กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ(สํ.สฬ.18/217/166) เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า"ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
<<
สิงหาคม 2564
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
space
space
19 สิงหาคม 2564
space
space
space

เมตตาหากไร้ปัญญาก็เป็นเมตตาเพ้อเจ้อ


ต่อจาก  https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=samathijit&month=19-08-2021&group=6&gblog=63

233สุหนี่นำอิสลามครองสเปน จ่อแดนจีน

   ขณะนี้ จักรวรรดิอิสลามของกาหลิฟองศ์อูมัยยัต ที่ดามัสกัส มีอำนาจยิ่งใหญ่ กลายเป็นคู่แข่งของจักรวรรดิโรมันตะวันออก คือบีแซนทีน (อังกฤษอ่าน ไบแซนทีน บ้างก็มี) ขึ้นแทนจักรวรรดิเปอร์เซียที่ล่มไปตั้งแต่ยุคกาหลิฟที่มะดีนะฮ์ และยังได้แผ่ขยายดินแดนออกไปอีกทั้งทางตะวันออกและตะวันตก

   ภายในเวลาเพียง ๑ ศตวรรษ นับแต่ศาสนาอิสลามเกิดขึ้น แค่ ค.ศ.700 เศษ ต้นๆ (ก่อนถึง พ.ศ.๑๓๐๐) จักรวรรดิอิสลามอาหรับแผ่ไปตะวันตก ผ่านอาฟริกาเหนือ ขึ้นยุโรปไปครอบครองถึงสเปน (ปี 711/๑๒๕๔) ยั้งที่ฝรั่งเศส และขยายไปตะวันออก ผ่านอาฟกานิสถาน ลงข้างล่าง เข้าลุ่มน้ำสินธุ ครองแคว้นสินท์ ทะลุปากีสถาน เข้าไปถึงภาคตะวันตกของอินเดีย ยันกันอยู่ในรัฐคูชราด กับขึ้นเหนือตามเส้นทางสายไหม เข้าอาเซียกลาง ไปจดเขตแดนประเทศจีน

  ขยายความหน่อยว่า ที่จริง เวลานั้นประเทศปากีสถาน เป็นต้น ยังไม่มี พูดรวมๆก็คือชมพูทวีป แต่ที่บรรยายนี้ เป็นการพูดเทียบกับถิ่นแดนปัจจุบัน

  ชนมุสลิมอาหรับเข้าครองแคว้นสินท์ได้ตั้งแต่ปี 712/๑๒๕๔ ครั้นถึงปี 775/๑๓๑๘ ก็ยกทัพมาทางเรือเข้าตีเมืองวลภี (อยู่ใต้คานธีนคร เมืองหลวงของรัฐคูชราด ห่างลงไป ๑๗๕ กม.) ล้มราชวงศ์ไมตรกะ และทำลายล้างพระนครพินาศลงโดยสิ้นเชิง

  ครั้งนั้น   มหาวิทยาลัยวลภี   ก็ได้ถูกทำลายลงด้วยอย่างไม่เหลือแม้แต่ซาก เป็นมหาวิทยาลัยพุทธศาสนาแห่งแรกที่ถูกทำลาย  (ถ้าไม่นับตักศิลา)

  อนึ่ง ทัพอาหรับจะรุกคืบเข้าปัญจาบ และแคชเมียร์/กัษมีร์ แต่ถูกหยุดยั้งไว้

  ส่วนทางเหนือ ทัพมุสลิมอาหรับผ่านอาฟกานิสถาน ประมาณปี 721/๑๒๕๕ ก็พิชิตบากเตรีย/โยนก เข้าไปในอาเซียกลาง

  ต่อมาได้รบกับกองทัพจีนแถบเตอร์กีสถาน  ในยุทธการแห่งแม่น้ำตาลาส (Battle of Talas) เมื่อปี 751 / ๑๒๙๔ ทัพจีนพ่ายแพ้ ทำให้จักรวรรดิจีนในอาเซียกลางถึงอวสาน

  มีเรื่องน่ารู้แทรกหน่อยว่า  มุสลิมอาหรับจับช่างฝีมือจีนเป็นเชลยไปแบกแดด ช่างจีนนักทำกระดาษ ได้ทำกระดาษให้แก่นายมุสลิม และจากชาวมุสลิม วิธีทำกระดาษก็แพร่ไปในอาเซีย ยุโรป อาฟริกา

