หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
มกราคม 2558
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
23 มกราคม 2558
 
All Blogs
 
นิทานทองอิน : นายแก้ว นายขวัญ

เรื่อง : นิทานทองอิน
ผู้เขียน : นายแก้ว นายขวัญ
สำนักพิมพ์ : องค์การค้าคุรุสภา
ปีที่พิมพ์ : 2510
เล่มเดียวจบ



      จากข้อมูลหนังสือ ประพฤติการณ์ของนายทองอิน รัตนะเนตร์ ที่สโมสรรหัสคดี จัดพิมพ์ขึ้นใหม่นั้น พบว่านิทานทองอิน เป็นพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่สมัยเป็นมกุฏราชกุมาร โดยทรงพระราชนิพนธ์รหัสคดีชุด "นิทานทองอิน" เป็นเรื่องสั้นจำนวน 15 เรื่อง ลงพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร 'ทวีปัญญา' ระหว่าง พ.ศ. 2447-2448 ” โดยใช้พระนามแฝงว่า “นายแก้วนายขวัญ” "นิทานทองอิน" ไม่เพียงแต่เป็นนิยายสืบสวนเรื่องแรกของพระองค์ หากยังเป็นรหัสคดีที่มีตัวละครต่อเนื่องชุดแรกของไทยด้วย

    อีก 16 ปีต่อมา พระองค์ทรงนำเรื่องสั้นจำนวน 11 เรื่องจากชุด "นิทานทองอิน" มาแก้ไขปรับปรุงใหม่และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "ประพฤติการณ์ของนายทองอิน รัตนะเนตร์" ลงพิมพ์ในนิตยสาร 'ดุสิตสมิต' ระหว่างเดือนเมษายน-ธันวาคม 2464 และเปลี่ยนพระนามแฝงเป็น “รามจิตติ” ที่มักจะทรงใช้กับงานพระราชนิพนธ์แปล

     แต่น่าแปลกใจว่า นับจากนั้นมา 80 กว่าปี ยังไม่มีการนำ "ประพฤติการณ์ของนายทองอิน รัตนะเนตร์" มาตีพิมพ์รวมเล่มเผยแพร่เลย ทั้งที่ความจริงแล้วนี่คือเรื่องสั้นชุดนักสืบทองอินฉบับแก้ไขปรับปรุงใหม่ โดยผู้ที่ทำบรรณาธิการกิจคือล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 เอง จึงย่อมรับประกันได้ว่าเป็นฉบับที่ทันสมัยและถูกต้องสมบูรณ์กว่าฉบับดั้งเดิมอย่างไม่ต้องสงสัย

    เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯทรงตราพระราชบัญญัติขนานนามสกุลขึ้นบังคับใช้ในปี พ.ศ.2456 พระองค์ทรงพระราชทานนามสกุลให้แก่ครอบครัวต่างๆทั้งหมด 6,432 นามสกุล
นายทองอินบุคคลสมมุติในนิยายก็ได้รับพระราชทานนามสกุล "รัตนะเนตร์"

       จึงอาจจะถือได้ว่า นิทานทองอิน เป็นวรรณกรรมไทยในแนวรหัสคดี (Mystery) ยุคแรกๆ ที่เป็นหมุดหมายสำคัญของงานวรรณกรรมไทยสไตล์นี้ในเวลาต่อมา แน่นอนว่างานดังกล่าวได้รับอิทธิพลจากวรรณกรรมตะวันตก เรื่อง เชอร์ลอค โฮล์มส์ ที่มีคุณหมอวัตสันเป็นสหายคู่คิดคู่สืบคดี ของเซอร์ อาร์เธ่อร์ โคนัน ดอยล์ โดยที่ นายทองอิน รัตนะเนตร์ ถือกำเนิดหลัง เชอร์ล็อค โฮล์มส์ 17 ปี และมีภาพลักษณ์เหมือนกับโฮล์มส์เกือบทุกอย่าง แต่ในรายละเอียดของเนื้อหาแล้วเป็นการปรับประยุกต์เข้ากับวิถีชีวิตแบบไทยๆในยุคนั้น ได้อย่างกลมกลืน สำหรับนักอ่านปัจจุบัน อาจจะติดขัดกับสำนวนภาษาแปลกๆที่ไม่คุ้นเคยไปบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะอ่านยากจนถึงกับสะดุด และน่าจะได้รับอรรถรสของวรรณกรรมเรื่องนี้ได้ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

