาคบหากับชื่นชม และด้วยความพึงพอใจในอุปนิสัยใจคอ คนทั้งคู่ก็กำลังจะหมั้นหมายกันในเวลาต่อมา สิ่งนั้นยิ่งทำให้ช่อแก้ว รู้สึกเหมือนกลายเป็นผู้แพ้ และคนสุดท้ายในชีวิต ที่หล่อนจะยอมแพ้ก็คือ ชื่นชม น้องสาวของตัวเอง!

       ช่อแก้ว และนางแวว หญิงรับใช้ที่ซื่อสัตย์ต่อคุณช่อของนาง ร่วมกันวางแผน โดยใช้ความใสซื่อ และรักพี่สาวอย่างบริสุทธิ์ใจของชื่นชม บอกกับน้องสาวตัวเองว่า หล่อนกำลังตั้งครรภ์กับจเร!

           ชื่นชมเสียใจและเข้าใจผิดจเร แม้ว่าเขาจะปฏิเสธ จนในที่สุด ชื่นชมก็ยื่นข้อเสนอให้เขาแต่งงานกับช่อแก้ว พี่สาว ไม่เช่นนั้น เขาจะไม่ได้เห็นหน้าเธออีกตลอดชีวิต ส่วนจเรเอง ก็บอกกับชื่นชม ว่า เขายินดีทำตามความต้องการของชื่นชม แต่การแต่งงานนั้น เพื่อรักษาเกียรติยศให้กับช่อแก้ว เท่านั้น เป็นการแต่งงานโดยนิตินัย และเมื่อช่อแก้ว คลอดลูกออกมาสักระยะ เขาก็จะหย่ากับเธอ เพื่อมาแต่งงานกับชื่นชม

        การแต่งงานแต่เพียงในนามเริ่มต้นขึ้น ด้วยความรู้สึกเปี่ยมด้วยชัยชนะของช่อแก้ว ในขณะที่ทุกคนไม่เห็นด้วย รวมถึงคุณหญิงจุไร มารดาของจเร และบรรดาพี่สาวของเขา จเรตัดสินใจพาช่อแก้วไปอยู่ที่บ้านปากน้ำของเขาเอง แต่ช่อแก้ว ต้องการกลั่นแกล้ง น้องสาว ให้เสียใจยิ่งขึ้น ก็เลยบังคับให้ ชื่นชม ตามไปอยู่ด้วย เพื่อช่วยดูแลเธอระหว่างครรภ์แก่ เพราะหวังว่า ชื่นชมจะได้เห็นภาพบาดใจระหว่างเธอกับจเรหลังแต่งงาน แต่กลายเป็นว่า จเรไม่เคยสนใจเธอเลย เขากลับสนใจที่จะพูดคุยกับน้องเมียอย่างชื่นชม มากกว่า ภรรยาอย่างเธอเสียอีก นั่นยิ่งทำให้ช่อแก้วแค้นใจมากขึ้น

         ความจริงแล้ว ช่อแก้ว ตั้งท้องกับ อภิชาติ หนุ่มใหญ่ ที่อ้างกับเธอว่าเขามีภรรยาและลูกๆอยู่แล้ว ไม่สามารถรับผิดชอบเธอได้ อภิชาติ ยังหมกมุ่นอยู่ในกามารมณ์ เพราะสุดา ภรรยาของเขาเป็นผู้หญิงขี้ริ้ว และเมื่อมีลูกด้วยกัน หล่อนก็ไม่เคยแต่งตัวดูแลตัวเองให้สวยงาม แต่เขาจำเป็นต้องแต่งงานกับเธอ เพราะสุดา ช่วยสนับสนุนการเงินของเขา ในเวลาที่เขายังลำบากอยู่

         อภิชาติเมินหน้าไปจากภริยาด้วยความรู้สึกคล้ายกับสลดใจ นึกย้อนไปถึงว่าหากเขาไม่ต้องอาศัยแรงงานของบิดามารดาหล่อนเจือจุนให้ได้เรียนสูงถึงขึ้นปริญญา และต้องยอมรับหล่อนเป็นภริยาเพื่อตอบแทน ชีวิตของเขาก็คงไม่ต้องอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างนี้เป็นแน่
        ผู้ชายหลายคนทีเดียว ที่ได้อาศัยเงินทองของผู้หญิงที่หลงรักเขาเป็นเครื่องมือพาตัวเองให้สูงขึ้น แต่ครั้นเขาก้าวไปไกลจนถึงปลายทาง เขาก็หาได้ย้อนกลับมานึกถึงผู้ที่เป็นเสมือนบันไดให้เขาไต่ขึ้นไปถึงจุดหมายในชีวิตไม่...