  อาเซียกลาง แถบที่เรียกรวมๆว่า Turkistan (หรือTurkestan) ตั้งแต่ทะเลสาบแคสเปียน (Caspian Sea) จนถึงชายแดนจีน หรืออยู่ระหว่างจีนกับรัสเซียนี่แหละ คือ ถิ่นเดิมของพวกเตอร์ก ซึ่งมีบรรพบุรุษอยู่แถบเทือกเขาอัลไต (Altai Mountains) บัดนี้กระจายอยู่แถว Kazakhstan, Uzbekistan, Kyrgyzstan, Turkmenistan, มณฑล Xinjiang (Sinkiang) ของจีน Azerbaijan และที่เป็นกระจุกใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน คือ ประเทศเตอร์กี หรือ ตุรกี

  เตอร์ อยู่ในอาเซียกลาง   แล้วไปมากที่ตุรกี   ห่างไปหลายพันกิโลเมตรอย่างไร จะได้เห็นคร่าวๆต่อไป

  มุสลิมอาหรับพิชิตอาเซียกลางแล้ว ก็เปลี่ยนชนชาติเหล่านี้เป็นมุสลิม และให้ใช้อาระบิกเป็นภาษาราชการ

  ถึงตอนนี้   ก็พอดีจบยุคแผ่อำนาจของมุสลิมอาหรับ   เหตุการณ์แถบนี้เงียบไปราว ๓๐๐ ปี ก็จะเข้ายุคของมุสลิมเตอร์กบ้าง

  ที่เป็นอย่างนี้   ต้องหันกลับไปดูที่ต้นทาง คือ ดามัสกัส

  กาหลิบวงศ์อูมัยยัต   แม้จะแผ่ขยายดินแดนและอิสลามเพิ่มได้อีกมาก แต่พอมาตอนปลาย ต้องมัวปราบกบฏและการกำเริบอยู่เรื่อยๆทั้งจากพวกขะรีจิ และพวกชีอะฮ์

  ที่สำคัญยิ่งก็คือ เมื่อจักรวรรดิอิสลามแผ่ขยายไปอย่างรวดเร็ว พอถึงตอนนี้ กลายเป็นว่า ประชากรมุสลิมใหม่ที่ไม่ใช่ชาวอาหรับ มีจำนวนมากกว่าคนมุสลิมอาหรับ


  มุสลิมที่ไม่ใช่อาหรับนี้ จำนวนมากก็มาอยู่กับพวกกบฏ และหลายพวกก็เรียกร้องสิทธิต่างๆ ให้เสมอภาคกับคนมุสลิมอาหรับ

  จังหวะนี้ พวกมุสลิมอาหรับที่แบกแดด (อีรัค) ซึ่งสืบสายจากท่านอับบาส ผู้เป็นลุงขององค์นบีมุฮัมมัด ถือว่าพวกอูมัยยัตเป็นพวกนอกสายที่ได้เข่นฆ่าบุตรนัดดาขององค์นบี

  ครั้นถึงปี 750 / ๑๒๙๓ มุสลิมอาหรับที่แบกแดดก็รบชนะ และสังหารกาหลิฟพร้อมทั้งราชวงศ์ที่ดามัสกัส (ซีเรีย) แล้วย้ายเมืองหลวงมายังแบกแดด (อีรัค) เริ่มวงศ์กาหลิฟอับบาสิต (Abbasids)

  ในยุคแห่งวงศ์กาหลิฟอับบาสิต ที่แบกแดด สภาพแวดล้อมทำให้มีการประสานวัฒนธรรมต่างๆ เข้าด้วยกัน อารยธรรมเปอร์เซีย และแนวคิดของกรีกได้ปรากฏอิทธิพล และเกิดแนวโน้มของบรรยากาศซึ่งหันไปฝักใฝ่ทางปัญญา จึงเป็นยุคที่เจริญด้วยศิลปวิทยา

  ดังที่กาหลิฟองค์ที่ ๕ ได้รับยกย่องว่ายิ่งใหญ่ ส่งเสริมศิลปวิทยาวรรณคดี และเป็นปราชญ์เองด้วย คือ พระเจ้าฮารูน อัล ราษจิด (Harun al-Rashid ครองราชย์ ปี 786-809/๑๓๒๙-๕๒) ในนิยายอาหรับราตรี ที่คนไทยจำนวนมากรู้จักดี

