หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2561
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
19 พฤศจิกายน 2561
 
All Blogs
 

พรุ่งนี้ต้องมีอรุณรุ่ง : ศรีรัตน์ สถาปนวัฒน์

เรื่อง : พรุ่งนี้ต้องมีอรุณรุ่ง
ผู้ขียน : ศรีรัตน์ สถาปนวัฒน์
สำนักพิมพ์ : คลังวิทยา
ปีที่พิมพ์ : 2502
เล่มเดียวจบ


ในวาระครบ100 ปีชาตกาลของ ศรีรัตน์ สถาปนวัฒน์ นักเขียนรุ่นบรมครูอีกท่านหนึ่ง (23 กุมภาพันธ์ 2461 - 18 มีนาคม 2518 ) ผมขอถือโอกาส หยิบผลงานของท่าน ซึ่งหาโอกาสอ่านได้ยากพอสมควร มารีวิวให้นักอ่านหลายๆท่านได้รู้จักไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

สำหรับประวัติ คร่าวๆของ ศรีรัตน์ สถาปนวัฒน์ นั้น ในหนังสือประวัตินักเขียน ของ ป.วัชราภรณ์ ได้กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า
สุภาพบุรุษผู้มีปากกาเสียดแทงสังคมดีมากคนหนึ่ง บางเรื่องทำให้นักการเมืองและหนุ่มสาวจะต้องนั่งคิดนานๆ ถึงปัญหาชีวิตประจำวัน ปลายปากกาของเขา คมกริบเสมอใบมีดโกน

วัยเด็กท่านเรียนหนังสือที่โรงเรียนมัธยมวัดเทพศิรินทร์ แล้วมาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง แต่เรียนได้เพียงครึ่งทาง ก็ออกมาหาประสบการณ์ชีวิตเสียก่อน ชีวิตนักเขียนเริ่มต้นที่ นิตยสาร “ประชามิตร”รายสัปดาห์ซึ่งในยุคนั้น จะมี นิกรวันอาทิตย์และประชามิตรรายสัปดาห์ เป็นสองนิตยสารชั้นนำ และได้เริ่มต้นขึ้นในยุคเดียวกับ อิงอร เจ้าของผลงาน ธนูทอง นิทราสายัณห์ โนรี และอื่นๆ

ผลงานของท่านเป็นนวนิยายประมาณยี่สิบเรื่อง คมปากกา มีทั้งอบอวลไปด้วยสำนวนรักรัญจวนใจ และแทรกแนวคิดอุดมการณ์ ชีวิตของลูกผู้ชายที่ต้องต่อสู้กับความอยุติธรรมต่างๆ รวมถึง การเสียดสีบทบาททางการเมือง ซึ่งทำให้ได้รับการยอมรับว่า เป็นนักเขียนประชดสังคม และหลายคนผู้ติดตามงานของศรีรัตน์ ก็ออกปากชมว่า เขาเป็นอิสรา อมันตกุล คนที่สองของโลกการประพันธ์

นอกจากนี้ ใน วิทยานิพนธ์เรื่อง การศึกษาวิเคราะห์นวนิยายของ ศรีรัตน์ สถาปนวัฒน์ โดยคุณ ปิยลักษณ์ เสียงก้อง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2528 ซึ่งมุ่งศึกษาวิเคราะห์นวนิยายของ ศรีรัตน์ สถาปนวัฒน์ ในด้านเนื้อหาและรูปแบบ โดยเน้นศึกษาเฉพาะแนวคิด ตัวละคร และกลวิธีการประพันธ์เพื่อทราบถึงพัฒนาการของนวนิยายของ ท่าน

ผลการวิจัยสรุปได้ว่า ศรีรัตน์เป็นนักเขียนที่เสนอแนวความคิดหลายประการในนวนิยายของเขา แนวคิดสำคัญในนวนิยายของศรีรัตน์ได้แก่แนวคิดเกี่ยวกับสังคมแนวคิดเกี่ยวกับครอบครัว แนวคิดเกี่ยวกับการมองชีวิต แนวคิดเกี่ยวกับความรักและแนวคิดเกี่ยวกับการแต่งงาน ศรีรัตน์นิยมสร้างตัวละครเอกฝ่ายชายให้มีบทบาทเด่นและเป็นตัวละครเอกของเรื่องเป็นส่วนใหญ่ ตัวละครเอกฝ่ายหญิงมักจะมีบทบาทไม่เด่นนัก ในนวนิยายบางเรื่องมีตัวละครฝ่ายปฏิปักษ์เป็นตัวละครที่สำคัญและน่าสนใจตัวละครแต่ละประเภท คือตัวละครเอกฝ่ายชาย ตัวละครเอกฝ่ายหญิง และตัวละครฝ่ายปฏิปักษ์มีลักษณะร่วมกันบางประการ และมีลักษณะพิเศษบางประการในนวนิยายแต่ละแนว

