หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
เมษายน 2558
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
17 เมษายน 2558
 
All Blogs
 
สังคมพลาสติก : ม.มธุการี

เรื่อง : สังคมพลาสติค
ผู้ประพันธ์ : ม.มธุการี
สำนักพิมพ์ : ศิลปาบรรณาคาร
ปีที่พิมพ์ : 2529
สองเล่มจบ



      ตัวละครเอกในนิยายของ ม.มธุการี ส่วนใหญ่จะมีปมปัญหาชีวิต และลักษณะที่คละเคล้ากันทั้งด้านบวกและลบ ไม่ใช่ตัวละครระนาบเดียวที่มีความสมบูรณ์แบบจนเหมือนไม่ใช่มนุษย์ที่มีอยู่จริงบนโลก และนั่นอาจจะเป็นเสน่ห์ส่วนหนึ่งในนวนิยายของท่าน ที่ทำให้ผู้อ่านหลายคนประทับใจและติดตามงานของท่านมาอย่างต่อเนื่อง 


      ไม่ว่าจะเป็น ทิเบต ในคนละโลก ที่มีพื้นฐานชีวิตยากจนและไต่เต้าขึ้นสู่โลกสังคมชั้นสูงด้วยวิธีการค้ายาเสพย์ติดเพื่อได้อยู่ร่วมกับคลเมขลา หญิงสาวที่อยู่สูงส่งคนละระดับกับเขา ฤกษ์บุษยา ในทางสายทาส ที่ติดยาเสพย์ติด ตั้งครรภ์ตั้งแต่เป็นนักศึกษาจนทำแท้ง และพยายามหาทางหลีกให้พ้นจากเส้นทางสายทาสนี้ไปให้ได้ จนได้พบกับพระเอกที่มีปมปัญหาในครอบครัว ทั้งสองต้องช่วยกันประคับประคองพาตัวเองผ่านพ้นมรสุมชีวิตเหล่านั้นไปให้ได้

      สำหรับในสังคมพลาสติคนี้ก็เช่นกัน ชีวิตของรังเรข และ คล้ายบดินทร์ ที่ดูเหมือนจะอยู่คนฟากโลก กลับโคจรมาบรรจบกันได้ ภายในสังคมปัจจุบันที่ต่างฉาบหน้าเอาไว้ด้วยภาพอันสวยงาม เหมือนเป็นธรรมชาติ หากความเป็นจริงแล้ว ภายใต้เปลือกอันงดงามเหล่านั้น ล้วนเป็นพลาสติก!
      

   ม. มธุการี เปิดบทบาทคล้ายบดินทร์ หรือคุณคล้าย พระเอกรูปงามผู้แสนเพอร์เฟ็คของเรื่อง ด้วยพฤติกรรมด้านมืดของเขา ตั้งแต่บทแรกของเรื่อง โดยแทบไม่ต้องให้ผู้อ่านตั้งตัวติดเลยทีเดียว

       เขาเป็นเจ้าของโรงแรม มีภรรยาที่แสนดี ในสายตาของดาราวลี ภรรยาคู่ชีวิต คุณคล้ายทุ่มเทการทำงานโดยไม่เคยเหลวไหลออกนอกเส้นทาง ทุ่มเทแม้กระทั่งทำงานหามรุ่งหามค่ำ และนอนค้างอยู่ที่โรงแรมของเขา ชีวิตทุกอย่างเพอร์เฟ็ค แต่ความจริงแล้ว...