  พร้อมกันนั้น    มีการแปลผลงานของกรีกเป็นภาษาอาหรับ การค้าขายขยายตัวอย่างยิ่ง จะได้เป็นช่องทางถ่ายทอดความรู้   เช่นนำความรู้จากอินเดียมาใช้ – เผยแพร่ และชาวมุสลิมอาหรับก็พัฒนาความรู้นั้นๆขึ้นอีก   ทำให้เกิดยุคทองของศิลปวิทยาอิสลาม

  ในยุคนี้ แบกแดด และเชียงอาน ได้ชื่อว่าเป็น ๒ มหานครใหญ่ที่สุดในโลก

16


227จากยุคมุสลิมอาหรับ เข้าสู่ยุคมุสลิมเตอร์ก กาหลิฟเป็นใหญ่ แล้วกลายเป็นหุ่นเชิดของสุลต่าน


   อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวงศ์กาหลิฟบาสิตนี้จะอยู่ยืนยาวถึง ๓๐๕ ปี (750-1055/๑๒๙๓-๑๕๙๘) แต่มีช่วงเวลาที่ทรงอำนาจแท้จริงเพียงประมาณศตวรรษเดียว

   ปัญหาตั้งเค้าแต่ต้น    เมื่อวงศ์กาหลิฟอูมัยยัตที่ดามัสกัสถูกทำลาย เจ้าชายองค์หนึ่งหนีไปสเปน และได้ตั้งวงศ์กาหลิฟอูมัยยัตที่สองขึ้นที่นั่นแล้วสืบกันมาจนถึงปี 1031/๑๕๗๔

   อีกสายหนึ่ง ผู้สืบวงศ์ของท่านอาลี (บุตรของฮะซัน) ก็หนีไปตั้งอาณาจักรอิสระขึ้นที่มอรอคโค

   ต่อมา เจ้าครองนครของอับบาสิตเองที่ทูนิเซียและอียิปต์ ก็แยกตัวตั้งเป็นอิสระ

   ปรากฏว่า ในช่วงปี 929-1031/๑๔๗๒-๑๕๗๔ มีกาหลิบแข่งกัน ๓ องค์ คือ กาหลิบอับาสิต ที่แบกแดด กาหลิบอูมัยยัตที่สเปน และกาหลิบปะติมิต (คือสายท่านอาลี) ที่อาฟริกาเหนือ ซึ่งต่อมาย้ายมาที่อียิปต์

   รวมเป็นสุหนี่ ๒ และชีอะฮ์ ๑

   อีกด้านหนึ่ง ในอาเซียกลาง พวกเตอร์กที่ได้รับอิสลามจากมุสลิมอาหรับเมื่อเกือบ ๒๐๐ ปีก่อนนั้น ครั้นเวลาผ่านมา ก็เจริญเข้มแข็งขึ้น แล้วก็เริ่มขยายอำนาจแผ่อิสลามบ้าง จนในที่สุดมุสลิมเตอร์กก็เข้าแทนที่มุสลิมอาหรับ

  เส้นทางของมุสลิมเตอร์ก   ก็คือย้อนทางมาของมุสลิมอาหรับโดยทางสายไหม ลงมาในอาฟกานิสถาน แล้วไปตะวันออกกลาง เริ่มแต่อิหร่าน จากนั้น เข้าแบกแดด และไปที่อื่นๆ จนสุดแดนของอาหรับ จบที่เตอร์กี (ที่ราชการให้อ่านว่าตุรกี)

   แต่เมื่อลงมาในอาฟกานิสถาน หรือส่วนเหนือสุดของปากีสถาน ใกล้กับอาฟกานิสถานนั้นแล้ว แทนที่จะเลี้ยวขวาเข้าอิหร่านผ่านไปสู่ตะวันออกกลาง ก็อาจจะมุ่งลงใต้และเลี้ยวซ้ายเข้าในอินเดีย

   เส้นทางแผ่ขยายของมุสลิมเตอร์ก ก็คือสองทางที่ว่ามานี้ ได้แก่ ไปตะวันออกลาง หรือลงมาอินเดีย

   คราวนี้จะต้องรวบรัด ได้ความว่า กาหลิบอับบาสิตที่แบกแดดได้อ่อนกำลังลง แล้วจากนั้นนับแต่ปี 945/๑๔๘๘ เป็นต้นมา ก็มีอำนาจเพียงในนาม โดยเป็นหุ่นเชิดของนักรบหรือนายทหารใหญ่

