หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2558
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
4 กุมภาพันธ์ 2558
 
All Blogs
 
ดวงใจ : ซิม วีระไวทยะ

เรื่อง : ดวงใจ
ผู้เขียน : ซิม วีระไวทยะ
สำนักพิมพ์ : บำรุงสาส์น
ปีที่พิมพ์ : 2507
เล่มเดียวจบ



        นวนิยายเรื่องดวงใจ นับเป็นเรื่องแปลของฝรั่ง จากโครงเรื่อง IL Course ของ Edmondo De Amieis ชาวอิตาเลียน มีการแปลเป็นภาษาต่างๆ อย่างในญี่ปุ่น ก็มีชื่อว่า โรงเรียนแห่งความรัก ในอังกฤษชื่อเรื่องว่า Heart ที่คุณซิม วีระไวทยะ ได้นำมาเสริมแต่งด้วยจินตนาการของท่าน เขียนขึ้นเป็นเรื่องราววรรณกรรมเยาวชนแบบไทยๆ ในยุคกึ่งพุทธกาลตามชื่อเรื่องในพากย์ไทยว่า “ดวงใจ” ได้อย่างน่าประทับใจ คุณ “กูรูขอบสนาม” เคยเอ่ยถึงว่าเป็นผลงานที่ประทับใจอย่างมาก และเมื่อได้อ่านแล้ว ผมคิดว่าหลายๆท่านก็น่าจะชื่นชอบเช่นกันครับ

      สำหรับนวนิยายเรื่องนี้ ผมเห็นสำนักพิมพ์รวมสาส์น นำมาจัดพิมพ์ใหม่หลายครั้งมาก ฉบับที่ผมมี เป็นเล่มปกแข็งพิมพ์ในปี พ.ศ. 2507 แต่ปัจจุบันก็ยังมีปกอ่อนจำหน่าย พิมพ์ใหม่อยู่เรื่อยๆเช่นกันครับ

      ขออนุญาตนำบางส่วนที่คุณกูรูขอบสนามเขียนถึงวรรณกรรมเรื่องนี้มาลงว่า

  
     เนื้อเรื่องของ ดวงใจ คือบทบันทึกของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อ ประเสริฐ  ผู้เกิดอยู่ในครอบครัวฐานะปานกลาง แต่รำรวยด้วยเพื่อนฝูงต่างวรรณะ
   บทบันทึกใน 1 ปีการศึกษานับตั้งแต่เปิดภาคเรียนจนถึงปิดภาค ล้วนมีเรื่องชวนประทับใจเกี่ยวกับความผูกพัน ระหว่างคุณครู โรงเรียนและเพื่อนๆในชั้น ซึ่งมีทั้งเด็กรวย หยิ่ง เด็กจน เจียมตัวทว่ามานะ และแน่ล่ะต้องมีเด็กแก่นแก้ว เหลือขอ สร้างปัญหาให้กับโรงเรียน

  ด้วยภาษาที่เรียบง่ายและพยายามลดกลิ่นนม กลิ่นเนย สปาเก็ตตี้
    เราจึงรู้สึกเหมือนว่า ประเสริฐได้แนะนำบันทึกของตนในแบบฉบับน้ำพริกปลาทู กลมกล่อม ได้อรรถรสแบบไทยๆ
 แม้จะมีบางตอนของบทบันทึกเรื่องเด่นประจำเดือน
  ที่เล่าเรื่องวีรบุรุษชาวอิตาลีแก้เลียนนิดหน่อย
  (ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องของทหาร หริอเยาวชนที่รักชาติ จนออกแนวโน้มเอียงไปทางชาตินิยม)

