Group Blog
กันยายน 2553

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
The Matrix really บทที่ ๗ ก่อนสรรพสิ่งต่าง ๆ ทั้งปวง จะเกิดขึ้น ปรากฏมี " เดอะดาร์ค " กับ ... v




ก่อนกาลสมัย ( เวลาและสรรพสิ่งต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวง )

จะเริ่มต้น ( เกิดขึ้นมา ) ปรากฏมี “ เดอะดาร์ค ” ( The Dark ) กับ “ เดอะ

ไลท์ ” ( The Light ) ไม่ต้องถามว่า ๒ สิ่งนี้ มาจากไหน เกิดขึ้นเมื่อไหร่

มีอยู่ได้อย่างไร เพราะสิ่ง ๆ นี้ คือ “ ความว่าง ” ไม่มีรูปร่าง ไม่มีตัวตน

ไม่มีการเกิด ไม่มีการดับ มีอยู่ก่อนสิ่งทั้งปวงบนโลกนี้ และทั่วทั้งจักรวาล

ไม่เว้นแม้แต่กระทั่งกาลเวลา อยู่เหนือกาลเวลา ไม่ตกอยู่ใต้อำนาจ ไม่

เปลี่ยนแปลง ไปตามกาลเวลา

“ ความว่าง ” คือรากฐาน เป็นแก่นแท้ ของสรรพสิ่งต่าง ๆ ทั้ง

หลาย ทั้งปวง บนโลกนี้ และทั่วทั้งจักรวาล สิ่งต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวง บน

โลกนี้ และทั่วทั้งจักรวาล เกิดขึ้นมาจาก “ ความว่าง ” ตั้งอยู่บนความว่าง

เป็นไปบนความว่าง ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงทีละเล็กทีละน้อยอยู่ตลอดเวลา

จนดับลงไปเหลือแต่ “ ความว่าง ” เช่นดังเดิม ในที่สุด

สิ่งที่มีรูปร่าง มีตัวตน บนโลกนี้ และทั่วทั้งจักรวาล

ตั้งแต่สิ่งที่เล็กที่สุด เล็กจนตามองไม่เห็น เล็กกว่าอะตอม เล็กกว่าไวรัส ไป

จนถึงสิ่งที่ใหญ่ที่สุด เช่น ปู่ดวงอาทิตย์ ( ดวงอาทิตย์ที่เก่าแก่ที่สุดใน

จักรวาล มีอายุนับหมื่นนับแสนล้านปี ใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ในระบบสุริย

จักรวาล หลายร้อย หลายพันเท่า )

ไม่มีสิ่งใด ๆ ที่เกิดขึ้นมาอย่างลอย ๆ โดยไม่มีเหตุ ไม่มีผล

ทุก ๆ สิ่ง ทุก ๆ อย่าง ที่เกิดขึ้น และเป็นไป บนโลกนี้ และทั่วทั้งจักรวาล

ล้วนเกิดขึ้นมา และเป็นไป อย่างมีเหตุผล มีกฎมีเกณฑ์ คอยควบคุมอยู่ ไม่มี

สิ่งใดที่เกิดขึ้นและเป็นไปอย่างส่งเดช ไร้เหตุผล

วิทยาการที่เหล่ามนุษย์ได้สร้างขึ้นมาในปัจจุบัน สูงส่งยิ่งใหญ่

มากมาย มหาศาล ( สำหรับโลกมนุษย์ ) เปรียบเป็นแค่เพียง เด็กในชั้น

อนุบาล เมื่อเทียบกันกับจักรวาล ที่กว้างใหญ่ไพศาล จนหาซึ่งขอบเขตไม่

เจอ ด้วยเหตุนี้ จึงยังมีสิ่งต่าง ๆ อีกมากมาย บนโลกนี้ และในจักรวาล ที่เกิด

ขึ้นมาและเป็นไป โดย หลักวิทยาศาสตร์วิทยาการต่าง ๆ ของมนุษย์ ไม่

สามารถหาคำตอบได้ นั่นเอง

ด้วยวิทยาการอันสูงส่งของมนุษย์ ทำให้รู้ว่าโลกของเรา

ที่มีอายุนับหลายพันล้านปี ใบนี้นั้น ไม่ได้เกิดขึ้นมาลอย ๆ แต่เกิดขึ้นมาจาก

“ ความว่าง ” ในอดีตกาลอันไกลโพ้น ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ และมืดมิด