   ในปี 977/๑๕๒๐ ได้เกิดอาณาจักรมุสลิมเตอร์ก ที่ตั้งตัวเป็นสุลต่านขึ้นในอาฟกานิสถาน ซึ่งแผ่อำนาจเข้าในอิหร่าน และยกทัพเข้ามาตีอินเดียถึงปัญจาบและลุ่มน้ำสินธุ

   แต่ต่อมาถึงปี 1040/๑๕๘๓ มีเตอร์กอีกพวกหนึ่งที่สำคัญมาก เรียกว่า เซลจูกเตอร์ก (Seljuq หรือ Seljud Turks) รบชนะอาณาจักรเตอร์กพวกนั้น แล้วรุกผ่านอิหร่านเข้ามายึดกรุงแบกแดดได้ในปี 1055/๑๕๙๘ โดยอ้างตัวว่ามาปกป้องกาหลิบสุหนี่ ให้พ้นจากอำนาจของพวกชีอะฮ์

  แล้วพวกเซลจูกเตอร์กนี้ก็ขึ้นเป็นสุลต่าน เป็นผู้ครองอำนาจที่แท้จริง อย่างที่ว่าเอากาหลิฟเป็นหุ่นเชิด และได้แผ่อำนาจออกไปอย่างกว้างขวาง จนกลายเป็นคู่ต่อสู้ของจักรวรรดิบีแซนทีน และกั้นปะทะประเทศตะวันตก ทำให้เกิดสงครามครูเสดส์ ๒๐๐ ปี ระหว่างคริสต์ กับ อิสลาม (Crusades, 1095-1291/๑๖๓๘-๑๘๓๔) 

  นอกจากทางด้านตะวันออกกลางนี้แล้ว ทางด้านชมพูทวีป มุสลิมเตอร์กกลุ่มอื่นก็พยายามรุกเข้าไป และขับเคี่ยวกับเจ้าถิ่นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงปี 1206/๑๗๔๙ มุสลิมเตอร์กก็สามารถตั้งรัฐสุลต่านแห่งเดลีขึ้นเป็นอาณาจักรมุสลิมเริ่มแรกในชมพูทวีป

 พระพุทธศาสนาก็ได้สูญสิ้นไปจากอินเดียระหว่างการรุกรานทำลายคราวนี้

233 ในช่วงนี้เอง ราวปี 1207/๑๗๕๐ เจงกิสข่าน (Genghis khan หรือ Jenghis khan ชื่อเดิมว่า เตมูจิน / Temujin) ยกทัพมองโกล บุกตะลุยบดขยี้อาณาจักรทั้งหลายตั้งแต่จีนภาคเหนือลงมา ยึดครองกรุงปักกิ่งในปี 1215/๑๗๕๘ ตะลุยผ่านอาเซียกลาง ตลอดดินแดนแถบที่เป็นอาฟกานิสถานปัจจุบัน

  ณ จุดผ่านสำคัญนี้  เจงกิสข่าน   ไม่ลงทางอินเดีย แต่เลี้ยวขวาไป ผ่านทะลุอิหร่าน เข้ายุโรปตะวันออก ทำลายบ้านเมืองและสังหารผู้คนไปจนจดรัสเซียตอนใต้

  พวกมองโกลชนะและทำลายแล้วก็มักผ่านเลยไป เมื่อเจงกิสข่านสิ้นชีพในปี 1227/๑๗๗๐ แล้ว ข่านที่เป็นบุตรหลานสืบต่อมาอีกไม่นาน ก็กลมกลืนเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นหมดไป

  โดยนัยนี้ อาณาจักรมุสลิมเตอร์กในอินเดีย คือ รัฐสุลต่านแห่งเดลีก็ได้รอดพ้นภัยจากพวกมองโกลนี้มา ขณะที่ทางด้านตะวันตก คือแถบตะวันออกกลาง มุสลิมเตอร์กพวกเซลจูก ซึ่งอ่อนกำลังอยู่ก่อนแล้ว ก็ถูกพิฆาตพินาศไป เช่นเดียวกับกาหลิฟอับบาสิตมุสลิมอาหรับแบบแดด ซึ่งเป็นหุ่นเชิดมานาน ก็สูญสิ้นวงศ์แต่บัดนั้น

