หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
 
กันยายน 2556
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
10 กันยายน 2556
 
All Blogs
 

พลับพลึงซ่อนพิษ บทนำ

สวัสดีครับเพื่อนนักอ่านทุกท่าน
กลับมาอีกครั้ง กับนิยายเรื่องใหม่ของหมอกมุงเมืองครับ แต่เรื่องนี้ยังเขียนไม่จบ เลยไม่กล้ารับปากว่าจะลงได้ทุกสัปดาห์หรือเปล่า ขอเป็นรายสะดวกแล้วกันครับ
ยังไงขอเจิมบทนำ บทแรกไว้ก่อนนะครับ กับ พลับพลึงซ่อนพิษ ครับผม

บทนำ

        แสงโคมแก้วอัจกลับระย้าย้อยอยู่เหนือเพดานห้องโถงที่สูงละลิ่ว ประกายแสงสุกสกาวส่องกระจ่าง และฉายภาพอันอลังการของห้องขนาดกว้างใหญ่ อันประกอบด้วยกระเบื้องกระจกสีกรุยอดโดมด้านบนฉลุฉลักลวดลายสวยงามราวกับแผนที่ดวงดาวดารดาษเต็มผืนฟ้า ส่วนเบื้องล่างลงไปคือพื้นเวทียกสูงโดยมีเสียงบรรเลงแห่งบทเพลงไพเราะและทีมนักดนตรีในชุดสูททักซิโดอันโก้หรู ต่างประสานท่วงทำนองร่วมกันอย่างงดงามกลมกลืน ในท่ามกลางผู้ร่วมงานหรูหรามากหน้าหลายตา เป็นงานเลี้ยงที่จัดขึ้นเป็นพิเศษ ภายในอาณาบริเวณอันกว้างใหญ่ไพศาลของคฤหาสน์หลังงามแห่งนี้

      ป้ายสีทองฉลุฉลักลายอ่อนช้อยราวเครือเถาวัลย์นั้น ประกอบเป็นคำที่อ่านได้ว่า “รัตนภาคิน”


       นี่คืออีกหนึ่งอาคารภายในบริเวณคฤหาสน์รัตนภาคิน ของผู้เจ้าของบริษัทธุรกิจรัตนภาคินนั่นเอง!


         เสียงปรบมือดังกึกก้อง เมื่อพิธีกรมืออาชีพ และเป็นนักแสดงที่หลายคนรู้จักกันดีทางจอแก้ว เขาอยู่ในชุดสูทสีดำเข้มบนเวทีใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอย่างมีอัธยาศัย เมื่อทักทายแขกผู้มีเกียรติแล้วก็เริ่มต้นกล่าวเชิญ “ท่านประธาน” ให้ก้าวขึ้นมากล่าวเปิดงานเลี้ยงประจำปีของบริษัท ซึ่งมีทั้งอาคันตุกะพิเศษ และพนักงานนับร้อย กำลังดื่มกินกันอยู่อย่างสำราญภายในอาคารจัดเลี้ยงอันโอ่อ่าของอาณาจักรธุรกิจแห่งนี้


        บุรุษหนุ่มใหญ่มาดภูมิฐานในชุดลำลองแสนธรรมดา ค่อยๆ ก้าวขึ้นบันไดเล็กๆตรงมา ด้วยท่าทางอันองอาจสง่างาม ลักษณะและบุคลิกผึ่งผายมั่นใจเช่นนั้น ปรากฏอย่างโดดเด่นไม่ต่างกับพญาราชสีห์ผู้เป็นจ่าฝูง โดยไม่จำเป็นต้องใช้อาภรณ์หรือเครื่องประดับแสดงฐานะใดๆมาประกอบเพื่อบ่งความยิ่งใหญ่นั้นเลยด้วยซ้ำ