มีเศษดาวเล็ก ๆ น้อย ๆ ต่าง ๆ ค่อย ๆ มาเกาะ มารวมตัวกัน จนกลายเป็น

โลกของเราเช่นปัจจุบันในที่สุด ถ้าวิทยาการบนโลกของเราสูงส่งพอ ก็จะ

ทำให้สามารถรู้ได้ว่า จักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล จนหาขอบเขตไม่เจอ

ก็เช่นเดียวกัน เกิดขึ้นมาจาก “ ความว่าง ” เริ่มขึ้นมาจาก สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ

ค่อย ๆ ก่อ ค่อย ๆ รวมตัวกัน เติบโต ผสมผสาน ผ่านกาลเวลา นับพัน หมื่น

แสน ล้านปี จนกลายเป็นจักรวาล ที่กว้างใหญ่ ไพศาล จนหาซึ่งขอบเขตไม่

เจอ เช่นดังปัจจุบันนี้ ได้ในที่สุด นั่นเอง







“ เดอะดาร์ค ” ( The Dark ) กับ “ เดอะไล้ท์ ” ( The Light )

มีพลังอำนาจสร้างภพ ให้กำเนิดดวงดาว นับล้านดวง ให้กำเนิดสิ่งที่มีชีวิต

นานาชนิด หลายหลากสายพันธุ์ อาศัยอยู่ตามดวงดาวต่าง ๆ ในทุก ๆ

แกแลคซี่ ทั่วทั้งจักรวาล

นี่แหล่ะคือ กำเนิดของเผ่าพันธุ์พวกเรา เหล่ามวลมนุษย์

กับสรรพสัตว์สิ่งที่มีชีวิตทั้งหลายทั้งปวงบนโลกนี้ และทั่วทั้งจักรวาล ที่ได้

เกิดขึ้นมาพร้อม ๆ กับ พลังที่สูงส่งและยิ่งใหญ่ที่สุดบนโลกนี้ และทั่วทั้ง

จักรวาล นั่นก็คือ “ พลังแห่งจิต พลังสมอง พลังแห่งปัญญา ” ซึ่งอยู่ในสมอง

ของมนุษย์

ตัวอย่างเช่น ด้วยพลังสมองของมนุษย์ สามารถพัฒนาจาก

คนเดินดิน บินไม่ได้ ไม่มีรถรา ทีวี ตู้เย็น ฯลฯ จนสามารถ ทะยานขึ้นสู่ท้อง

ฟ้า ทะลุชั้นบรรยากาศ ออกไปโบยบินนอกโลก สู่ดาวดวงอื่น ได้ภายใน

ระยะเวลา แค่ร้อยสองร้อยปี

ในอีกร้อยปีไม่เกินพันปีข้างหน้า มนุษย์เราก็จะสามารถ

ออกท่องอวกาศ ไปนอกระบบสุริยจักรวาล มุ่งสำรวจดวงดาวต่าง ๆ ในแก

แลคซี่ ที่ตนอยู่ หรือแกแลคซี่ต่าง ๆ ได้อย่างแน่นอน ถ้าไม่นำเอาเทคโน

โลยีขั้นสูง ที่ใช้ระยะเวลาไม่รู้กี่พันกี่หมื่นปี สั่งสมวิทยาการความรู้ สร้างขึ้น

มาด้วยพลังสมองของพวกตนเองและเหล่าบรรพบุรุษ มากัดจิกตี ทะเลาะ

เบาะแว้ง ห้ำหั่นฆ่าฟัน ทำสงครามทำลายล้างกันเอง ด้วยอาวุธนิวเคลียร์

จนวิทยาการบนโลกล่มสลายลงไปเสียก่อน

อีกอย่างนึงก็คือเหล่ามวลมนุษย์ทั้งหลายเกิดขึ้นมา

พร้อม ๆ กับสัญชาติญาณสัตว์ คือ อยากได้ความสุข เกลียดกลัวความทุกข์

ทำดีทำชั่ว ทำถูกทำผิด ปะปนกันไป มากบ้างน้อยบ้าง ตามแต่ละบุคคล

ยิ่งมนุษย์มีวิทยาการสูงส่งมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งสามารถทำลายล้างโลกที่ตน