  ในช่องว่างนี้เอง   มุสลิมเตอร์กกลุ่มหนึ่ง   ซึ่งเคยเป็นทหารรับจ้างของพวกเซลจูกเตอร์ก มีถิ่นปกครองเล็กๆ อยู่ในอนาโตเลีย (Anatolia บางทีเรียก Asia Minor คือ เอเชียน้อยได้แก่ตุรกีฟากทวีปเอเซีย) มีหัวหน้าเรียกว่า ออสมาน ที่ ๑ ได้ประกาศตั้งอาณาจักรออตโตมาน (Ottoman) เป็นอิสระ เมื่อประมาณปี 1290/1833

  ภายในศตวรรษเดียว อาณาจักรออตโตมาน ได้แผ่ขยายออกไปอย่างกว้างขวาง แม้ว่าในช่วงปี 1402/๑๙๔๕ จะถูกพวกมองโกลระลอกใหม่ นำโดยตีมูร์ (Timur หรือ Tamerlane เป็น Tatar คือเป็นตาดมองโกล) มาพิชิต ทำให้แตกกระสานซ่านเซ็นกันไป ก็กลับผนึกกำลังได้อีก แล้วเรืองอำนาจยิ่งขึ้น

  ในที่สุด ถึงปี 1453/๑๙๙๖ ออตโตมานเตอร์กก็ได้ชนะสงครามใหญ่  ยึดกรุงคอนสแตนดิโนเปิล (Constantinople) เมืองหลวงของจักรวรรดิบิแซนทีน (Byzantine) ได้ ทำให้จักรวรรดิโรมันตะวันออกล่มสลายลง อันถือกันว่าเป็นจุดสิ้นสุดแห่งสมัยกลางของยุโรป (Middle Ages) ที่เคยเรียกว่าเป็นยุคมืด (Dark Ages) หรือมีช่วงต้นเป็นยุคมืด (คือเฉพาะช่วง 476-1000/๑๐๑๙-๑๕๔๓)

   จักรวรรดิออตโตมานเตอร์กได้ยกกรุงคอนสแตนดิโนเปิลเป็นเมืองหลวงของตน และต่อมาก็ปราบราชวงศ์ทหารทาสลง   ยึดอียิปต์และซีเรียได้   แล้วก็ได้อีรัค   ครองอำนาจเหนือมุสลิมอาหรับทั้งหมด   ตลอดจนแผ่อำนาจเข้าไปในยุโรปตะวันออกเฉียงใต้  จนถึงฮังการี กลายเป็นมหาอาณาจักรในยุโรป (รุ่งเรืองสุดในช่วงปี 1520-66/๒๐๖๓-๒๑๐๙)

5


227มุสลิมเตอร์ก มุสลิมมองโกล รุ่งแล้วเลือนลับ คืนสุ่มุสลิมอาหรับ ที่เป็นฐานเดิม

   หันมาดูด้านอินเดีย ก่อนตีมูร์ (Timur) นำทัพมองโกลเข้าไปตีจนถึงพวกออตโตมานเตอร์ ในช่วงปี 1402/๑๙๔๕ นั้น เริ่มแรก เขาตั้งเมืองหลวงที่สะมาร์กานท์ (Samarkand) เมื่อประมาณ พ.ศ.๑๙๑๓

   จากนั้น ตีมูร์ยกทัพลงมา ผ่านอาฟกานิสถาน เข้าในตะวันออกกลาง ตั้งแต่อิหร่าน อิรัค ไปจนถึงเขตรัสเซีย เสร็จแล้วย้อนกลับมาบุกเข้าชมพูทวีป ยึดกรุงเดลีได้ในปี 1398/๑๙๔๑ เฉพาะในเมืองสังหารคนไป ๘ หมื่น

  แม้ว่าตีมูร์ จะไม่อยู่ยึดครอง แต่ก็ได้ทำลายรัฐสุลต่านแห่งเดลี (Delhi Sultanate) ให้พินาศถึงอวสาน เสร็จแล้วจึงเข้าไปตะวันออกกลางอีกครั้ง

  แม้ว่ารัฐสุลต่านแห่งเดลี จะได้พินาศไปแล้ว แต่ก็มีสุลต่านปกครองดินแดนเล็กน้อยแถบนั้นต่อมา โดยย้ายไปตั้งเมืองหลวงอยู่ที่อัครา (Agra)

