กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ(สํ.สฬ.18/217/166) เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า"ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
<<
กันยายน 2564
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
space
space
28 กันยายน 2564
space
space
space

ศาสนาอิสลามสามารถเปลี่ยนศาสนาได้ไหม ?
ถาม  450

อยากทราบว่าศาสนาอิสลามสามารถเปลี่ยนศาสนาได้ไหมคะ ?

เราเป็นศาสนาอิสลามนะคะ   แต่ไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ที่จะอยู่ในศาสนาอิสลาม เราไม่ค่อยมีอิสระในการทำอะไรหลายๆ อย่างเลยค่ะ  เราอยากเปลี่ยนศาสนามากแต่ไม่มีศาสนาเลยยิ่งดีค่ะ เกิดมาก็ยัดอิสลามให้เราเลยโดยไม่มีสิทธ์ที่เราจะเลือกอะไรเลย เราอึดอัดมากค่ะ

https://pantip.com/topic/41001822

สังคมมนุษย์ปัจจุบัน    คำถามทำนองนี้มีถี่ๆ  451 (ดูจากที่เขาถกเถียงกัน)   หากเป็นสังคมไทยคงเปลี่ยนไม่ยากเท่าไหร่   พุทธเปลี่ยนไปเป็นอื่นนะ  (ส่วนมุสลิมเปลี่ยนเป็นอื่นยากหน่อย  เพราะเคร่งกว่าพุทธ     ยิ่งได้อยู่ใน ปท.ที่เป็นมุสลิมจ๋าด้วยแล้วหมดสิทธิ์เปลี่ยน  อ้าว ทำไมล่ะ ?  เปลี่ยนก็หมดลมหายใจ.  ขนาดเขาหนีออกมาแล้ว  ยังขอให้ส่งตัวกลับไปลงโทษว่าหมิ่นศาสนาเลย คิดดูแล้วอะไรจะไปเหลือ 107)   

ศาสนา แปลว่า คำสอน. เท่านั้นเอง ที่ว่า "ไม่มีศาสนาเลยยิ่งดีค่ะ/ครับ"  จะเอายังไงดี  หลายคนบอกว่า   ไม่ต้องนับถือศาสนาอะไรก็ได้   เพียงเราไม่ทำให้ใครเดือดร้อน    ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็เป็นศาสนาแล้วนะ 107  ไม่เบียดเบียนตนเอง  ไม่เบียดเบียนผู้อื่น   นี่เป็นคำสอนของศาสดาแล้ว  เรามีศาสนาแล้วนะ  3   

     คิดอย่างนั้น   ถ้าเป็นความคิดก่อนใครอื่น  คือว่า ยังไม่มีใครคิดได้เลย.   ตัวอย่างเช่น  วันหนึ่ง  เราไปเห็นหมู่คนต่างเผ่าต่างถิ่นถืออาวุธเข้าประหัตประหารกันจนบาดเจ็บล้มตายทั้งสองฝ่าย    เราดูแล้ว   เกิดความคิดโพล่งขึ้นมาในหัว   "โอหนอ! โอ้หนอ! ชาวเราเอ๋ย   ทำไมต้องเบียดเบียนกันและกันด้วยเล่า   อย่างนี้เดือดร้อนแน่ๆ  ไม่ดีเลย   จะให้ดี  คนต้องอยู่ร่วมกันช่วยเหลือกันและกัน  ไม่ว่าจะเกิดเผ่าไหนๆ ถิ่นใดๆก็ตาม  เขาก็ชีวิตหนึ่ง   ซึ่งรักสุขเกลียดทุกข์เหมือนกับเรา..."    แล้วเราก็เที่ยวประกาศให้คนได้รับรู้ถึงข้อดีนั้นๆ   มีคนเห็นด้วยยอมรับความคิดเราว่า    เออ  ช่าย  ใช่   ดีงามจริงๆด้วย   จากหนึ่งคน    เพิ่มเป็นสิบคน    เป็นร้อยคน  ฯลฯ  แล้วก็ช่วยกันเผยแผ่แนวคิดนั้น   เราเองก็เป็นศาสดา     ผู้เดินตามแนวคิดเราและช่วยกันทำงานแนวนี้ก็เป็นสาวก.    นี่คือ   จุดเริ่มของลัทธิศาสนาในโลก