         แดดยามเที่ยงจัดสาดแสงริบหรี่ผ่านเข้ามาตามซอกมุมของม่านหน้าต่างที่ปลิวไสวเป็นครั้งคราว ด้วยแรงเป่าจากเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่
       เสียงออดดังเป็นท่วงทำนองเพลงแผ่วเบาเพราะพริ้ง ไม่ได้ทำให้ผู้ที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงได้ยินเสียงแต่อย่างใด จนผู้ที่อยู่ภายนอกตัดสินใจตบประตูสองสามที ร่างยาวเหยียดเปลือยเปล่านั้นจึงผงกศีรษะขึ้นมาเงี่ยหูฟังอย่างงงๆ เสียงตบประตูดังขึ้นอีก คราวนี้หนักแน่นกว่าเดิม ทำให้เขาผวาลุกขึ้น เหลียวมองไปยังผู้ที่นอนอยู่เคียงข้าง ใช้เท้าเขี่ยแรงๆ
         “เฮ้ย! ลุก... ลุก!”
     เขาเองลุกขึ้นคว้าเสื้อคลุมมาสวมอย่างรีบเร่ง ตามองร่างที่ลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างขวางๆ สำทับขึ้นว่า
     “อั๊วบอกให้ลุกยังไงล่ะ! ไอ้ห่ะ สังไว้แล้วว่าให้รีบไปแต่เช้ามืดแล้ว เสือกนอนแช่อยู่ได้ รีบไป! เมียอั๊วมาเรียกแล้วเห็นไหมนั่น?”
ร่างนั้นผลุนผลันคว้าเสื้อผ้าที่กองไว้บนเก้าอี้มาสวมอย่างเร่งรีบ ผมเผ้ายุ่งฟูไปทั้งศีรษะ
       “ออกไป! ใช้ประตูด้านหลังนั่นแหละ...” เขาสั่งอย่างรอบคอบ           “ระวังอย่าให้พนักงานในโรงแรมเห็น...”
       “ครับ... คุณคล้าย...” นั่นคือคำตอบ...

    หลังจากช็อคผู้อ่าน โดยการเปิดตัวคุณคล้ายบดินร์ กับ "ปราย"หนุ่มนักดนตรีคู่ขาแล้ว ม.มธุการีก็ย้อนกลับมาเล่าเรื่องราวชีวิตของนางเอกคือรังเรข ที่อยู่อีกฟากหนึ่งของสังคมคนละระดับกับพระเอกราวฟ้ากับเหว   

    ส่วนชีวิตของรังเรขและนักขัตน้องชาย ที่ถูกแม่ทิ้งไปเมืองนอกตั้งแต่ยังเยาว์วัย สองพี่น้องอาศัยอยู่ในชุมชนแออัดหรือสลัมอย่างยากลำบาก รังเรขพยายามหาทางเรียนจนจบครุศาสตร์ จุฬาฯ แต่ยังหางานทำไม่ได้ ขณะที่นักขัตกำลังเรียนธรรมศาสตร์ปีสอง ชุมชนน้ำครำที่สองพี่น้องอยู่ แวดล้อมด้วยเหล่ามิจฉาชีพ โสเภณี รวมถึงขวัญ โสเภณีสาวที่พยายามถีบตัวเองให้รู้หนังสือและมาขอให้รังเรขช่วยสอนหนังสือให้

       นักขัต สงสารพี่สาว จึงพยายามหารายได้โดยติดต่อกับคุณเบ็ญภัทร ป้าของสองพี่น้องที่มีฐานะดี เบ็ญจภัทร มีลูกสาวคือดาราวลี และลูกชายชื่อดวงตรา ดาราวลี แต่งงานกับคล้ายบดินทร์ เจ้าของโรงแรมหรูหราใจกลางเมือง และช่วยฝากชายหนุ่มให้เข้าทำงานที่นั่น

       เด็กหนุ่มศรัทธาบุคลิกท่าทางที่เงียบขรึมแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจของคุณคล้าย และยิ่งประทับใจเมื่อเขายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ เมื่อทราบความเดือดร้อนของเขา ตราบจนกระทั่ง เขารับรู้เสียงซุบซิบนินทาของพนักงานในโรงแรมว่า คล้ายบดินทร์เป็นเกย์ และเขาคือ “เหยื่อ”อีกคนหนึ่งของคุณคล้าย...