       สำหรับฉบับที่ผมนำมารีวิวในบางส่วนนี้ อาจจะไม่สมบูรณ์เท่ากับฉบับล่าสุดที่คุณเรืองเดช จันทรคีรี นำมาจัดพิมพ์ใหม่ เพราะประกอบด้วยเรื่องสั้นทั้งหมด 11 เรื่อง เปิดตัวคดีแรกพร้อมกับเรื่องราวของนายทองอินและ “นายวัด” ด้วยคดี นากพระโขนงที่สอง

        เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อมีเสียงเล่าลือกันว่า ในช่วงที่ผ่านมา มีปีศาจชื่อนาก มาออกอาละวาดอีกครั้งที่บางพระโขนง โดยมีเสียงเล่าลือกันว่า มักจะปรากฏใกล้บ้านของพันโชติกำนัน ซึ่งเคยมีภรรยาชื่อนาก แต่ถึงแก่กรรมลงไปแล้ว ทิ้งไว้แต่บุตรชายสองคน พันโชติมีฐานะดีระดับเศรษฐี และคิดจะมีภรรยาใหม่ ส่วนนางนากที่เสียชีวิตไปแล้วนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่า สมัยมีชีวิตอยู่เป็นคนขี้หึงสามีมากซ้ำตายไป ถ้าเป็นผีจะมาหลอกหลอน ดังนั้นคนทั่วไปจึงเชื่อกันว่า ปีศาจที่มาปรากฏกายแถบบางพระโขนงแห่งนั้นก็คือปีศาจนางนากนั่นเอง

        เรื่องราวเล่าผ่านมุมมองของ นายวัด ซึ่งคบหากับ นายทองอินผู้เป็นสหายรัก นายทองอินผู้มีสติปัญญาเฉียบแหลม แต่กลับไม่ยอมเข้ารับราชการมีรายได้สูง เหมือนกับคนอื่น หากสมัครใจเป็นพลตระเวนลับหรือผู้สืบข่าวต่างๆ (คงจะคล้ายกับนักสืบเชลยศักดิ์ในปัจจุบัน) ซ้ำยังมีความสามารถในการปลอมตัวอีกด้วย เมื่อนายวัดนำความมาปรึกษา สองสหายจึงร่วมมือกันเพื่อสืบหา แม่นากพระโขนง ตัวจริง...
นายทองอินมีโอกาสพบกับ ลูกชายทั้งสองคนของ พันโชติ และรู้ว่าเด็กหนุ่มทั้งสองต่างกลัวว่า แม่เลี้ยงคนใหม่จะมาแย่งสมบัติเอาไป นายทองอินจึงวางอุบาย แกล้งบอกว่า นายวัดสหายของเขาเป็นหมอผี ที่สามารถปราบแม่นากพระโขนงได้ จนพันโชติเชื่อถือ และให้มาช่วยปราบผี ในขณะที่สังเกตเห็นบุตรชายทั้งสองทำหน้าตาเหมือนอยากจะลองดี แผนการจับผี จึงเริ่มขึ้น

       ในที่สุดด้วยกลอุบายของนายทองอิน ที่หลอกให้พ่อลูกออกไปเก็บน้ำกลางแม่น้ำมาทำเป็นน้ำมนต์ปลุกเสก แล้วแอบเข้าไปสังเกตการณ์ภายในห้อง จนเห็นเส้นทางที่ “ผีตัวปลอม” ใช้ออกมาหลอกผู้คนได้สำเร็จ คืนวันนั้นเอง ทั้งนายทองอิน และ นายวัด ก็จับผี ได้สำเร็จ

       “ผีนางนาก” หรือนายชม ลูกชายพันโชติ ยอมสารภาพ โดยที่นายทองอินไม่เอาความ แต่มีข้อแม้ว่า ห้ามเล่นพิเรนทร์เช่นนี้อีก จากนั้นเรื่องราวปีศาจนางนากพระโขนงที่สอง ก็เลือนหายไปจากบางพระโขนงในที่สุด

      อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะนำมารีวิว คือ คดี“เข็มร้อยดอกไม้” เรื่องสั้นเรื่องนี้ คุณหมอพงศกร นำไปอ้างอิงถึง ในนวนิยายเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ในสมัย ร.6 เช่นกัน คือ “สาวหลงยุค” เรื่องราวเริ่มต้นที่คดีการเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาของนายบุญคง ที่เป็นไข้เพียงไม่กี่วันก็เสียชีวิต เรื่องนี้นายทองอินได้รับมอบหมายให้มาชันสูตรศพร่วมกับเจ้ากรมกองตระเวนและปลัดกองสอดแนมด้วย

      หลังจากแพทย์ตรวจลักษณะผู้ตายแล้วก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ นอกจากเหมือนกับหัวใจหยุดเต้น ส่วนแม่เลียบ ภรรยาผู้ตายก็มัวแต่เศร้าเสียใจจนสลบไป นายทองอินจึงได้เข้าไปพิสูจน์ศพเพียงลำพัง กับนายวัด

    “นายทองอินสั่งให้เปิดประตูหมดทุกด้านแล้วก็จัดการตรวจศพทั้งตัว ตรวจอยู่นานมิได้พูดว่ากระไรเลย สักครู่หนึ่ง ข้าพเจ้าเห็นตานายทองอินจ้องอยู่ที่อกซ้าย แล้วควักเอาแว่นส่องออกมาจากกระเป๋า ส่องดูที่ตรงอกซ้ายนั้นอยู่นาน”

     จากนั้น นายทองอินจึงเข้าไปที่ห้องนอนผู้ตาย และพบวัตถุชิ้นหนึ่งอยู่ที่พื้นห้อง มันคือเข็มร้อยดอกไม้ พยานหลักฐานชิ้นสำคัญ...
เข็มร้อยดอกไม้ขนาดเล็กเรียวยาวที่ปลายเหมือนติดครั่งเอาไว้ ถูกนำไปตรวจ โดยผ่านกล้อง “ไมโกรสะโก๊บ” และพบว่า แท้จริงแล้วมันคือคราบเลือด... เลือดของนายบุญคง...
      ความสงสัย ทำให้นายทองอินสั่งให้คนคอยจับตาดู ผู้เข้ามติดต่อที่บ้านนายบุญคงในช่วงนี้ และหาคนที่มีความรู้ภาษาอังกฤษอย่างดีหรือทางการแพทย์ นอกจากนี้ เมื่อได้พูดคุยกับนางเลียบก็รู้ว่า นายบุญคงรักษาตัวกับ หมอศิริ ที่เพิ่งจบแพทย์จากเมืองนอกใหม่ๆ

      กุศโลบายกระชากหน้ากากฆาตกร เริ่มต้นขึ้น เมื่อ นายทองอินแวะมาหา หมอศิริ แล้วทำทีเหมือนกับมาปรึกษาคดีอื่น โดยเล่าว่ากำลังสืบคดีประหลาดคดีหนึ่ง ที่คนปกติ อยู่ๆ ก็เสียชีวิต เมื่อหมอตรวจก็ไม่พบว่าถูกวางยาพิษใดๆทั้งสิ้น จนเกือบจะปลงใจเชื่อแล้วว่า ตายด้วยเหตุปัจจุบันตามธรรมดา เมื่อคุณหลวงเจ้ากรมกองตระเวน มาปรึกษา นายทองอินจึงเล่าว่าเคยอ่านหนังสือฝรั่งเรื่องผู้หญิงคนหนึ่ง ไปเต้นรำแล้วหกล้มลง และถูกเข็มกลัดที่อกนั้นตำหน้าอก สักครู่ก็เสียชีวิต หมอมาตรวจดูก็ไม่พบร่องรอยอะไรเลย นอกจากรอยเข็มตำนิดเดียวที่หน้าอก แต่เมื่อค้นพบเข็มกลัดที่ตกอยู่ที่พื้น เข็มนั้นยังเปื้อนเลือด จึงแสดงความเห็นว่า หญิงคนนั้นตายเพราะเข็มตำที่หน้าอกซ้าย และทะลุไปถึงหัวใจจึงเลือดตกภายในตาย

