กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ.เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะ ซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า "ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
ปฏิบัติธรรมให้ถูกทาง
เรื่อง กรรมฐาน
เรื่อง จงกรม
เรื่อง วิธีปฏิบัติ
เรื่อง สภาวธรรม
เรื่อง ลำดับญาณ ทวนญาณ
ภาพรวม มัชเฌนธรรมเทศนา
ชีวิต คืออะไร: ขันธ์, อายตนะ
ชีวิต เป็นอย่างไร: ไตรลักษณ์
ชีวิต เป็นไปอย่างไร: ปฏฺิจจสมุปบาท, กรรม
ชีวิต ควรให้เป็นอย่างไร: วิชชา วิมุตติ วิสุทธิ สันติ นิพพาน
ภาพรวม มัชฌิมาปฏิปทา
ชีวิต ควรเป็นอยู่อย่างไร: องค์มรรค,อริยสัจจ์
ชีวิตที่ดี เป็นอย่างไร: ชีวิตและคุณธรรมพื้นฐานของอารยชน
จาริกบุญ จารึกธรรม
ความเป็นมาของการบวช
ภาษาธรรมวันละคำ
ข้อธัมม์ที่ถาม-เถียงกันบ่อย
บุญ
ผู้พิพากษาตั้งตุลา ใ ห้ สั ง ค ม ส ม ดุ ล
คติธรรมสั้นๆ
พุทธโอวาท ๓ เดือนก่อนปรินิพพาน,
การทำวัตรสวดมนต์
ทำยังไงจึงจะมีอายุยืนและมีความสุข
พลังดันคน
บรรลุธรรมอะไร?
พุทธปรัชญาในสุตตันตปิฎก
ธัมมาธิบาย
สวดมนต์
ความจน เ ป็ น ทุ ก ข์ ใ น โ ล ก
เรียนบาลีเพื่อรักษาพุทธพจน์
ศีลธรรมไม่กลับมาโลกาจะพินาศ
หลักธรรมสำหรับผู้ยังไม่นับถือศาสนาใดๆ
วัฒนธรรมประเพณี
สมาธิ,ฌาน
ถ้าศาสนาพุทธมีหลักธรรมดีจริง คงไม่สูญสิ้นจากถิ่นเดิม
คุณค่าทางจริยธรรมของไตรลักษณ์
สติปัฏฐาน
ศีลสำหรับประชาชน
ทางดำเนินชีวิตสายกลาง
กาม
ความสุข
อริยสัจ ๔
ธรรมฉันทะ - ตัณหาฉันทะ
กรรม
ฅนไทย ใช่กบเฒ่า ?
พระไทย ใช่เขาใช่เรา?
สมถะ,วิปัสสนา,เจโตวิมุตติ,ปัญญาวิมุตติ
อนัตตา
สมมุติบัญญัติ
ศีล-สีลัพพตปรามาส
นรก สวรรค์ ในพระไตรปิฎก
วันสำคัญของชาวพุทธไทย
วิธีฝึกหูทิพย์ ตาทิพย์
ความสำคัญของพุทธศาสนา
อิทธิบาท ๔
รู้ทุกอย่างแต่ปล่อยวางไม่ได้
สติ,สติปัฏฐาน
ตถตา
<<
กุมภาพันธ์ 2567
>>
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
3 กุมภาพันธ์ 2567
เอาธรรมไปเป็นหลักประกันชีวิตและสังคมไว้
ธรรมเป็นอิสระจากคน คนถึงธรรมเป็นอิสระจากสังขาร
ศรัทธากับปัญญา นำเข้าเฝ้าพระพุทธเจ่า
เพื่ออนุเคราะห์โลก
ประมูลอัญมณีที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า
ชาวพุทธต้องทำใจ
ถ้าเชื่อก็เป็นแม่ ถ้าไม่เชื่อก็เป็นสายธาร
กำเนิดพุทธรูป
อารยธรรมอินเดีย
หมายเหตุ (จบ)
ทีนี้ มองดูเกาะใหญ่ ถัดลงไปทางใต้ต่อจากสุมาตราคือชวาว่าเป็นอย่างไร
มะละกาลับหาย สุมาตรา-ชวา เฟื่องฟูขึ้นมาใหม่
มะละกา ที่แดนมาเลเซียขึ้นมาเป็นใหญ่เหนือ ชวา
มุสลิมอินโดฯ
ชวา ขึ้นมาล้ำ สุมาตรา
มลายู ขยายจากสุมาตรา ขึ้นยังมาเลเซีย
อิสลาม เริ่มเข้าที่ สุมาตรา
อินโดนีเซีย: ที่สุมาตรา ย้อนไปถึง ศรีวิชัย
ความรู้เสริมบทความ