ศรีรัตน์มีกลวิธีการประพันธ์หลายอย่าง มีการเล่าเรื่องและการดำเนินเรื่องหลายแบบ ทำให้นวนิยายของเขามีความน่าสนใจ

และจากงานวิจัยนี้ เมื่อได้ศึกษานวนิยายของศรีรัตน์ สถาปนวัฒน์ ทั้ง 25 เรื่องแล้ว พบว่านวนิยายของเขามีพัฒนาการถึง 3 ด้านคือ พัฒนาการด้านแนวคิด โครงเรื่องและตัวละคร ส่วนองค์ประกอบอื่นๆ และกลวิธีการประพันธ์ไม่มีพัฒนาการที่เห็นแจ่มชัด ผู้วิจัยเสนอแนะว่าควรศึกษาเรื่องสั้นอื่นๆ ของ ศรีรัตน์ สถาปนวัฒน์ เพื่อที่จะได้เห็นพัฒนาการงานเขียนของเขาทั้งหมด
จาก https://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/20897

ศรีรัตน์ สถาปนวัฒน์ เป็นนักเขียนชายที่มีผลงานนวนิยายออกมาหลายเล่มในยุคหนึ่ง รุ่นผลงานของท่าน ผสมผสานแนวคิดทางการเมือง ปัญหาสังคม รวมถึงสะท้อนภาพชีวิตของกลุ่มคนต่างฐานะชนชั้น โดยเคลือบไว้ด้วยพลอตของนวนิยาย ซึ่งมีหลากหลายเรื่องด้วยกัน เช่น โศกนาฎกรรมของสัตว์เมือง ฟ้าสีเลือด ฯลฯ รวมถึง พรุ่งนี้ต้องมีอรุณรุ่ง

กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติและเป็นนักเขียนรุ่นครู เคยให้สัมภาษณ์ไว้เกี่ยวกับแนวคิดที่ว่านักเขียนต้องทำงานรับใช้สังคม ตอนหนึ่งว่า
“ขอยกตัวอย่างนักเขียนที่ดิฉันชื่นชอบ ศรีรัตน์ สถาปนวัฒน์ ที่เขาเขียนเรื่องรับใช้สังคม ถ้าเขียนเรื่องได้อย่างเขา ดิฉันจึงจะถือว่ารับใช้สังคม แต่ถ้าเขียนอะไรที่มันไม่ถึงขั้น แล้วไปหลงตัวเองเสียก่อนก็น่าเสียดาย เพราะสิ่งที่เป็นเชื้อโรคสำหรับนักเขียนก็คือความหลงตัวเอง ถ้าคุณทำงานแล้วนึกว่างานนี้ยังดีไม่ที่สุด คุณก็ยังมีทางเติมน้ำในแก้วที่ยังไม่เต็มได้ต่อไป...”

สำหรับนวนิยายเรื่องนี้ เป็นเรื่องราวสะท้อนชีวิต คนชั้นต่ำ กับชนชั้นสูง สองกลุ่ม โดยตัวแทนของกลุ่มชนชั้นสูงที่เป็นเจ้าของเคหสถานสวยงาม ปลายสุดของตรอกแห่งนั้น คือ เจ้าของค่าเช่าที่ สำหรับ บ้านเช่าเก่าๆโทรมๆ ตั้งแต่กลางซอยมาจนถึงต้นซอย

เจ้าของคฤหาสน์หลังงามก็คือ คุณท่าน พ่อม่ายวัยเจ็ดสิบเศษและมีธิดาเพียงคนเดียวคือคุณแดง หญิงสาวผู้ถูกตามใจและมองกลุ่มคนชั้นล่างเหล่านั้น แตกต่างไปกับตนราวกับ อยู่กันคนละโลก นอกจากนี้ก็มีหลานชายชื่อ คุณวิษณุ ที่มาอาศัยร่วมชายคาคฤหาสน์แห่งนี้ด้วย

