กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ.เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะ ซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า "ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
ปฏิบัติธรรมให้ถูกทาง
เรื่อง กรรมฐาน
เรื่อง จงกรม
เรื่อง วิธีปฏิบัติ
เรื่อง สภาวธรรม
เรื่อง ลำดับญาณ ทวนญาณ
ภาพรวม มัชเฌนธรรมเทศนา
ชีวิต คืออะไร: ขันธ์, อายตนะ
ชีวิต เป็นอย่างไร: ไตรลักษณ์
ชีวิต เป็นไปอย่างไร: ปฏฺิจจสมุปบาท, กรรม
ชีวิต ควรให้เป็นอย่างไร: วิชชา วิมุตติ วิสุทธิ สันติ นิพพาน
ภาพรวม มัชฌิมาปฏิปทา
ชีวิต ควรเป็นอยู่อย่างไร: องค์มรรค,อริยสัจจ์
ชีวิตที่ดี เป็นอย่างไร: ชีวิตและคุณธรรมพื้นฐานของอารยชน
พุทธปรัชญาในสุตตันตปิฎก
จาริกบุญ จารึกธรรม
ความเป็นมาของการบวช
ฅนไทย ใช่กบเฒ่า ?
ผู้พิพากษาตั้งตุลา ใ ห้ สั ง ค ม ส ม ดุ ล
ทำยังไงจึงจะมีอายุยืนและมีความสุข
พระไทย ใช่เขาใช่เรา?
นรก สวรรค์ ในพระไตรปิฎก
ความสำคัญของพุทธศาสนา
วันสำคัญของชาวพุทธไทย
ข้อธัมม์ที่ถาม-เถียงกันบ่อย
ภาษาธรรมวันละคำ
บุญ
คติธรรมสั้นๆ
พุทธโอวาท ๓ เดือนก่อนปรินิพพาน,
การทำวัตรสวดมนต์
พลังดันคน
บรรลุธรรมอะไร?
ธัมมาธิบาย
สวดมนต์
ความจน เ ป็ น ทุ ก ข์ ใ น โ ล ก
เรียนบาลีเพื่อรักษาพุทธพจน์
ศีลธรรมไม่กลับมาโลกาจะพินาศ
หลักธรรมสำหรับผู้ยังไม่นับถือศาสนาใดๆ
วัฒนธรรมประเพณี
สมาธิ,ฌาน
ถ้าศาสนาพุทธมีหลักธรรมดีจริง คงไม่สูญสิ้นจากถิ่นเดิม
คุณค่าทางจริยธรรมของไตรลักษณ์
สติปัฏฐาน
ศีลสำหรับประชาชน
ทางดำเนินชีวิตสายกลาง
กาม
ความสุข
อริยสัจ ๔
ธรรมฉันทะ - ตัณหาฉันทะ
กรรม
สมถะ,วิปัสสนา,เจโตวิมุตติ,ปัญญาวิมุตติ
อนัตตา
สมมุติบัญญัติ
ศีล-สีลัพพตปรามาส
วิธีฝึกหูทิพย์ ตาทิพย์
อิทธิบาท ๔
รู้ทุกอย่างแต่ปล่อยวางไม่ได้
สติ,สติปัฏฐาน
ตถตา
<<
กุมภาพันธ์ 2567
>>
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
4 กุมภาพันธ์ 2567
เทียบ ปทท.
