หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
มกราคม 2558
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
6 มกราคม 2558
 
All Blogs
 
ต้อยตีวิด : ก.ศยามานนท์

เรื่อง : ต้อยตีวิด
ผู้เขียน : ก. ศยามานนท์
สำนักพิมพ์ : ผดุงศึกษา
ปีที่พิมพ์ : 2500
เล่มเดียวจบ



          สวัสดีปีใหม่เพื่อนนักอ่านทุกท่านครับ เผลอนิดเดียววันหยุดยาวก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกลายมาเป็นวันเริ่มต้นทำงานอีกแล้ว สำหรับวันนี้ ผมขอเสนอนวนิยายชื่อแปลกที่สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น เรื่องนี้ผมเพิ่งได้มาก่อนปีใหม่ไม่นานเลยครับ อ่านจบแล้วเลยรีบลัดคิวรีวิวก่อนด้วยความชื่นชอบเป็นพิเศษ

       ชื่อต้อยตีวิด ทำให้นึกไปถึง การ์ตูนเบบี้ ในอดีต ผมจำลายเส้นอาวัฒน์ หรือ วัฒนา ที่วาดรูปนกตัวนี้ นอนเอาขาชี้ฟ้า ทำให้รู้ในภายหลังว่า เป็นนกที่มีพฤติกรรมแปลกๆ เวลานอน จะนอนเอาขาสองข้างชี้ขึ้นข้างบน เพราะกลัวว่า ท้องฟ้าจะหล่นลงมาทับ เลยเอาขายันไว้ ป้องกันตัวเอง!

    สำหรับนิยายเรื่องนี้ เป็นผลงานของนักเขียนรุ่นบรมครู ลายคราม ที่มีสไตล์เฉพาะตัวอีกเช่นเดิม คือ ก.ศยามานนท์ ครับ

      ครอบครัวของเด็กหญิงต้อยตีวิด ต้องประสบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อคุณพ่อของเด็กหญิงต้องต้องย้ายไปประจำการที่บริษัทแถวศรีราชา ชลบุรี ซึ่งในยุคนั้น ศรีราชาแทบจะเป็นหมู่บ้านริมทะเลที่ห่างไกลพระนคร ราวกับดินแดนแห่งใหม่ไกลปืนเที่ยงเลยทีเดียว ทำให้ทั้งคุณแม่และต้อยตีวิดรู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อแม่หนูได้พบกับบรรดาสมาชิกของหมู่บ้านเชิงเขา ชายทะเลแห่งนั้น ทำให้ได้เปลี่ยนความคิดไปโดยสิ้นเชิง

        บ้านหลังแรกคือคุณป้าบุปผา นักเขียนนวนิยายชื่อดัง ซึ่งอยู่กับหลานสาววัยแรกรุ่นแสนสวยชื่อคุณบุษยา ถัดไปคือบ้านของคุณแวม ชายหนุ่มศิลปินนักวาดรูปที่มีท่าทีชอบพอกับคุณบุษยา อยู่ไม่น้อย และยังมีบ้านของคุณหมอนพพร ชายสูงวัยที่เอ็นดูต้อยตีวิดเป็นอย่างมาก คุณหมอชราจึงขอเป็นสหายกับเด็กหญิงที่เขารู้สึกผูกพันเหมือนกับลูกสาวของเขาที่จากไปแล้ว ส่วนอีกบ้านหนึ่งก็คือ บ้านเศรษฐีที่มีชื่อว่าคุณเลิศ

          ต้อยตีวิดและนางไดโด สุนัขเพศเมียแสนรู้ที่พามาจากกรุงเทพฯ ได้สร้างวีรกรรมของเด็กวัยซนไว้มากมาย เด็กหญิงได้เรียนรู้มิตรภาพ กับอ้วนและอ้อ สองพี่น้อง อ้วนเป็นเด็กชายยากจนชาวทะเล ที่มีพ่อเป็นภารโรง มีแม่และน้องอ้อที่ป่วยหนัก เด็กหญิงเห็นใจอ้วนจึงหาทางอ้อนวอนคุณหมอนพพร มิตรสนิทให้มาช่วยเหลือ โดยเอาเงินเก็บของตัวเองทั้งหมดที่มีอยู่ในถุงถึง 150 บาท 60 สตางค์ มาให้คุณหมอ แม้จะเสียดายเพียงใด แต่ความสงสารเพื่อนมีมากกว่า คุณหมอรับเงินไว้และเดินทางไปช่วยรักษาแม่กับน้องของอ้วน แต่ก็ช้าเกินไป แม่ของเด็กชายเสียชีวิตไปเสียก่อน เหลือเพียงน้องสาวที่รอด

       หลังจากนั้นไม่นาน คุณหมอก็มีเหตุต้องย้ายกลับไปพระนคร แม้จะเสียดายมิตรภาพและความอาลัยต้องเด็กหญิงตัวน้อยสักเพียงใดก็ตาม ไม่นานนัก ก็มีจดหมายมาจากคุณหมอนพพร และของขวัญชิ้นพิเศษ นั่นก็คือเช็คไปรษณีย์ ราคาถึงหนึ่งพันบาท!