       รังเรขได้ยินเสียงชื่นชมคุณคล้ายของนักขัตตั้งแต่ยังไม่เห็นตัวจริง จนกระทั่งเมื่อเธอแวะไปหาดาราวลี และพบกับคล้ายบดินทร์โดยบังเอิญ ยิ่งเมื่อทราบว่า เธอกำลังหางานทำ คล้ายบดินทร์จึงช่วยเหลือให้เธอทำหน้าที่แผนกต้อนรับของโรงแรมอีกตำแหน่งหนึ่ง

        ฐานะทางเศรษฐกิจเริ่มทรุดลง เมื่อโรงแรมประสบภาวะขาดทุน ซ้ำ ฟลอริน ม่ายสาวหุ้นส่วนหลักกำลังจะถอนตัวกลับไปใช้ชีวิตต่างประเทศ คุณพรหม บิดาคล้ายบดินทร์ พยายามกระตุ้นเขาให้ทำอะไรสักอย่าง เพื่อไม่ให้สูญเสียโรงแรมไป ความโลภ ความเสียดายหรืออะไรสักอย่าง ทำให้เขาต้อง “หว่านเสน่ห์”ให้กับฟลอริน เพื่อให้เธอติดกับ หลงรูปทองของเขา และตัดสินใจล้มเลิกโครงการทั้งหมด ทั้งที่คล้ายบดินทร์รู้ดีว่าส่วนลึกแล้ว เขาไม่ได้รักเธอเลยแม้แต่น้อย

        ฟลอรินต้องการเป็นเจ้าของเขามากกว่านั้น หล่อนยื่นคำขาดให้เขาหย่ากับดาราวลี ทั้งที่มีลูกชายวัยขวบเศษด้วยกันแล้ว ด้วยความเสียดายในธุรกิจ เขาตัดสินใจหย่ากับเธอ ดาราวลีเจ็บช้ำใจมาก เมื่อคิดว่าชายคนรักของเธอไม่เคยมีหัวใจ หญิงสาวหันไปคบหากับกันกาย อดีตเพื่อนร่วมธุรกิจที่เคยเรียนอเมริกากับคล้ายบดินทร์มา และเพื่อนที่พร้อมจะทรยศอย่างกันกาย ก็เล่าความจริงเกี่ยวกับคล้ายบดินทร์ ที่เธอไม่เคยล่วงรู้มาก่อน...

         คล้ายบดินทร์มองเห็นความบริสุทธิ์สะอาดของรังเรข ผู้หญิงในแบบที่เขาไม่เคยพบมาก่อน ในโลกแห่งสังคมพลาสติคที่เต็มไปด้วยความโป้ปดมดเท็จและหลอกลวง ไม่มีความจริงใจ ณ ที่แห่งนี้ ใครดีกว่าก็อิจฉาริษยา... ใครต่ำต้อยกว่า ก็เหยียบย่ำซ้ำเติม ณ ที่นี้ ... ไม่มีความจริง... แต่เขาพบเธอยืนอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายสับสนนั้น เป็นความประทับใจแต่แรกเห็น และทำให้เขาคิดว่า อย่างน้อยในโลกนี้ยังมีความบริสุทธิ์สะอาดอยู่ในตัวของรังเรข

        ความประทับใจระหว่างกัน ดึงดูดให้คนทั้งสองที่แตกต่างกับราวกับคนละโลกได้เข้ามาหากัน รังเรขยอมตกเป็นของเขา โดยปกปิดไม่ให้น้องชายรับรู้ แต่ฟลอริน ซึ่งเริ่มสงสัย แต่แรกหล่อนคิดว่า คล้ายบดินทร์กลับไปคืนดีกับดาราวลี จนตามไปหาเรื่องอีกฝ่ายที่บ้าน