  กระทั้งต่อมาอีกศตวรรษเศษ เจ้ามุสลิมมองโกล ชื่อว่า บาเบอร์ (Babur หรือ Baber คำอาหรับ = เสือ) ซึ่งสืบเชื้อสายจากเจงกิสข่าน และจากตีมูร์ อ้างสิทธิว่า อินเดียเป็นมรดกที่ตีมูร์ (Timur) บรรพบุรุษของเขาได้พิชิตไว้ แล้วยกทัพจากอาฟกานิสถาน เข้ามากำจัดสุลต่านให้จบสิ้นเชิง

  บาเบอร์ได้ชัยชนะในปี 1526/๒๐๖๙ แล้ว ก็ฟื้นเดลีขึ้นเป็นเมืองหลวง ตั้งราชวงศ์มุสลิมมองโกลขึ้นครองอินเดียสืบต่อมา เรียกว่า ราชวงศ์มุข่าล หรือโมกุล ซึ่งปกครองอินเดียยั่งยืนมา ๓๓๒ ปี

  แต่ในที่สุด ถึงปี 1858/๒๔๐๑ อินเดียได้ตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ราชวงศ์มุข่าล ของโมกุลก็สิ้นอำนาจ

  จนกระทั่งหลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่ ๒ ชมพูทวีปได้เอกราชในปี 1947/๒๔๙๐ แต่แก้ปัญหาความต่างศาสนาไม่ได้ จึงแบ่งออกเป็น ๒ ประเทศ

232 ให้ส่วนที่มีผู้นับถือศาสนาฮินดูมาก เป็นอินเดีย (India) และ

231ส่วนที่มีผู้นับถือศาสนาอิสลามมาก เป็นปากีสถาน (Pakistan)

  ย้อนไปดูด้านจักรวรรดิออตโตมานเตอร์ก ของมุสลิมเตอร์ก หลังจากรุ่งเรืองสุดในช่วงปี 1520-66/๒๐๖๓-๒๑๐๙ แล้ว ต่อมาก็เสื่อมโทรมอ่อนแอลงเรื่อยๆ จนได้สมญาเป็น “บุรุษอมโรคแห่งยุโรป” (Sick Man of Europe)

  จุดพลาดสุดท้ายที่ทำให้จักรวรรดิออตโตมานเตอร์กถึงอวสาน ก็คือ การเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ ๑ โดยอยู่ข้างเยอรมัน ร่วมรบแล้ว ก็เลยร่วมแพ้ด้วย


  เฉพาะอย่างยิ่ง สงครามโลกครั้งที่ ๑ นั้น ได้เกิดกระแสลัทธิชาตินิยมในหมู่ชาวอาหรับ ฝรั่งโดยเฉพาะอังกฤษก็เข้าหนุนชาวอาหรับให้ลุกขึ้นกู้ชาติกู้แผ่นดินจากพวกเตอร์ก

  ทั้งพวกชาตินิยมอาหรับก็ลุกฮือก่อกบฏขึ้นภายใน และต้องทำสงครามข้างนอก ออตโตมานก็สลายในที่สุด

 ส่วนอังกฤษเองก็เข้ายึดเยรูซาเล็ม และครอบครองปาเลสไตน์ในปี 1917/๒๔๖๐ แล้วจัดการดูแลมาจนสิ้นสงครามโลกครั้งที่ ๒

  หลังจากร่วมแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ ๑ จักรวรรดิออตโตมานเตอร์กแตกสลาย ดินแดนทั้งในยุโรป และอาหรับในตะวันออกกลางหลุดมือไปหมดแล้ว ก็ได้มีการจัดการปกครองประเทศกันใหม่

  ในที่สุดถึงปี 1921/๒๔๖๔ สภามีมติประกาศชื่อประเทศเป็นเตอร์กี (Turkey ราชการไทยเรียก “ตุรกี) ปี ๒๔๖๕ ยุบเลิกตำแหน่งสุลต่าน ปีต่อมา ประกาศให้ประเทศเป็นสาธารณรัฐเตอร์กี โดยมีมุสตาฟา เคมาล (เคมาล อะตาเตอร์ก) เป็นประธานธิบดีคนแรก ทั้งคอนสแตนติโนเปิลเมืองหลวงเก่า ตั้งแองกอราเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐใหม่

  ปีต่อมา ๒๔๖๗ ยุบเลิกตำแหน่งกาหลิฟ ล้มราชวงศ์ออตโตมาน และขับสมาชิกของราชวงศ์ออกจากเตอร์กีหมดสิ้น