นาลันทากับความเสื่อมสูญของพระพุทธศาสนา
วัดพุทธ ต้นกําเนิดมหาวิทยาลัยของโลก
๓. ความยิ่งใหญ่ ที่ทำให้ทั้งเจริญและเสื่อม
เพื่ออนุเคราะห์โลก
ประมูลอัญมณีที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า
ชาวพุทธต้องทำใจ
ถ้าเชื่อก็เป็นแม่ ถ้าไม่เชื่อก็เป็นสายธาร
กำเนิดพุทธรูป
อารยธรรมอินเดีย
หมายเหตุ (จบ)
ทีนี้ มองดูเกาะใหญ่ ถัดลงไปทางใต้ต่อจากสุมาตราคือชวาว่าเป็นอย่างไร
มะละกาลับหาย สุมาตรา-ชวา เฟื่องฟูขึ้นมาใหม่
มะละกา ที่แดนมาเลเซียขึ้นมาเป็นใหญ่เหนือ ชวา
มุสลิมอินโดฯ
ชวา ขึ้นมาล้ำ สุมาตรา
มลายู ขยายจากสุมาตรา ขึ้นยังมาเลเซีย
อิสลาม เริ่มเข้าที่ สุมาตรา
อินโดนีเซีย: ที่สุมาตรา ย้อนไปถึง ศรีวิชัย
ความรู้เสริมบทความ
อินโดจีน ส่วนล่างกับอดีตเด่นดังที่ ลังกาสุกะ
อินโดจีน ย้อนอดีตถึง ทวารวดี
จีน- อินเดีย แล้วเกิดมี อินโดจีน - อินโดนีเซีย
อินโดจีน ย้อนอดีด เคียงคู่ อินโดนีเซีย
คู่ต่างคู่เติม เสริมความรู้ธรรมให้เต็ม
พุทธในอินเดียแบ่งเป็น ๔ ยุค
ทัพมุสลิมเตอร์ก ล้างปิดรายการ
ปุษยมิตร - มิหิรกุละ - ศาศางกะ โค่นในระหว่าง
บทเรียนที่มักถูกลืม นารายณ์อวตาร ศิวะอวตาร
พระโพธิสัตว์: เสริมพลังเดินหน้า หรือพาเขวออกจากทาง
ต้นโพธิ์ พระสถูป พระพุทธรูป ทยอยมา
พระรัตนตรัย: สื่อเชื่อมต่อ และส่งเข้าสู่ทาง
ดูข้างเคียงให้ทั่ว จะเห็นของตัวว่าเป็นอย่างไร
วัดถ้ำ: พุทธ เชน ฮินดู เปลือกดูคล้าย เนื้อในคนละอย่าง
เค้าอวสานแห่งพุทธศาสนา ยกมาดูกันแค่นี้ก็มองเห็น
ฮินดูฟื้น พุทธศาสนาสลบ
จากเทพสูงสุด สู่ธรรมสูงสุด มนุษย์พ้นอำนาจพรหม สู่ความเป็นพุทธ
วัดกับถ้ำ
หลังพุทธกาลนานนักหนา คามวาสี-อรัญญวาสี จึงมีขึ้นมา
ถ้ำกับชีวิตของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา
อชันตา เอลโลรา
๑๑. รักษาธรรม คือรักษาความเป็นไท
เข้าถึงระบบสัมพันธ์ของธรรมแล้ว ก็จัดแยกจับโยงได้ทั่วสรรพสิ่ง
รู้ทุกข์จึงดับทุกข์ได้ไม่ใช่รู้ทุกข์ไป แล้วกลายเป็นทุกข์
เศรษฐกิจจะพอดี เมื่อมันทำหน้าที่เป็นปัจจัย เศรษฐกิจพาวิบัติ เมื่อมันถูกจัดเป็นจุดหมาย
ชาวพุทธ คือ ผู้ปล่อยวางได้ แต่ไม่ปล่อยปละละเลย
วินัยเอาปัจจัยพิเศษของมนุษย์เข้าไปใส่กระบวนธรรม
ความไม่ยึดมั่นที่แท้ ต้องดูจากคติพระอรหันต์
สมมุติ,บัญญัติ
วินัยกันไว้ ไม่ให้เอาธรรมมาอ้างในทางที่ผิด
ธรรมเป็นบรรทัดฐานแห่งความถูกต้องของวินัย วินัยเป็นบรรทัดฐานแห่งพฤติกรรมที่ถูกต้องตามธรรม
ความหมายวินัย
ดุลยภาพพื้นฐาน ที่ประสานคน กับ ธรรมชาติและสังคม
ธรรมที่ตรัสไว้ต่างชุด ดุจเครื่องมือที่ใช้กับต่างงาน
ดุลยภาพในระบบความสัมพันธ์ของธรรม
ความไม่ประมาท ช่วยปรับให้พอดี จึงเป็นทางสายกลาง
ถ้ามนุษย์พัฒนาจริง ก็ต้องพ้นวงจรแห่งความเจริญแล้วเสื่อม
มองอินเดียกับฝรั่ง ให้เห็นความแตกต่างที่เป็นคติแก่ไทย
ระบบทุกข์ภัยประดิษฐ์ ดีกว่าปล่อยให้มักง่าย แต่ผลที่ได้ไม่ยั่งยืน
เรียบง่าย แต่ระวัง อย่าให้กลายเป็นมักง่าย
ความประมาท สำคัญอย่างไร จึงทำให้ความไม่ประมาท กลายเป็นธรรมยิ่งใหญ่
ผู้ไม่ประมาทใช้ประโยชน์จากอนิจจัง
มนุษย์เป็นปัจจัยสำคัญต่อความเสื่อมความเจริญ
ความไม่ประมาท คือความสามารถที่จะไม่เสื่อม
๑๐ ทางสายกลาง เพื่อชีวิตสังคมที่สุขสมบูรณ์
ทางสายกลางแห่งความพอดี มาลงที่ธรรมานุธรรมปฏิบัติ เป็นอันหนึ่งเดียว
สันโดษดี สันโดษไม่ดี ไม่สันโดษไม่ดี ไม่สันโดษดี
ได้ดุลพอดี ที่เป็นลักษณะทางสายกลาง
ปัญญา ชี้นำเข้ามาและเดินหน้าในทางสายกลาง
อธิษฐานจิต
ใช้เวลาสักนิด กับ เรื่องภวังคจิต
ไสย์ กับ พุทธ
???
สมาธิมีประโยชน์มากมาย ต้องใช้ให้คุ้มและให้ครบ
อย่าทิ้งความคิดปรุงแต่งทันที ปรุงแต่งดีได้ถึงฌานสมาบัติ
พระพุทธศาสนากับเพลง
จะอาศัยสิ่งกล่อมหรือจะใช้วิริยะและปัญญาที่เป็นอิสระ
อิสรภาพของมนุษย์ จะได้ด้วยการศึกษาที่ถึงธรรม
พระพุทธเจ้ามา ประกาศอิสรภาพให้แก่มนุษย์
คิดปรุงแต่ง กับ คิดวิปัสสนา
พระพุทธเจ้าตรัสรู้เพราะโยนิโสมนสิการ
มีโยนิโสมนสิการ เรื่องร้ายก็กลายเป็นดี
รูปกาย ธรรมกาย ปรากฏและเป็นไป ที่สังเวชนียสถาน ๔
๙. ที่ประกาศอิสรภาพของมนุษย์ (คติจากสังเวชนียสถาน)
มุสลีมะอินโด ฯ
ปฏิบัติธรรมก้าวหน้าไป ธรรมกายเจริญเอง
โปรยธรรมบนเส้นทางสู่ที่ปรินิพพาน
เส้นทางพุทธกิจ: พุทธคยา ถึง กุสินารา
๘. ถ้าสังเวชเป็น ก็จะได้เห็นธรรมกาย
มุสลิมเตอร์ก มุสลิมมองโกล รุ่งแล้วเลือนลับ
จากยุคมุสลิมอาหรับ เข้าสู่ยุคมุสลิมเตอร์ก
สุหนี่นำอิสลามครองสะเปน จ่อแดนจีน
ชีอะฮ์ แ ย ก อ อ ก ม า
อิสลามแผ่ไพศาล
อิสลามรวมอาหรับ
เมตตาที่มีปัญญา จึงพาโลกสู่สันติสุขได้
๗. รักษาแผ่นดินไทย ให้เป็นแผ่นดินธรรม
๖. จุดเริ่มของแผ่นดินธรรม
ถ้าคนประสานกับธรรม ก็มีทางแก้ปัญหาชีวิตและสังคม
พุทธะโยงเราเข้าถึงธรรม
พระรัตนตรัย ต้องรู้จักใช้ให้เป็นสรณะ
มนุษย์ประเสริฐเพราะเป็นสัตว์ที่ฝึกได้
จากเทพสู่ธรรม จากธรรมสู่กรรม
พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว จะประกาศธรรมแสนยาก
รู้ธรรม คือรู้เรื่องธรรมดา
๕. โพธิพฤกษ์ โพธิญาณ
มาฆบูชา พัฒนาความรักแห่งวาเลนไทน์และให้ดุลแห่งธรรม
ให้รักกับรู้ มาเข้าคู่ดูแลกันทั้งโลกจนถึงลูก จะสุขสันต์แท้จริง
มนุษย์กับมนุษย์รักกัน แต่มนุษย์ต้องอยู่ให้ดีกับธรรม
ถึงความรักจะดี ก็ไม่พอที่จะเลี้ยงลูกและอภิบาลโลก
มาฆบูชา กับ วาเลนไทน์
ละชั่ว ทําดียังไม่พอ ต้องต่อด้วยไม่มีกิเลสเหลือในใจ
หัวใจเดียว แต่มีสี่ห้อง
มาฆบูชาขึ้นมาเป็นวันสําคัญในพระพุทธศาสนา
สาระของโอวาทปาติโมกข์
มาฆบูชา กับ หัวใจพระพุทธศาสนา
ราชคฤห์ ศูนย์อํานาจการเมือง
๔. หัวใจธรรม จากจุดศูนย์กลาง
พระพุทธศาสนาในมือของพุทธบริษัท
ร่องรอยที่เหลือ และเค้าการฟื้นฟูหลังหมดสิ้น
อวสานมาถึง เมื่อทัพมุสลิมเตอร์กลงดาบสุดท้าย
เทียบ ปทท.