      “ดิฉันมาพบคุณคล้าย” หล่อนตอบเสียงต่ำ
           “ออกไปแล้วค่ะ เมื่อกี้นี้เอง นัดกันไว้หรือคะ?” ดาราวลีถามอย่างพาซื่อ
         “หากจะนัด เราคงไม่มานัดกันที่นี่” หล่อนจุดบุหรี่สูบและเริ่มรวนกับอีกฝ่ายหนึ่ง “ดิฉันไม่คิดว่าคุณกับคุณคล้ายยังติดต่อกันอยู่”
         “คุณคล้ายมาหาลูกค่ะ คุณคงลืมไปแล้วว่าลูกของเขาอยู่ที่ดิฉัน”
       “ก็เป็นคำแก้ตัวที่ฟังเข้าท่าดี”
          “ดิฉันไม่จำเป็นต้องแก้ตัวอะไร” ดาราวลีรู้สึกร้อนที่ใบหน้า “คุณคล้ายเป็นพ่อของลูกของดิฉัน แม้เขาจะได้ชื่อว่าเป็นสามีของคุณอยู่ในเวลานี้”
       “ก็ยังดีที่คุณจำได้ ดิฉันจะได้ไม่เตือนในเรื่องนี้” แววตาของหล่อนร้อน “ดิฉันรักเขา และดิฉันก็ได้เขามา”
       “แต่คุณกลัวว่าจะรักษาเขาไว้ไม่ได้?”
       “ดิฉันพูดถึงสิทธิโดยชอบธรรม สิทธิของเมีย”
           “ดิฉันน่าจะตามไปพูดคำนี้กับคุณ ตั้งแต่คราวที่คุณคล้ายนอกใจดิฉัน...” หล่อนยิ้มหยันกับฟลอริน “แต่มันทำไม่ได้ค่ะ เพราะอายแก่ใจ ดิฉันถือคติว่า ถ้าเขาสิ้นรักก็ปล่อยเขาไปดีกว่า จะไปยื้อยุดเขามาทำไมให้เสียศักดิ์ศรี”
           ใบหน้าของฟลอรินขาวซีดเมื่อถูกตีกระทบเช่นนั้น
นั่นคือเหตุผลของผู้แพ้... ของผู้ที่รักษาของของตนเอาไว้ไม่ได้ แต่ไม่ใช่ดิฉัน!”
        “คุณคล้ายไม่ใช่สมบัติของใครหรอกค่ะ เขาเป็นเจ้าของตัวเอง คุณอาจจะมีเงิน... คุณคล้ายไปหาคุณก็เพราะเงิน ก็นั่นไม่ใช่หรือคะ คือสิ่งที่คุณต้องการ?”


       ฟลอรินจากไปด้วยความเจ็บปวดโดยไม่อาจทำอะไรได้ แต่แล้ว หล่อนก็สืบรู้ในภายหลังว่าผู้หญิงที่คล้ายบดินทร์ไปอยู่กินด้วยคือรังเรข! พิษรักแรงหึง ทำให้เธอตรงดิ่งมาหาหญิงสาว และเสนอเช็คเงินสดห้าแสนบาท แลกกับตัวคล้ายบดินทร์

       ชายหนุ่มบังเอิญรับรู้เรื่องนี้ ทำให้เขาผิดหวังในตัวรังเรขจนไม่เหลือความศรัทธาใดๆอีกต่อไป เขาพยายามขอหย่ากับฟลอริน เพื่อเดินทางไปใช้ชีวิตที่อเมริกาเหมือนเดิม สละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่โรงแรมอันเป็นธุรกิจที่เขาเคยเอาตัวเองเข้าแลกมาแล้ว...

         ขวัญ เด็กสาวโสเภณี ที่มาเรียนหนังสือกับรังเรข มีโอกาสรู้จักกับปราย นักดนตรีหนุ่ม ทั้งสองต่างมีความฝันที่จะไปสร้างอนาคตร่วมกัน แต่สิ่งหนึ่งที่หล่อนเคยติดใจสงสัยในอดีตของคนรัก เมื่อทราบว่าเขาเคยมีคู่นอนเป็นผู้ชาย!
         แม้ว่าปรายจะบอกว่าปัจจุบันเขาเลิกรากับคนๆนั้นไปแล้ว แต่ความนับถืออีกฝ่ายยังมีอยู่ ซ้ำชายคนนั้นก็เคยส่งเสียช่วยเหลือเงินทองแก่เขาอีกด้วย
         แน่นอนว่าชายคนนั้นก็คือ คล้ายบดินทร์...

         ปรายตัดสินใจไปขอยืนเงินคุณคล้ายเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อนำไปตั้งตัวกับขวัญ สาวคนรัก แต่โชคร้าย หลังจากรับเงินออกไปจากโรงแรมไม่นาน เขาถูกโจรชิงทรัพย์ ดักซุ่มแทงด้วยมีดจนเสียชีวิต เมื่อตำรวจมาสืบสวนจึงโยงมาถึงเงินที่ได้มาจากคล้ายบดินทร์ และหลังจากนั้น อดีตอันเป็นความลับทั้งหมดของเขาก็ถูกนำมาตีแผ่ในหน้าหนังสือพิมพ์จนหมดสิ้น!