ก็อย่างว่า   มีคนหัวรั้นคนไม่เชื่อ   ก็เติมเข้าไปอีก ใครทำไม่ดีนั่นๆนี่ๆ   ทำให้คนอื่นเดือดร้อน  เบียดเบียดเขา  จะตกนรก    ทำความดีนั่นๆนี่ๆ  จะไปสวรรค์ .... กาลต่อๆ มาอย่างว่าในสังคม  มีคนรั้น   ไม่เชื่อคำพูด  ไม่เชื่อเรื่องที่ว่าที่สอน เป็นต้น นั้น  สร้างความเดือดร้อนอยู่  สังคมก็ตั้งกฎเสริมอีกว่า    ใครทำเรื่องไม่ดีอย่างนี้อย่างนั้นต้องถูกลงโทษด้วยการโบยหลัง ๑๐๐ ที  ...  ปาด้วยก้อนหินจนขาดใจตาย ... ตัดหัวเสียบประจาน .... ต่อ ๆ มาโลกเจริญขึ้น   หมู่ชนเห็นเข้า   ก็เฮ้ย  แบบนี้  ไม่ไหวทารุณเกินไป   คนนะไม่สัตว์   ก็ยกเลิกกันไป....ก็เกิดเป็นกฎหมาย  กำหนดโทษจากเบาไปหาหนัก  หนักถึงขั้นยิงเป้า ...  เอาอีกแระ   สังคมโลกเจริญขึ้น  คนเห็นก็เฮ้ย ๆ โลกเขาไปถึงไหนกันแล้ว   มันขัดต่อสิทธิมนุษยชนนะ  107  ก็ยกเลิกไป ... พอมาๆ อันธพาลชนไม่กลัวก็   ข่มขืนฆ่า  ตอนนี้สังคมเริ่มกลับมามองโทษประหาร  ปัง เว้ย เฮ้ย  ฆ่าข่มขืน  ต้องประหารชีวิต...  9   เกิดเป็นคนนี่ยุ่งตายห่าน   เหมือนว่ายวนอยู่ในอ่าง  (ที่มันแตกแขนงออกไปมากมายเช่นนั้น   ถ้าสรุปตามหลักพุทธธรรมแล้ว มันคือกิเลสในใจคนตัวเดียวเท่านั้น จึงมีคาถาว่า ฆ่ากิเลสไม่บาป  แถมได้บุญอยู่เป็นสุขด้วย) 



ต่อไปศึกษาตัวอย่างคนมุสลิมเปลี่ยนเป็นพุทธ   เขามีวิธีคิดยังไง  450 แล้วเขาคิดเรื่องการไม่มีศาสนายังไง (ไม่ได้บอกใครว่าให้เอาอย่าง แต่ให้ดูตัวอย่าง) 


231การตัดสินใจทียากที่สุดของชีวิต เปลี่ยนมานับถือพระพุทธศาสนา

กระทู้นี้ตั้งใจพิมพ์มาเพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นและที่มาที่ไป ไม่ได้มีเจตนาอื่นๆ ใดทั้งสิ้น เพราะยังเคารพนับถือเพื่อนพี่น้องมุสลิมอยู่

ผมเกิดในครอบครัวมุสลิมที่นครศรีธรรมราช พ่อเป็นคนสตูล แม่เป็นคนท่าศาลา พ่อเสียตอนผมอายุ 3 ขวบ ส่วนแม่ก็ไปทำงานที่บาห์เรน ผมจึงอยู่กับตายายมาตลอด และตอนเด็กๆ จึงถูกสอนและฝึกการละหมาด การท่องจำและศึกษาคัมภีร์กุรอานมาตลอด

