หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2559
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
31 มีนาคม 2559
 
All Blogs
 
ปลายทางชีวิต : จินตะหรา

เรื่อง : ปลายทางชีวิต
ผู้เขียน : จินตะหรา
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น
ปีที่พิมพ์ : 2512 (พิมพ์ครั้งที่ 2)
เล่มเดียวจบ



     ชีวิตของ หม่อมราชวงศ์หญิงนนทลี ตรีทิพ ธิดาองค์กลางของ หม่อมเจ้าอนันตพงศ์ และหม่อมมัลลิกา ตรีทิพย์ ที่มีบุตรชายคนโตคือวรวัตร และธิดาสามองค์ ประกอบด้วย พรสิริ นนทลี และนิภาธร แต่ดูเหมือนว่าชะตาชีวิตของนนทลีจะถูกวางเอาไว้แล้วตั้งแต่เธอเพิ่งแรกเกิด เพราะทันทีที่ถือกำเนิดขึ้นไม่นาน เสด็จย่าหรือพระองค์เจ้าหญิงจันทร์จิรกาลของเสด็จในกรมผู้ล่วงลับก็ขอเธอเอามาชุบเลี้ยงในวังลดาวัลย์ แม้ว่าหม่อมมัลลิกาจะไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่อาจขัดความประสงค์นั้นได้

          ภายในวังลดาวัลย์ คุณหญิงนนทลี จึงเหมือนถูกกำหนดกรอบชีวิตให้เดินไปอย่างกุลสตรีไทยในรั้ววัง เฉกเช่นเดียวกับคุณแสงจันทร์ หญิงวัยกลางคน ที่เธอรู้แต่ว่า ท่านย่าได้ชุบเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเยาว์ ตราบจนกระทั่ง เพียงเดือน สุรพงศ์ ข้าหลวงคนใหม่ ที่ถูกนำเข้ามาถวายตัวรับใช้ เนื่องจากท่านย่าเริ่มเจ็บออดๆแอดๆ ทำให้เธอเริ่มรู้สึกถึงความแตกต่างจาก พี่สาวและน้องสาวตัวเอง

         มรว.พรสิริ และ มรว.นิภาธรต่างเป็นสาวสมัยใหม่ ที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างจากท่านพ่อและหม่อมมัลลิกามารดาในแบบตะวันตก ทำให้มีท่าทางและความคิดแตกต่างไปจากเธอ ทั้งสองคนต่างเข้าสมาคมและกล้าแสดงความคิดเห็นไม่ต่างกับบุรุษ และในวันหนึ่ง เมื่อนนทลี มีโอกาสเดินทางกลับมาบ้าน และไปร่วมงานสังสรรค์ ทำให้เธอได้รู้จักกับ ฤชุ ราชัย ข้าราชการสถานทูต บุตรชายของคุณหญิงราชสุพิทยา ซึ่งเป็นเพื่อนชายในกลุ่มพี่น้องของเธอ ฤชุแปลกใจ ที่นนทลี มีลักษณะแตกต่างไปจากพี่น้องทั้งสอง ความเป็นกุลสตรีไทย ที่อยู่ในระเบียบและการวางตัวอย่างนุ่มนวลอ่อนหวาน ทำให้เขาประทับใจ จนกลายเป็นความรัก แต่อุปสรรคก็เป็นเสมือนกำแพงหนามากีดขวางความรักของคนทั้งสองเอาไว้

        ท่านย่าหรือพระองค์เจ้าหญิงจันทร์จิรกาล วางแผนที่จะให้นนทลีได้แต่งงานกับท่านชายแดงหรือธีรศักดิ์พัฒนา ซึ่งเป็นทายาทคนเดียวของพระองค์ชายธีรพัฒนศักดิ์ ที่คุ้นเคยกันมาในอดีต นนทลี เพิ่งรู้ความจริงในภายหลังว่า เสด็จพ่อของท่านชายแดง เคยรักใคร่ชอบพอกับคุณแสงจันทร์ในวัยสาวมาก่อน แต่ท่านย่าเองกีดกัน เพราะเห็นว่าเป็นเพียงไพร่ที่นำมาชุบเลี้ยง จนทำให้ทั้งสองต่างเสียใจที่รักไม่สมหวัง คุณแสงจันทร์ถึงกับผูกคอตาย แต่ช่วยชีวิตไว้ได้ทัน นับแต่นั้น โลกของเธอจึงกลายเป็นสีเทาทะมึน ไม่เคยมีรอยยิ้มและความสุข ใช้ชีวิตในวังลดาวัลย์เพื่อรอปลายทางแห่งชีวิตอย่างน่าสงสาร ในขณะที่พระองค์ชายผู้พ่ายรัก ก็ระเหเร่ร่อนจนไปได้กับนางละครและมีโอรสเพียงองค์เดียวคือท่านชายแดง ก่อนที่จะสิ้นพระชนม์ไปด้วยอาการตรอมใจ

