กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ.เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะ ซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า "ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
<<
กรกฏาคม 2568
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
space
space
8 กรกฏาคม 2568
space
space
space

คุณของกาม จุดอ่อนของกาม


     "ดูกรมหานาม ก็อะไรเล่าเป็นคุณของกามทั้งหลาย  "ดูกรมหานาม กามคุณ ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน ?  คือ รูปที่พึงรู้ด้วยตา อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ชวนรัก ชวนใคร่ น่าติดใจ เสียงที่พึงรู้ด้วยหู ... กลิ่นที่พึงรู้ด้วยจมูก ... รสที่พึงรู้ด้วยลิ้น ... โผฏฐัพพะที่พึงรู้ด้วยกาย อันน่าปรารถนา น่าใคร่  น่าพอใจ  ชวนรัก ชวนใคร่  น่าติดใจ  ดูกรมหานาม  เหล่านี้แล คือ กามคุณ ๕ ประการ  ความสุข  ความโสมนัสใด  อาศัยกามคุณ ๕ เหล่านี้เกิดขึ้น นี้คือคุณของกามทั้งหลาย

     "ดูกรมหานาม  ก็อะไรเล่าเป็นโทษของกามทั้งหลาย  กุลบุตรใดในโลกนี้ เลี้ยงชีวิตด้วยศิลปะสถานะใด จะด้วยการนับคะแนนก็ดี  ด้วยวิชาคำนวณก็ดี ด้วยวิชาประเมินก็ดี ด้วยกสิกรรมก็ดี ด้วยการค้าขายก็ดี ด้วยการเลี้ยงโคก็ดี ด้วยวิชาแม่นธนูก็ดี ด้วยการเป็นราชบุรุษก็ดี ด้วยศิลปะอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ต้องหน้าสู้หนาว ต้องหน้าสู้ร้อน ถูกสัมผัสแต่เหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เลื้อยคลานรบกวน หิวกระหายเจียนตาย ดูกรมหานาม แม้นี้ก็เป็นโทษของกามทั้งหลาย เป็นกองทุกข์ที่เห็นชัดกับตัว มีกามเป็นเหตุ มีกามเป็นต้นเค้า มีกามเป็นตัวบังคับ เกิดเพราะเหตุแห่งกามทั้งหลายนั่นเอง

     "ดูกรมหานาม  อีกประการหนึ่ง เพราะกามเป็นเหตุ เพราะกามเป็นต้นเค้า เพราะกามเป็นตัวบังคับ เพราะเหตุแห่งกามทั้งหลายนั่นแล  แม้พระราชาทั้งหลาย  ก็วิวาทกับพวกพระราชา แม้กษัตริย์ก็วิวาทกับพวกกษัตริย์ แม้พวกพราหมณ์ก็วิวาทกับพวกพราหมณ์ แม้พวกคฤหบดีก็วิวาทกับพวกคฤหบดี แม้มารดาก็วิวาทกับบุตร แม้บุตรก็วิวาทกับมารดา แม้บิดาก็วิวาทกับพวกบุตร แม้บุตรก็วิวาทกับบิดา แม้พี่ชายน้องชายก็วิวาทกับพี่ชายน้องชาย  แม้พี่สาวน้องสาวก็วิวาทกับพี่สาวน้องสาว  แม้พี่ชายน้องชายก็วิวาทกับพี่สาวน้องสาว แม้เพื่อนก็วิวาทกับเพื่อน คนเหล่านั้น  พากันเข้าทะเลาะแก่งแย่งวิวาทกันในที่นั้นๆ  ทำร้ายซึ่งกันและกันด้วยฝ่ามือบ้าง ด้วยก้อนดินบ้าง ด้วยท่อนไม้บ้าง ด้วยศาสตราบ้าง ถึงความตายไปตรงที่นั้นบ้าง ถึงทุกข์ปางตายบ้าง ดูกรมหานาม  แม้นี้  ก็เป็นโทษของกามทั้งหลาย  เป็นกองทุกข์ที่เห็นชัดกับตัว...