ตอนอายุประมาณ 6 ย่าง 7 ตากับยายคิดจะส่งผมไปเรียนปอเนาะ แต่มีคนพุทธข้างบ้านแนะนำให้ผมไปเรียนโรงเรียนทั่วไป เพื่อหน้าที่การงานในอนาคต ดังนั้น ผมจึงได้เรียนโรงเรียนทั่วๆไป ตั้งแต่ ป.1 จนถึง ม.6 จึงคลุกคลีอยู่กับวัฒนธรรมบางอย่างของคนพุทธตลอด เช่น การไหว้พระ (ก่อนหน้านั้นไม่ได้ไหว้ เพราะตายายสอนว่าห้ามไหว้เดี๋ยวตกนรก)  การไหว้ครู และอื่นๆ ส่วนเรื่องวิถีชีวิต เช่น การละหมาด ผมจะละหมาดที่โรงเรียน 2 ครั้งในช่วงเที่ยง และช่วงก่อนกลับบ้าน หากติดคาบก็จะขออนุญาตคุณครูไปละหมาด ส่วนเรื่องละหมาดวันศุกร์ ก็จะขอลาในตอนเที่ยงเพื่อไปละหมาดและฟังคุตบะฮ์ตลอด แต่ก็ต้องมาศึกษาหาความรู้กันเอาในภายหลังเพื่อให้การเรียนผ่านพ้นไปด้วยดี

หลังจากที่เข้าเรียนในมหาลัย ในฐานะมุสลิม จึงสนใจเหตุการณ์ที่ตะวันออกกลางด้วย จนกระทั่งวันหนึ่งพบข่าวว่า รัสเซียให้ความช่วยเหลือซีเรีย ทำการขับไล่ และโจมตีกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนออกไปจากซีเรีย

ผมจึงเกิดความคิดว่า  "ทำไมไม่ให้มุสลิมช่วยมุสลิม แต่กลับเป็นคนนอกศาสนาที่ช่วยมุสลิม และช่วยขับไล่พวกมุนาฟิกเสียเอง"   ซึ่งสาเหตุที่คิดแบบนี้   เพราะในช่วงนั้น ได้ศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์ของตะวันออกกลางที่กุรอานไม่ได้บอกไว้   ศึกษาความเป็นมาของทั้งศาสนาอิสลาม คริสต์ ยิว ที่นอกเหนือไปจากกุรอาน   อ่านจากทั้งในหนังสือ  และในอินเทอร์เน็ต

จนพบว่า ศาสนาอิสลาม แท้จริงแทบจะเป็นหนึ่งเดียวกับศาสนาคริสต์ และยิว เพียงแต่มันเป็นการแยกความคิดแตกใหม่ และซับซ้อนมาก และมาในรูปแบบประมาณว่า ถ้ายิวต้องให้ทำสุหนัต คริสต์จะบอกว่าไม่จำเป็นต้องทำ หรือต้องทำก็ได้ขึ้นอยู่กับว่าเป็นนิกายไหน ส่วนอิสลามจะกลับมาบังคับ ว่า ต้องทำทุกนิกายทุกมัชฮับ ซึ่งทำให้รู้สึกสับสนว่าอันไหนผิดถูกจนไม่ได้คิดอีกไประยะหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้อ่านข่าวที่รัสเซียให้ความช่วยเหลือซีเรีย ทำให้ย้อนคิดถึงเรื่องราวก่อนหน้านี้ อิสลามซึ่งเคยชนะ และทำให้ผู้คนในหลายเผ่าในดินแดนอาหรับเลื่อมใสศรัทธา ทั้งยังชนะพวกครูเสดได้