         นี่คือ “นายใหญ่”...หนุ่มใหญ่นักธุรกิจ เจ้าของบริษัทวัยปลายเลขสามผู้รับช่วงบริหารงานจาก เจ้าสัวสุบิน “พ่อตา” ผู้ล่วงลับมาเกือบสามปีเศษ เปี่ยมท้นด้วยความภูมิฐานที่สาวๆหลายคนต่างเผลอจ้องมองมาด้วยความชื่นชมและปรารถนา แน่นอน เขาเองรู้ตัวเองดีว่ามีเสน่ห์ทางเพศสูงเพียงใด แต่สายตาของเขาก็มีไว้สำหรับจับจ้องเธอเพียงผู้เดียวเท่านั้น


         ผู้หญิงวัยสาวใหญ่ร่างอวบท้วมโชคยังดีที่หล่อนมีความสูงอยู่บ้างจึงทำให้ดูตัวใหญ่มากกว่าจะเรียกว่าอ้วนเตี้ย ผิวเนื้อขาวจนแทบซีดและนัยน์ตาเรียวรีบ่งเชื้อสายบรรพบุรุษของหล่อนเป็นอย่างดี นี่คือภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพียงผู้เดียว และเขาก็มองมาที่หล่อนด้วยสายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและเสน่หาอันมิเคยจืดจางอย่างที่สตรีอื่นต่างพากันอิจฉาริษยากันถ้วนหน้า


           แสงแฟลชวาบขึ้น และฉายจับประกายตาหวานฉ่ำที่สะท้อนผ่านลงมายังเก้าอี้คลุมผ้าสีขาวระพื้นซึ่งอยู่แถวหน้าสุด ตำแหน่งที่หล่อนนั่งอยู่ ทุกสิ่งทุกอย่างแทบเป็นไปตามบทสคริปต์... เป๊ะ!


         ใช่! นั่นเป็นเพราะเป็นสิ่งที่เขาจำต้องทำให้หล่อนและทุกๆคนเข้าใจไปเช่นนั้น เพื่อความภาคภูมิใจของหล่อน ภาคภูมิใจจนวางใจ... และตายใจ!


         ด้วยความรู้สึกเฉกเช่นนั้นมาโดยตลอด ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว...

      เขาเกลียดหล่อนจนเข้ากระดูกดำ!


        รู้สึกผะอืดผะอมทุกครั้งยามต้องอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยา การที่ต้องเผชิญหน้ากันตลอดเวลา ออกงานสมาคมต่างๆกับหล่อนด้วยการฝืนปั้นใบหน้าให้ฉาบรอยยิ้มราวกับมีความสุขเสียเต็มประดา ใช่! หรือแม้แต่การต้องฝืนใจร่วมรักอย่างดูดดื่มบนเตียงนอน เพื่อนำพาให้หล่อนบรรลุถึงความพึงพอใจแห่งกามารมณ์ ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าตัวหล่อนเองเป็นหญิงสาวคนเดียวในชีวิต ที่เขาเฝ้าโหยถวิลหา ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกสิ่งคือความเสแสร้ง ฝืนทน และเป็นความรู้สึกที่ตรงกันข้ามกับการแสดงออกทุกประการ


      เขาเกลียดหล่อน!!


       ทว่านี่คือหน้าที่และภารกิจ ด้วยการฝืนยิ้มแย้มต่อหน้าทุกคน แสดงความภาคภูมิใจระหว่างการยกแก้วแชมเปญขึ้นชูบนเวที เอ่ยปากเพื่อให้เกียรติกับหล่อน... ผู้เป็นภรรยาสุดที่รัก!!


          “แด่สุภาพสตรีที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผม และของพวกเราทุกคนในวันนี้ เธอเป็นเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต และผมก็ไม่อาจขาดเธอได้แม้สักวินาทีเดียวเลยครับ ไม่อย่างนั้น ชีวิตของผมคงจะไม่มีวันเดินมาถึงจุดสำเร็จจุดนี้โดยเด็ดขาด”


       เพราะถ้าไม่มีเงินตราของหล่อนและบิดาของหล่อน ปูลาดเอาไว้เป็นบันไดทองฝังเพชร เขาคงไม่ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์แห่งเกียรติยศและทรัพย์ศฤงคารมหาศาลเช่นนี้โดยเด็ดขาด!