อินโดจีน ส่วนล่างกับอดีตเด่นดังที่ ลังกาสุกะ
อินโดจีน ย้อนอดีตถึง ทวารวดี
จีน- อินเดีย แล้วเกิดมี อินโดจีน - อินโดนีเซีย
อินโดจีน ย้อนอดีด เคียงคู่ อินโดนีเซีย
คู่ต่างคู่เติม เสริมความรู้ธรรมให้เต็ม
พุทธในอินเดียแบ่งเป็น ๔ ยุค
ทัพมุสลิมเตอร์ก ล้างปิดรายการ
ปุษยมิตร - มิหิรกุละ - ศาศางกะ โค่นในระหว่าง
บทเรียนที่มักถูกลืม นารายณ์อวตาร ศิวะอวตาร
พระโพธิสัตว์: เสริมพลังเดินหน้า หรือพาเขวออกจากทาง
ต้นโพธิ์ พระสถูป พระพุทธรูป ทยอยมา
พระรัตนตรัย: สื่อเชื่อมต่อ และส่งเข้าสู่ทาง
ดูข้างเคียงให้ทั่ว จะเห็นของตัวว่าเป็นอย่างไร
วัดถ้ำ: พุทธ เชน ฮินดู เปลือกดูคล้าย เนื้อในคนละอย่าง
เค้าอวสานแห่งพุทธศาสนา ยกมาดูกันแค่นี้ก็มองเห็น
ฮินดูฟื้น พุทธศาสนาสลบ
จากเทพสูงสุด สู่ธรรมสูงสุด มนุษย์พ้นอำนาจพรหม สู่ความเป็นพุทธ
วัดกับถ้ำ
หลังพุทธกาลนานนักหนา คามวาสี-อรัญญวาสี จึงมีขึ้นมา
ถ้ำกับชีวิตของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา
อชันตา เอลโลรา
๑๑. รักษาธรรม คือรักษาความเป็นไท
เข้าถึงระบบสัมพันธ์ของธรรมแล้ว ก็จัดแยกจับโยงได้ทั่วสรรพสิ่ง
รู้ทุกข์จึงดับทุกข์ได้ไม่ใช่รู้ทุกข์ไป แล้วกลายเป็นทุกข์
เศรษฐกิจจะพอดี เมื่อมันทำหน้าที่เป็นปัจจัย เศรษฐกิจพาวิบัติ เมื่อมันถูกจัดเป็นจุดหมาย
ชาวพุทธ คือ ผู้ปล่อยวางได้ แต่ไม่ปล่อยปละละเลย
วินัยเอาปัจจัยพิเศษของมนุษย์เข้าไปใส่กระบวนธรรม
ความไม่ยึดมั่นที่แท้ ต้องดูจากคติพระอรหันต์
สมมุติ,บัญญัติ
วินัยกันไว้ ไม่ให้เอาธรรมมาอ้างในทางที่ผิด
ธรรมเป็นบรรทัดฐานแห่งความถูกต้องของวินัย วินัยเป็นบรรทัดฐานแห่งพฤติกรรมที่ถูกต้องตามธรรม
ความหมายวินัย
ดุลยภาพพื้นฐาน ที่ประสานคน กับ ธรรมชาติและสังคม
ธรรมที่ตรัสไว้ต่างชุด ดุจเครื่องมือที่ใช้กับต่างงาน
ดุลยภาพในระบบความสัมพันธ์ของธรรม
ความไม่ประมาท ช่วยปรับให้พอดี จึงเป็นทางสายกลาง
ถ้ามนุษย์พัฒนาจริง ก็ต้องพ้นวงจรแห่งความเจริญแล้วเสื่อม
มองอินเดียกับฝรั่ง ให้เห็นความแตกต่างที่เป็นคติแก่ไทย
ระบบทุกข์ภัยประดิษฐ์ ดีกว่าปล่อยให้มักง่าย แต่ผลที่ได้ไม่ยั่งยืน
เรียบง่าย แต่ระวัง อย่าให้กลายเป็นมักง่าย
ความประมาท สำคัญอย่างไร จึงทำให้ความไม่ประมาท กลายเป็นธรรมยิ่งใหญ่
ผู้ไม่ประมาทใช้ประโยชน์จากอนิจจัง
มนุษย์เป็นปัจจัยสำคัญต่อความเสื่อมความเจริญ
ความไม่ประมาท คือความสามารถที่จะไม่เสื่อม
๑๐ ทางสายกลาง เพื่อชีวิตสังคมที่สุขสมบูรณ์
ทางสายกลางแห่งความพอดี มาลงที่ธรรมานุธรรมปฏิบัติ เป็นอันหนึ่งเดียว
สันโดษดี สันโดษไม่ดี ไม่สันโดษไม่ดี ไม่สันโดษดี
ได้ดุลพอดี ที่เป็นลักษณะทางสายกลาง
ปัญญา ชี้นำเข้ามาและเดินหน้าในทางสายกลาง
อธิษฐานจิต
ใช้เวลาสักนิด กับ เรื่องภวังคจิต
ไสย์ กับ พุทธ
???