        ฟลอรินขอหย่าทันที หล่อนไม่เหลือความรักให้คล้ายบดินทร์อีกแล้ว มีแต่ความรังเกียจในพฤติกรรมทางเพศของเขา

         คล้ายบดินทร์ยิ้มขื่นๆ กับตัวเอง เพิ่งเห็นความอ่อนแอของตนเองเด่นชัดก็ตอนนี้ เขาเป็นคนอ่อนแอ เป็นผู้ชายที่แทบจะไม่มีความเป็นผู้ชายในตัวเอง เขาทิ้งผู้หญิงคนหนึ่งมาอยู่กับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง... และเกาะเกี่ยวผู้หญิงคนหนึ่ง เพื่อเลี้ยงดูผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ทุกอย่างมันเป็นลูกโซ่ เขาเรียกตัวเองเสียโก้หร่านว่านักวัตถุนิยม แท้จริงเขาคือแมงดา!

       ไม่มีใครที่จะรักเขาอีกแล้ว...
         นักขัตแวะมาหาเขา พร้อมกับเศษเช็คที่ถูกฉีกเอาไว้ในลิ้นชักของรังเรข เขาพบมันโดยบังเอิญและไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร ทันทีที่เห็นสิ่งนั้นในมือน้องรังเรข คล้ายบดินทร์ก็รู้ว่า รังเรข ยังคงเป็นหญิงสาวคนเดิมที่ไม่ได้ซื้อด้วยเงินตรา เขาย้อนกลับไปหาเธอและขอให้เธอเดินทางตามฝันของเขาไปพร้อมกันที่อเมริกา
         ประโยคสุดท้ายของนิยายเรื่องนี้ คือคำตอบและความหวังของคนอ่าน ที่อาจจะไม่ใช่บทสรุป

          หล่อนจะไม่ให้เขาเดียวดายอีกต่อไปแล้ว เขาจะเป็นคนของสังคมที่แท้จริง... ไม่ใช่ลวงตัวเองอยู่ในแวดวงแห่งสังคมพลาสติคอีกต่อไป หล่อนจะติดปีกบินตามเขาไป มันอาจจะมีอุปสรรคขวากหนามนานัปการ เกาะเกี่ยวให้ปีกบอบบางของหล่อนต้องฉีกขาด แต่หล่อนก็จะไม่หวาดหวั่น ด้วยรู้ว่าความรักที่หล่อนมีต่อเขานั้นมันมากพอที่จะเยียวยารักษาและสมานบาดแผลทุกชนิด ความเข้าใจที่หล่อนมีต่อเขาก็มากพอสำหรับการให้อภัย และอยู่เคียงข้างเขาตลอดทางที่จะไปให้สุดสายรุ้ง อันมีบ้านที่แท้จริงรอคอยอยู่ หล่อนมีความรักเป็นเสบียงกรังที่เหลือเฟือ และไม่ว่าเขาจะต้องล้มพลาดลงสักกี่ร้อยพันครั้ง... หล่อนก็จะอยู่เคียงข้างและประคับประคองให้เขาลุกขึ้นมาได้ใหม่...
         และหล่อนก็จะไม่ให้เขาต้องหลงทางอีกต่อไปแล้ว...

           ปล. เรื่องนี้ พอดีหนังสือไม่ได้นำมาจากบ้านต่างจังหวัดครับ เลยขอนำภาพจากเว็บจำหน่ายหนังสือนิยาย
         //www.welovebook.com/Search.php?Keywords=%C1.%C1%B8%D8%A1%D2%C3%D5 มาแทน อาจจะไม่ชัดนักนะครับ เป็นของสำนักพิมพ์ศิลปาบรรณาคารเหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันยังไม่มีการพิมพ์เรื่องนี้อีกเป็นครั้งที่สอง
                     ****************




Create Date : 17 เมษายน 2558
Last Update : 17 เมษายน 2558 8:13:19 น. 6 comments
Counter : 2045 Pageviews.