       มองกวาดไปยังใบหน้าผู้คนแขกเหรื่อเหล่านั้น เห็นสายตาที่ทุกคนต่างมองย้อนกลับมาด้วยความชื่นชม ผู้หญิงบางคนเหลือบมองมาหล่อนด้วยแววแห่งความริษยาจนซ่อนไม่มิด เสียงปรบมือกึกก้องยาวนาน แน่นอน ในเมื่อเวลานี้เขาก็คือนักธุรกิจตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จทั้งหน้าที่การงานและชีวิตครอบครัว แม้จะยังไม่มี โซ่ทองคล้องใจ อย่างที่หลายคนชอบถามถึงแกมเย้าแหย่ก็ตาม ครอบครัวที่อบอุ่นน่ารักกับภรรยาที่ช่างเอาอกเอาใจ เป็นช้างเท้าหลังให้กับเขาอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด


         สมบูรณ์แบบ? ช่างเป็นคำที่น่าสมเพชนัก


         แต่นั่นก็คือความน่าเบื่อที่ ต้องเก็บซ่อนมันเอาไว้ให้ลึกสุดของหัวใจ ไม่มีวันให้หล่อนรับรู้โดยเด็ดขาด


         “ถ้าอย่างนั้น คุณอาตม์ก็ต้องแสดงให้พวกเราเห็นชัดๆสิครับ ว่ารักภรรยาจริงๆ ขอการแสดงประกอบด้วยนะครับ เป็นการคอนเฟิร์ม...”


        พิธีกรอดีตดารานักแสดงผู้เชิญเข้าขึ้นมาพูดเอ่ยกระเซ้าด้วยความสนิทสนม ตามมาด้วยเสียงสนับสนุนจากบรรดาผู้ร่วมงาน เขาแตะไหล่ของหล่อนเบาๆ สัมผัสความหยุ่นฟ่ามของเนื้อหนังที่ขาดการออกกำลังกายดูแล อย่างเช่นสตรีส่วนมากที่มีครอบครัวแล้วเป็นกัน เนื้อหยุ่นเผละเหลวเละที่ไม่เคยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศของเขาได้เลยแม้สักกระผีก!


       หล่อนยิ้มรับ อ้าปาก จนเห็นไรฟันเหลืองจางด้วยคราบบุหรี่ ริมฝีปากซีดแห้งอย่างคนสุขภาพอ่อนแอ แม้จะพยายามเสริมแต่งด้วยลิปสติกอย่างดีเพื่อปกปิดร่องรอยเหล่านั้นจนสุดชีวิต แต่ก็ไม่อาจรอดสายตาอันละเอียดอ่อนของเขาไปได้

    แน่นอน ในเมื่อความจริงแล้ว เขาเป็นคนละเอียดอ่อนกับเรื่องของผู้หญิงเสมอ...


        นิ้วนางข้างซ้ายที่กลมป้อมขยับเล็กน้อยแตะลงที่ขอบเก้าอี้เพื่อพยุงร่างไม่ต่ำกว่าแปดเก้าสิบกิโลกรัมขึ้น มองเห็นประกายแหวนเพชรเม็ดโต ล้อมด้วยไพลินสีน้ำเงินเม็ดจิ๋ว ที่ช่วยส่งประกายระยิบระยับแห่งอัญมณีล้ำค่าให้น่าอิจฉาเล่น แหวนวงที่อาตม์เป็นคนสวมให้กับนิ้วของหล่อนด้วยตัวเองในวันหมั้น... แหวนที่หล่อนไม่มีทางล่วงรู้ที่มา-ที่ไป ของมันอย่างเด็ดขาด


    เพราะเขาได้มันมาฟรีๆจากเจ้าสัวสุบิน พ่อหรือป๋าของหล่อนนั่นแหละ!


