หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
เมษายน 2557
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
30 เมษายน 2557
 
All Blogs
 
สิทธิของสัตว์ : ม.มธุการี

เรื่อง : สิทธิของสัตว์
ผู้เขียน : ม.มธุการี
ปีที่พิมพ์ : 2535
สำนักพิมพ์ : ศิลปาบรรณาคาร
สองเล่มจบ


(ปกเล่มหนึ่งครับ)

  สิทธิของสัตว์ เป็นนวนิยายในอีกสไตล์หนึ่งของ ม.มธุการี ที่สร้างตัวละครสัตว์สามชนิดสามตัวที่โดดเด่น จนแทบจะขโมยซีนพระเอกนางเอกของเรื่องไปเลยทีเดียวครับ ประกอบด้วย กำไล แมวสีสวาท เพน หมาไทยสีดำปลอด และ เจ้าพังค์ ลิงชิมแปนซี แสนรู้...

    กำไล นางแมวสาวสีสวาดแสนสวย เจ้าของคือคุณวนาลี พี่สาวคนโตของบ้านซึ่งขาดพ่อและแม่ที่แยกทางกัน คุณวนามารดาของวนาลีเป็นจิตแพทย์และไปทำงานต่างประเทศปล่อยให้หญิงสาวที่กำลังเรียนวนศาสตร์เป็นคนดูแลสมาชิกที่เหลือในบ้านอีกสามคน คือน้องๆที่มีชื่อว่า ก้านยาว ก้านสั้น หมอนทอง
      เพน เป็นหมาไทยแท้สีดำปลอด ที่คุณวิราม หนุ่มใหญ่ผู้มีประวัติโชกโชนในการใช้ชีวิตเป็นคนเก็บมันมาเลี้ยงเอาไว้ตั้งแต่ยังเล็ก ชายหนุ่มมีปมชีวิตในครอบครัว เขาต้องหย่าร้างกับภรรยาถึงสองครั้งสองหน และฐานะการเงินก็กำลังย่ำแย่ เห็นจะมีแต่เจ้าเพนนี่กระมัง ที่คอยรับฟังปัญหาและความทุกข์ของเขาอย่างซื่อสัตย์ ความเครียดสะสมเหล่านี้ ทำให้บิดาของวิราม ติดต่อหาจิตแพทย์มาช่วยดูแลชายหนุ่ม เพราะกลัวว่าเขาจะคิดสั้นไปเสียก่อน และก็ให้บังเอิญที่ฝ่ายนั้นติดต่อมายังบ้านวนาลีพอดี และเข้าใจว่าหล่อนคือคุณหมอวนา...

      วนาลี กำลังมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้าน ในเมื่อน้องๆทั้งสามต่างก็กำลังเรียนอยู่ทั้งหมดและมีค่าใช้จ่ายจิปาถะจนเงินเก็บไม่พอ ซ้ำหล่อนก็ยังเรียนไปจบปริญญา หญิงสาวจึงตัดสินใจสวมรอยเป็นจิตแพทย์ เข้าไปรักษาอาการโรคประสาทของ คุณวิรามเสียเอง เพื่อหารายได้พิเศษ!
และนั่นก็ทำให้ชีวิตของคนสองคน เข้ามาผูกพันกันโดยไม่รู้ตัว วิรามรู้สึกสบายใจที่ได้ระบายเรื่องทุกข์ของตนกับคุณหมอที่เขาเข้าใจว่าน่าจะสูงวัยว่ากว่านี้ แต่ก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร ในขณะที่วนาลี ก็รู้สึกสบายใจที่ได้รับฟังเรื่องราวของชายหนุ่มและทำให้เขามีท่าทีผ่อนคลายไม่เคร่งเครียดเหมือนกับที่พบกันในครั้งแรก ซ้ำหล่อนเองก็ยังถูกชะตากับเจ้าเพน หมาไทยสีดำปลอดตัวนั้น จนกระทั่งมีโอกาสพากำไลมาให้รู้จักกันด้วย

  ในขณะเดียวกัน ก้านยาว น้องชายวัยมัธยมปลาย ที่กำลังเรียนเตรียมอุดม ก็มีโอกาสรู้จักกับวิรามโดยบังเอิญ เด็กหนุ่มผู้สมองปราดเปรื่อง กำลังสนใจทำรายงานวิจัยเกี่ยวกับพลังจิตหรือ ESP ในสัตว์ และเขาก็รู้สึกว่าเจ้าเพน หรือกำไลเอง ก็มีความรู้สึกนึกคิดและสามารถสื่อสารกันเองได้ไม่ต่างกับมนุษย์ ก้านยาวมีเพื่อนที่เป็นคู่แข่งคนหนึ่งคือธนา