แต่ทำไมต้องแยกเป็นซุนนี และชีอะฮ์ ทำไมต้องเกิดความขัดแย้งกันเองตลอด ทำไมจึงต้องเกิดกลุ่มซาลาฟี (หรือที่หลายๆ คนรู้จักในชื่อวาฮะบีย์)   ทำไมปาเลสไตน์จึงต้องหายไป และกลายเป็นอิสราเอลแทน นั้นทำให้เริ่มสงสัยว่าบททดสอบของอัลลอฮ์นั้นจะยาวนาน และโหดร้ายไปอีกนานสักแค่ไหน

จึงย้อนกลับมาดูทางคริสต์ ซึ่งไปรุ่งเรืองในแผ่นดินยุโรป  พบว่าคริสต์หลังยุคอาณาจักรโรมันนั้นแทบจะเป็นยุคมืด  ศาสนจักรครอบงำผู้คน   ชักชวนผู้คนรบราฆ่าฟันกับกลุ่มมุสลิม  บ้างก็ใช้ความรุนแรงต่อผู้ที่ขัดแย้งกับศาสนจักร   ผ่านไปหลายศตวรรษ   กลายเป็นว่าเมื่อถึงยุคเรเนซองส์ ความขัดแย้งทางศาสนาแทบจะหายไป  วิทยาศาสตร์  ปรัชญา วิทยการที่เจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนเริ่มขัดแย้งกันน้อยลง   ศาสนาก็ห่างจากชีวิตผู้คนในยุโรปมากขึ้น  ในขณะที่วิทยาศาสตร์ที่เคยเจริญรุ่งเรืองในอาหรับก็ค่อยๆ หายไป   แถมบางครั้งยังถูกมองว่าขัดแย้งกับศาสนาอีก จนกลายเป็นว่าปัจจุบัน  ยุโรปในตอนนี้  เริ่มแยกจากศาสนาได้สำเร็จ  และสามารถพัฒนาตัวเองเป็นผู้นำโลกได้

ส่วนโลกอาหรับนั้นแทบไปไม่ถึงไหน โดยเฉพาะตั้งแต่หลังยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นต้นมา2นั้น ชาติอาหรับก็เกิดความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด

ในช่วงแรกนั้น   ด้วยความที่ยังเกรงกลัวสิ่งที่เรียกว่าพระเจ้าอยู่  จึงคิดจะไปนับถือศาสนาคริสต์ แต่ก็พักความคิดชั่วระยะหนึ่ง เพราะต้องการเลือกศาสนาของตัวเองจริงๆ ตัวเองเลือกที่จะไม่นับถือศาสนาอะไรเลยก็ได้   แต่ตัวเองไม่เลือก  เพราะเข้าใจว่า ชีวิตทางโลกนั้น ควรมีชีวิตทางธรรมที่ละเอียดลึกซึ้งเข้าด้วย จึงจะใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขโดยแท้จริง  
(เนื่องจากส่วนตัวคิดว่า กลุ่มคนไม่มีศาสนานั้น ใช้ชีวิตโดยไม่คิดอะไรมากมาย และทำๆ ไปตามที่ใจต้องการ และมีปรัชญาชีวิตที่เน้นจากเรื่องราวทางโลกเกือบล้วนๆ ซึ่งคงไม่ใช่แนวทางของตัวเองที่ต้องการแสวงหาทางสว่าง และความสงบสุขในจิตใจอยู่ตลอดเวลา)

จึงตัดสินใจศึกษาพระพุทธศาสนา จนค้นพบสัจธรรมว่า  การจะเป็นคนที่ดีได้นั้น ไม่จำเป็นต้องเชื่อในพระเจ้า   ไม่จำเป็นต้องต้องเชื่อคำสอน  และทำตามคัมภีร์  ขอเพียงแค่ประพฤติดีทั้งกาย วาจา ใจ เท่านั้นก็เพียงพอสำหรับความสงบสุข