สมาธิมีประโยชน์มากมาย ต้องใช้ให้คุ้มและให้ครบ
อย่าทิ้งความคิดปรุงแต่งทันที ปรุงแต่งดีได้ถึงฌานสมาบัติ
พระพุทธศาสนากับเพลง
จะอาศัยสิ่งกล่อมหรือจะใช้วิริยะและปัญญาที่เป็นอิสระ
อิสรภาพของมนุษย์ จะได้ด้วยการศึกษาที่ถึงธรรม
พระพุทธเจ้ามา ประกาศอิสรภาพให้แก่มนุษย์
คิดปรุงแต่ง กับ คิดวิปัสสนา
พระพุทธเจ้าตรัสรู้เพราะโยนิโสมนสิการ
มีโยนิโสมนสิการ เรื่องร้ายก็กลายเป็นดี
รูปกาย ธรรมกาย ปรากฏและเป็นไป ที่สังเวชนียสถาน ๔
๙. ที่ประกาศอิสรภาพของมนุษย์ (คติจากสังเวชนียสถาน)
มุสลีมะอินโด ฯ
ปฏิบัติธรรมก้าวหน้าไป ธรรมกายเจริญเอง
โปรยธรรมบนเส้นทางสู่ที่ปรินิพพาน
เส้นทางพุทธกิจ: พุทธคยา ถึง กุสินารา
๘. ถ้าสังเวชเป็น ก็จะได้เห็นธรรมกาย
มุสลิมเตอร์ก มุสลิมมองโกล รุ่งแล้วเลือนลับ
จากยุคมุสลิมอาหรับ เข้าสู่ยุคมุสลิมเตอร์ก
สุหนี่นำอิสลามครองสะเปน จ่อแดนจีน
ชีอะฮ์ แ ย ก อ อ ก ม า
อิสลามแผ่ไพศาล
อิสลามรวมอาหรับ
เมตตาที่มีปัญญา จึงพาโลกสู่สันติสุขได้
๗. รักษาแผ่นดินไทย ให้เป็นแผ่นดินธรรม
๖. จุดเริ่มของแผ่นดินธรรม
ถ้าคนประสานกับธรรม ก็มีทางแก้ปัญหาชีวิตและสังคม
พุทธะโยงเราเข้าถึงธรรม
พระรัตนตรัย ต้องรู้จักใช้ให้เป็นสรณะ
มนุษย์ประเสริฐเพราะเป็นสัตว์ที่ฝึกได้
จากเทพสู่ธรรม จากธรรมสู่กรรม
พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว จะประกาศธรรมแสนยาก
รู้ธรรม คือรู้เรื่องธรรมดา
๕. โพธิพฤกษ์ โพธิญาณ
มาฆบูชา พัฒนาความรักแห่งวาเลนไทน์และให้ดุลแห่งธรรม
ให้รักกับรู้ มาเข้าคู่ดูแลกันทั้งโลกจนถึงลูก จะสุขสันต์แท้จริง
มนุษย์กับมนุษย์รักกัน แต่มนุษย์ต้องอยู่ให้ดีกับธรรม
ถึงความรักจะดี ก็ไม่พอที่จะเลี้ยงลูกและอภิบาลโลก
มาฆบูชา กับ วาเลนไทน์
ละชั่ว ทําดียังไม่พอ ต้องต่อด้วยไม่มีกิเลสเหลือในใจ
หัวใจเดียว แต่มีสี่ห้อง
มาฆบูชาขึ้นมาเป็นวันสําคัญในพระพุทธศาสนา
สาระของโอวาทปาติโมกข์
มาฆบูชา กับ หัวใจพระพุทธศาสนา
ราชคฤห์ ศูนย์อํานาจการเมือง
๔. หัวใจธรรม จากจุดศูนย์กลาง
พระพุทธศาสนาในมือของพุทธบริษัท
ร่องรอยที่เหลือ และเค้าการฟื้นฟูหลังหมดสิ้น
อวสานมาถึง เมื่อทัพมุสลิมเตอร์กลงดาบสุดท้าย
เทียบ ปทท.