ส่วนตัวแทนของกลุ่มชนชั้นล่าง ก็คือ กลุ่มผู้เช่าบ้านตลอดในซอยแห่งนั้น รวมถึงยายเจียม กับสามี ที่เพิ่งย้ายมาอยู่ โดยมีลูกสาวที่มีชื่อว่า มณฑา

มณฑาเป็นเด็กสาวหน้าตาดี แต่เหนือกว่าความสวย ความงามแล้วหล่อนยังเป็นคนช่างคิด และตั้งคำถามให้กับตัวเองอยู่บ่อยครั้ง ถึงความเหลื่อมล้ำต่ำสูงของคนในสังคม

“ผู้ดีในสังคมมนุษย์ปัจจุบัน อาจจะหมายถึงบุคคลที่ร่ำรวย บำเพ็ญชีวิตหยิบโหย่งเจ้าสำราญ มีมาดอันรกรุ่งรังในการดำรงชีวิต และต้องเต็มไปด้วยการโอ่อวดถึงรายละเอียดของมาดผู้ดีของตนทุกครั้งที่โอกาสอำนวย แต่ไม่ได้หมายความว่า ความประพฤติส่วนตัวอันพ้นจากสายตาของคนอื่น จะจำเป็นต้องอยู่ในกรอบของศีลธรรมอันดีงามด้วย

ส่วนคนที่ได้ชื่อแต่เพียง “คนประพฤติดี” มักจะจำกัดวงแคบอยู่เพียงคนยากจนที่ประพฤติตนอยู่ในศีลสัตย์ นอบน้อมอ่อนโยนและมีน้ำใจเอื้ออารี...คนเหล่านี้ แม้ความจริงจะมีความเป็นผู้ดีมาแต่กำเนิด และเป็นผู้ดีมากกว่าคนร่ำรวยที่เรยกตัวเองว่า ผู้ดีทั้งหลาย เขาก็จะไม่ได้รับการเรียกว่าเป็นผู้ดีอย่างที่จะเป็นได้คือ คนดีประพฤติดีเท่านั้น อันเป็นเพราะความยากจนของเขานั่นเอง”


มณฑามีโอกาสรู้จักกับสกันธน์ ชายหนุ่มที่เป็นข้าราชการระดับล่างและมาพักอาศัยในชุมชนแห่งนั้น สกันธน์ประทับใจ ในตัวของมณฑา ที่มีความเป็นตัวของตัวเอง และมณฑาเองก็เริ่มรู้สึกดีๆกับชายหนุ่มที่แม้ว่าเขาจะรับราชการ เหมือนอยู่สูงส่งกว่าเธอ แต่เขาก็ไม่ได้มีท่าทีรังเกียจใดๆที่จะคบหา

โลกของมณฑา กับโลกของคนระดับสูง คงจะไม่มีวันบรรจบกัน ถ้าหากว่า สาวต้นห้องของคุณแดง เกิดลาออกกะทันหัน และติดต่อให้มณฑา มาช่วยทำงานที่คฤหาสน์ของคุณท่าน แทน

เมื่อก้าวเข้ามาสู่โลกแห่งนั้น มณฑาจึงเรียนรู้ว่า สังคมของคนในครอบครัวของคุณท่านก็ยังแบ่งระดับออกอีก ทั้งระดับสูงสุด คือคุณผู้ชายสูงวัยเจ้าของบ้าน ที่มี คนใช้สาวๆ เป็นเมียเก็บ คุณแดง ลูกสาวของบ้านที่ใช้ชีวิตเสเพล และกลุ่มคนใช้ ที่มีนางสมหวัง กับนางสำเนียง เมียเก็บของท่านเจ้าของบ้าน ก็มีระดับ สูงกว่า คนขับรถ หรือคนสวน และที่สำคัญ ดูเหมือนว่า มณฑาเอง ก็กำลังเป็นเป้าหมายของ ท่านเจ้าของบ้านด้วยเช่นกัน!