         อภิชาติเบนความสนใจไปยังชื่นชม น้องสาวช่อแก้ว ที่สาวกว่า และสวยกว่า ซึ่งตรงกับความต้องการของช่อแก้วพอดี ที่จะดึงน้องสาวตัวเองออกไปจากชีวิตคู่ของตนกับจเร แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะชื่นชมรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของหนุ่มใหญ่อภิชาติเป็ฯอย่างดี ส่วนช่อแก้วนั้นแม้ว่าเธอจะพยายามยั่วยวนจเร สักเพียงใด เขาก็พยายามจะทำตัวห่างเหินกับหล่อนมากยิ่งขึ้น และไม่มีท่าทีพิศวาสในตัวเธอเลยแม้แต่น้อย ด้วยต้องการประชดสามีในนาม หล่อนจึงหันไปหาอภิชาตอีกครั้ง เพื่อช่วยบรรเทาอารมณ์เปลี่ยวเหงาของตัวเอง

         วิไล ลูกสาวนางแวว มาเยี่ยมมารดาที่บ้านปากน้ำ และเจออภิชาต ที่นั่นพอดี จึงรู้ว่า อภิชาติยังติดต่อกับช่อแก้วอยู่ วิไลเป็นเพื่อนรุ่นน้องกับสุดา ด้วยความรักนับถือหญิงสาวผู้นั้น วิไลจึงไปเล่าเรื่องให้สุดาฟัง หญิงสาวผู้น่าสงสารจึงรู้ว่าสามีตัวเอง ที่ไม่ค่อยได้กลับบ้าน เป็นเพราะเขาแอบไปมีผู้หญิงคนอื่นอยู่ ความแค้น ทำให้สุดา เอามีดติดตัวไปที่บ้านปากน้ำของจเร เพื่อทำร้ายช่อแก้วให้สาสม

         และนางเอกผู้แสนดีอย่างชื่นชม ก็ดันมาเห็นเข้าเสียก่อน ชื่นชมจึงห้ามปรามและช่วยปลอบใจให้กับสุดา จนรู้สึกผิด ด้วยความสงสารเห็นใจ และไม่ต้องการให้พี่สาวไปเกี่ยวข้องกับอภิชาตอีก เธอจึงพาสุดา ไปแปลงโฉมใหม่ โดยการแต่งหน้าทำผมและหาเสื้อผ้าใหม่ๆให้ใส่ เพื่อ เปลี่ยนแปลงตัวเอง และในเวลาเดียวกัน ก็วางแผนนัดแนะอภิชาตให้มาพบโดยสร้างสถานการณ์ให้เสียเลย 

          อภิชาตถึงกับจดจำภรรยาเก่า ที่เขาเคยเรียกเป็นแม่ปลาร้าค้างปี ไม่ได้ และแล้วด้วยจิตสำนึกที่ยังเหลืออยู่ทำให้เขากลับใจในที่สุด

         “ไม่ใช่ยายปลาร้าสุดาแน่ๆ เอ แต่ก็มีเค้า...”
          เขาคิดฉงน ผมยาวรุงรังหยิกเป็นกะเซิงเหมือนกาบมะพร้าวบนศีรษะของหล่อนหายไปไหนเสีย กลายเป็นผมสั้นเส้นสลวยเป็นเงาเพราะปราศจากรอยดัด แต่เซ็ทไว้เป็นทรงสั้นเปิดหูข้างหนึ่ง อวดต่างหูทำด้วยแพรรูปดอกไม้บานสีเกสรชมพู่ สีเดียวกับชุดเวลาเย็นแบบเรียบๆที่หล่อนแต่ง เหมาะที่จะสวมใส่ ทำให้หล่อนดูสวยแบบสงบเสงี่ยมเรียบร้อยไม่หรูหรา แต่ก็งดงามน่าดูสมวัยและมีราศี
          ใบหน้าหล่อนได้รับการเสริมความงามอย่างประณีต ช่วยส่งให้หล่อนสวยเป็นธรรมชาติมากกว่าสวยแบบดารา อันเป็นแบบที่อภิชาตไม่เคยนึกนิยม
             ขณะที่ชายหนุ่มยังนิ่งงันอยู่ สุดาก็พูดกับเขาเสียงแผ่วๆว่า
          “คุณชื่นชม บอกสุดาว่าคุณจะพาสุดากับลูกๆ ไปเที่ยวคืนนี้ เราก็เลยพากันมาค่ะ คืนนี้คุณว่างไม่ใช่หรือคะ?”
          เออ หล่อนคือยายปลาร้าสุดาจริงๆ แฮะ! อภิชาต ร้องเอะอะอยู่ในใจ เขาสาวเท้าเข้าไปจนถึงตัวหล่อน กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ระเหยจากร่างของหญิงสาว ทำให้สามีของหล่อนรำพึงต่อไปว่า
        เอ... ไอ้กลิ่นปลาร้านี่ ที่จริงก็หอมดีเหมือนกัน!