นาลันทากับความเสื่อมสูญของพระพุทธศาสนา
วัดพุทธ ต้นกําเนิดมหาวิทยาลัยของโลก
๓. ความยิ่งใหญ่ ที่ทำให้ทั้งเจริญและเสื่อม
เอาธรรมไปเป็นหลักประกันชีวิตและสังคมไว้
ธรรมเป็นอิสระจากคน คนถึงธรรมเป็นอิสระจากสังขาร
ศรัทธากับปัญญา นำเข้าเฝ้าพระพุทธเจ่า
๒. เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าถึงที่ประทับ
???
เลิกบูชายัญ เพียงเป็นฐาน สู่ความงอกงามในธรรม
อโศกราชากล้าหาญในทางสันติ
เทียบกันแล้ว สรุปได้
ดูพุทธพจน์แล้ว อ่านธรรมโองการเทียบ
อโศกธรรม หรือ คหัฐวินัย
ธรรมวิชัย: หลักการใหญ่ที่นําเข้าสู่พุทธธรรม
อโศกมหาราช อโศกธรรม
ศิลาจารึกอโศก เป็นของพระเจ้าอโศกมหาราชแน่หรือ
ทรัพย์และอํานาจ สู่ความหมายและคุณค่าใหม่
ธรรมวิชัย
ไม่ประมาท ก็ไม่เสื่อม
วัดพระราม
ชมพูทวีปในพุทธกาล
สังเวชนียสถาน ๔
๑. ย้อนทางเข้าสู่แดนพุทธภูมิ
เอาธรรมไปเป็นหลักประกันชีวิตและสังคมไว้
เอา
ธรรม
ไปเป็นหลักประกัน
ชีวิต
และ
สังคม
ไว้ให้เจริญอย่างเดียวไม่มีเสื่อม
อีกประการหนึ่งที่ควรจะเป็นข้อคิด ก็คือ การที่เราจะเข้า
ถึงธรรม
ด้วยอาศัยคําสอนของพระองค์ ให้บรรลุสิ่งประเสริฐแห่งชีวิตของเรานี้
ย่อมเป็นกิจส่วนตัวของแต่ละคน
ซึ่ง
เราทุกคนมีหน้าที่สำหรับชีวิตของตนๆ
เราควรจะต้องเข้าถึงสิ่งทีดี่งามที่ประเสริฐสุดของชีวิต คือการเข้าถึงธรรม อันจะทําให้ได้รับผลแห่งอมตะ อันเป็นจุดหมายของพระพุทธศาสนา
แต่พร้อมกันนั้น อีกด้านหนึ่ง คือ ในด้านที่เกี่ยวกับ
สังคม
หรือการดํารงอยู่ของ
หมู่มนุษย์
เราจะต้องรู้ตระหนักถึงความเป็นไปของ
สรรพสิ่ง
ที่เป็น
สังขาร
ว่าเป็นเรื่องของ
ธรรมชาติ
ที่เป็นไปตามเหตุปัจจัย มีความเปลี่ยนแปลงเป็นอนิจจัง
แต่ทีนี้
อนิจจัง
ที่เป็นความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับ
ตัวมนุษย์
และ
สังคมมนุษย์
นั้น เรามีศัพท์เรียกพิเศษ
อธิบายว่า
ที่จริง
ความเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นของ
กลางๆ
แต่เมื่อมันเปลี่ยนแปลงไปในด้านหนึ่ง ก็
ถูกใจมนุษย์
เมื่อเปลียนแปลงไปอีกด้านหนึ่ง
ก็ไม่ถูกใจมนุษย์
ทั้งที่ว่า ในแง่ของธรรมชาติมันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นกลางๆ ไม่เข้าใครออกใคร คือ ธรรมชาตินี้ไม่ได้ดีไม่ได้ร้าย
เมื่อพูดในแง่ของ
กฎ
แห่งความเป็น
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
นั้น มันก็เป็น
ธรรมดาของธรรมชาติ
ไม่ดีไม่ชั่ว
แต่ความเปลี่ยนแปลงนั้นปรากฏแก่มนุษย์ในแง่ที่ว่า ความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
เป็นที่ปรารถนา
ความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