         ในขณะที่ คุณหญิงพรสิริ พี่สาวของนนทลีเองก็หลงรักฤชุอยู่เช่นกัน เมื่อเห็นฤชุหันไปสนใจน้องสาว เธอจึงเสียอกเสียใจยิ่งนัก ทำให้ นิภาธร น้องสุดท้อง ทนไม่ได้ จึงวางแผนหลอกฤชุว่า นนทลี กำลังจะหมั้นหมายกับท่านชายแดง ซึ่งทั้งคู่ต่างก็รักใคร่กันมาก่อนอยู่แล้ว ทำให้ฤชุเองผิดหวังในความรักเป็นอย่างมาก

       คำพูดของ นิภาธร น้องสาว ที่มาบอกว่านนทลี ว่าเธอกำลังแย่งคนรักไปจากพี่สาวตัวเอง ทำให้นนทลีล้มเจ็บลงด้วยความตรอมใจ มีเพียงคุณแสงจันทร์ และเพียงเดือน ที่ช่วยดูแล และทำให้ทั้งสองต่างล่วงรู้ความจริงในหัวใจอันบริสุทธิ์ของเธอ คุณแสงจันทร์เคยผิดหวังในความรักมาแล้ว จนปลายทางชีวิตของเธอต้องมืดมนเช่นนี้ เธอไม่อยากให้นนทลีต้องประสบชะตากรรมเช่นเดียวกัน จึงให้เพียงเดือนช่วย และทำให้คนรักทั้งสองมีโอกาสได้ปรับความเข้าใจกันอีกครั้งหนึ่ง

         “ผมเป็นสุขเหลือเกินในวันนี้ ที่ได้มาพบคุณหญิงที่นี่ ทราบไหมว่าผมต้องกระวนกระวายใจเพียงใด เมื่อทราบความล้มเหลวของเราในครั้งนั้น” เมื่อถึงบันไดซึ่งบนระเบียงไม่มีใครเลย เขาจับมือหญิงสาวไว้ กระซิบว่า
        “ไม่มีอุปสรรคอันใดจะขัดขวางความรักอันบริสุทธิ์ผุดผ่องของเราได้ โปรดจำไว้ และทำใจให้ดีเถิด ลาก่อน คิดถึงผมบ้างที่รัก”
         โดยรวดเร็ว เขายกมือหญิงสาวขึ้นแตะจมูก นนทลี ขัดขืนไม่ทัน แล้วเขาก็หันหลังเดินตัวปลิวลงหาดทรายไป เมื่อไกลออกไปเขายังหันมาโบกมือ พร้อมกับยิ้มฟันขาวเช่นเคย


          ด้วยความหาญกล้าและรู้ว่าเวลาของตนเหลืออีกไม่มาก เพราะต้องไปรับราชการเป็นทูตต่างแดน เขาจึงตัดสินใจเข้าไปพบเสด็จพระองค์หญิง เพื่อกราบทูลขอคุณหญิงนนทลี ด้วยตัวเอง

          แม้จะประทับใจในความกล้าหาญของฤชุ แต่เสด็จก็ยังพระทัยแข็ง เมื่อเอ่ยปฏิเสธชายหนุ่ม เพราะตั้งพระทัยว่าจะยกนนทลี ให้กับชายแดง ฤชุต้องกลับจากวังลดาวัลย์ไปด้วยความผิดหวัง หากเขาก็ยังไม่ละความพยายามที่เอาชนะอุปสรรคในครั้งนี้

          เหมือนเหตุการณ์จะพลิกผัน เมื่อชายแดง แนะนำให้เขารู้จักกับ หม่อมซีเรียลและลูกน้อย ซึ่งท่านได้พามาจากเมืองนอกด้วยกัน และพาไปยังวังลดาวัลย์ แผนการของเสด็จทั้งหมดที่ต้องการจับคู่ให้นนทลีจึงผิดพลาด ความเสียพระทัย ทำให้เสด็จประชวรหนัก และนนทลีเองกลุ้มใจ เมื่อท่านย่าที่ตนนับถือล้มเจ็บลง แม้จะรักกับฤชุมากเพียงใด เธอควรจะเลือก “หนทางชีวิต”อย่างไรกันเล่า?