         ในขณะที่แผนการทุกอย่างผิดคาดหมด ช่อแก้วจึงวางแผนสุดท้าย เพื่อมิให้ น้องสาวของตนต้องสมรักสมปรารถนากับจเร เมื่อการปะทะคารมครั้งสุดท้าย จเร ต้องการขอหย่าขาดจากหล่อน ช่อแก้วก็ท้าให้เขาพาหล่อนไปถอนทะเบียนที่อำเภอ และในจังหวะของการขับรถนั่นเอง ช่อแก้ว ก็กระชากพวงมาลัยให้เบี่ยงออกไปปะทะกับรถบดถนน จเร สลบไป แต่ช่อแก้ว กลับเสียชีวิตพร้อมกับลูกในครรภ์ จบสิ้นชีวิตที่จองเวรพยาบาทต่อคนทั้งคู่ไปตลอดกาล...

           และแล้วชีวิตรักของ ดร. จเร กับ ชื่นชม ก็กลับคืนมางอกงามเช่นเดิมอีกครั้ง โดยไม่ต้องหวาดผวากับมารเสน่หา อย่างช่อแก้ว อีกต่อไป

        จากการอ่านนวนิยายเรื่องนี้ ผมต้องพยายามนึกไว้ตลอดเวลาว่า เป็นเรื่องราวในยุคกึ่งพุทธกาลที่เขียนขึ้นเมื่อเกือบห้าทศวรรษผ่านมาแล้ว พยายามเก็บเกี่ยวความรื่นรมย์จากสำนวนภาษา และการสะท้อนภาพเหตุการณ์สังคม การใช้ชีวิตของชาวพระนครยุคนั้น มากกว่าเหตุผลของตัวละคร 

        โดยเฉพาะสามตัวละครเอกของเรื่อง คือ ชื่นชม ที่เป็นนางเอกแสนดีไม่มีที่ติจนเกินไป หลายเหตุการณ์ที่คนอ่านน่าจะรู้สึกขัดใจ ตั้งแต่ การอ้อนวอนให้พระเอกแต่งงานกับพี่สาวตัวเองเพราะอยากเสียสละ หรือการเชื้อเชิญสุดาเข้ามาในบ้านทั้งที่เห็นว่าท่าทางของสุดาเองก็ผิดปกติและถือมีดเอาไว้ ซ้ำยังช่วยดูแลแปลงโฉมสุดา แถมวางแผนนัดแนะอภิชาตมาเพื่อช่วยปรับความเข้าใจให้อีก ส่วน ช่อแก้ว นางร้าย ของเรื่องที่มีบุคลิกเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย จนคิดว่าน่าจะมีปัญหาทางอารมณ์ร่วมด้วย และสุดท้ายก็คือ ดร. จเร พระเอกของเรื่องที่ ค่อนข้างขาดเหตุผลในการตัดสินใจไม่น้อย ซึ่งถ้าตัดประเด็นนี้ออกไป ก็จัดเป็นนวนิยายที่มีสำนวนภาษาและการดำเนินเรื่องที่น่าอ่านเรื่องหนึ่งเลยครับ
                          *******************



Create Date : 14 เมษายน 2559
Last Update : 14 เมษายน 2559 8:58:15 น. 9 comments
Counter : 971 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ คุณสามปอยหลวง
เรื่องนี้เก่ามาก เคยอ่านนานแล้ว เพิ่งทราบว่า กรทอง เป็นอีกนามปากกาของคุณชูวงศ์
เรื่องนี้ นางเอกต้องแก้เกมพี่สาวหลายครั้ง
จำฉากที่ชื่นชมแปลงโฉมสุดาได้ค่ะ ตอนนี้สนุกอ่านแล้วเห็นภาพค่ะ


โดย: นักอ่านรุ่นเก๋า IP: 171.98.211.101 วันที่: 17 เมษายน 2559 เวลา:22:50:09 น.  