       ธนา เป็นเด็กหนุ่มร่ำรวย พ่อแม่มีฐานะแต่ไม่มีเวลาให้ลูก เพราะมัวแต่ไปทำธุรกิจอยู่ต่างประเทศ ปล่อยให้ลูกชายอยู่เพียงลำพังในคฤหาสน์หลังใหญ่กับคนใช้ ธนาอิจฉาความเก่งของก้านยาวมาโดยตลอด เด็กหนุ่มต้องการเป็นที่หนึ่งให้ได้ และธนารู้มาว่า ก้านยาว กำลังศึกษา ESP ในสัตว์ เขาก็ทำการทดลองในสัตว์เช่นเดียวกัน เริ่มต้นจากหนูทดลอง เขาฆ่ามัน อย่างอำมหิต โดยไม่สนใจความรู้สึกเจ็บปวดของพวกมัน เมื่อต้องถูกชอตไฟฟ้าจนตาย เมื่อไม่ได้อย่างที่เขาต้องการ ธนาก็หันไปสนใจลิงชิมแปนซี

      และลิงเคราะห์ร้ายตัวที่ต้องตกมาเป็นเหยื่อทดลองของธนา ก็คือ เจ้าพังค์ ลิงชิมแปนซีแสนรู้ ที่สามารถเอาตัวรอด ทำตามความต้องการของธนาได้ทุกอย่าง จนได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ธนากำลังเขียนรายงานและคิดว่างานของเขาจะน่าสนใจว่า ก้านยาว ที่ยังศึกษาอะไรไปไม่ได้ถึงไหน
      แต่แล้ว เจ้าพังค์ที่ถูกทรมาน ก็เกิดหนีหลุดออกมาได้ มันหนีเข้าไปซุกอาศัยหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านของก้านยาว โดยที่วนาลี ไม่รู้เรื่องเลยสักนิด แต่ด้วยความสงสารก้านยาว จึงเก็บเป็นความลับและทำให้เขายิ่งเข้าใจความทุกข์ของสัตว์เหล่านั้น มากยิ่งขึ้น จนภายหลัง วนาลีรู้เรื่อง จึงช่วยเลี้ยงดูเจ้าพังค์ไว้ด้วยกัน และปิดไม่ให้ล่วงรู้ไปถึงหูของธนา
เมื่อมาอยู่ร่วมบ้านและบ้านใกล้เรือนเคียงกัน เจ้าพังค์ เจ้าเพน และ กำไล ต่างก็กลายเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากขึ้น ในขณะที่ความผูกพันของคุณหมอกำมะลออย่างวนาลี กับ คุณวิราม กำลังเริ่มผลิบาน พิลดา เพื่อนของคุณวนา ก็เดินทางมาเมืองไทย ความลับจึงแตกเมื่อวิรามรู้ความจริงของวนาลีว่าเป็นเพียงนักศึกษาสาว ในขณะเดียวกัน พิลดา สาวใหญ่ที่หย่าร้างกับสามีมาแล้ว ก็เกิดติดใจชอบพอกับวิราม หล่อนจึงพาตัวเข้ามา อยู่ในบ้านของชายหนุ่มและมีความสัมพันธ์กันในที่สุด


      แต่ปัญหาของหล่อน ก็คือ ไอ้หมาสีดำ ชื่อเพน นั่นแหละ ที่วิรามรักมันนักหนา และดูเหมือนว่ามันก็จะรู้ตัวว่าหล่อนเกลียดมัน ไอ้เพนชอบขโมยรองเท้าคู่ใหม่ของหล่อนไปซ่อนและกัดแทะจนแหว่ง มันทำให้หล่อนยิ่งเกลียดมัน แท้จริงแล้ว... พิลดากลัวมันจะมาแย่งความรักจากวิรามไป และวิธีการที่ดีที่สุด ก็คือ การกำจัดไอ้เพนออกไปจากชีวิตนั่นแหละ!