     "ดูกรมหานาม  แม้เรา  ก่อนแต่สัมโพธิ  เมื่อยังไม่ตรัสรู้  เป็นโพธิสัตว์อยู่ ก็มองเห็นเป็นอย่างดี ด้วยสัมมาปัญญา ตามเป็นจริงอย่างนี้ว่า  กามให้เกิดความหวานชื่นน้อย  มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก โทษในกามนี้ยิ่งนัก  ดังนี้  แต่เรายังมิได้ประสบปีติ และความสุข  นอกเหนือจากกาม นอกเหนืออกุศลธรรม หรือประสบกุศลธรรมอื่นที่สงบซึ้งยิ่งกว่านั้น   เราก็ยังปฏิญาณมิได้ก่อนว่า เป็นผู้ไม่วกเวียนมาหากาม  แต่เมื่อใด เรามองเห็นเป็นอย่างดี  ด้วยสัมมาปัญญา ตามเป็นจริงอย่างนี้ว่า  กามให้เกิดความหวานชื่นน้อย  มีทุกข์มาก  มีความคับแค้นมาก โทษในกามนี้ยิ่งนัก ดังนี้  และเราก็ได้ประสบปีติและความสุข  นอกเหนือจากกาม  นอกเหนืออกุศลธรรม กับทั้งได้ประสบกุศลธรรมอื่นที่สงบซึ้งยิ่งกว่านั้นอีก  เมื่อนั้น  เราจึงปฏิญาณได้ว่า เป็นผู้ไม่วกเวียนมาหากาม

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=samathijit&month=03-11-2023&group=88&gblog=35


135

คุณ   ความหวานชื่น  ข้อดี

โทษ   ข้อเสีย จุดอ่อน

- ตัวอย่าง 450 ความสุขเล็กๆที่ไม่ต้องอาศัยกาม 

>เข้าสมาธิแล้วรู้สึกมีความสุขมากเหมือนกับความรู้สึกมันแน่นิ่งมากๆแล้วควรทำยังไงต่อครับ  คือ หลายเดือนที่ผ่านมานั่งสมาธิแล้ว  มีอาการที่บรรยายได้ยากครับ  คือมีความสุขมากจนไม่อยากออกจากสมาธิ   เหมือนความรู้สึกมันเข้มข้นแน่นมาก   หลังจากนั้นจะกลายเป็นความโปร่ง  โล่ง  สบายมาก  อยากถามว่าอาการนี้คืออะไร และขอแนวทางในการปฏิบัติต่อไปด้วยครับ    

- เอาอีกตัวอย่างก็ได้  450 (ตัดมา) 

> ผมได้ถามท่านว่า   ทำอย่างไรจึงจะพ้นทุกข์ ท่านก็ไม่ตอบอะไร ยื่นหนังสือของท่านให้สามเล่ม เป็นหนังสือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามแนวทางในอานาปานสติสูตร แล้วผมก็กราบลาท่านมา

หลังจากได้หนังสือสามเล่มนั้นมาแล้ว ผมก็อ่านแค่เล่มแรกก่อน ใจความในเล่มแรกคือ ให้กำหนดรู้ลมหายใจให้ตลอด ในชีวิตประจำวัน จะทำกิจกรรมอะไรก็ให้กำหนดรู้ลมหายใจไปด้วย ยกเว้นเวลาขับรถ หรือเวลาอ่านหนังสือ แต่ก็ให้มีสติรู้อยู่ว่าเราทำอะไรอยู่ ท่านว่าให้กำหนดรู้ลมหายใจเสมือนว่าลมหายใจเป็นกัลยาณมิตร ให้เรายึดกัลยาณมิตรนี้ไว้

หลังจากนั้นผมก็พยายามกำหนดรู้ลมหายใจในชีวิตประจำวัน เวลาเดิน ก็รู้สึกดีครับ รู้สึกเพลินกับการยึดลมหายใจ
หลังจากนั้นมีวันหนึ่ง ผมเกิดนึกอยากนั่งสมาธิขึ้นมา ผมก็เลยนั่งสมาธิกำหนดลมหายใจ (ก่อนหน้านี้ตอนเด็กๆ เวลาคุณครูที่รร.สั่งให้นั่งสมาธิในห้องเรียน ให้พยายามตามดูลมหายใจจะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ น่าปวดหัวมาก แต่คาดว่าคงเป็นเพราะจากที่ได้ฝึกในชีวิตประจำวัน ทำให้ตั้งแต่นั่งครั้งนี้ก็ไม่รู้สึกเช่นนั้นอีก)