ไม่เป็นที่ปรารถนา
ความเปลี่ยนแปลงที่เราปรารถนา เราเรียกว่า “ความเจริญ” ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่ปรารถนาเราเรียกว่า “ความเสื่อม”
ความเปลี่ยนแปลง ที่เรียกว่าความเสื่อม หรือความเจริญนั้น เป็นเรื่องของมนุษย์เกี่ยวพันกับความต้องการของมนุษย์
มนุษย์
นี้เป็นเหตุปัจจัยอย่างหนึ่งที่สําคัญในการที่จะทําให้เกิดความเปลี่ยนแปลง และ
มนุษย์
ที่จะมาเป็นเหตุปัจจัยนี้ ถ้าเป็นผู้ที่มีสติปัญญา สามารถนําเอาความรู้ในความจริงของธรรมชาติมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ก็จะทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่พึงประสงค์สําหรับตนได้ และความเปลี่ยนแปลงในทางที่พึงประสงค์ ที่เกิดจากการทําเหตุปัจจัยให้ตรงกับผลอย่างนั้นได้นี้แหละ เรียกว่าความเจริญ
ฉะนั้น
มนุษย์
ที่มีสติปัญญา เมื่อเข้าถึงธรรมแล้ว จะได้ประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง คือ เขาสามารถที่จะใช้ความรู้ในการ
เข้าถึง
เหตุปัจจัยนั้น มากระทําเหตุปัจจัยที่จะทําให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในทางที่พึงปรารถนา ที่เรียกว่า ความเจริญ
พร้อมกันนั้น เขาก็สามารถรู้เข้าใจเหตุปัจจัยที่จะทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เรียกว่าความเสื่อม แล้วด้วยความรู้นั้น เขาก็สามารถป้องกันแก้ไข กําจัดเหตุปัจจัยแห่งความเสื่อม และสร้างเหตุปัจจัยแห่งความเจริญนั้นได้
คนที่มีปัญญา
จึงสามารถทําให้สังคม รวมทั้งชีวิตของตน มีความสุขความเจริญดีงามขึ้นไปได้
อันนี้เป็นจุดสําคัญอย่างหนึ่งในคําสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่า เหตุปัจจัยที่เกี่ยวกับตัวมนุษย์ ซึ่งเป็นเหตุปัจจัยแห่งความเสื่อม และความเจริญนี้ มนุษย์มีส่วนเข้าไปจัดการได้ และอันนี้ก็เป็นผลส่วนหนึ่งของการ
มีปัญญาที่เข้าถึงธรรม
แล้วนำความรู้ในธรรม โดยเฉพาะในเหตุปัจจัย มาใช้ให้เป็นประโยชน์
พระพุทธเจ้าตรัสถึงกับว่า ถ้าเรารู้จักปฏิบัติธรรมให้ถูกต้อง เราจะสามารถสร้างสรรค์
สังคม
และ
ประเทศชาติ
ของเราให้มีแต่ความเจริญ ไม่มีความเสื่อมก็ได้
อย่างเช่นในหลัก
อปริหานิยธรรม
พระองค์ได้ตรัสแสดงธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความไม่เสื่อม หรือธรรมไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม พระองค์ถึงกับตรัสเป็นหลักประกันว่า
ตราบใด
ที่พระภิกษุทั้งหลายยังประพฤติปฏิบัติตั้งอยู่ใน
อปริหานิยธรรม
ก็พึงหวังได้แต่ความ
เจริญ
ไม่มีเสื่อมเลย
แม้ในด้านชาวบ้าน
รวมถึงทาง
ฝ่ายบ้านเมือง
ก็ตรัสไว้ก่อนแล้ว คือ แก่
พวกกษัตริย์ลิจฉวี