       มันเป็นข้อตกลงลับๆ ระหว่างพ่อตากับลูกเขยที่ไม่เคยชอบหน้ากัน แต่ยอมทุกอย่างก็เพื่อให้วิรงรองหลงปลาบปลื้มมีความสุขไปว่าได้รับของขวัญล้ำค่า ของที่เขาหามาจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง เพื่อผู้หญิงสุดที่รักคนเดียวเช่นหล่อน!
มันช่างน่าอนาถนัก...


           มองเรือนร่างอวบท้วม ด้วยชุดผ้าสั่งตัดจากดีไซน์เนอร์ชั้นดีชาวฝรั่งเศสสีเขียวปีกแมงทับเลื่อมพรายไปทั้งตัว ชุดที่หล่อนสู้อุตส่าห์บินไปเลือกและกำหนดความต้องการมาด้วยตัวเองถึงปารีส แต่เนื้อผ้าแพงระยับหรือความสวยงามเหล่านั้นก็หาได้ปกปิดริ้วรอยอัปลักษณ์และความสมบูรณ์จนเกินพอของหน้าท้องนูนป่อง อุดมด้วยไขมันพอกหนาจนเผละเช่นนั้นได้ไม่ ซ้ำยังเป็นผู้หญิงขี้โรคที่ป่วยซ้ำซากวนเวียนไปมาระหว่าง ความดันโลหิต หอบหืด และแม้แต่ไขมันในเลือดสูง อย่างที่เขาแอบเรียกลับหลังว่า... โรคอ้วน!!


            ไม่มีใครรู้ว่าต้องฝืนใจข่มกลั้นความรังเกียจสักเพียงใด เพื่อที่จะโอบร่างนั้นเข้ามาชิดแนบกับตนเอง ด้วยเรือนกายสูงสง่า ผ่านการดูแลรักษาโดยการออกกำลังกายในฟิตเนสเป็นประจำ บำรุงร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ในวัยย่างสี่สิบปีที่ประสบความสำเร็จงดงาม ใครๆต่างก็ชื่นชมว่าเขาเป็นนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ที่เสน่ห์ทางเพศสูง หรืออาจจะยิ่งกว่าบรรดาพระเอกหรือดาราภาพยนตร์ชายทั้งหลายเสียด้วยซ้ำ เสียแต่เพียงว่าไม่เคยใช้เสน่ห์ของตัวเองให้แก่สตรีสาวคนใดอีกเลย นับตั้งแต่ได้แต่งงานกับหล่อน


          สามีผู้แสนดีและซื่อสัตย์...


         ใบหน้าที่พอกเอาไว้ด้วยเครื่องสำอางราคาแพงหูดับ ระเหยกลิ่นน้ำหอมอบอวล เมื่อเขาก้มใบหน้าลงชิด แนบจมูกโด่งเป็นสันคมคายลงกับผิวแก้ม แทบจะรับรู้ถึงรอยแตกของเนื้อแป้งบนใบหน้าสีคล้ำที่ไม่อาจปกปิดได้ด้วยเครื่องประทินโฉมใดๆอีกต่อไป


        หล่อนฉีกยิ้มกว้าง อย่างภาคภูมิใจในสามีสุดที่รัก โอบลำแขนอวบท้วมแตะลงที่กลางแผ่นหลังและส่งเสียงกลั้วหัวเราะระริกในลำคออย่างพึงใจ ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่วหวานที่ริมหู


        “ขอบคุณมากค่ะอาตม์ที่รัก วิเองก็รักคุณมากที่สุดในชีวิตเลยค่ะอาตม์ คุณเป็นเหมือนชีวิตทั้งชีวิตของวิ... คุณไม่เคยทำให้วิผิดหวังเลยสักครั้งเดียว”


         รักหรือ? มันช่างเป็นคำที่น่าหัวเราะที่สุดในโลก แต่เขาก็ยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน แน่นอน! สำหรับการแสดงบทบาทเช่นนี้ เขาตีบทได้แตกกระจุยมาหลายปีแล้ว... แค่การสวมบทบาทพระเอกในฝัน อย่างที่ผู้หญิงทั้งหลายอ่านพบเจอในนวนิยายประโลมโลกย์นั่นเอง


        ผิดหวังหรือ? เดี๋ยวแกก็จะได้รู้จักคำนั้นแน่ๆ อีกไม่นาน...หรอก นังวิรงรอง!