       นายทองอินแกล้งยกตัวอย่างมาเปรียบเทียบและสังเกตเห็นว่า นายสิริหน้าซีดเผือดจนในที่สุดก็จำนนด้วยเหตุผลและความกลัว จึงยอมสารภาพว่าร่วมมือกับนางเลียบเพราะเป็นญาติกัน เห็นว่านางเลียบถูกนายบุญคงสามี ทำร้ายอยู่บ่อยๆ จึงสงสาร เขาขอให้จับตัวเขาดำเนินคดีเพียงคนเดียว แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อนางเลียบรู้ว่าความจริงถูกเปิดเผย นางจึงหนีเข้าไปในห้องปิดขังตัวเองไว้ ไม่ให้ตำรวจบุกเข้ามา แล้วฆ่าตัวตายหนีคดี!

       และสำหรับเรื่องสุดท้ายที่จะนำรีวิว คือ คดี “ระเด่นลันได” ที่ผมคิดว่าน่าสนใจตรงที่ ผู้เขียนได้นำวรรณคดีเชิงขบขันเรื่องนี้ เข้ามามีส่วนร่วมในพลอตเรื่อง ทั้งยังเป็นการเปิดตัว นางเอกคู่ชีวิตของนายวัด คู่หูนายทองอิน ในคดีนี้เสียด้วย

     เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ เมื่อมีพี่น้องสองคน มาขอความช่วยเหลือจากนายทองอิน แช่ม พี่สาวแสนสวยเป็นภรรยาของนายวง สองพี่น้องเป็นลูกหลวงประสิทธิ์ผู้ช่วยราชการเมืองนครไชยศรี ต่อมาพ่อแม่ตายทั้งหมด นางแช่มมีโอกาสพบนายวง ซึ่งเป็นลูกผู้ดีเป็นนักเรียนนอก เลยได้แต่งงานกัน และไปอยู่ที่เมืองพระปฐม นายวงต้องไปทำงานต่างจังหวัดบ่อยครั้ง โดยเฉพาะไปที่สุพรรณบุรี แต่แล้ว แช่มก็ได้ข่าวจากเพื่อนว่า เจอนายวง อยู่ที่บางกอกแทน ทำให้นางแช่มเริ่มเกิดความแคลงใจในความซื่อสัตย์ของเขา จึงแอบสะกดรอยตามไปที่บางกอก พร้อมกับน้องชายตน จนไปถึงแถววัดจักรวรรดิ แต่แล้วกลับพบว่าสามีตัวเองหายเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง ไม่นานก็มีขอทานเดินออกมา รูปร่างหน้าตาประหลาดมีแผลเป็นขนาดใหญ่ที่แก้มเหมือนถูกฟัน ปากเบี้ยว และขาเขยก มือข้างหนึ่งก็ถือซอมีเด็กขอทานวิ่งตามเป็นเกรียว ใครๆก็เรียกเจ้าวณิพกผู้นี้ว่า ระเด่นลันได

       นางแช่มพยายามตามหาสามี แต่ก็ไม่พบ จึงย้อนกลับมาและปรึกษากันว่า เรื่องนี้ต้องมาขอความช่วยเหลือ นักสืบ อย่างนายทองอิน ให้ช่วย ส่วนนายวัดนั้น ตะลึงตั้งแต่เห็นนางแช่มแล้ว ที่เป็นหญิงสาวแสนสวยก็เลยอาสาอย่างเต็มใจ

       ในที่สุดด้วยความร่วมมือของโปลิส นายทองอินและนายวัดคู่หู ก็สามารถกระชากหน้ากากระเด่นลันได ได้สำเร็จ นั่นก็คือ นายวงสามีของนางแช่มนั่นเอง ส่วนเหตุผลที่ต้องปลอมตัวเป็นขอทาน เพราะเป็นอาชีพที่มีรายได้ดีกว่าทำงานอย่างอื่นเสียอีก (ทันสมัยเปี๊ยบเลยครับ เรื่องนี้) เมื่อความแตกและถูกจับขึ้นโรงพัก นายวงเลยโกรธภรรยา ที่มาเปิดโปงความลับของตัวเอง แม้ว่าตำรวจจะไม่สามารถเอาผิดได้จนต้องปล่อยตัวไป แต่นายวงก็ไม่คิดจะคืนดีกับนางแช่มอีก เขาลงจากโรงพักไปอีกทางหนึ่งโดยไม่ได้พบกับภรรยาเลย และคดีนี้ก็จบลงด้วยดี แต่สำหรับนายวัดแล้ว เขายังเล่าต่อไปอีกว่า...