 
เพิ่งรู้ครับว่า ชูวงศ์ ฉายะจินดา มีอีกนามปากกาว่า กรทอง เคยได้ยินแต่ แก้วเจียระไน --- เป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจครับ


โดย: Jim-793009 วันที่: 18 เมษายน 2559 เวลา:20:57:06 น.  

 
คุณนักอ่านรุ่นเก๋า: น่าจะเป็นเรื่องในยุคแรกๆของท่านครับ ผมเห็นนามปากกานี้จากเรื่องนี้เรื่องเดียวเองครับ เลยไม่แน่ใจว่า มีเรื่องอื่นที่ใช้นามปากกา กรทอง ด้วยหรือเปล่า แต่ครั้งต่อมาที่พิมพ์กับ สำนักพิมพ์บรรณาคาร ก็เปลี่ยนมาเป็น ชูวงศ์ ฉายะจินดา เหมือนกับเรื่องอื่นๆครับ

คุณJim-793009 : ผมเพิ่งทราบภายหลังเหมือนกันครับ เมื่อก่อนเห็น เรื่อง "พระเอกในความมืด" ยังคิดว่าเป็นนักเขียนท่านอื่นเช่นกันครับ ทราบแต่ นามปากกา กล้วยไม้ ณ วังไพร กับเทอดพงศ์ ที่เป็นนามปากกาในยุคแรกๆของท่านครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 19 เมษายน 2559 เวลา:7:53:11 น.  

 
สวัสดีค่ะ

ขอบคุณสำหรับรีวิวค่ะ ชอบนิยายจากนักเขียนรุ่นเก่าค่ะ แต่เรื่องนี้ตั้งแต่เกดยังไม่เกิดเลย น่าอ่านดีเหมือนกันค่ะ



โดย: Raizin Heart วันที่: 19 เมษายน 2559 เวลา:11:56:07 น.  

 
สวัสดีครับคุณเกด เรื่องนี้เป็นนิยายยุคแรกๆของคุณชูวงศ์เลยครับ อ่านแล้วนึกภาพตามหลายๆอย่างได้น่าสนุกมากครับ อย่างถนนสายปากน้ำในยุคนั้น หรือนิด้า ที่พระเอกทำงานสอนอยู่


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 20 เมษายน 2559 เวลา:7:43:31 น.  

 
เพิ่งรู้ว่านี่คืออีกหนึ่งนามปากกาของคุณชูวงศ์ค่ะ ชอบชื่อนิยายเรื่องนี้ด้วยค่ะ เห็นชื่อนิยายแล้วสะดุดตาชวนให้หยิบมาอ่าน


โดย: ชบาหลอด วันที่: 20 เมษายน 2559 เวลา:14:23:55 น.  

 
สวัสดีครับคุณชบาหลอด ผมเพิ่งทราบไม่นานเหมือนกันครับ ตอนแรกเห็นชื่อเรื่องนี้ ในนามปากกา กรทอง ต่อมา เห็นในนามปากกา ชูวงศ์ ฉายะจินดา ที่นำมาพิมพ์กับสำนักพิมพ์บรรณาคารภายหลังครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 21 เมษายน 2559 เวลา:7:47:25 น.  

 
เพิ่งทราบหลายๆ นามปากกา ของคุณชูวงศ์ จากคุณสามปอยหลวงนี่แหละค่ะ ตอนเห็นชื่อเรื่องก็เดาไปแนวหนีผู้ร้าย อาชญากรรม ไม่นึกว่าจะมาแนวมารความรัก


โดย: ชามินต์ IP: 1.10.201.54 วันที่: 25 เมษายน 2559 เวลา:13:19:59 น.  

 
คุณชามินต์ : กรทอง กับ แก้วเจียระไน ผมเองเพิ่งทราบภายหลังเหมือนกันครับ ยังจำได้ว่าเห็นชื่อเรื่องครั้งแรกและเป็นนามปากกาที่ไม่คุ้น เลยเข้าใจว่าเป็นแนวลึกลับสยองขวัญไปโน่นเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 25 เมษายน 2559 เวลา:13:51:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.