       แต่คำพูดที่เอ่ยออกไปพร้อมรอยยิ้มละไมก็คือ...


         “เช่นเดียวกันจ้ะ คุณรู้ไหม ผมเองก็แทบจะรอฉลองพร้อมกันสองคนในคืนนี้ไม่ไหวแล้วล่ะที่รัก...”


          แค่กระซิบเสียงแผ่วพร่า นัยน์ตาดำเข้มคมฉายประกายกรุ้มกริ่มซ่อนนัยลึกเร้น เขาเห็นหล่อนหน้าแดงขึ้นมาอย่างเข้าใจทันทีในความหมายนั้น หล่อนมักจะเข้าใจอะไรง่ายๆอย่างที่เขาต้องการให้หล่อนเข้าใจ... เสมอ! ทั้งที่บางที ความหมายที่หล่อนเข้าใจ อาจจะตรงกันข้ามกับสิ่งที่เขาต้องการเลยด้วยซ้ำ...


        “บ้า! คุณอาตม์เนี่ย... พูดอะไรออกมาน่ะ วิอายนะคะ แหม...”


        มืออวบอูมของหล่อนฟาดเพี๊ยะเบาๆลงมาอย่างขวยเขินที่ต้นแขน รู้ว่าพูดเล่นตัวไปอย่างนั้นเอง ในเมื่อรู้ซึ้งในธรรมชาติและความต้องการทุกซอกมุมจนหมดสิ้นแล้ว ไม่มีอะไรเกี่ยวกับตัวหล่อนที่เขาจะไม่รู้จักอีกต่อไป แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่มีอะไรในตัวของเขาเลยที่หล่อนจะล่วงรู้ได้อย่างแท้จริง!! เขามองหล่อนด้วยแววตาเหมือนแสนรักสุดหัวใจ ซ่อนความสมเพชเอาไว้อย่างแนบเนียนไร้ที่ติ


        ทุกค่ำคืน หล่อนจะต้องอ้อนวอนขอร้องให้เขาปรนเปรอสิเน่หาจนอิ่มแปร้ด้วยเพลิงพิศวาสอันร้อนระอุและหลับใหลลงด้วยความสุขสม โดยที่หลังจากนั้นเขาจะเป็นฝ่ายนอนลืมตาโพลงและบำบัดความหิวกระหายหื่น ที่ไม่ได้รับการเติมเต็ม โดยจินตนาการไปถึงหญิงสาวคนอื่นที่เคยตกตะกอนอยู่ในความฝันวัยหนุ่มน้อยไม่เดียงสาโลกย์ จนบรรลุปิติสังวาสไปได้ด้วยตัวเองเพียงลำพัง


       น่าสมเพชนัก แม้แต่ตัวหล่อนเองก็ยังไม่อาจทำให้เขาเกิดความกระสันสวาทใคร่ขึ้นมาได้ แล้วจะพูดถึงความรักที่ไม่มีวันบังเกิดไปทำไมกัน?


        ทุกอย่างมันเกิดขึ้นก็เพราะหล่อน ครอบครัวของหล่อน และเพราะเป้าหมายของเขาเท่านั้นเอง


        และในเวลานี้ทุกสิ่งทุกอย่างก็บรรลุตามความปรารถนาจนหมดสิ้นแล้ว


         แม้จะต้องแลกมาด้วยความอัปยศอดสูของตัวเอง ทำไมเขาจะอ่านสายตาของคนรอบข้างไม่ออก แต่แรกที่เขาก้าวเท้าเข้ามาอยู่ร่วมชายคารัตนภาคินอย่างคนตัวเปล่า ยอมใช้นามสกุลของหล่อนแทนนามสกุลของตัวเอง เพื่อสนองตอบตามคำบงการของ “ป๋า”หล่อนโดยไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น แต่เขาก็เป็นฝ่ายรอคอยอย่างอดทน แสดงบทบาทสามีผู้ขยันขันแข็งและทำงานหนัก โดยเฉพาะการฝืนปฏิบัติในกรอบที่ “ป๋า” ขีดเส้นให้มาโดยตลอด