 
อยากอ่านมากเลยครับ แต่ก็อย่างที่รู้งานเก่าๆของ ม.มธุการี นั้นหายากยิ่งสิ่งใด


โดย: กอล์ฟ IP: 171.6.210.249 วันที่: 17 เมษายน 2558 เวลา:10:56:01 น.  

 
น่าอ่านมากเลยครับ
ดองงานของ ม.มธุการี ไว้หลายเรื่องเลยครับอาจารย์ (น้ำตาหยดสุดท้าย ข้าวเปลือก หัวใจสองภาค)


โดย: อุ้มสม วันที่: 17 เมษายน 2558 เวลา:12:10:02 น.  

 
น่าสนใจจังค่ะ จากงานหนังสือก็เพิ่งได้งานของคนเขียนมาค่ะ


โดย: kunaom วันที่: 19 เมษายน 2558 เวลา:19:06:49 น.  

 
นักเขียนท่านนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการเขียนที่โดดเด่นและน่าติดตามมาก
นางเอกหรือพระเอกของเรื่องมักจะมีมุมมืดของตัวเอง ซึ่งค่อนข้างจะแตกต่างจากนิยายทั่วๆไป
ไม่เคยอ่านนิยายเรื่องนี้มาก่อน ตอนที่อ่านรีวิวของคุณสามปอยหลวง ก็ลุ้นว่าจะจบอย่างไร ดีใจที่ผู้เขียนยังให้โอกาสพระเอกกับนางเอกได้เริ่มต้นอีกครั้ง ซึ่งก็ไม่ได้เป็นอย่างนี้เสมอไปทุกเรื่อง
ขอบคุณสำหรับรีวิวค่ะ


โดย: นักอ่านรุ่นเก๋า IP: 171.98.210.90 วันที่: 19 เมษายน 2558 เวลา:20:02:32 น.  

 
เรื่องนี้ยังไม่เคยอ่านเลยค่ะ แต่ต้องอ่านให้ได้แน่ๆ ชอบบทสนทนาที่ดุเด็ดเผ็ดร้อน และความเป็นขาวดำในทุกตัวละคร เป็นเสน่ห์ของนักเขียนที่มัดใจคนอ่านอย่างชบาหลอดไว้อยู่หมัดจริงๆ ค่ะ


โดย: ชบาหลอด วันที่: 24 เมษายน 2558 เวลา:15:35:13 น.  

 
คุณ กอล์ฟ : เรื่องนี้ ผมเคยเห็นโฆษณาตามเว็บหนังสือเก่าครับ อย่างเว็บร้านหนังสืออาทิตย์ที่ผมลิงก์ไว้ บางครั้งก็มีบ้างประปรายครับ ล่าสุดที่เห็นวางโฆษณาก็คือเรื่อง "รูปเป็นทรัพย์"ครับ แต่เรื่องนี้ผมก็ยังไม่เคยอ่านเหมือนกัน

น้องอุ้มสม : ในสามเรื่องเคยอ่าน แค่หัวใจสองภาคเองครับ ส่วนข้าวเปลือกน่าจะเคยดูตอนเป็นละครช่องเจ็ด และน้ำตาหยดสุดท้ายเคยดูผ่านๆเหมือนกันครับ

คุณ: kunaom : รออ่านรีวิวนะครับ หลายเรื่องของนักเขียนท่านนี้ทำเอาอ่านแล้วอึ้งไปเลยเหมือนกันครับ

คุณนักอ่านรุ่นเก่า : เป็นสำนวนและสไตล์เฉพาะตัวจริงๆครับ ลุ้นกับชะตากรรมพระเอกเช่นกันครับ

คุณชบาหลอด : เป็นหนึ่งในห้าเรื่องของท่าน ที่ผมชอบมากๆ เลยครับ คือ ระบำไฟ ทางสายทาส จากที่นี่ถึงดวงดาว ไฟโหยเชื้อ และ สังคมพลาสติค ครับ
คุณ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 27 เมษายน 2558 เวลา:20:06:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 64 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.