     ในจังหวะทีเผลอวันหนึ่ง เมื่อวิรามไม่อยู่บ้าน หล่อนชงกาแฟกิน และไอ้เพนก็ผ่านเข้ามาพอดี พิลดาตัดสินใจสาดน้ำร้อนเดือดพล่านใส่หน้าของมัน
       

  ได้ผล! ไอ้หมาดำตัวนั้นร้องโหยหวนและมันวิ่งหายลับออกไปจากบ้านทันที วิรามกลับมาบ้านและด้วยความสงสัย วนาลีพบว่าแมวกำไลและเจ้าพังค์ อยู่กับเจ้าเพนที่บาดเจ็บสาหัส และวิรามก็รีบพามันไปหาสัตว์แพทย์ แต่ช้าเกินไป
  

       บาดแผลจากน้ำร้อน ทำให้เจ้าเพนตาบอดไปข้างหนึ่ง!
     เขาโกรธพิลดา เมื่อรู้ความจริง และตัดสินใจที่จะบอกเลิก ภายหลังรับรู้ว่าแท้จริงแล้ว หัวใจของเขาไม่ได้อยู่ที่หล่อนเลยแม้แต่น้อย แต่อยู่ที่คุณหมอกำมะลอหน้าใสๆ ที่เข้าใจความทุกข์ ความเครียดต่างๆของเขาเป็นอย่างดีนั่นต่างหาก หล่อนเป็นคนเดียวที่รักเจ้าเพนเท่าๆกับที่เขารัก...

ฉันคิดถึงเธอ ตั้งแต่หัวค่ำ จนอุษาสาง...
ด้วยเกิดความรัก ผุดขึ้นที่กลาง หว่างดวงใจ...
พอรู้ตัว ก็รักเธอ เต็มดวงใจ...
   จริงหรือที่เขารักหล่อนเข้าไปแล้วเต็มดวงใจ... รักโดยไม่รู้ตัวแม้สักนิด

       แต่แล้ว เมื่อใกล้ถึงวันนำเสนอผลงานวิจัยเข้ามา ธนาก็แอบเห็นเจ้าพังค์อยู่ในบ้านของก้านยาว คู่แข่งคนสำคัญของเขา... เขาไม่เคยคิดว่าเป็นเพราะความอำมหิตโหดร้ายของตัวเขาเอง ทำให้เจ้าพังค์ไม่อาจทนอยู่ได้ เขาคิดแต่ว่า ก้านยาวคือศัตรูที่จะมาขวางหนทางสำเร็จของตัวเอง ดังนั้น อะไรที่ทำให้ครอบครัวของมันเจ็บปวด มันจะต้องได้รับ!
และเขาก็เห็นนังกำไล แมวสีสวาทของบ้านหลังนั้นเข้าพอดี...

         ความคิดชั่วร้ายผ่านเข้ามาในสมองของเด็กหนุ่มทันที เขาแอบจับมันไป เอาไปปล่อยไว้ให้ไกลที่สุดถึงลพบุรี เพราะคิดว่าจะทำให้มันกลายเป็นแมวจรจัด ถูกหมาฟัดตายกลางถนนอย่างทรมาน และทำให้ครอบครัวของวนาลี ที่รักกำไลยิ่งชีวิต จะต้องเจ็บปวดไปด้วย

      แต่เขาประเมินกำไลผิดไป แมวสีสวาทอย่างกำไล แม้จะต้องเผชิญกับโลกภายนอกที่โหดร้าย แต่มันก็สามารถจดจำหนทางและกลับมาหาเจ้านายที่รัก บ้านที่อบอุ่นของมันได้ ด้วยความช่วยเหลือของสหายรักทั้งสองเจ้าเพนและเจ้าพังค์...
        พวกมันทั้งสาม วางแผนกันเอาคืนกับธนาในพลบค่ำวันหนึ่ง เมื่อเขาถีบจักรยานกลับเข้าหมู่บ้าน เจ้าพังค์โผล่เข้ามาล่อ กำไลที่ออกมาขู่ฟ่อ ทำให้เขาเสียหลักและประหลาดใจที่มันกลับมา ก่อนที่เจ้าเพนจะพุ่งเข้างับขาเด็กหนุ่มแล้วขย้ำพอให้เกิดรอยบาดแผลเตือนใจคนใจโหดอย่างเขา ก่อนที่พวกมันจะจากไปโดยไม่มีหลักฐานใดๆทั้งสิ้น...

        สหายทั้งสามได้ทวงเอาคืนความยุติธรรมเล็กๆน้อยๆกลับมา ให้แก่เพื่อนของมันแล้ว... และวิรามเองก็ปรับความเข้าใจกับวนาลี พร้อมกับบรรดาสมาชิกทั้งสามที่ ต่างคอยลุ้นให้กับนายทั้งสองของพวกมัน...

