การทุจริตและประพฤติมิชอบมิได้มีแต่ในสมัยนี้เท่านั้น แม้แต่ในสมัยพุทธกาลกว่าสองพันปีมาแล้ว ก็มีการทุจริตและประพฤติมิชอบเช่นเดียวกัน ดังที่มีการเล่าไว้ในธนัญชานิสูตร ดังต่อไปนี้ ญาติคนหนึ่งของพระสารีบุตร มีชื่อว่าธนัญชานิพราหมณ์ เขาเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ในการรับราชการช่วงแรก เขาปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต เพราะได้ภรรยาที่เป็นสัมมาทิฏฐิคอยตักเตือนเขา แต่ตอนหลังเขาได้ภรรยาใหม่ที่เป็นมิจฉาทิฏฐิเห็นผิดจากทำนองครองธรรม ธนัญชานิพราหมณ์ จึงหันมาประพฤติทุจริตต่อหน้าที่ด้วยวิธีการ ๒ อย่าง ดังนี้ วิธีการแรก เขาอาศัยพระราชาปล้นประชาชน คือ อ้างกฎหมายหรือใช้อำนาจรัฐเพื่อแสวงหาประโยชน์จากประชาชน วิธีการนี้เรียกว่า “การฉ้อราษฎร์” วิธีการที่สอง เขาอาศัยประชาชนปล้นพระราชา คือ เบิกเงินจากคลังหลวงโดยอ้างว่าจะนำไปช่วยประชาชนผู้ประสบภัย แต่เงินนั้นไม่ถึงมือประชาชน เพราะเขานำเงินไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน วิธีการนี้เรียกว่า “การบังหลวง” ต่อมาเมื่อพระสารีบุตรได้พบกับธนัญชานิพราหมณ์ พระเถระได้ถามเขาว่า เขาทำการฉ้อราษฎร์บังหลวงตามที่มีผู้รายงานให้ท่านทราบจริงหรือ ธนัญชานิพราหมณ์ รับสารภาพว่า “เขาได้ทำเช่นนั้นจริง” พระสารีบุตร ถามว่า “ทำไมจึงทำเช่นนั้น” ธนัญชานิพราหมณ์ ตอบว่า “เหตุที่เขาทำการฉ้อราษฎร์บังหลวง เพราะเขาต้องนำเงินที่ได้จากการทุจริตประพฤติมิชอบไปเลี้ยงดูบิดามารดา บุตร ภรรยา ทาสและกรรมกร” พระสารีบุตรได้ตักเตือนธนัญชานิพราหมณ์ ว่า “ผู้ทำการทุจริตประพฤติมิชอบตายไปแล้วต้องตกนรก คำแก้ตัวที่ว่า เขาจำเป็นต้องทำการทุจริตประพฤติมิชอบเพื่อนำเงินไปเลี้ยงดูบิดามารดา บุตร ภรรยา ทาสและกรรมกรนี้ฟังไม่ขึ้น” เรื่องเล่าในธนัญชานิสูตร แสดงให้เห็นถึงวิธีการหนึ่งที่ธนัญชานิพราหมณ์ใช้ฉ้อราษฎร์บังหลวงก็คือ การอาศัยพระราชาปล้นประชาชน นั่นคือ บุคคลอย่างธนัญชานิพราหมณ์อาศัยช่องโหว่ของกฎหมายบ้าง ความหละหลวมในการกำกับดูแลของผู้บังคับบัญชาบ้าง เป็นโอกาสในการแสวงหาประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ บุคคลเช่นนี้ มีปรากฏอยู่ทุกยุคทุกสมัย ดังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับการทุจริตของคนไทยในอดีตว่า สวนสัตว์แห่งหนึ่งได้เสือโคร่งใหม่มาตัวหนึ่ง ผู้อำนวยการสวนสัตว์แห่งนั้น ตั้งงบประมาณเป็นค่าอาหารเสือตัวนี้วันละ ๑ บาท ซึ่งเป็นเงินจำนวนมากในสมัยนั้น ผู้คุมเบิกเงินวันละ ๑ บาท ไปซื้อเนื้อมาเลี้ยงเสือ แต่เขาทำการทุจริตต่อหน้าที่ด้วยการเบียดบังเงิน ๑ สลึงไปเป็นของตน เขาใช้เงินเพียง ๓ สลึงไปซื้อเนื้อมาเลี้ยงเสือทุกวัน ผลปรากฏว่า เสือไม่อ้วนสักที คนที่มาชมสวนสัตว์จึงฟ้องไปที่ผู้อำนวยการสวนสัตว์ว่า “งบประมาณค่าอาหารเสือคงไม่พอขอให้ตั้งงบประมาณเพิ่ม” ผู้อำนวยการสวนสัตว์เป็นคนรอบคอบสุขุม เขาส่งผู้ตรวจการคนหนึ่งไปตรวจดูว่า ทำไมเสือจึงไม่อ้วน ผู้ตรวจการคนนี้ไปตรวจดูอยู่สามวันก็รู้ความจริงว่า เงินค่าอาหารเสือถูกเบียดบังไป ๑ สลึง เขาจึงขอส่วนแบ่งเป็นค่าปิดปากอีก ๑ สลึง เสือได้ค่าอาหารแค่วันละ ๒ สลึง เสือจึงผอมลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้ชมสวนสัตว์เห็นว่า เสือผอม จึงร้องเรียนไปยังผู้อำนวยการสวนสัตว์ให้ตั้งงบประมาณค่าอาหารเพิ่ม ผู้อำนวยการสวนสัตว์ก็ส่งผู้ตรวจการระดับสูงไปตรวจดูว่าทำไมเสือจึงผอม ผู้ตรวจการคนนี้ไปตรวจดูอยู่สามวัน ก็รู้ความจริงว่า เงินค่าอาหารเสือถูกเบียดบังไป ๒ สลึง เขาจึงขอส่วนแบ่งเป็นค่าปิดปากอีก ๑ สลึง ตกลงว่า คนสามคนเบียดบังค่าอาหารเสือไปถึง ๓ สลึง เสือได้ค่าอาหารแค่วันละ ๑ สลึง เสือจึงผอมมากเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ผู้ชมสวนสัตว์เห็นว่า เสือผอมมาก จึงร้องเรียนไปยังผู้อำนวยการสวนสัตว์ให้ตั้งงบประมาณค่าอาหารเพิ่มโดยด่วน แต่ผู้อำนวยการสวนสัตว์กลับส่งผู้ตรวจการระดับสูงสุดไปตรวจดูว่า ทำไมเสือจึงผอมมาก ผู้ตรวจการคนนี้ไปตรวจดูอยู่สามวันเสือก็ตาย เพราะเขาขอสลึงสุดท้ายเป็นค่าปิดปาก นั่นคือ คน ๔ คน เบียดบังค่าอาหารเสือไปจนหมด เสือจึงตาย โคลงโลกนิติได้สรุปเหตุการณ์นี้ไว้ว่า เบิกทรัพย์วันละบาทซื้อ มังสา นายหนึ่งเลี้ยงพยัคฆา ไป่อ้วน สองสามสี่นายมา กำกับ กันแฮ บังทรัพย์สี่ส่วนถ้วน บาทสิ้นเสือตาย ในที่นี้ เสือ ก็คือ ประเทศชาติและประชาชน ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบโดยผู้ใช้อำนาจรัฐในทางมิชอบด้วยกฎหมายและศีลธรรม การป้องกันไม่ให้ปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้น ต้องอาศัยการที่ พระราชาหรือผู้นำรัฐต้องประพฤติสุจริตธรรม และคอยกำกับดูแลให้คนใต้ปกครองปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตตามไปด้วย ทั้งนี้เพราะอาศัยระบบการให้รางวัลและการลงโทษที่เคร่งครัดและเป็นธรรม สมดังพระบาลีที่ว่า “นิคคัณเห นิคคะหาระหัง ข่มคนที่ควรข่ม ปัคคัณเห ปัคคะหาระหัง ยกย่องคนที่ควรยกย่อง” และพระบาลีในธรรมิกสูตร ที่ว่า “คุนนัญเจตะระมานานัง อุชุง คัจฉะติ ปุงคโว” เป็นต้น แปลความว่า “เมื่อฝูงโคข้ามแม่น้ำไปอยู่ ถ้าโคจ่าฝูงไปตรง โคลูกฝูงเหล่านั้นทั้งหมดย่อมไปตรงตาม ในเมื่อโคจ่าฝูงไปตรง ในหมู่มนุษย์ก็เหมือนกัน ผู้ใดได้รับสมมติให้เป็นผู้นำ ถ้าผู้นั้นประพฤติธรรมประชาชนนอกนี้ ย่อมประพฤติธรรมเหมือนกัน” ธนัญชานิสูตร ยังได้แสดงให้เห็นอีกวิธีการหนึ่ง ที่บุคคลอย่างธนัญชานิพราหมณ์ใช้ในการฉ้อราษฎร์บังหลวง นั่นคือ เขาอาศัยประชาชนปล้นพระราชา ซึ่งในสมัยปัจจุบันทำกันได้หลายรูปแบบ เช่น การร่วมกับประชาชนบุกรุกป่าสงวนหรือตัดไม้ทำลายป่า การฮั้วการประมูล การทำสัญญาชนิดที่ทำให้รัฐเสียเปรียบคู่สัญญา รวมทั้งการซื้อสิทธิ์ขายเสียงในการเลือกตั้งทุกระดับ ปัญหาเหล่านี้ เกิดจากการที่ประชาชนให้ความร่วมมือในการทุจริตและประพฤติมิชอบ เพราะหวังผลประโยชน์ตอบแทน ดังนั้น องค์การสหประชาชาติ จึงกำหนดให้วันที่ ๙ ธันวาคมของทุกปี เป็นวันต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของโลก โดยรณรงค์ให้ประชาชนทั่วโลกพร้อมใจกันที่จะไม่จ่ายและไม่รับสินบน การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในและนอกวงราชการ จะประสบความสำเร็จก็ต่อเมื่อประชาชนได้รับการปลูกฝังให้มี โลกปาลธรรม คือ ธรรมเครื่องคุ้มครองโลก ๒ ประการ ได้แก่ ๑) หิริ ความอายชั่ว และ ๒) โอตตัปปะ ความกลัวบาป สมดังพระบาลีที่ว่า “เทฺวเม ภิกขะเว สุกกา สัมมา โลกัง ปาเลนติ” เป็นต้น แปลความว่า “ธรรมฝ่ายขาว ๒ ประการนี้ ย่อมคุ้มครองโลก ธรรม ๒ ประการเป็นไฉน คือ หิริ ๑ โอตตัปปะ ๑” ธรรมทั้งสองประการนี้ เรียกว่า ธรรมคุ้มครองโลก เพราะช่วยประคับประคองให้ระบบศีลธรรมของโลกดำรงอยู่ได้ ถ้าไม่มีธรรมเครื่องคุ้มครองโลกทั้งสองประการนี้ มนุษย์ย่อมไม่แตกต่างจากสัตว์เดรัจฉาน สมดังภาษิตหิโตปเทศที่ว่า “การกิน การนอน การกลัวภัย และการสืบพันธ์ ทั้งสี่อย่างนี้ มีเสมอกันในมนุษย์และสัตว์เดรัจฉาน ธรรมเท่านั้น ที่ทำให้มนุษย์ต่างจากสัตว์เดรัจฉาน เมื่อปราศจากธรรม มนุษย์ก็เสมอกับสัตว์เดรัจฉาน” ธรรมที่ทำให้มนุษย์ประเสริฐกว่าสัตว์เดรัจฉาน ก็คือ โลกปาลธรรม หรือธรรมฝ่ายขาว ๒ ประการ ได้แก่ หิริ และโอตตัปปะ สมดังที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ธรรมสูตร ว่า “ถ้าธรรมฝ่ายขาว ๒ ประการนี้ จะไม่พึงคุ้มครองโลกไซร้ ในโลกนี้ก็ไม่พึงเหลือ คำว่า แม่ น้า ป้า ภรรยาของอาจารย์ หรือว่า ภรรยาของครู ปรากฏอยู่ ชาวโลกจักถึงการผสมปะปนกันไป เหมือนอย่างแพะ แกะ ไก่ สุกร สุนัข สุนัขจิ้งจอกฉะนั้น ภิกษุทั้งหลายก็เพราะเหตุที่ธรรมฝ่ายขาว ๒ ประการนี้ ยังคุ้มครองโลกอยู่ ดังนั้น จึงเหลือคำว่า แม่ น้า ป้า ภรรยาของอาจารย์ หรือว่า ภรรยาของครู ปรากฏอยู่”
- ส่วนหนึ่งจาก
ธรรมะจากธรรมาสน์ เล่ม ๓
| Create Date : 04 เมษายน 2568 |
| Last Update : 1 กรกฎาคม 2569 14:51:38 น. |
|
0 comments
|
| Counter : 769 Pageviews. |
 |
|