นาลันทากับความเสื่อมสูญของพระพุทธศาสนา
วัดพุทธ ต้นกําเนิดมหาวิทยาลัยของโลก
๓. ความยิ่งใหญ่ ที่ทำให้ทั้งเจริญและเสื่อม
เอาธรรมไปเป็นหลักประกันชีวิตและสังคมไว้
ธรรมเป็นอิสระจากคน คนถึงธรรมเป็นอิสระจากสังขาร
ศรัทธากับปัญญา นำเข้าเฝ้าพระพุทธเจ่า
๒. เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าถึงที่ประทับ
???
เลิกบูชายัญ เพียงเป็นฐาน สู่ความงอกงามในธรรม
อโศกราชากล้าหาญในทางสันติ
เทียบกันแล้ว สรุปได้
ดูพุทธพจน์แล้ว อ่านธรรมโองการเทียบ
อโศกธรรม หรือ คหัฐวินัย
ธรรมวิชัย: หลักการใหญ่ที่นําเข้าสู่พุทธธรรม
อโศกมหาราช อโศกธรรม
ศิลาจารึกอโศก เป็นของพระเจ้าอโศกมหาราชแน่หรือ
ทรัพย์และอํานาจ สู่ความหมายและคุณค่าใหม่
ธรรมวิชัย
ไม่ประมาท ก็ไม่เสื่อม
วัดพระราม
ชมพูทวีปในพุทธกาล
สังเวชนียสถาน ๔
๑. ย้อนทางเข้าสู่แดนพุทธภูมิ
วัดพุทธ ต้นกําเนิดมหาวิทยาลัยของโลก
วัดในพระพุทธศาสนา: ต้นกําเนิดมหาวิทยาลัยของโลก
หลังพุทธกาลแล้ว พระพทธศาสนาเจริญขึ้นอีก การศึกษาก็เจริญขึ้นด้วย อย่างที่กล่าวเมื่อกี้ว่า
แหล่งกําเนิดของมหาวิทยาลัยนาลันทา ก็คือ วัดเล็กๆ ต่างๆ ที่รวมกันเข้า
โดยมีการสร้างกําแพงล้อมรอบประมาณ ๖ วัด รวมเป็นวัดเดียวก่อน แล้วกลายเป็นมหาวิหาร ต่อจากนั้น ก็ขยายตัวขึ้นมาเป็นลําดับตามยุคตามสมัย
เวลาที่แน่นอนแห่งการเกิดขึ้นของมหาวิทยาลัยนาลันทานี้ ยังไม่มีใครทราบชัดแต่จากหลักฐานที่
ตารนาถ
นักประวัติศาสตร์ ชาว
ทิเบต
เขียนไว้ว่า
นาคารชุน
ปราชญ์คนสำคัญของมหายาน ผู้ตั้งปรัชญามาธยมิก ได้อยู่ที่นาลันทานี้มาก ก็แสดงว่า ในสมัยของนาคารชุน (ราว พ.ศ.๖๑๓- ๗๑๓) นาลันทามหาวิหารได้เกิดมีอยู่แล้ว
ทีนี้
พระราชามหากษัตริย์ที่นับถือพระพุทธศาสนา
เมื่อมีพระมาเล่าเรียนกันอยู่มาก ก็ทรงอุปถัมภ์บํารุง
จนถึงยุคสมัยหนึ่ง
พระมหากษัตริย์ก็ให้เอา
ภาษีที่เก็บจากหมู่บ้านจํานวนหนึ่งแถบใกล้เคียงมหาวิทยาลัย
นั้น มาบํารุงมหาวิทยาลัยนาลันทา พระที่มาเล่าเรียนก็สะดวกสบาย ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนกันได้เต็มที่ มหาวิทยาลัยนาลันทาก็ขยายใหญ่โต จนกระทั่งเป็น
สถาบันการศึกษานานาชาติ
เมื่อพระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองขึ้น แผ่ไพศาลไปตามประเทศต่างๆ ก็มีพระสงฆ์จากอาณาจักร หรือดินแดนอื่นๆ ที่นับถือพระพุทธศาสนา เดินทางมาศึกษาที่นาลันทา
ตัวอย่างเช่น
อาณาจักรศรีวิชัย