       บ้านสามเสน
     ต้อยตีวิด สุดที่รัก
         นี่คือจดหมายที่เขียนจากหัวใจของลุง ลุงคิดถึงหนูจนบอกไม่ถูก อยากจะกลับมาที่บ้านเชิงเขาอีก แต่ก็เป็นเพียงความปรารถนาเท่านั้น
       ลุงได้ส่งของขวัญมาให้ อย่าได้แปลกใจเลย นี่คือส่วนน้อยนิดที่ตอบแทนน้ำใจของหนู ทำไมหรือ ลุงจึงรับเงินของหนูไว้ทั้งถุง คล้ายกับว่าลุงใจดำที่คิดค่ารักษาจากเด็กๆ ทั้งๆที่ค่ารักษามาจากน้ำใจที่การุณที่ไม่อาจหาได้อีกในโลก
      แต่ลุงต้องการให้หนูได้สมศรัทธา สมความตั้งใจที่จะกระทำความดี ลุงรู้ว่าเด็กๆรักและเสียดายเงินที่เก็บเล็กผสมน้อยไว้อย่างไรบ้าง แต่ลุงก็ต้องการให้หนูได้เสียสละสมความตั้งใจ เงินทั้งถุงนั้นลุงขอเก็บเป็นที่ระลึก มันอยู่กับลุงทุกหนทุกแห่ง และมันสอนให้ลุงรู้จักคำว่า “มโนธรรม” อันเป็นยอดแห่งธรรมของลุงเลยทีเดียว
      หนูจงเก็บเงินพันบาทไว้ในถุงใบใหม่ และขอให้หนูจงประสบแต่ความสุขสำราญชั่วชีวิต
       ฝากความคิดถึงคุณพ่อคุณแม่ด้วย อธิบายให้ท่านฟังเสียหน่อยจะได้ทราบว่า ลูกเล็กๆของท่านช่างแสนดี แสนน่ารักเพียงไร?
      จากลุงหมอผู้เป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์
         นพพร


        หลังจากนั้น หมู่บ้านเชิงเขาชายทะเลก็มีโอกาสต้อนรับสมาชิกใหม่ อีกหลายคน รวมถึงคุณเฉิดโฉมม่ายสาว และหนูนิดลูกสาวตัวน้อย สองแม่ลูกมีท่าทางเย่อหยิ่งและอวดร่ำรวย จัดงานเลี้ยงและเชิญเฉพาะคนมีฐานะมาร่วมงาน เฉิดโฉมติดใจอาแวน ของต้อยตีวิดและเข้ามาติดพัน จนทำให้แวนกับคุณบุษยาเข้าใจผิดกัน ชายหนุ่มเองก็ปากหนัก ไม่กล้าปฏิเสธอีกฝ่ายและแม้เขาจะรักคุณบุษยาเท่าใดก็ไม่กล้าเอ่ยปากบอก ทำให้ทั้งสองดูเหมือนจะห่างกันไปทุกขณะ เห็นจะมีแต่หนูน้อยต้อยตีวิดและเพื่อนๆเท่านั้นที่ล่วงรู้ปัญหานี้เป็นอย่างดี ต้อยตีวิดจึงช่วยเหลือให้สองหนุ่มสาวได้ปรับความเข้าใจกันได้อีกครั้ง ในที่สุด

       เรื่องราวในหมู่บ้านเชิงเขา ณ ศรีราชา ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ผ่านเข้ามา เป็นบันทึกในความทรงจำอันสวยงามและสนุกสนานของหนูน้อยต้อยตีวิดและหัวใจอันบริสุทธิ์กล้าหาญของเธอ นวนิยายเรื่องนี้จัดเป็นวรรณกรรมเยาวชนก็ได้ สามารถอ่านได้อย่างเพลิดเพลินสนุกสนาน ไม่แพ้ “จ้อนกับแดง” ของผู้เขียนคนเดียวกันเลยครับ