        ตอนท้ายของเรื่องเป็นประโยคบทสรุปที่กินใจอยู่ไม่น้อยเลยครับ


        เจ้าเพนมาหมอบใกล้ๆ และเกยคางที่ปลายเท้าของเขา สัตว์มีอะไรหลายอย่างเหลือเกินที่เขาต้องเรียนรู้จากมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าเพน เขาได้เรียนรู้ถึงความรักอันปราศจากขอบเขตของมัน ความรักบริสุทธิ์ซึ่งมนุษย์ยากที่จะมีให้กันและกันได้
      เพราะมนุษย์ยังเต็มไปด้วยอคติ และทิฐินั่นเอง ถ้าตัวเขาไม่มีทิฐิ เขาก็คงไม่หย่ากับเมียถึงสองครั้งสองครา แท้จริงมันไม่ใช่เรื่องของใครผิดใครถูก แต่เป็นเรื่องของทิฐิไปเสียทั้งนั้น ต่อสู้ฟาดฟันเอาชนะกันด้วยทิฐิตั้งแต่วันแรก จนวันสุดท้ายตอนไปศาล
       กับเจ้าเพน มันเป็นความรักที่ปราศจากทิฐิโดยสิ้นเชิง เขาผิดใจกับมันก็ตั้งหลายครั้งหลายครา บางทีก็แกล้งกันเจ็บๆ ถ้าเขาไม่ง้อมัน มันก็จะมาง้อเขา กระโดดขึ้นตักเลียหน้าเลียตาไม่มีการตั้งแง่... แท้จริง ไม่มีอะไรเลยนอกจากความรักอันบริสุทธิ์
        ความผิดพลาดในชีวิตบอกให้เขารู้ว่าทิฐิเป็นตัวทำลายอันยิ่งใหญ่ ทิฐิไม่เคยให้ผลดีอะไรกับใคร.. ไม่เคยประกาศว่าใครถูกกว่าใคร หรือว่าใครมีศักดิ์ศรีเหนือกว่าใคร สิ่งเดียวที่มันประกาศก็คือความไม่โตเต็มที่ของคนๆนั้น บัดนี้เขาเติบโตกว่าเดิมมากมายและได้เรียนรู้ความผิดพลาดของตนเอง เขาอาจไม่ใช่คนที่ดีที่สุด แต่เขาก็รู้แน่ว่าเขาดีกว่าเดิม

         บางทีมันอาจไม่ใช่ความยุติธรรมกับตัวเขาก็ได้ ที่เขาพยายามปิดประตูความรักครั้งใหม่ ด้วยเหตุผลคือความหวาดกลัวในสิ่งที่ผ่านไปแล้ว... ชีวิตคือการเรียนรู้และการเจริญเติบโต และความรักคือแสงเทียนส่องชีวิต ปราศจากมันเพียงอย่างเดียว ชีวิตก็จะเป็นความมืดบอด คนเราต้องเดินไปท่ามกลางความรัก...

 
และบัดนี้ เขาได้สัมผัสกับรัศมีแห่งความรักนั้น ใครจะรู้ว่า สักวันหนึ่ง มันอาจเติบโตเป็นความรักที่แข็งกล้า และเป็นพลังให้เขาต่อสู้ฟันฝ่าคลื่นลมต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง มันอาจเป็นรักแท้เพียงรักเดียวในชีวิตที่เขาจะไม่ยอมแลกมันกับอะไรทั้งสิ้นในโลกนี้...


        หลังจากนิยายเรื่องนี้จบลง ม.มธุการี ก็ได้เขียนบทบาทของเจ้าเพน เจ้าพังค์ แม่กำไล และสมาชิกในเรื่องราวสิทธิของสัตว์ ให้ออกมาโลดแล่นต่อมาอีกสามเรื่อง คือ กรรมของสัตว์ สัตว์เหนือเมฆ และ สัตว์สังคม ซึ่งเพื่อนดีนำมาพิมพ์ใหม่ และพิมพ์ต่อทั้งหมดแล้วครับ เพื่อนนักอ่านสามารถหาอ่านได้ไม่ยากครับ

   และด้านล่างคือรูปของปกเล่มสองครับ




Create Date : 30 เมษายน 2557
Last Update : 30 เมษายน 2557 20:18:42 น. 14 comments
Counter : 1579 Pageviews.