ที่ปัจจุบันเป็น
ประเทศอินโดนีเซีย
และ
มาเลเซีย
ตลอดถึงตอนใต้ของประเทศไทย คือทาง
นครศรีธรรมราช
ดินแดนเหล่านี้เวลานั้นล้วนอยู่ในอาณาจักรศรีวิชัย ตอนนั้น ที่นั่นพระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมาก ก็มีพระสงฆ์เดินทางจาก
ศรีวิชัย
มาเล่าเรียนที่มหาวิทยาลัยนาลันทานี้
ทางฝ่าย
จีน
ก็มีพระมาเรียน ที่สําคัญ คือ
หลวงจีนเหี้ยนจัง
หรือที่เรารู้จักกันในนาม
พระถังซัมจั๋ง
(เขียนเฮี่ยนจัง,ถังซําจั๋งก็มีไม่ถือเป็นยุติ)
พระถังซัมจั๋ง
ก็เดินทางมาเรียนที่นี่ จบแล้วยังแถมได้เป็นผู้บริหารท่านหนึ่งในมหาวิทยาลัยนาลันทานี้ด้วย เป็นที่เลี่องลืออยู่ในประวัติศาสตร์ แล้วท่านก็นําความรู้ทางพระพุทธศาสนากลับไปให้แก่ประเทศจีน
นอกจากนั้น ก็ยังมีพระจากประเทศ
ทิเบต
มาเรียนที่มหาวิทยาลัยนาลันทา หรือบางท่านที่เป็นปราชญ์ชาวอินเดียเอง ก็ได้รับนิมนต์ให้ไปสอนในประเทศทิเบต บางท่านก็ไปสอนในประเทศจีน มหาวิทยาลัยนาลันทาจึงเป็นศูนย์กลางของการศึกษา
ขอย้อนกลับไปเริ่มต้นเรื่องนิดหน่อย เพื่อพูดถึงกําเนิดของมหาวิทยาลัยนาลันทา เนื่องจากสถานที่นี้อยู่ใน
ถิ่นกําเนิดของพระมหาสาวก
องค์สําคัญ คือ พระสารีบุตร เรื่องจึงโยงเข้าไปเกี่ยวข้องในฐานะสถานที่ที่เป็น
อนุสรณ์
ของพระสารีบุตรด้วย
เพราะเหตุว่า พระสารีบุตรพระมหาสาวกผู้เป็นอัครสาวกเบื้องขวา ของพระพุทธเจ้า ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น
เอตทัคคะ
ทางปัญญา ได้ถือกําเนิดที่
หมู่บ้านนาลันทา
เรียกว่า
นาลันทคาม
หรือนาลกะ ซึ่งอยู่ในบริเวณนี้
เมื่อ
มหาวิทยาลัย
นี้สร้างขึ้นแล้ว ก็ปรากฏว่า มีการสร้างอนุสรณ์สําคัญ เรียกว่าเป็น
สถูป
หรือเป็น
เจดีย์
คือสิ่งก่อสร้างใหญ่โตสูงที่สุด ที่เราขึ้นไปเมื่อกี้นี้ นั่นคืออนุสรณ์สถานซึ่งเป็นอนุสาวรีย์หรือสถูปที่รําลึกถึงพระมหาเถระ คือ พระสารีบุตรนี้
การที่มี
มหาวิทยาลัยนาลันทา
เกิดขึ้นที่นี่ ก็เป็นความพอเหมาะอย่างหนึ่ง กล่าวคือ มหาวิทยาลัยนาลันทาเป็นศูนย์กลางการศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องทางปัญญา ก็พอดีตรงกับที่เกิดของพระสารีบุตร ผู้เป็นอัครสาวกเบื้องขวา ซึ่งเป็นผู้เลิศทางปัญญา เก่งกล้าสามารถในการสั่งสอน ให้ความรู้ เพราะฉะนั้น กิจกรรมของมหาวิทยาลัยนี้จึงสอดคล้องกับความเป็นเลิศของพระสารีบุตร คือเป็นแหล่งที่สร้างสรรค์ให้ปัญญา