         “ลื้อต้องสัญญากับอั๊วนะ อาตม์ ว่าจะรักและซื่อสัตย์กับลูกสาวของอั๊วเพียงคนเดียวเท่านั้น”


      “ครับป๋า ผมให้สัญญา”


        “คงรู้ดีนะอาตม์ ว่าถ้าทำให้ลูกสาวอั๊วเสียใจวันใด ลื้อจะต้องเจอกับอะไรเป็นการตอบแทน?”


        นิ้วชี้ของป๋าชี้ตรงมาด้วยคำสั่งแกมบังคับ ในเวลาที่พูดคุยกันภายในห้องส่วนตัวสองคน อย่างที่วิรงรองไม่มีโอกาสอยู่ร่วมด้วย และในเวลานั้นเขาก็ยืดอกยิ้มรับคำขู่ของตาเฒ่าสารพัดพิษนั้นด้วยแววตาซื่อสัตย์ซึ่งอุตส่าห์ “ประดิษฐ์”ขึ้นมาให้สมจริงที่สุด เพราะมันคือบทบาทที่ต้องตีให้แตกกระจุย รู้ดีว่า เมื่อไรก็ตามที่พลาดพลั้งขึ้นมา เขาจะกลายเป็นศพโดยไม่จำเป็นต้องหาซากให้พบ!

        อิทธิพลทั้งบารมีและการเงินของเจ้าสัวสุบินในเวลานั้น ทำให้เขาต้องอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว ทำหน้าที่สามีที่ดี เพื่อให้ทุกคนตายใจ


     และวันเวลาแห่งความทรมานเหล่านั้น ผ่านไปนานเพียงใด อาตม์มิอาจจดจำ แต่ในที่สุดเขาก็สามารถฝ่าผ่านมันไปได้ในที่สุด


         ตราบจนมาถึงวันสำคัญวันนี้


        วันที่ไม่เหลือใครอีกแล้วในชีวิตของนังวิรงรอง เมื่อไอ้เฒ่าหนังเหนียวจอมอิทธิพลนั่นตายห่าไปเมื่อปีก่อน หลังจากกลายเป็นอัมพาตเพราะเส้นเลือดในสมองแตกมาเกือบปี


          ระหว่างนั้นเขาก็เป็นฝ่ายรอคอย เพื่อให้แน่ใจว่า ณ คฤหาสน์รัตนภาคินเหลือเพียงนังช้างน้ำที่น่าขยะแขยงเพียงคนเดียว โดยไม่มีใครโผล่มาแสดงตัวเป็นญาติสนิทและ เพื่อให้ทุกคนหมดความสงสัยไปในตัว ถ้าหากว่า...


       วิรงรอง จะมีอันเป็นไป เสียอีกคน!


          น่าสมเพชนักที่หล่อนยังมีหน้าระรื่นเมื่อยืนชูคออยู่เคียงเขา โดยไม่เคยรู้ตัวเสียด้วยซ้ำ!!


         อาตม์หัวเราะหึๆในลำคอ แล้วก้มลงจุมพิตหล่อนอีกครั้งที่ริมฝีปากหนาสีแดงสดด้วยลิปสติก กล้ำกลืนความเดียดฉันท์ลงไปอย่างยากเย็น เสียงฮือฮาดังขึ้นจากรอบด้านพร้อมกับเสียงกดชัตเตอร์จากบรรดานักข่าวและช่างภาพประจำบริษัทระรัวไม่ต่างกับจุดประทัด รู้ดีว่าพรุ่งนี้ภาพข่าวของเขาและหล่อนจะปรากฏหราบนหน้าหนังสือพิมพ์และสื่อต่างๆ เขาฉีกยิ้มกว้างให้กับแสงแฟลชที่วูบขึ้นอย่างพึงพอใจ


        แต่ข่าวเหล่านั้นก็จะถูกกลบความสนใจไปทันทีเช่นกัน เมื่อข่าวชิ้นใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ ปรากฏขึ้นแทนที่


       ใช่! มันถึงเวลาเสียที... ที่หล่อนจะต้องตายในคืนวันนี้!