    แต่ที่ชอบที่สุดก็คือ การเล่าเรื่องเพื่อนๆของประเสริฐ
   ที่มาจากฐานะต่างๆกัน เช่น ลูกแม่ค้า ลูกนักโทษ ลูกกรรมกร
   แต่ทุกคนก็สามารถเป็นเพื่อนเล่นด้วยกันได้
   ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยไม่เลือกชั้นวรรณะ
  เพื่อนที่ตัวใหญ่กว่าจะคอยปกป้องเพื่อนคนพิการ
    ซึ่งมักจะเป็นเหยื่อของการถูกล้อเลียนจากเด็กแก่นเซี้ยว
   เพื่อนที่เรียนเก่งก็จะเป็นหัวโจทก์นำช่วยติวเพื่อนที่เรียนอ่อนกว่า บนพื้นฐานของความเข้าอกเข้าใจในชะตาชีวิตของแต่ละคนที่ไม่สามารถกำหนดเองได้ แต่ภายใต้ข้อจำกัดด้านทุนทรัพย์ และสติปัญญา ทุกคนเลือกวิถีชีวิตที่ปูด้วยคุณธรรมส่องนำทาง

   อ่านจบแล้ว นึกไม่ออกเลยว่า จะมีโรงเรียนไหนบ้างในบ้านเรา จะสร้างความประทับแนบแน่นเป็นดั่งดวงใจได้สนิทเนียนเท่านี้ ระหว่างครูโรงเรียน เพื่อนนักเรียน
     (กูรูขอบสนาม)


       สำหรับผมแล้ว เนื้อเรื่องที่แบ่งเป็นเหตุการณ์ในแต่ละตอนและเป็นตอนสั้นๆ ที่ประเสริฐได้พานพบ รวมถึงบันทึกไว้ตั้งแต่วันเปิดภาคเรียน จวบจนถึงวันสุดท้าย ชวนให้อ่านและติดตามไปพร้อมกับเรื่องราวของเขาตั้งแต่ต้นจนจบเลยทีเดียวครับ
        เรื่องราวในโรงเรียนเหล่านี้ ล้วนเป็นประสบการณ์ชีวิต ที่หลายคนคงเคยผ่านพบมาบ้าง ทั้งสนุก ขบขัน หัวเราะและประทับใจจนน้ำตาซึมก็มี และผู้เขียนก็ได้สรุปข้อคิด คติเตือนใจในตอนท้ายเป็นการขมวดปมของเรื่องให้กับผู้อ่านเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ขอยกตัวอย่างบางเรื่อง เช่น เรื่องคนขายถ่านและสุภาพบุรุษ

    ประเสริฐเล่าถึงเพื่อนสองคน คือสุนทร ที่มีพ่อร่ำรวย จึงมีนิสัยหยิ่งจองหอง ดูถูกเพื่อน ในขณะที่ไพบูลย์ เป็นเด็กชายตัวเล็กๆ ลูกคนขายถ่าน ทั้งสองคนเกิดทะเลาะกัน และเมื่อสุนทร เถียงด้วยเหตุผลไม่ได้ เขาจึงเยาะเย้ยเพื่อนว่า “แกมันลูกคนขอทานเสื้อขาด” ซึ่งไปจี้ปมของเด็กชายจนเสียใจน้ำตาไหลพราก เขากลับไปบอกพ่อ จนเช้าวันรุ่งขึ้น บิดาขายถ่านก็เดินทางมาที่โรงเรียน ในเวลาเดียวกับพ่อของสุนทร ก็พาลูกชายหัวแก้วหัวแหวน มาส่งที่โรงเรียนพอดี

       เมื่อพ่อของสุนทรรู้เรื่องว่าลูกชายตนเองไปว่าเพื่อนว่า “แกเป็นลูกคนขอทานเสื้อขาด” ก็ทำให้เขาหน้าแดงด้วยความอับอาย และหันไปถามลูกชายตัวเอง สุนทรยอมรับโดยดี พ่อจึงให้เขาขอโทษต่อหน้าครูและทุกคน แต่แล้ว พ่อค้าขายถ่านก็กลับเกิดความสงสารเด็กชาย จึงขออภัยแล้วกล่าวว่า “อย่า... อย่าเลยครับ” แต่พ่อของสุนทรไม่ยอม เขาสอนให้ลูกชายต้องเป็นสุภาพบุรุษ ยอมรับความผิดเพราะคำพูดพล่อยๆของตัวเอง

      สุนทรจึงก้มหน้าลง พูดช้าๆ ตะกุกตะกักว่า
   “ฉันได้กล่าว ถ้อยคำ ที่ล่วงเกิน ถึงพ่อของเธอ ซึ่งฉันไม่ควรพูดอย่างยิ่ง ขอ... ขออภัยแก่ฉันเสียเถิด ขอให้พ่อของฉัน ได้รับเกียรติยศ จับมือกับพ่อของเธอด้วย”