พระสารีบุตรนั้น ตั้งแต่เมื่อท่านดํารงอยู่ มีลักษณะสําคัญอย่างหนึ่งคือ ท่านเอาใจใส่การศึกษาเล่าเรียนอบรมสั่งสอน อย่าลืมว่า พระสารีบุตรนี่แหละ ที่พระพุทธเจ้าทรงมอบหมายให้เป็นผู้บวชให้พระราหุล
สามเณรราหุล
ซึ่งเป็น
สามเณรองค์แรกในพระพุทธศาสนา
ก็เป็นลูกศิษย์ของพระสารีบุตร พระสารีบุตรเป็นผู้ดูแลให้การศึกษาอบรม
ว่าถึงประวัติโดยทั่วไป พระสารีบุตรท่านเอาใจใส่ดูแลเด็กๆ เช่น เมื่อไปพบเด็กยากจน ท่านก็ชวนมาบวชเป็นสามเณร ดูแลอบรม ให้การศึกษา แสดงถึงลักษณะของพระสารีบุตรที่ท่านชอบช่วยเหลือเด็กๆ ให้มีการศึกษา ซึ่งเป็นวัตรปฏิบัติที่เราน่าจะนํามาใช้เป็นตัวอย่าง
ควรจะเน้นกันว่า พระเถระที่เป็นอัครสาวกของพระพุทธเจ้า ท่านเอาใจใส่การศึกษาของเด็กและเยาวชนในรูปที่เป็นสามเณร โดยไปเอาเด็กๆ มาบวชเณร เด็กๆ ที่ท่านดูแล มีตั้งแต่เด็กลูกเจ้า คือ พระราหลุ ไปจนถึง
เด็กยากจน
ที่ท่านบังเอิญไปพบ เด็กบางคนไม่มีเสื้อผ้าจะนุ่งห่ม ท่านก็ชวนมาบวชเณร แล้วก็ให้การศึกษา
อันนี้เป็นจริยาวัตรที่เป็นแบบอย่างของพระสารีบุตร และมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็เรียกได้ว่า เป็นอนุสรณ์สําหรับพระสารีบุตร
ทีนี้หวนกลับมาถึงเรึองมหาวิทยาลัยนาลนทา ซึ่งได้เจริญรุ่งเรืองสืบ ต่อมาจนกระทั่งเป็นสัญลักษณ์แห่งยุคสมัยของพระพุทธศาสนาก็ว่าได้ กล่าวคือ
เราอาจจะมองความเจริญและความเสื่อมของพระพุทธศาสนา ในอินเดีย
นี้โดยสัมพันธ์กับประวัติของมหาวิทยาลัยนาลันทา
มหาวิทยาลัยนาลันทา
เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุด ถ้าจะเทียบกับทาง
ยุโรป
ทางตะวันตกนั้นเขาบอกว่า
มหาวิทยาลัยโบโลนยา
(Bologna)
และปารีส
(Paris)
เป็นมหาวิทยาลัยยุคแรก แต่เมื่อมาเทียบกับมหาวิทยาลัยนาลันทาแล้ว ก็กลายเป็นว่า
มหาวิทยาลัยนาลันทา
ของเรานี้เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในโลก เกิดขึ้นก่อน
ทีนี้ มหาวิทยาลัยนาลันทาเกิดขึ้นแล้ว ก็เจริญสืบมาจนระยะ หลังๆ มาถึง พ.ศ. ๑๐๐๐ เศษ มหากษัตริย์ที่มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ต้องการทํานุบํารุงการศึกษา ก็ได้สร้างมหาวิทยาลัยพุทธศาสนา
ยุคหลัง
ขึ้นมาอีกหลายแห่งด้วยกัน เช่น
มหาวิทยาลัยวิกรมศิลา
โอทันต
ปุรีชคัททละหรือ
วเรนทรี
และ
โสมปุระ
เป็นต้น
มี
มหาวิทยาลัย
อีกแห่งหนึ่ง ที่รุ่งเรืองคู่กันกับมหาวิทยาลัยนาลันทา แต่ก็ไม่มีชื่อเสียงมากเท่ามหาวิทยาลัยนาลันทา เป็นมหาวิทยาลัยที่เน้น ทางด้าน