        ตายอย่างทุกข์ทรมานที่สุด... เพราะนี่คือวาระสุดท้าย วันสุดท้าย สำหรับ นางวิรงรอง รัตนภาคิน ภรรยาตามกฏหมายของเขานั่นเอง!

            ***************************




 

Create Date : 10 กันยายน 2556
20 comments
Last Update : 10 กันยายน 2556 19:34:13 น.
Counter : 1647 Pageviews.

 

มีเรื่องใหม่แล้ว...

 

โดย: มาโซคิส IP: 124.121.54.27 11 กันยายน 2556 5:17:36 น.  

 

เปิดตัวโหดดี ชอบๆๆ รอติดตามนะคะ

 

โดย: sakeena IP: 124.120.194.195 11 กันยายน 2556 8:58:23 น.  

 

แวะมาบล็อกนี้ทีไร ก็ก้มหน้าก้มตาอ่านแต่รีวิวหนังสือ ไม่ได้ดูอะไรอื่นเลย เพิ่งรู้ว่า คุณสามปอยหลวง ก็คือ คุณหมอกมุงเมือง เอง อ่านหนังสืออยู่หลายเล่มเลยค่ะ

 

โดย: pichayaratana 14 กันยายน 2556 12:31:28 น.  

 

คุณมาโซคิส : ฝากติดตามด้วยนะครับ

คุณ sakeena: บทต่อๆไป อาจจะเริ่มโหดเพิ่มขึ้นด้วยครับ แหะ แหะ

คุณ pichayaratana : อ่านแล้วเป็นอย่างไรบ้างแนะนำได้เลยนะครับ

 

โดย: สามปอยหลวง IP: 122.154.3.131 15 กันยายน 2556 15:53:57 น.  

 

รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะพี่หนุ่ม เป็นกำลังใจให้เขียนจบไวๆ นะคะ

 

โดย: ยุ้ย IP: 147.8.160.86 18 กันยายน 2556 14:47:14 น.  

 

สวัสดีครับยุ้ย ตอนนี้ เขียนไปเขียนมา ต้องกลับมาแก้บทแรกๆ เลยต้องชะงักไว้ชั่วคราวครับ ขอบคุณที่ติดตามด้วยนะครับ

 

โดย: สามปอยหลวง 19 กันยายน 2556 17:33:19 น.  

 

อยากอ่านต่อแล้วครับ อิอิ:p

 

โดย: Lek IP: 27.145.158.76 21 กันยายน 2556 23:14:42 น.  

 

สวัสดีครับคุณ Lek ตอนแรกนึกว่าจะทยอยลงเหมือนกันครับ แต่เขียนไปเขียนมา บางบทกลับไปแก้ไขใหม่อีก เลยตั้งใจว่า เขียนจบหรือใกล้จบ ค่อยนำมาลงต่อเนื่องกันน่าจะดีกว่าครับ ขออภัยจริงๆครับ แหะ แหะ

 

โดย: สามปอยหลวง 22 กันยายน 2556 13:22:52 น.  

 

เปิดบทนำก็ทำให้ติดตามขนาดนี้เลยค่ะ ชื่นชอบผลงานและติดตามอ่านมาเกือบ 3 ปีแล้วนะคะ เมื่อไหร่จะมี ebook ขายคะ จะได้ช่วยอุตหนุนผลงานดีๆค่ะ เนื่องจากไม่ได้อยู่ในเมืองไทยค่ะ

 

โดย: แอน IP: 166.147.120.34 26 กันยายน 2556 10:13:17 น.  