 
เป็นอีกเรื่องที่ชอบมากๆ ค่ะ เป็นคนรักแมวอยู่แล้ว เลยเทใจให้กำไลเป็นพิเศษ
ไม่น่าเชื่อว่า ม.มธุการีจะเขียนให้สัตว์เหมือนมีความคิดเชื่อมโยงกับคนได้ ชอบสัตว์ทุกตัวในเรื่องนี้ทั่งกำไล เพน พั้งค์ นกพิราบ และหนูทดลองของก้านยาว
ยังจำประโยคหนึ่งได้ที่เพนบอกประมาณว่า...คนเห็นหมาเป็นอะไร เอะอะก็ด่าไอ้ชาติหมา และหมาอย่างเพนก็จะด่าหมาด้วยกันว่าไอ้ชาติคน...ชอบมากค่ะ ฮ่าๆๆ
ถ้าสัตว์สื่อสารออกมาเป็นคำพูดได้ โลกคงสนุกและวุ่นวายไม่น้อยเลยนะคะ
ความคิดของสัตว์แต่ละตัวน่ารักมากๆ และทุกชีวิตมีค่าเสมอค่ะ


โดย: ชบาหลอด วันที่: 30 เมษายน 2557 เวลา:20:57:17 น.  

 
ชอบเรื่องนี้พอประมาณค่ะ ด้วยเหตุที่ชอบเรื่องประเภทสะเทือนอารมณ์ของนักเขียนท่านนี้เป็นหลัก เรื่องนี้ก็เลยอ่านรอบเดียวค่ะ


โดย: กุลธิดา IP: 192.99.5.126 วันที่: 30 เมษายน 2557 เวลา:23:29:59 น.  

 
สวัสดีค่ะ อาจารย์หนุ่ม ^^

ไม่เคยอ่านค่ะ แต่อ่านรีวิวแล้วก็น่าอ่าน
เรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์ ชอบอยู่แล้ว
เอามาพิมพ์ใหม่น่าจะหาอ่านได้อยู่

ขอบคุณสำหรับรีวิวค่า



โดย: lovereason วันที่: 1 พฤษภาคม 2557 เวลา:0:12:19 น.  

 
ชอบเล่มนี้มากกว่าเล่มต่อค่ะ
และซื้ออีกสองเล่มหลังสุดในชุดมารออ่านอยู่ค่ะ
อยากรู้ว่าเรื่องของวิรามกับวนาลีจะดราม่าหรือเปล่าคะ จะได้เตรียมใจ


โดย: polyj วันที่: 1 พฤษภาคม 2557 เวลา:0:39:01 น.  

 
กำลังเล็ง ๆ ชุดนี้อยู่เลยค่ะ แต่ไม่รู้ว่าต้องอ่านเล่มไหนก่อนหลัง
อ่านรีวิวนี้แล้วดีจัง ควาวนี้จะได้ตามซื้อถูกและอ่านเรียงลำดับได้อย่างสบายใจละ

ขอบคุณสำหรับรีวิวนะคะ


โดย: Serverlus วันที่: 1 พฤษภาคม 2557 เวลา:9:33:15 น.  

 
เป็นคนที่ชอบเรื่องสัตว์อยู่แล้วค่ะ ชุดนี้ทยอยซื้อเก็บไว้แต่ยังไม่อ่านเลยค่ะ


โดย: Sab Zab' วันที่: 1 พฤษภาคม 2557 เวลา:11:45:49 น.  

 
เคยอ่านของผู้เขียนเกี่ยวกับสัตว์ไปเรื่องหนึ่ง ไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้หรือเปล่า
ตอนอ่านไม่อินเท่าไหร่ เลยไม่ได้ตามต่อค่ะ


โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ วันที่: 1 พฤษภาคม 2557 เวลา:20:15:16 น.  

 
ชื่อเรื่องเหมือนสารคดีเลยนะครับนี่


โดย: อุ้มสม วันที่: 2 พฤษภาคม 2557 เวลา:9:14:42 น.  

 
เหมียว ๆ ชอบนิยายที่มีแมว..มากมาย





โดย: Prophet.doll Oui+ (Pdจิงกุเบล ) วันที่: 2 พฤษภาคม 2557 เวลา:9:37:23 น.  

 
น่ารัก น่าอ่านมาก ๆ เลยค่ะ เรื่องนี้


โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 3 พฤษภาคม 2557 เวลา:12:32:19 น.  