พระพุทธศาสนา   เปิดโลกที่ผมไม่เคยเห็นไม่เคยเจอมาก่อน   เป็นศาสนาที่สอนให้คนพิสูจน์มากกว่าบังคับเชื่อ   เป็นศาสนาที่สอนให้คนเน้นจิตใจที่บริสุทธิ์มากกว่าการห้ามกิน หรือ ห้ามทำสิ่งนั้นนี้ที่ไม่ได้ร้ายแรงอะไร  เป็นศาสนาที่ไม่บังคับการเข้าศาสนสถาน

หลังจากที่ตัวเองได้ศึกษาจนถี่ถ้วนแล้ว จึงตัดสินใจบอกกับตัวเองว่า เราจะไม่ใช่มุสลิมแล้ว แต่เราจะเป็นชาวพุทธ    แต่ในตอนนั้น   ยังไม่คิดทำอะไรมาก   จึงคิดจะไปบอกแม่ ปู่ย่าตายาย ที่เป็นมุสลิม แน่นอนว่า ทุกคนรู้สึกตกใจ และไม่อยากให้ผมเลิกศรัทธาต่ออัลลอฮ์ เพราะกลัวว่าเมื่อถึงวันกียะมะฮ์แล้วผมจะต้องตกไฟนรกไปตลอดกาล 
(ตามความเชื่อของอิสลาม   เมื่อเสียชีวิตแล้วจะต้องไปอยู่ในโลกแห่งการรอคอยที่ดวงวิญญาณจะรออยู่จนถึงวันพิพากษา   แล้วเมื่อวันนั้นมาถึง   อัลลอฮ์จะพิจารณาตัดสินความดีชั่วที่คนผู้นั้นเคยทำไว้เมื่อยังอยู่ในโลกดุนยา  หรือ  โลกมนุษย์เราปัจจุบัน   ผู้ที่ทำความดีไว้มาก จะได้ขึ้นสวรรค์   และพำนักอยู่ในสวรรค์ถาวร    ส่วนผู้ที่ทำความชั่ว   จะต้องตกไฟนรกไปชั่วนิรันดร ซึ่งนอกจากอิสลามแล้ว คริสต์ และยิวก็เชื่อความเชื่อนี้ด้วยเช่นกัน)

ผมบอกกับทุกคนว่า อินชาอัลลอฮ์ หมายถึงว่า ถ้าอัลลอฮ์ประสงค์ และสำแดงประจักษ์ให้ได้ตระหนักถึงพระองค์   ผมก็จะพร้อมที่จะไปรับอิสลามอีกครั้ง  และเชื่อมั่นว่าหากอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงเปี่ยมเมตตา ก็จะทรงมีเมตตาอยู่เสมอตราบที่มีลมหายใจอยู่

ตั้งแต่ที่พูดไปในตอนนั้น  ปู่ย่าก็ไม่ได้ติดต่อหาผมอีก   (ปกติก็ไม่ค่อยติดต่อกันอยู่แล้ว เพราะไม่ค่อยผูกพันอะไรมาก)   ส่วนแม่ ตายาย  ได้แต่หวังว่าผมจะกลับไปรับอิสลามอีกครั้ง

แต่ความจริงก็คือ   ผมไม่มีความคิดนั้นเหลือแล้ว    ผมเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนา และลึกซึ้งกับธรรมะที่ได้ศึกษาจนยากที่จะกลับไปเป็นมุสลิม