    สุภาพบุรุษพ่อของสุนทร ยื่นมือออกไปยังคนขายถ่านและจับมือร่วมกับพ่อของไพบูลย์ และยักผลักลูกของตนให้เข้าไปจับมือกันอีกด้วย
      “คุณครูครับ แต่นี้ไป โปรดให้เด็ดสองคนนี้นั่งใกล้ๆกันด้วย” พ่อของสุนทรได้ขอร้องแก่ครู ดังนั้นครูจึงให้ไพบูลย์ได้นั่งข้างๆสุนทร พ่อของสุนทรรอจนเข้านั่งกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงลาออกไป
          คนขายถ่านมองดูเด็กทั้งสอง ยืนคิดอยู่เป็นนาน แล้วก็เกิดเข้าไปใกล้ ทำท่าคล้ายจะพูด และดูเหมือนรู้สึกเสียใจและอยากจะขออภัย ที่สุดก็ไม่พูดอะไร เขายกมือทั้งสองทำท่าจะเข้าไปกอดสุนทร แต่ก็มิได้กอดเพียงแต่ใช้นิ้วมื่อใหญ่ของเขาไปแตะที่หน้าผากสุนทรเบาๆ พอออกไปถึงประตูใหญ่ ยังหันมามองอีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงไป
        ครูบอกแก่พวกเราว่า “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ทุกคนจงอย่าลืมเสีย นี่เป็บบทเรียนที่ดีที่สุดในภาคเรียนนี้”

           ท้ายสุดนี้ ขอนำรูปและประวัติในหนังสืองานพระราชทานเพลิงศพ ของนายซิม วีระไวทยะ ผู้ประพันธ์มาลงประกอบไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ
ขอบคุณ ภาพจากเว็บร้านหนังสือคุณแม่ ครับ









Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2558
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2558 20:21:48 น. 6 comments
Counter : 1194 Pageviews.

 
หนังสือเก่าได้ใจเลยค่ะ
อ่านรีวิวแล้ว โหวตพร้อมแปะใจให้เลยค่ะ


โดย: แม่ไก่ วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:15:39:51 น.  

 
ปกคลาสสิคมากเลยค่ะเล่มนี้

แวะมาแปะหัวใจให้ด้วยค่ะ ^^


โดย: Serverlus วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:21:00:32 น.  

 
หนังสือดูคลาสสิคมากๆเลยครับ

แปะ ให้ครับ


โดย: PZOBRIAN วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:21:19:37 น.  

 
แวะมาแปะใจให้ค่ะ อ่านๆรีวิวไป อยู่ๆก็นึกถึงเรื่องอยู่กะก๋งขึ้นมาเฉยเลยค่า 555555


โดย: Sab Zab' วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:23:58:26 น.  

 
แวะมาแปะใจ ดูจากปกไม่คิดว่าเป็นหนังสือแปลเลยค่ะ


โดย: kunaom วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:10:09:48 น.  

 
คุณแม่ไก่ : ขอบคุณมากครับ

คุณ Serverlus : เป็นเวอร์ชันแรกๆของนิยายเรื่องนี้ครับผมติดใจตั้งแต่เห็นปกเหมือนกันครับ เวอร์ชันต่อมาจะเป็นรูปถ่ายดอกบัวกลางสระน้ำครับ

คุณPZOBRIAN: ขอบคุณมากครับผม

คุณSab Zab' : อยู่กับก๋งก็สนุกครับ มีโอกาสว่าจะนำเรื่องของคุณหยก บูรพา มารีวิวบ้างนะครับ

คุณ kunaom : ตอนซื้อมาครั้งแรกก็นึกว่าเป็นนิยายไทยเหมือนกันครับ พออ่านคำนำแล้วถึงรู้ว่าเป็นแรงบันดาลใจมาจากวรรณกรรมต่างประเทศ แต่คนเขียนก็ใส่บรรยากาศแบบไทยๆผสมลงไปอย่างกลมกลืนดีครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:9:42:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 65 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.