    เรื่องนี้มีต่ออีกนิดเดียว แม่แช่มเมื่อทราบความจริงก็มิได้พูดกระไร เมื่อรู้ว่านายวงไปเสียแล้วก็ไม่คิดติดตาม เพราะหล่อนทราบว่าเขาสิ้นรักหล่อนแล้ว พอถึงเวลาอันสมควรหล่อนก็ยื่นฟ้องต่อศาลขอหย่าขาดจากนายวง จำเลยไม่สู้ความก็เป็นอันตกลงขาดจากสามี ภรรยา กันตามกฎหมาย

  เดี๋ยวนี้แม่แช่มเป็นภรรยาข้าพเจ้า อยู่ด้วยกันปรองดองดี ข้าพเจ้ายังนึกขอบใจเจ้าระเด่นลันไดอยู่เสมอในการที่ข้าพเจ้าได้รับความสุขอยู่ทุกวันนี้

ปล. รูปด้านล่างเป็นฉบับรวมเล่มครั้งล่าสุดของ สโมสรรหัสคดี ที่ใช้ชื่อว่าประพฤติการณ์ของนายทองอิน รัตนะเนตร์ ครับ (ปัจจุบันมีวางจำหน่ายอยู่) นับว่าเป็นภาพปกสวยคลาสสิคไม่น้อยเลยทีเดียว





Create Date : 23 มกราคม 2558
Last Update : 23 มกราคม 2558 15:26:19 น. 35 comments
Counter : 23937 Pageviews.

 
ประพฤติการณ์ของนายทองอิน รัตนะเนตร์ เล่มนี้ผมก็มีเหมือนกันครับ เมื่อก่อนตามหาร้านหนังสือที่จตุจักรไม่เจอ โชคดีไปเจอที่บูธของ สนพ.นี้ในงานหนังสือเมื่อปี 54 ครับ...เนื้อเรื่องสนุกและน่าติดตามทุกตอนเลยครับ ^^


โดย: Lek IP: 27.145.160.114 วันที่: 24 มกราคม 2558 เวลา:0:14:06 น.  

 
เล่มนี้น่าสนใจมากครับ
แอบไปหาในเน็ตปรากฏว่าฉบับพิมพ์ใหม่
ยังวางขายอยู่ หาซื้อไม่ยาก ว่าจะรอ
งานสัปดาหนังสือครับ จะลองไปหาดู


โดย: ruennara วันที่: 24 มกราคม 2558 เวลา:0:24:53 น.  

 
น่าอ่านมากเลยค่าาา
เคยอ่านแค่ที่คุณหมอพงศกรนำมาอ้างถึงในนิยายเรื่องสาวหลงยุคแค่นั้นเอง เพิ่งทราบนะคะเนี่ยว่ามีฉบับรวมเล่มใหม่ด้วย ต้องไปหาซื้อซะแล้ว

ขอบคุณสำหรับรีวิวนะคะ ^^


โดย: มุลิลาวิฬาร์มาเลศ วันที่: 27 มกราคม 2558 เวลา:18:28:30 น.  

 
ตามมาอ่านนิทานทองอินด้วยค่ะ
แต่ใช้Vote ไปแล้ว
วันหน้ามาใหม่นะคะ



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 27 มกราคม 2558 เวลา:19:34:12 น.  

 
ตามมาอ่านนิทานทองอินด้วยค่ะ
แต่ใช้Vote ไปแล้ว
วันหน้ามาใหม่นะคะ



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 27 มกราคม 2558 เวลา:19:34:13 น.  