 

ขอบคุณมากเลยครับคุณแอน สำหรับเรื่องนี้ขอเวลาปรับแก้ และเขียนให้จบแล้วค่อยนำมาลงนะครับ พอเขียนๆไป รู้สึกว่า บางตอนยังไม่ลงตัวเท่าไร กลัวเพื่อนนักอ่านจะสะดุดครับ

 

โดย: สามปอยหลวง 26 กันยายน 2556 11:50:55 น.  

 

อยากอ่านรวมเล่มแล้วค่ะ ตอนแรกโหดดี อยากอ่านจนจบเลยค่ะ

 

โดย: หนูดี IP: 14.207.213.199 11 ตุลาคม 2556 16:27:10 น.  

 

คุณหนูดี : พยายามเร่งเขียนอยู่เลยครับ แต่เขียนไปเขียนมาบางตอน เพิ่ม บางตอน ตัดออก เลยคิดอีกทีว่า ขอให้เขียนจนจบ แล้วค่อยนำลงเป็นตอนๆน่าจะดีกว่าครับ ยังไงจะลงให้ครบในบล็อกแน่นอนครับ
ขอบคุณมากนะครับ

 

โดย: สามปอยหลวง 13 ตุลาคม 2556 14:56:34 น.  

 

รออ่านอย่างใจจดใจจ่ออยู่นะคะ เข้ามาดูแทบทุกวันเลยค่ะ

 

โดย: แอน IP: 166.205.68.27 18 พฤศจิกายน 2556 9:45:06 น.  

 

สวัสดีครับคุณแอน ต้องขออภัยด้วยจริงๆครับ ตอนนี้ผมเองก็เขียนไปได้เกินครึ่งแล้ว ถ้าเรียบร้อยเมื่อไร รับรองว่าจะนำลงที่นี่ อย่างแน่นอนครับ
ขอบคุณอีกครั้งนะครับที่ติดตามงาน ยินดีเป็นอย่างยิ่งเลยครับ

 

โดย: สามปอยหลวง 18 พฤศจิกายน 2556 18:03:49 น.  

 

น่าสนใจมากครับ เรื่องนี้แนวไหนหรือครับ อ่านแรกๆแอบลุ้นให้เป็นกอธิค แหะๆ

 

โดย: allreddy IP: 203.170.164.226 19 พฤศจิกายน 2556 15:42:47 น.  

 

สวัสดีครับคุณหมอภูมิ เรื่องนี้ออกแนวระทึกขวัญครับ แนวกอธิคอยากเขียนเหมือนกัน แต่ยังหาพลอตถูกใจไม่ได้เลยครับ

 

โดย: สามปอยหลวง 20 พฤศจิกายน 2556 7:36:13 น.  

 

มาทำให้อยาก...แล้วจากไป... รออ่านอยู่นะคะ

 

โดย: แอน IP: 166.137.248.81 1 ธันวาคม 2556 6:53:52 น.  

 

คุณแอน ขออภัยจริงๆครับ ถ้าเสร็จเรียบร้อยเมื่อไรจะนำลงทันทีเลยครับ

 

โดย: สามปอยหลวง 2 ธันวาคม 2556 8:06:44 น.  

 

สวัสดีปีใหม่ค่ะ. ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ อย่าเจ็บ อย่าจน

 

โดย: แอน IP: 166.137.248.135 2 มกราคม 2557 6:59:43 น.  

 

สวัสดีครับคุณแอน ขอบคุณสำหรับคำอวยพรครับ
ตอนนี้เข็น "พลับพลึงซ่อนพิษ" มาถึงใกล้ถึงบทอวสานแล้วครับ คาดว่าจะมีปรับแก้ช่วงกลางเรื่องอีกพอสมควร ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พลับพลึงซ่อนพิษ คงจะนำมาลงได้ในช่วงกลางเดือนนี้ครับ

 

โดย: สามปอยหลวง 2 มกราคม 2557 9:48:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#14


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 70 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.