และทุกอย่างก็เป็นจริงอย่างที่หล่อนกลัว... เมื่อ คุณท่าน เรียกหล่อนเข้าไปหาในคืนหนึ่ง แล้วยื่นข้อเสนอ ทั้งด้วยเงินทอง ข้าวของ รวมถึงการ “ยกระดับ” ขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง ด้วยเล่ห์แห่งโลกีย์

“มณฑาไม่อยากได้จี้เพชรที่ว่านั่นหรือ มันน้อยไปกระมัง?” เสียงตอนท้ายของท่านแหลม เหมือนมีเยาะเย้ยผสมอยู่ด้วย
“คนอย่างดิฉันไม่สมที่จะสวมหรือกเจ้าค่ะ”

“เรื่องจะสมหรือไม่สม มันอยู่ที่คนอย่างฉันจะแต่งตั้งต่างหากเล่า อย่างมณฑา แม้จะมีเทือกเถาไม่ดีมาก่อน แต่เมื่อฉันหรือคนในพวกฉันยกย่อง มณฑาก็สมควรทั้งนั้น คนเราจะสูงหรือต่ำมันอยู่ที่พวกเรายกย่องหรือยอมรับต่างหากเล่า”...
“ดิฉันกลัวว่า การปล่อยตัวไปโดยปราศจากความรักจะไม่ทำให้เกิดผลดี ไม่มีความยั่งยืน”

“มณฑาต้องการหั้นบอกมาว่ารัก รัก... เอาละ บอกเสียเลยก็ได้ว่า รักมณฑาสุดหัวใจ”
“ดิฉันต้องการมากกว่านั้น”
“จะเอาอะไร ทุกอย่างที่มณฑาอยากได้บอกมา ฉันรวยพอจะหาให้ได้ทุกอย่างทีเดียว”

ท่านกระแซะกายเข้ามประชิด และก้มลงจูบไซ้อยู่ตามซอกคอของหล่อนอย่างบ้าคลั่ง มณฑากัดลิ้นตัวเองจนแทบห้อเลือด เพื่อให้ความเจ็บปวดมาสกัดกั้นความรู้สึกปั่นป่วนที่พยายามจะพล่านขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เพราะหล่อนก็มีเลือดเนื้อ มีความรู้สึกเหมือนมนุษย์ธรรมดาเหมือนกัน
“ดิฉันต้องการความรัก”
“ฉันบอกแล้วไงว่า รักมณฑาสุดหัวใจ”
“เปล่าเจ้าค่ะ... ดิฉันต้องการความรักในหัวใจของดิฉันด้วย”

เหตุผลของมณฑา นี่เอง ที่ทำให้หล่อนรอดเงื้อมมือของ คุณท่านมาได้ในเวลานั้นอย่างหวุดหวิด

“ดิฉันมีความเชื่อมั่นในความรัก การสมสู่ของมนุษย์ควรจะเกิดด้วยการมีความรัก เป็นพื้นฐาน การที่จะปล่อยให้เป็นไปเพื่อต้องการบำบัดความใคร่อย่างเดียว หรือเพื่อเหตุผลอื่นอาจไม่ให้ผลสมบูรณ์แก่เด็กที่จะเกิดมา อนาคตของเด็กที่เกิดมาโดยปราศจากความรัก มักจะลุ่มๆดอนๆเสมอ”

วิษณุ รู้จักกับสกันธน์ และชวนเขามาที่คฤหาสน์ของตน นั่นเอง ทำให้ ชายหนุ่มได้รู้จักคุณแดง แม้ว่าเธอจะ “เฟลิ้ต” อยู่กับเหล็งหรือเชลง ที่มาติดพัน และเศรษฐีหนุ่มเจ้าคารมก็พยายามหาโอกาสหว่านเสน่ห์เพื่อใช้เล่ห์กามารมณ์ให้หล่อนติดใจ แต่คุณแดงเองก็มีท่าทีชื่นชอบ สกันธน์ที่ดูสุภาพอ่อนน้อม และเป็นสุภาพบุรุษมากกว่า ความใกล้ชิดของคนทั้งคู่ อยู่ในสายตาของ มณฑา และหญิงสาวเองก็รู้สึกว่า โลกของเขากำลังห่างออกไปจากเธอทุกที สกันธน์ อาจจะติดใจความสะดวกสบายและใช้ชีวิตอย่างคนรวย โดยไม่ได้หันมาสนใจ ผู้หญิงอุดมคติอย่าง มณฑาอีกต่อไปก็ได้

แต่แล้ว เหตุการณ์ในเวลาต่อมา ก็พลิกผันชีวิตของเธอไปยังอีกด้านหนึ่ง เมื่อจี้เพชร ของคุณแดงเกิดหายไป และทุกคนก็พบว่า มันมาอยู่ในกองเสื้อของ มณฑา!