 
คุณ Lek : เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ

คุณ ruennara : ในงานสัปดาห์น่าจะมีครับ ผมเคยเห็นบูทของคุณเรืองเดช (บูทสโมสร รหัสคดี) มาเปิดจำหน่ายหนังสือทุกปีเลยครับ

คุณ มุลิลาวิฬาร์มาเลศ : ในสาวหลงยุค เอ่ยถึงแค่ คดีเข็มร้อยดอกไม้ คดีเดียว แตนิทานชุดนี้ได้อ่านหลายคดีเลยครับ สนุกแบบไทยๆทุกคดีครับ

คุณ เริงฤดีนะ : ขอบคุณมากเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 29 มกราคม 2558 เวลา:11:02:31 น.  

 
อ่านนิทานทองอินสนุกมากเลยค่ะอย่าลืมเข้ามาอ่านเรื่องนิทานทองอินด้วยนะค่ะ


โดย: ศศิธร. คงตุ้ง IP: 49.237.166.72 วันที่: 26 พฤษภาคม 2558 เวลา:19:43:01 น.  

 
คุณ ศศิธร. คงตุ้ง : ขอบคุณมากครับ ฉบับที่พิมพ์ใหม่ของคุณเรืองเดชเอง เดี๋ยวนี้ก็กลายเป็นของหายากไปแล้วเหมือนกัน


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 27 พฤษภาคม 2558 เวลา:12:47:57 น.  

 
'jkkjk;k;


โดย: k;ki;k;kkj;k;kj;kj;k IP: 106.0.210.207 วันที่: 17 มิถุนายน 2558 เวลา:9:08:51 น.  

 
ก้อยังงงๆอยู่นะค่ะ. หนูก้อเยู่ป.6แล้วซึ่งป.นี้จะได้เรียนในวรรณคดีไทยค่ะ...ลองอ่านแล้วก้อยังงงๆอยู่ค่ะ...แต่ไม่เป็นไรค่ะหนจะพยายามจับใจความสำคัญเรื่องนี้ให้ได้ค่ะ....ขอบคุณค่ะ..😁


โดย: เนย IP: 49.230.74.11 วันที่: 7 กรกฎาคม 2558 เวลา:19:13:49 น.  

 
คุณเนย : ด้วยความยินดีครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 8 กรกฎาคม 2558 เวลา:18:43:50 น.  

 
ดีมากเลยคับ


โดย: team IP: 223.207.241.192 วันที่: 28 กรกฎาคม 2558 เวลา:20:41:27 น.  

 
ดีมากเลยคับ


โดย: team IP: 223.207.241.192 วันที่: 28 กรกฎาคม 2558 เวลา:20:41:37 น.  

 
ดีมากเลยคับ


โดย: team IP: 223.207.241.192 วันที่: 28 กรกฎาคม 2558 เวลา:20:41:41 น.  

 
คุณ team : ขอบคุณครับ เป็นหนังสือที่อ่านแล้วคุ้มค่าเรื่องหนึ่งเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 29 กรกฎาคม 2558 เวลา:7:52:07 น.  

 
ถุกใจคะเป็นนิทานเเนวนักสืบสอบสวนสืบสวน


โดย: อารยา ^_^ IP: 171.7.60.218 วันที่: 8 กันยายน 2558 เวลา:20:27:51 น.  

 
คุณอารยา : ขอบคุณครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 9 กันยายน 2558 เวลา:8:03:56 น.  

 
ชอบมากๆๆๆค่ะ


โดย: น้องนามิ IP: 49.228.230.57 วันที่: 22 กันยายน 2558 เวลา:17:21:22 น.  

 
น้องนามิ : ขอบคุณครับ นิทานทองอิน ฉบับที่คุณเรืองเดช นำมาจัดพิมพ์ใหม่ จะสมบูรณ์ครบชุดกว่านี้ครับ คิดว่ายังพอหาอ่านและหาซื้อได้ในปัจจุบันครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 23 กันยายน 2558 เวลา:10:26:26 น.  

 
น่าสนใจค่ะครูไห้ทำรายงานเรื่องนี้พอดีเลย
จากเรื่องที่ไม่เคยรู้ ว่านิทานเเบบนี้ด้วย


โดย: lolee IP: 49.229.33.197 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:19:39:54 น.  

 
คุณ lolee : ลองอ่านดูนะครับ แม้ว่าจะเป็นงานที่เขียนขึ้นมานานแล้ว แต่มีความทันสมัยและคลาสิคก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:8:21:26 น.  