       “คุณหญิงอย่าเพิ่งเลิกศรัทธาต่อชีวิต” เขาบอก นัยน์ตาสีเข้มจับอยู่ที่ดวงหน้าคู่สนทนา มีแววคิดคำนึงอย่างสุขุม
        “ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจอยู่ เราจะต้องดิ้นรน ขวนขวายเพื่อให้ชีวิตได้ดำเนินไปตามที่เราปรารถนาในทางดีงาม อย่าทอดชีวิตให้กับความหมุนเวียนของโลกอย่างหมดความกระตือรือร้นเช่นนี้”


       ด้วยความผิดหวังและแค้นใจในตัวหลานอย่างท่านชายแดง รวมถึงทิษฐิมานะ ทำให้เสด็จ ยกวังและ   ทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้กับนนทลี แต่คุณแสงจันทร์ ที่เคยสงบปากสงบคำอย่างเจียมตัว ได้เป็นผู้ช่วยเตือนสติเสด็จให้รู้สึกองค์ว่า ในท้ายที่สุดแล้ว หากนนทลี จะมีชีวิตอยู่เพียงลำพัง ปราศจากชายคนรักคุ้มครองดูแลก็จะยิ่งเป็นอันตราย เพราะไม่มีใครที่จะอยู่ดูแลหญิงสาวไปตลอดจนชั่วชีวิต ยกเว้นชายที่จะรักเธออย่างฤชุ

     เสด็จพระทัยอ่อนลงด้วยความรักและสงสารนนทลีที่ทรงชุบเลี้ยงมาตั้งแต่แบเบาะ และทราบว่า นนทลีเองก็รักฤชุไม่น้อย ในที่สุด ก็ตัดสินพระทัยยกหญิงสาวให้แต่งงานกับชายหนุ่มสมดังความปรารถนา ในราตรีแห่งความสุขสมหวังนั้นเองที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน...

        ใครเลยจะคาดหมายว่า ท้องฟ้าอันแจ่มใสปลอดโปร่งเมื่อตอนหัวค่ำ มีพระจันทร์ทรงกลดเป็นฉัตร์อยู่เบื้องบนจะเปลี่ยนเป็นพยัพโพยมในตอนปลายราตรี ฟ้าแลบแปลบปลาบ ลมหวนต้นไม้ใหญ่ใกล้ตำหนักโน้มกิ่งเยือกๆ ต่อมาฝนโปรยละอองฟังเหมือนเสียงพิลาปร่ำ...
     เสด็จสิ้นพระชนม์ในราตรีนั้น ท่ามกลางความเยือกเย็นของอากาศ อย่างสงบเงียบดุจผลไม้ที่แก่งอมร่วงหล่นจากขั้ว...


         ฉากสุดท้ายของปลายทางชีวิต คือ การเดินทางไปรับตำแหน่งนักการทูตของฤชุ และคุณหญิงนนทลี ผู้เป็นภรรยา โดยมีคุณแสงจันทร์ไปส่งที่สนามบินดอนเมือง ด้วยความสุขสมหวังในรักของสองหนุ่มสาว

        “ปลายทางชีวิตของคนหนึ่ง คือจุดเริ่มต้นของอีกชีวิตหนึ่ง” นี่คือคำรำพึงของเพียงเดือน ที่มาส่งนนทลี หลังจากมองเห็นเครื่องบินกลายเป็นจุดเล็กๆอยู่ที่ปลายขอบฟ้าเบื้องบน...

          จากข้อมูลของนวนิยายเรื่องนี้ ตีพิมพ์ครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2496 นับมาถึงปัจจุบันก็กว่าหกสิบปีขึ้นไปเลยทีเดียวครับ

                  ***************



Create Date : 31 มีนาคม 2559
Last Update : 31 มีนาคม 2559 8:47:56 น. 4 comments
Counter : 1139 Pageviews.

 
โอ้ เก่ามากเลยค่ะ
ดีจังที่คุณสามปอยหลวง เอามารีวิวให้เราได้อ่านกัน


โดย: Serverlus วันที่: 31 มีนาคม 2559 เวลา:21:27:59 น.  

 

มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

ดูแล้วเป็ฯนวนิยายที่เก่ามากเลยครับ ชื่อเรื่องกับชื่อผู้แต่งผมเพิ่จะเคยเห็นในบล็อกนี้เลยครับ ไม่แน่ใจเลยว่าถ้าจะอ่านจะหาหนังสือได้ไหม

โหวตให้ครับ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ




บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
สามปอยหลวง Book Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


อิอิ



โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 4 เมษายน 2559 เวลา:21:15:42 น.  

 
พลอตตัวละครเก่าได้อีก
แต่ชอบจังที่ตัวละครฝ่ายชายใจเย็น อดทนรอ
นี่ถ้าเป็นสมัยนี้พาหนีตามกันไปแล้ว


โดย: เหมือนพระจันทร์ วันที่: 10 เมษายน 2559 เวลา:9:29:10 น.  

 
คุณตูน : เป็นนิยายคลาสสิค ยุคโบราณจริงๆครับ อ่านแล้วได้อารมณ์ประมาณนั้นเลยครับ


คุณอาคุงก่อง ขอบคุณสำหรับการโหวตมากเลยครับ ผลงานของท่าน ในอีกนามปากกาหนึ่ง คือสราญจิต ที่เขียน เรื่อง ปดิวรัดา วนาลี ครับ

คุณ Serverlus : ขอบคุณครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 12 เมษายน 2559 เวลา:8:47:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 65 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.