227ครั้นถึงปี ๒๔๗๑ ให้เตอร์กีเป็นคามิยรัฐ หรือรัฐคามิยการ (secular state) แท้ๆล้วนๆ สตรีเอาผ้าคลุมหน้าออก ชาวเตอร์กหันไปแต่งกายอย่างชาวตะวันตก ใช้อักษรโรมันแทนอักษรอาหรับ และใช้ปฏิทินฝรั่งแทนฮิจเราะฮ์

  สุดท้าย ใน พ.ศ. ๒๔๗๓ ก็ให้เปลี่ยนชื่อเมืองคอนสแตนติโนเปิล เป็นอิสตันบุล (Constantinople => Istanbul) และชื่อเมืองหลวงใหม่จากแองกอรา เป็นแองการา (Angora => Ankara)

  โดยนัยนี้ จักรวรรดิออตโตมาน (Ottoman Empire) ของมุสลิมเตอร์ก ที่ได้เป็นศูนย์อำนาจของอิสลามมาเกินกว่า ๖ ศตวรรษ ตั้งแต่ 1290/๑๘๓๓ ต่อจากพวกเซลจูกเตอร์ก ที่ต่อจากอาหรับ ก็ถึงอวสาน

  ต่อนี้ไป ศูนย์กลางของอิสลามกลับไปอยู่ในหมู่ชนชาวอาหรับแถบตะวันออกกลาง คือสิ้นยุคมุสลิมเตอร์ก (และมุสลิมมองโกลในอินเดีย)

  แม้จะยังมีมุสลิมอารยัน ซึ่งเป็นชนเผ่าใหญ่ของประเทศอิหร่าน ที่มีประชากร ๙๕% นับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะฮ์ อันต่างออกไป

  แต่เมื่อว่าโดยรวม   ก็ถือว่าพลังแห่งประวัติศาสตร์กลับมาสู่ยุคของมุสลิมอาหรับ คล้ายยุคเริ่มกำเนิดอิสลาม

  นี่คือเรื่องของประวัติศาสตร์   เป็นเรื่องของสิ่งที่ผ่านไปแล้ว แต่ก็เป็นเหตุปัจจัยของปัจจุบัน กับทั้งยังส่งผลสืบเนื่องไปสู่อนาคต  ตามธรรมดาของเหตุปัจจัย เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว ถ้าข้อมูลที่ได้มาถูกต้อง มันก็เป็นความจริงที่ไม่เข้าใครออกใคร และเป็นหน้าที่ของคนที่จะต้องเรียนรู้

  ที่ได้เล่ามา  อาจจะกว้างและยืดยาวมากไปหน่อย   ทั้งที่คิดว่าจะพูดให้สั้น แต่ไม่เป็นไร ยิ่งละเอียด ก็คงช่วยให้ยิ่งเห็นภาพชัดขึ้น แต่ที่จริงนี่ไม่ใช่ละเอียดเลย เพราะโดยกาละ เวลายาวเป็นพันปี และโดยเทศะ เหตุการณ์กินเนื้อที่ตลอดระยะทางหลายพันกิโลเมตร

  ขอย้ำเพียงว่า ความรู้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการแก้ปัญหา และสำหรับการจัดทำดำเนินการทุกอย่าง ถ้าจริงใจที่จะให้โลกมีสันติสุข ก็ต้องรักความจริง และเห็นความสำคัญของความรู้

  เมื่อพูดมาเพียงนี้แล้ว  ก็ขอผ่านเพื่อต่อไปเรื่องข้างหน้า


 
มันอยู่ที่นโยบายของผู้นำประเทศว่าจะนำพาหมู่ชนไปทางไหน  นึกไม่ออกก็เทียบกับฝูงสัตว์ เช่น นก   เป็ด  ค้างคาว ฯลฯ   ก็มีตัวนำมีจ่าฝูง  พาบินออกหาอาหาร  พาบินกลับคอน  บินกลับถ้ำ  ฉันใดก็ฉันนั้น 

https://www.facebook.com/photo/?fbid=10219074915294086&set=gm.920891501835905
 





 



Create Date : 19 สิงหาคม 2564
Last Update : 27 กันยายน 2564 17:18:04 น. 0 comments
Counter : 170 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

BlogGang Popular Award#17


 
สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space