 
👌🏼 very good


โดย: Captain aum IP: 124.120.6.40 วันที่: 14 มิถุนายน 2559 เวลา:20:50:37 น.  

 
คุณ Captain aum: ขอบคุณครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 15 มิถุนายน 2559 เวลา:8:55:03 น.  

 
ยังมีวางจำหน่ายอยู่ที่ไหนบ้างคะ


โดย: สมาชิกหมายเลข 3094805 วันที่: 19 มิถุนายน 2559 เวลา:11:48:50 น.  

 
ถ้าเป็นฉบับพิมพ์คุรุสภา น่าจะต้องหาจากร้านหนังสือเก่าครับ
แต่ถ้าฉบับพิมพ์ใหม่ลองติดต่อสำนักพิมพ์รหัสคดี ดูนะครับ ผมเห็นงานสัปดาห์หนังสือ คุณเรืองเดช มาออกบูทประจำอยู่แล้วครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 20 มิถุนายน 2559 เวลา:8:12:18 น.  

 
นาคพระโขนง


โดย: นนมา IP: 119.76.123.212 วันที่: 20 กรกฎาคม 2559 เวลา:15:52:57 น.  

 
คุณนนมา : ยึดตาม การสะกดชื่อตามฉบับสำนักพิมพ์ขององค์การค้าคุรุสภา ที่นำมารีวิวครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 21 กรกฎาคม 2559 เวลา:8:45:36 น.  

 
นิทานทองอินสนุกมากเลย


โดย: อ๋อมเเอ๋ม IP: 182.232.51.140 วันที่: 21 กรกฎาคม 2559 เวลา:16:45:44 น.  

 


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 21 กรกฎาคม 2559 เวลา:17:37:44 น.  

 
😮


โดย: สามปอยหลวง IP: 49.49.249.62 วันที่: 6 สิงหาคม 2559 เวลา:17:17:07 น.  

 
ได้ความรู้มากเลยครับ(มีรายงานภาษาไทยส่งครูแล้ว😆)ไม่คิดเลยครับว่าอยู่ป.6จะทรมานขนาดนี้ขอบคุณมากเลยนะครับผมรอดวิชาภาษาไทยแล้ว😅


โดย: ผู้หวังร้าย(อิง) IP: 49.230.223.155 วันที่: 1 กรกฎาคม 2560 เวลา:13:39:36 น.  

 
คุณ ผู้หวังร้าย(อิง) : ยังไง อย่าแค่ส่งรายงานอย่างเดียวนะครับ นิทานทองอิน มีอะไรหลายๆอย่างที่น่าสนใจ มากครับ บางที ถ้ามีโอกาสได้อ่าน เมื่อเวลาผ่านไป อาจจะชื่นชอบไม่ถึงกับต้องทรมานกับการอ่านก็ได้นะครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 4 กรกฎาคม 2560 เวลา:14:04:57 น.  

 
ทำไมมันไม่มีเรื่องเต็มๆหรอคะ อยากอ่านเเต่ไม่มีให้อ่าน ได้อ่านไปเเค่สามเรื่องเองคะด้านหน้าเอง


โดย: ไม่ต้องรู้ IP: 49.229.107.115 วันที่: 16 สิงหาคม 2560 เวลา:16:53:57 น.  

 
ทำไมมันไม่มีเรื่องเต็มๆหรอคะ อยากอ่านเเต่ไม่มีให้อ่าน ได้อ่านไปเเค่สามเรื่องเองคะด้านหน้าเอง


โดย: ไม่ต้องรู้ IP: 49.229.107.115 วันที่: 16 สิงหาคม 2560 เวลา:16:54:05 น.  

 
สวัสดีครับ คุณไม่ต้องรู้ พอดี รีวิว แค่บางเรื่องเท่านั้นเองครับ พอเป็นน้ำจิ้ม เผื่อคนที่สนใจ จะได้ติดตามจากหนังสืออีกทีครับ เผื่ออย่างไรลองติดตาม จากสำนักพิมพ์รหัสคดี ดูก็ได้นะครับ ฉบับพิมพ์ใหม่ รูปเล่มสวยมากเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 17 สิงหาคม 2560 เวลา:8:46:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.