สิ่งที่บอกมาทั้งหมด   ไม่ได้ต้องการให้มุสลิมที่ยังศรัทธาในอัลลอฮ์  ต้องหันมานับถือพุทธกันอย่างไร้เหตุผล เพราะเชื่อว่าไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะสำหรับคนที่เคร่งครัดมาตั้งแต่เกิด เคยมีกรณีคนที่มานับถือพุทธ   แต่ก็กลับไปนับถืออิสลามอีก เพราะเกรงกลัววันพิพากษา กลัวว่าตัวเองจะต้องตกไฟนรก ซึ่งส่วนตัวมองว่า ตัวเองทำแต่ความดี จิตใจบริสุทธิ์ ก็มากพอแล้วที่พระเจ้าจะเมตตา และยังเชื่อมั่นในพระเมตตาเสมอว่าจะไม่ทำแบบนั้น หากประพฤติดีทั้งกาย วาจา ใจ

https://pantip.com/topic/39980797

จขกท. 451 เข้าใจอิสลามอย่างดี  แล้วก็ศึกษาพุทธได้ตรงเป้าหมาย    

ชีวิตหญิงสาวอัฟกันก่อนตาลีบันปกครอง 450

https://www.youtube.com/watch?v=-tAv5sCirWE
       
ดูเธอ (คนรุ่นใหม่) มีความสุขในการทำงาน  มีความสุขในการใช้ชีวิต     แต่ต่อนี้ไป ? 

10

ที่ว่า 

"ทำไมต้องแยกเป็นซุนนี และชีอะฮ์ ทำไมต้องเกิดความขัดแย้งกันเองตลอด"

หลังจากนบีมูฮำมัดสิ้นชีพแล้ว  สาวกขัดแย้งเรื่องตั้งกาหลิฟ พวกหนึ่งจึงแยกตัวเป็นชีอะฮ์ 

https://dhammachati.blogspot.com/2021/09/blog-post_65.html

https://dhammachati.blogspot.com/2021/09/blog-post_40.html

19

เลิกแล้วค่ะ  นี่ตัวอย่างที่ว่า 450 พุทธพอเลิกได้ไม่ยาก  

(ดิฉันเคยเป็นพุทธแค่ตอนนี้ไม่มีศาสนาแล้ว   แต่ไม่ได้เลิกเพราะไม่ชอบ   เลิกเพราะคิดว่าศาสนาไม่ใช่ส่วนสำคัญในชีวิตดิฉันขนาดนั้น)

เขาว่าไว้ที่   https://pantip.com/topic/41008169

ยังพูดถึงประเทศที่ปกครองด้วยกฎหมายอิสลามด้วย

Afghanistan, Brunei, Iran, Malaysia, Maldives, Mauritania, Nigeria, Pakistan, Qatar, Saudi Arabia, Somalia, United Arab Emirates, Yemen (Wikipedia)

ว่าเลิกไม่ได้  ถ้ายังอยู่ตรงนั้น 

ส่วนประเทศที่ไลท์สีน้ำเงิน  ดูเหมือนผ่อนๆนะ

จากข่าวนี้ 450

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=samathijit&month=09-2021&date=21&group=6&gblog=71 

    แต่ไม่แน่ใจว่า   ศาสนิกอื่นที่จะแต่งงานกับคนของเขาจะต้องเปลี่ยนศาสนาเหมือนมุสลิมทั่วๆไปไหม  มุสลิมทั่วๆไป หญิงหรือชายที่ไปแต่งงานกับคนมุสลิมแล้ว  ต้องเปลี่ยนศาสนาเดิมของตนแล้วไปเข้าถือศาสนาของเขาโดยไม่มีอุทธรณ์ฎีกาใดๆทั้งสิ้น  (เหมือนเขาตั้งโปรแกรมไว้เลย)   หนุ่มสาวพุทธหลายคนที่ไปแต่งงานกับหนุ่มสาวมุสลิม  ต้องเปลี่ยนไปเข้าอิสลาม  (นี่เท่ายืนยันคำพูดที่ว่าคนพุทธเปลี่ยนไม่ยาก)  แต่จะให้มุสลิมเปลี่ยนมาเป็นพุทธนี่หินเลยครับท่าน  107

 


Create Date : 28 กันยายน 2564
Last Update : 29 กันยายน 2564 12:49:50 น. 0 comments
Counter : 575 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

BlogGang Popular Award#17


 
สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space