เถรวาท
ขอชี้แจงแทรกหน่อยว่า
ในสมัยหลังนี้ เมื่อพระพุทธศาสนาเจริญขึ้นมา ก็มีการแยกตัวเป็นเถรวาทและมหายาน
ที่เราเรียกกันว่า
หินยาน
และ
มหายาน
ปรากฏว่า มหาวิทยาลัยนาลันทานี้ ได้กลายเป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นหนักไปในการศึกษาพุทธศาสนาฝ่าย
มหายาน
ส่วน
มหาวิทยาลัย
อีกแห่งหนึ่ง อยู่ทางริมทะเลแถวอ่าวแคมเบย์
(Gulf of Cambay)
เหนือบอมเบย์ขึ้นไป ชื่อว่า
วลภี
ตามชื่อของเมืองที่ตั้งอยู่ (เมืองวลภีตั้ง พ.ศ. ๑๐๑๓ มหาวิทยาลัยนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า
ทุฑฑา
ตามพระนามเจ้าหญิงที่ทรงริเริ่มสร้างวัด) เป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นทาง
เถรวาท
มหาวิทยาลัยวลภี
นี้ ถูกทําลายหมดสิ้นไปก่อน ในระยะ พ.ศ.๑๓๕๐ ส่วน
นาลันทา
เจริญและเสื่อมต่อมาจนถึง พ.ศ.๑๗๐๐ จึงถูก ทำลายหมดไป ในช่วงเวลาเดียวกันกับมหาวิทยาลัยอื่นทั้งหมดมี
วิกรมศิลา
เป็นต้น
ที่สร้างในยุคหลัง
ยุคของมหาวิทยาลัยนาลันทาและมหาวิทยาลัยพุทธศาสนาทั้งหลายนั้น เป็นยุคที่พระพุทธศาสนาแบบ
มหายาน
เจริญรุ่งเรืองในอินเดีย
เป็นที่รู้กันว่า
พระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท
รุ่งเรืองอยู่ราว ๕ ศตวรรษ
ต่อมาก็ค่อยๆ เสื่อมไปจากอินเดีย
แล้วก็ไปมีศูนย์กลางใหญ่อยู่ที่ศรีลังกา แม้แต่
พระพุทธศาสนาในประเทศไทยสมัยพ่อขุนรามคําแหง
ก็ได้ไปจากประเทศศรีลังกานี้ ดังที่เรียกว่า
ลังกาวงศ์
ส่วน
พระพุทธศาสนาแบบเดิม
ที่มาตั้งแต่สมัย
พระเจ้าอโศกมหาราช
ซึ่งเข้ามาถึงประเทศไทยเรา โดยมีหลักฐานอยู่ที่
นครปฐม
นั้น ก็เลือนรางจางหายไป และได้อาศัยสายใหม่คือสายลังกาที่ว่านี้สืบต่อมา เป็นสายปัจจุบัน
'เจ้าคุณประสาร' โพสต์ถึง 2 นักวิชาการดัง จากปมบทสนทนา 'มหาวิทยาลัยสงฆ์มีไว้ทำไม' | เดลินิวส์
Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2567
Last Update : 3 มิถุนายน 2569 19:37:39 น.
0 comments
Counter : 586 Pageviews.
Share to Facebook
Tweet
ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณnewyorknurse
ชื่อ :
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :
[ดู Profile ทั้งหมด]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [
?
]
Webmaster - BlogGang
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
Bloggang.com