อยู่อาศัยได้มากมาย รวดเร็วยิ่งขึ้น ตามไปด้วยนั่นเอง

ตัวอย่างเช่น ที่ในปัจจุบันโลกของเราปั่นป่วน

เกิดภัยพิบัติร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ อย่างที่ไม่เคยเกิด ไม่เคยมีมา

ก่อน บนโลก สารพัดรูปแบบ มากมายหลายหน อยู่เป็นระยะ ๆ ประจำ ตลอด

มา จนถึงปัจจุบัน คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกไป หลายแสนหลายล้าน ไม่รู้กี่สิบ

ล้าน ถึงร้อยล้านคนหรือเปล่าไม่แน่ใจ เอาแค่ภายในสิบยี่สิบปีที่ผ่านมาก็พอ

เพราะอะไร โลกของเราในปัจจุบันนี้ จึงเหมือนเป็นคนป่วย

เหมือนคนเป็นมะเร็ง ซึ่งผมไม่รู้ว่าเป็นระยะไหน ระยะแรก หรือช่วงโค้งสุด

ท้าย ก็ยังไม่แน่ใจ คือ มะเร็งที่เกิดจากความชั่วร้ายจากจิตใจของเหล่ามวล

มนุษย์ จำนวนมากมาย แต่ไม่ใช่ทุก ๆ คน ส่วนน้อยหรือส่วนใหญ่ ไม่แน่ใจ

ที่เห็นแก่ตัว มากกว่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม

เพราะเทคโนโลยี ของพวกเหล่ามวลมนุษย์สูงขึ้น

จึงสามารถตัดไม้ทำลายป่าในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ได้อย่างมากมายภาย

ในระยะเวลาอันรวดเร็ว คนจำนวนไม่น้อยก็เผาป่าเพื่อตนเอง ด้วยสาเหตุ

ต่าง ๆ พวกผลิตอาวุธ ก็ทดลองยิงระเบิดนิวเคลียร์ ลงไปใต้ดินไม่รู้กี่ลูกต่อ

กี่ลูก ขนน้ำมันกันทางทะเล ทำเรือล่มน้ำมันไหลลงสู่ทะเลอยู่หลายหน ไม่รู้กี่

ล้านลิตร ล่าสุดท่อน้ำมันใต้ทะเลที่อเมกากับจีนก็แตกรั่ว ทำให้น้ำมันไหลลง

สู่ทะเลไม่รู้กี่ล้านลิตร คร่าชีวิตสัตว์น้ำ ทำลายระบบนิเวศน์ไปมากมายแค่

ไหน ผมก็ไม่แน่ใจ ถ้าทำผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ ก็ไม่ถือว่าเป็นคนไม่ดี

สามารถอภัยให้กันได้






Create Date : 17 กันยายน 2553
Last Update : 17 กันยายน 2553 18:13:29 น.
Counter : 553 Pageviews.

1 comments
  
สุดยอดเลยครับ แล้วจะมีมนุษย์ต่างดาวไหมนี่ เค้าจะเป็นเหมือนชาวโลกเรารึเปล่าน้อ ถ้าชาวโลกรักเมตตาต่อกันพร้อมกันไปกับความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ โลกคงจะมี ความสุขมากกว่านี้แน่ ผมชอบภาพบนกับภาพล่าง ขออนุญาตเก็บไว้ดูในคอมฯนะครับ
โดย: dustyboy วันที่: 17 กันยายน 2553 เวลา:22:35:25 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

samma
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]