พ่อและแม่ ถูก คุณท่าน เรียกตัวมาพบ และต้องการจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด มณฑา รับรู้เหตุการณ์ในทันทีว่า ทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ มีใครบางคน จัดฉากเรื่องนี้ขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์ซ่อนเร้น และใครคนนั้น ก็คือคุณท่านนั่นเอง

เพื่อแก้ปัญหาไม่ให้พ่อแม่ต้องเดือดร้อน มณฑาจึงยอมตกเป็นเมียเก็บของคุณท่าน ไปในที่สุด วันรุ่งขึ้นชีวิตของเด็กสาว ชั้นต่ำ ก็เปลี่ยนแปลงไปชั่วข้ามคืน คนใช้ในคฤหาสน์ต่างกริ่งเกรงเธอ และสกันธน์เอง ก็มีท่าทีเศร้าซึม เมื่อรู้ว่า เธอกลายเป็นเมียเก็บให้กับท่านเจ้าของบ้านไปเสียแล้ว ส่วนมณฑาก็คิดว่า คุณแดงคงจะลงเอยกับสกันธน์ ไปด้วยดี

ทุกอย่างคงลงตัวอย่างสวยงาม ถ้าหากว่าหล่อนจะไม่ล่วงรู้ความจริงว่า คุณแดงกำลังตั้งครรภ์ และพ่อของเด็กในท้องก็คือ เชลง... จิ้งจอกสังคม ตัวนั้น เมื่อรับรู้ปัญหาของ คุณแดง มันรีบปฏิเสธ แล้วหายตัวไปอย่างลอยนวล โดยไม่คิดรับผิดชอบ ส่วนคุณแดงเอง ก็รู้ว่า สกันธน์ ยังรัก มณฑา อยู่ไม่เสื่อมคลาย ทางเดียวที่จะทำให้ เขาหันกลับมารักตนเอง ก็คือ ต้องให้มณฑา ออกไปจากบ้านหลังนี้ โดยไม่ต้องมาพบหน้ากันอีกต่อไป... มณฑา ไปคุยกับ คุณท่านเจ้าของบ้าน เพื่อขอไปจากที่นี่ ขออิสรภาพจาก ชายสูงวัยผู้นี้ แต่ชายผู้มักมากหายอมไม่

“มันเป็นความผิดของฉันเอง ฉันเคยแต่คิดว่า เมื่ออยากได้เธอมาบำเรอความปรารถนาก็ขอให้สมปรารถนาเท่านั้นเป็นพอ ไม่จำเป็นต้องได้หัวใจของเธอมาด้วย... เป็นความคิดแบบเก่าๆของคนจำพวกฉันที่คิดอยู่เสมอว่า ผู้หญิงเป็นเพียงสัตว์เลี้ยง เป็นทาสที่ไม่มีหัวใจ แต่บัดนี้ฉันรู้แล้วว่า ผู้หญิงไม่ว่าจะอยู่ในฐานะสูงส่งหรือต่ำช้าสักเพียงใด ก็มีหัวใจเหมือนกันทั้งนั้น มีคุณค่าของความเป็นมนุษย์เท่ากับผู้ชาย... บางทีจะยิ่งกว่าเสียด้วยซ้ำ ฉันมารู้สึกเช่นนี้เอาเมื่อ ฉันเกิดรักมณฑาขึ้นมาอย่างแท้จริง และไม่มีหวังเลยที่จะได้รักของมณฑาเป็นการตอบแทน”

มณฑาต้องอ้างความสุขของคุณแดงที่กำลังตั้งครรภ์และหาสกันธน์ มาช่วยรับผิดชอบ และทางเดียวคือเขาต้องตัดใจจากเธอให้ได้ ด้วยความจำใจ จิ้งจอกเฒ่าอย่างคุณท่านเลยตัดสินใจมอบเงินให้กับ พ่อแม่ของมณฑาก้อนหนึ่ง และติดต่อให้หล่อนไปอยู่กับพระยาบำราศ สหายของท่านที่สงขลาชั่วคราว หลังจากสกันธน์แต่งงานแล้ว จึงจะให้มณฑากลับมาเหมือนเดิม

แต่ท่านไม่รู้ว่า หล่อนได้ตัดสินใจเลือกแล้ว...