         และข้อมูลจากพจนานุกรม ราชบัณฑิตยสถาน ปี พ.ศ. 2542 บอกว่า ต้อยตีวิด น. ชื่อนกชนิด Vanellus indicus ในวงศ์ Charadriidae ตัวขนาดนกเขาใหญ่ หัวสีดําขนบริเวณหูสีขาว มีติ่งเนื้อสีแดงพาดทางด้านหน้าจากขอบตาหนึ่ง ไปอีกขอบตาหนึ่ง ปากยาว ขายาวสีเหลือง ตีนมี ๔ นิ้ว นิ้วหลังเป็นติ่งเล็ก ร้องเสียงแหลม ''แตแต้แว้ด'' กินสัตว์ขนาดเล็ก วางไข่ในแอ่งตื้น ๆ บนพื้นดิน, กระต้อยตีวิด กระแตแต้แว้ด หรือ แต้แว้ด ก็เรียก.

         ท้ายสุดนี้ขอนำภาพถ่าย นกต้อยตีวิดมาลงประกอบ เสียดายไม่เห็นรูปตอนมันนอนขาชี้ฟ้า นะครับ
       (เครดิตภาพ คุณพีทวัส ผู้ภักดี)




Create Date : 06 มกราคม 2558
Last Update : 6 มกราคม 2558 10:52:59 น. 7 comments
Counter : 1362 Pageviews.

 
สวัสดีปีใหม่ครับ อ่านหนังสือรุ่นเก่าๆ นี่ได้บรรยากาศเก่าๆดีนะครับ


โดย: leehua (สมาชิกหมายเลข 755059 ) วันที่: 6 มกราคม 2558 เวลา:23:53:12 น.  

 
ชื่อเรื่องแปลกจนชวนให้อ่านเลยครับ


โดย: ruennara วันที่: 7 มกราคม 2558 เวลา:15:21:41 น.  

 
ต้อยตีวิด ชื่อเรื่องแปลกมากเลยค่ะ

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๘ ด้วยนะคะ


โดย: ชบาหลอด วันที่: 7 มกราคม 2558 เวลา:16:55:27 น.  

 
น่าอ่านมากเลยค่ะ ต้องไปหาดูที่ห้องสมุดเสียแล้วเผื่อจะมีค่ะ


โดย: pichayaratana วันที่: 8 มกราคม 2558 เวลา:18:48:43 น.  

 
คุณ leehua : สวัสดีปีใหม่เช่นกันนะครับ รออ่านรีวิวนิยายแปลเรื่องใหม่ๆด้วยนะครับ

คุณ ruennara : สะดุดตาตั้งแต่ชื่อเรื่องเลยครับ อ่านแล้วก็ไม่ผิดหวังด้วยครับ

คุณชบาหลอด : สวัสดีปีใหมเช่นกันครับ ขอให้คุณชบาหลอด มีความสุข สมปรารถนา ในทุกประการ ตลอดปีและตลอดไปนะครับ

คุณพิช : เป็นเรื่องที่หายากมากเรื่องหนึ่งเลยครับ เพราะเป็นงานเก่าและไม่ได้นำมาพิมพ์ใหม่เลย คิดว่าถ้าเป็นห้องสมุดโรงเรียน ห้องสมุดประชาชน บางแห่งน่าจะมีนะครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 12 มกราคม 2558 เวลา:8:16:05 น.  

 
ขอบคุณมากๆ ค่ะ ตามหาหนังสือเล่มนี้ อยากซื้อมาไว้อ่าน จำได้ว่าเคยอ่านตอนเด็กๆ สนุกดี ทำให้รู้จักชีวิตของสังคมนายช่างและบริษัทที่ไปสร้างแถวศรีราชา (เดาว่าถ้าไม่ใช่โรงกลั่นไทยออยล์ ก็ต้องเป็นเอสโซ่..)


โดย: วิรงรอง IP: 110.169.223.122 วันที่: 16 เมษายน 2560 เวลา:22:38:19 น.  

 
สวัสดีครับคุณวิรงรอง : งานของ ก.ศยามานนท์ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ผมชอบมากๆเลยครับ ตอนนี้พยายามเก็บสะสมอยู่ เสียดายที่นิยายของท่าน ปัจจุบันไม่ค่อยมีคนรู้ัจักในวงกว้าง เพราะไม่มีโอกาสได้พิมพ์ใหม่ นอกจากบางเรื่อง อย่างจ้อนกับแดง หรือรมดี ครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 18 เมษายน 2560 เวลา:8:19:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 65 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.