แคว้นวัชชี
ที่เราผ่านมาแล้ว
พระองค์ตรัสว่า ถ้าหากกษัตริย์ลิจฉวี ชาวแคว้นวัชชี ยังตั้งอยู่ใน
อปริหานิยธรรม ๗ ประการ
ที่พระองค์ได้ทรงแสดงไว้ ชาววัชชีก็จะมีแต่ความเจริญ ไม่มีความเสื่อม ไม่มีใครจะสามารถมาทำลายได้ อันนี้ก็เป็นการนำธรรมมาใช้ประโยชน์อย่างหนึ่ง
เป็นอันว่า
คําสอน
ของพระพุทธเจ้าในเรื่องเกี่ยวกับ
ธรรมดา
ของ
สังขาร
และ
การเข้าถึงความจริง
ของสิ่งทั้งหลายนี้ มี
คติ
ที่เป็นประโยชน์
ต่อแต่ละชีวิตของแต่ละบุคคล
คือสอนว่า เราจะมัวมาฝากความหวัง ฝากความสุขแห่งชีวิตของเรา ไว้กับสิ่งทั้งหลายที่เป็นสังขารภายนอกอัน ไม่เที่ยงแท้ ไม่เป็นสาระที่แท้จริงไม่ได้ เราควรจะเข้าถึง
ธรรมที่เป็นสาระ
เป็นแก่นสารที่แท้จริง ที่จะทําให้ชีวิตมีความประเสริฐ เลิศ มีความสุข ไร้ทุกข์ เข้าถึงความเป็นอิสระได้
พร้อมกันนั้น ในทาง
สังคม
ก็สามารถน้อมนําเอาความรู้ในธรรมที่ หยั่งถึงเหตุปัจจัยของสิ่งทั้งหลายนี้ไปใช้ประโยชน์ในการที่จะสร้างสรรค์สังคม ทําให้สังคมมีความเจริญงอกงาม ด้วยการตั้งอยู่ในธรรม ที่เป็นหลักสําคัญ คือ
ความไม่ประมาท
สาระสําคัญในวันนี้ก็คือ การโยงจากภาพที่เราพบเห็น ไปหาคํา สอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งถ้าเราเข้าใจและปฏิบัติให้ถูกต้อง ก็จะได้รับประโยชน์เป็นอันมาก
จุดที่จะต้องย้ำ
ก็มีสองส่วนอย่างที่กล่าวมา
ส่วนหนึ่ง
เกี่ยวกับชีวิตของแต่ละคน ที่จะให้เข้าถึงสิ่งที่ดีงาม ที่ประเสริฐ แล้ว
ก็มาช่วยกันสร้างสรรค์สังคม
ให้หมู่มนุษย์มีความสุขความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป
อย่างที่พระองค์ทรงรับรองยืนยันไว้แล้วว่า ถ้าเราเข้าใจเหตุปัจจัยแห่งความเสื่อมและความเจริญแล้วปฏิบัติตามนั้น โดยไม่มัวแต่ทอดทิ้งสติ ไม่มัวแต่ปล่อยปละละเลยลุ่มหลงมัวเมาเสีย เราก็สามารถจะทําให้มีแต่ความเจริญ ไม่มีเสื่อมก็ได้
นี่ก็คือการใช้ธรรมให้เป็นประโยชน์นั่นเอง และทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้สําเร็จ ต้องอาศัยปัญญา ซึ่งจะพัฒนาขึ้นมา และงอกงามสมบูรณ์ บนฐานแห่งศรัทธาที่เป็นไปอย่างเหมาะสมถูกทาง
วันนี้เราได้มา ณ ที่นี่แล้ว โดยศรัทธาเป็นตัวนําเรามา แล้วก็ได้มานมัสการสถานที่ที่พระพุทธเจ้าเคยประทับ
เมื่อศรัทธาได้ทําหน้าที่ของมันอย่างดีเช่นนี้แล้ว ก็ขอให้ศรัทธานั้น ยังประโยชน์ให้สมบูรณ์ยิ่งๆ ขึ้นไป โดยมาเชื่อมต่อเข้ากับปัญญาที่จะเข้าถึงธรรมดังที่กล่าวแล้ว คําสอนของพระพุทธเจ้าที่ตรัสแก่พระวักกลิ ก็จะเกิดผลต่อตัวเราด้วย