ในการนั่งสมาธิครั้งนี้ ผมสามารถรับรู้ลมหายใจได้ตลอดสายเป็นเวลานาน แต่ผมก็คิดว่าเวลาจิตเราสงบมากแล้ว แต่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ถ้ายังไงเราลองเปลี่ยนวิธีกำหนดดูดีกว่าผมเลยเปลี่ยนวิธีกำหนดในใจเป็นสมถแบบอัปปมัญญา ๔ (ที่ผมเปลี่ยนเป็นวิธีนี้เพราะก่อนหน้านี้เคยอ่านหนังสือเรื่องสมถ ๔o วิธีแล้วรู้สึกว่าเราน่าจะเหมาะกับวิธีนี้ คือเกิดความรู้สึกนี้ขึ้นเอง) แล้วกำหนดคำบริกรรมในใจแผ่เมตตาให้สัตว์ทั้งหลายไม่มีประมาณในทิศเบื้องหน้า จากนั้นก็เบื้องหลัง จากนั้นก็เบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องซ้าย แล้วก็เบื้องขวา พอครบทุกทิศแล้ว ก็กำหนดแผ่ไปในทุกทิศพร้อมกันไม่มีประมาณ กำหนดแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

จากนั้นผมก็รู้สึกเหมือนกายผมขยายตามที่กำหนดแผ่เมตตาไปด้วย รู้สึกว่ากายขยายไปทุกทิศ ความรู้สึกนี้มันเกิดในเวลาแค่แปปเดียว กายขยายไปทุกทิศจนรู้สึกว่ากายหายไป คือ ไม่มีกาย เวลานี้รู้สึกว่าความรู้สึกของเราเหมือนจุ่มอยู่ในปิติ มีแต่ความสุขไปหมด

จากนั้นผมก็คิดขึ้นมาว่า  "มีความสุขขนาดนี้ในโลกด้วยหรือ ความสุขนี้ดีกว่าความสุขในโลกที่เราเคยพบมาทั้งหมด โอ ความสุขนี้แค่นั่งก็ได้แล้ว  คนทั้งโลก (ส่วนใหญ่) มัวแต่วุ่นวายทำอะไรกันอยู่ บางคนทำทุจริตต่างๆเพื่อหาเงินมาสนองความสุขตน  ทำไปทำไมนะ มันเทียบกับความสุขที่เกิดจากความสงบนี้ไม่ได้เลย  ความสุขนี้ไม่ต้องไขว่คว้ามาก  อยู่กับตัวเองแท้ๆ คนในโลกกลับไม่รู้"

จากนั้นผมก็สังเกตลมหายใจ ก็รู้สึกว่าลมหายใจตอนนี้  มันละเอียดมาก ถึงค่อยเข้าใจคำว่าลมหายใจหยาบลมหายใจละเอียดว่าเป็นยังไง  ก่อนหน้านี้เข้าใจว่าคือลมหายใจแรงๆเบาๆซะอีก :)

ความรู้สึกจากการเกิดสมาธิครั้งแรกนี้  มันเหมือนจุ่มค้างอยู่ปีติ คือปิติเกิดค้างอยู่  แต่ไม่เห็นนิมิตอะไรทั้งสิ้นเลยนะครับ แต่รู้สึกจิตเวลานี้ไม่มีนิวรณ์เลย

จากนั้น ผมก็รู้สึกยินดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น แล้ว คิดไปเรื่อยว่า "นี่คือปฐมฌานหรือเปล่านี่ ปฐมฌานเกิดกับเราหรือ" จนจิตเริ่มไม่เป็นสมาธิ เริ่มปั่นป่วน

หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงห้องข้างๆ ตะโกนเสียงดัง (คาดว่าน่าจะดูบอล) ผมก็เลยหลุดออกมาจากสภาวะนั้น


   แสดงกระทู้ - ลานธรรมเสวนา เป็นอะไรครับ • ลานธรรมจักร
 





 

Create Date : 08 กรกฎาคม 2568
0 comments
Last Update : 9 กรกฎาคม 2568 12:30:03 น.
Counter : 172 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

space

BlogGang Popular Award#21


 
สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space