มณฑาเหวี่ยงกระเป๋าเดินทางใบย่อมเข้าไปใต้ที่นั่งบนรถนอนสายเหนือ เป็นครั้งแรกที่มณฑารู้สึกว่าตนเองเป็นอิสระหลุดพ้นจากทุกสิ่งทุกอย่าง พ้นจากความเกลียดชังขยะแขยงที่จับแน่นอยู่ที่ขั้วหัวใจ และไม่มีวันที่หล่อนจะต้องกลับไปหามันอีก

สิ่งเดียวที่หัวใจหล่อนยังโหยหา คือสกันธน์ ชายหนุ่มผู้นั้น มณฑาคิดว่า เมื่อหล่อนหนีมาสู่อิสรภาพเช่นนี้ ป่านนี้ เขาคงเลือกที่จะแต่งงานกับคุณแดง ใช้ชีวิตสุขสบายในคฤหาสน์แห่งนั้นไปแล้ว แต่แล้วสิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อหล่อนพบว่า สกันธน์ มาดักรอพบหล่อนที่สถานีรถไฟ เขาบอกหล่อนว่า คุณแดงกินยาฆ่าตัวตาย หนีความอับอายไปเสียแล้ว และสกันธน์ ก็คาดคั้นจากคุณท่านที่แกล้งหลอกว่า หล่อนเดินทางไปเชียงใหม่แทนสงขลา โดยหารู้ไม่ว่า การโกหกนั้น จะกลายเป็นผลดีกับสกันธน์ไปแทน เพราะหล่อนเองก็เลือกที่จะขึ้นรถไฟสายเหนือไปเชียงใหม่ เพื่อหนีจากชายเฒ่าใจโฉดผู้นั้นไปตลอดกาล

“ไม่มีอะไรที่จะมาทำลายความรักที่ผมมีต่อมณฑาได้”
เขากอดหล่อนไว้แนบอก
“ผมจะส่งใบลาออกไป... ราชการตำแหน่งแค่นั้น ไม่สำคัญ ผมมีวิชาพอหากินได้... มณฑา ผมจะไม่ลังเลจนทำให้มณฑาต้องจากผมไปอีก”

“คุณสกันธน์แน่ใจหรือคะว่าชีวิตมืดของเราจะได้พบแสงอรุณอีกครั้ง”
“แน่นอน มณฑา พรุ่งนี้แล้ว พรุ่งนี้ ต้องมีอรุณรุ่งสำหรับเรา”

พรุ่งนี้ต้องมีอรุณรุ่ง บทบาทของ พระเอก อาจจะไม่โดดเด่น เท่าตัวละครหญิง มณฑา ที่แสดงแนวคิด ความเป็นตัวตนผ่านบุคลิก คำพูดต่างๆในเรื่อง ที่สะท้อนออกมาได้ชัดเจนมาก

สำหรับผลงานอื่นๆของคุณศรีรัตน์ที่น่าสนใจ และเป็นหนังสือหนึ่งในร้อยเล่มที่คนไทยควรอ่าน คือเรื่อง “แผ่นดินนี้ของใคร” ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าจะพอหาอ่านได้ง่ายที่สุด ครับ

ปล. ด้านล่าง เป็นรูปวาดคุณศรีรัตน์ จากหนังสือ ประวัตินักเขียนครับ






 

Create Date : 19 พฤศจิกายน 2561
2 comments
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2561 9:14:52 น.
Counter : 231 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณRananrin, คุณlovereason

 

เรื่องนี้สะท้อนชีวิตของชนชั้นในสังคมได้ดีจริงๆ
น่าสงสารมณฑาที่ต้องเผชิญเคราะห์กรรม
แต่ผู้แต่งก็ยังเมตตาให้มณฑาได้พบกับรักแท้และหลุดพ้นไปได้
ในชีวิตจริง จะมีสักกี่คนที่โชคดีอย่างนี้

ไม่เคยอ่านนิยายของศรีรัตน์ ขอบคุณที่รีวิวให้อ่านค่ะ ^_^

 

โดย: นักอ่านรุ่นเก๋า IP: 58.9.225.197 19 พฤศจิกายน 2561 22:40:53 น.  

 

สวัสดีครับคุณนักอ่านรุ่นเก๋า งานของคุณศรีรัตน์ ผมเพิ่งมีโอกาสได้อ่านเป็นครั้งแรก เรื่องนี้เลยครับ เรื่องนี้ตัวละครหญิง มีบทบาท ความคิด และอุดมการณ์ชัดเจนมาก ตอนนี้เลยพยายามหางานของท่านมาอ่านเพิ่มเติมขึ้นอีกครับ

 

โดย: สามปอยหลวง 21 พฤศจิกายน 2561 8:48:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#14


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 70 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.