 
หวัดดีค่ะพี่หนุ่ม
นิยายแนวนี้ไม่ค่อยเจอสมัยนี้แล้วนะคะ พลอตเรื่องน่ารักดี


โดย: คนสวยที่ไม่เคยสวย วันที่: 4 พฤษภาคม 2557 เวลา:9:13:44 น.  

 
คุณ ชบาหลอด : ไม่นึกว่า ม.มธุการี จะเขียนเรื่องนี้ได้น่ารักในสไตล์ของท่านเหมือนกันครับ สงสารกำไล ตอนถูกธนานำไปปล่อย แล้วต้องระหกระเหินกลับมาเจ้านายมากเลยครับ

คุณไก่ : เรื่องนี้ตัวขโมยซีน กลายเป็นสามสหายไปแทนพระเอกนางเอกเลยครับ

คุณนุ่น : ขอบคุณครับ เรื่องนี้อ่านเพลินดีครับ

คุณ polyj : เรื่องต่อยังไม่มีโอกาสได้อ่านเลยครับ แต่คิดว่าไม่น่าจะพลาด

คุณServerlus : ถัดจากเรื่องนี้ จะเป็นกรรมของสัตว์ ครับ แล้วน่าจะต่อด้วย สัตว์เหนือเมฆ กับ สัตว์สังคม ครับ สองเรื่องหลังผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเรื่องไหนปิดท้ายครับ แหะ แหะ

คุณ Sab Zab : คิดว่าน่าจะชอบนะครับ

คุณพุด : ความจริงเรื่องนี้ ผมไม่อินอยู่จุดเดียวครับ คือ เจ้าสามสี ที่มาเป็นแฟนของ แมวกำไล ปกติ ที่เคยทราบมา ลักษณะ "สามสี"จะมีเฉพาะในแมวเพศเมียเท่านั้น แต่ก็อ่านแบบข้ามๆไปครับ

น้องอุ้มสม : ชื่อเรื่องคล้ายบทความ สารคดีเลยครับ แต่ อ่านแล้วสนุกใช้ได้เช่นกันครับ

คุณPdจิงกุเบล : ถ้าชอบแมว เรื่องนี้กำไลกับเจ้าเพน โดดเด่นพอๆกันเลยครับ แต่เจ้าพังค์ ลิงชิมแปนซี อาจจะบทน้อยหน่อย

คุณหวานเย็น : อ่านแล้วค่อนข้างชอบเลยครับ แม้ว่าจะชอบในแนวดราม่า ของ ผู้เขียนมากกว่าก็ตามครับ

น้องขนุน : พลอตเรื่องอ่านได้เพลินๆครับ มีจุดสะเทือนใจอยู่บ้างตอนที่สัตว์ ถูกมนุษย์ทำร้าย แต่คนเขียนก็ไม่ได้ใจร้ายกับตัวละครสัตว์ในเรื่องเกินไปนัก เรื่องราวเลยจบแบบมีความสุขครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 6 พฤษภาคม 2557 เวลา:18:38:34 น.  

 
สวัสดีค่ะ
ชอบเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ ตลกเวลาพวกสัตว์เค้าคุยกันน่ารักดี เหมือนคุณม มธุการีรู้ใจเจ้าพวกสัตว์ไปซะหมดเลยค่ะ นั่งอ่านไปก็คิดเออใช่เนอะมันอาจจะคิดแบบนี้จริงๆ
ชอบนิยายเซตนี้นะคะ อ่านเพลินดี แต่ก็ยังชอบแนวสะเทือนอารมณ์มากกว่านิดนึง ตอนนี้อ่านจบ3เล่มแล้วค่ะ กำลังจะต่อเล่ม4สัตว์เหนือเมฆค่ะ ขอบคุณสำหรับรีวิวค่ะ


โดย: ฉายดนัย IP: 125.24.117.247 วันที่: 8 พฤษภาคม 2557 เวลา:15:32:15 น.  

 
คุณฉายดนัย : เพิ่งเห็นในเว็บร้านหนังสืออาทิตย์ มีของ ม.มธุการี กับเพชรนำ้ค้าง นำมาจำหน่ายเพิ่มหลายเรื่องเลยครับ ลองแวะเข้าไปดูนะครับ
ส่วนเรื่องชุดนี้กำลังหาโอกาสอ่านเล่มที่เหลืออยู่ครับ ถ้ามีโอกาสคงได้นำมารีวิวเพิ่มครับ


โดย: สามปอยหลวง IP: 122.154.3.131 วันที่: 23 มิถุนายน 2557 เวลา:20:30:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 64 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.