อย่างที่กล่าวแล้วว่า อย่ามัวแต่หลงอยู่แค่รูปกายของพระองค์เท่านั้น ผู้ใดถึงแม้แต่เกาะชายสังฆาฏิของพระองค์ ตามพระองค์ไปตลอดเวลาทุกย่างพระบาท ก็ไม่ชื่อว่าเห็นพระองค์ การที่จะเห็นองค์พระพุทธเจ้า ก็คือต้องเห็นธรรม
การจะเห็นธรรมได้ ก็ต้องอาศัยพระพุทธองค์นั่นแหละ เพราะพระวรกายของพระพุทธเจ้าที่เสด็จเคลื่อนไหวไปในที่ต่างๆ นั้น ก็นําเอาธรรมไปด้วย และเอาไปประกาศ เมื่อเราเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าแล้ว ก็เป็นโอกาสให้ได้ฟังธรรมของพระองค์ จากการฟังธรรมของพระองค์ เราก็สามารถเข้าถึงธรรม เมื่อเราเข้าถึงธรรมนั่นก็คือศรัทธานําไปสู่ปัญญาทําให้เกิดผลงอกงามอย่างที่กล่าวมา
ฯลฯ
ขอให้ทุกท่านเกิดความสมใจปรารถนา มีปีติอิ่มใจ ดังที่กล่าวมา แล้วปีตินี้จะเป็นเครื่องบํารุงใจให้มีกําลังและเข้มแข็งมั่นคง
แท้จริง คนที่มีความ
ปีติอิ่มใจ
นี้สามารถอดอาหารได้นานๆ เพราะว่ามีปีติเป็นภักษา ปีติเป็นความอิ่มชนิดหนึ่ง
คนเรารับประทานอาหาร
ก็ได้ความอิ่ม แต่เป็นความอิ่ม
กาย
เมื่ออิ่มกายแล้วก็ดํารงรักษาร่างกายไว้ได้ แม้ความอิ่มใจก็เหมือนกัน
ความ
อิ่มใจ
ก็หล่อเลี้ยงชีวิตของเรา ทําให้อยู่ได้นานๆ โดยมี
ปีติ
เป็นภักษา เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงใจ ความอิ่มใจนี้มีผลดียิ่งกว่าอาหารที่ทําให้มีความอิ่มกายเสียอีก ถึง
แม้อิ่มกาย แต่ถ้าใจไม่สบาย
หน้าตาไม่สดชื่นผ่องใส ทั้งๆ ที่มีอาหารกินดี แต่หน้าตาก็ไม่อิ่มเอิบ ไม่ผ่องใส แต่ถ้าอิ่มใจ ก็จะทําให้หน้าตายิ้มย่อง ผ่องใส มีความสุขที่แท้จริงได้
ถ้าเราถือว่า
ปีตินั้นเป็นส่วนของใจ เราต้องมีความอิ่มทางกายด้วย
ก็ขอให้ความอิ่มใจมาเป็นส่วนเติมเต็ม ให้ความอิ่มกายนี้ได้ผล สมบูรณ์เป็นชีวิตที่สมบูรณ์ทั้งกายและใจ
จึงขอให้โยมทําใจให้เกิด
ปีติ
เพื่อเป็นการ
ปรุงแต่ง
ในทางที่เป็น
กุศล
เรียกว่า
บุญญาภิสังขาร
อย่าไปปรุงแต่งให้เป็นบาป
เป็น
อกุศล
การมาถึงนี่
ทําให้มีโอกาส
ปรุงแต่งใจ
ด้วย
บุญญาภิสังขาร
ทําใจให้เป็นบุญกุศล แล้ว
บุญกุศล
นั้น ก็จะ
ปรุงแต่งให้ชีวิต
ของเรามีความเจริญก้าวหน้า พัฒนายิ่งๆ ขึ้นไปในธรรมคําสอนของพระพุทธเจ้า และประสบความสุขความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป
Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2567
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2567 17:04:04 น.
0 comments
Counter : 408 Pageviews.
Share to Facebook
Tweet
ชื่อ :
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :
[ดู Profile ทั้งหมด]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [
?
]
Webmaster - BlogGang
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
Bloggang.com