กรรมเก่า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ.เป็นเจ้าบทบาทเดิม จากนั้น การศึกษาอาศัยปรโตโฆสะ ซึ่งมีคติว่า "คนเป็นไปตามสภาพแวดล้อมที่ปรุงปั้น" และโยนิโสมนสิการ ซึ่งมีคติย้อนกลับว่า "ถ้าเป็นคนรู้จักคิด แม้แต่ฟังคนบ้าคนเมาพูด ก็อาจสำเร็จเป็นพระอรหันต์"
space
space
space
<<
กรกฏาคม 2568
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
space
space
31 กรกฏาคม 2568
space
space
space

ศูนย์เขมรอพยพ ตาพระยา พ.ศ.2528

   
 
 
 
 
ศูนย์เขมร อพยพไซท์ทู พ.ศ.2528 (ค.ศ.1985) ตำบลทัพไทย อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว
 
Facebook

เขมรแดงครองเมือง (ค.ศ. 1975 - 1979) 

พวกเขมรแดงยึดพนมเปญได้ช่วงเช้าวันที่ 17 เม.ย. 1975 บ่ายวันนั้นพวกเขาก็เร่งรีบกวาดต้อนคนออกจากพนมเปญทันที โดยอ้างว่าพวกอเมริกาจะมาทิ้งระเบิดใส่
จริงๆ แล้ว พวกเขาต้องการพาคนเหล่านี้ไปทำการเกษตรตามต่างจังหวัด เพื่อเสริมสร้างให้กัมพูชาเป็นประเทศเกษตรในอุดมคติ  ที่สามารถพึ่งตัวเองสมบูรณ์  นอกจากนี้การดังกล่าวยังเป็นการทำลายระบบทุนนิยม และชนชั้นด้วยนั่นเอง

ตัวอย่างของผู้ต้องเผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายนี้คือ “ยาสึโกะ นะอิโตะ” ซึ่งได้บันทึกเรื่องราวไว้ในหนังสือ “4 ปี นรกในเขมร”  เธอเป็นหญิงสาวชาวญี่ปุ่นที่แต่งงานกับทูตกัมพูชา  เรียกได้ว่าเป็นชนชั้นสูง  มีเอกสิทธิ์มากมายในยามปกติ  แต่ก็ไม่พ้นโดนเขมรแดงสั่งเหมือนหมูเหมือนหมา
แม้ยาสึโกะจะดูมีอายุมากกว่าวัย  ทั้งยังเย็บผ้าเป็น  ทำให้ไม่ต้องทำงานหนักมาก แต่เธอก็ต้องสูญเสียลูกชายสองคน  ลูกสาวบุญธรรมอีกหนึ่ง และสามีไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บที่อาจหายได้ไม่ยากในสถานการณ์ปกติ ... กระนั้น ยาสึโกะก็บอกว่า “พวกเขาโชคดีแล้วที่ตายไปก่อน ไม่ต้องมาเจออะไรแบบนี้”

อีกคนคือ “หลงอึ้ง” หญิงสาวชาวกัมพูชาที่ตอนนี้ถือสัญชาติอเมริกัน  เธอได้บอกเล่าประสบการณ์ครั้งนั้นไว้ในหนังสือ “เมื่อพ่อของฉันถูกฆ่า”  (First They Killed My Father) ว่าตั้งแต่วันแรกที่เขมรแดงถึงพนมเปญ

“...พวกทหารเดินเคาะประตูบ้าน ไล่คนออกไป คนที่ไม่ทำตามจะถูกยิงทิ้งหน้าบ้านตัวเองเลย”
นอกจากนี้ เธอยังเล่าถึงชีวิตขณะที่ต้องเปลี่ยนจากลูกคุณหนู  (พ่อเธอเป็นตำรวจยศสูง) มาทำไร่ไถนา ภายใต้การบังคับของพวกเขมรแดง
ครอบครัวเธอกลายเป็น “คนบ้านนอก” ถูกย้ายไปเป็นแรงงานตามที่ต่างๆ และต้องอยู่อย่างอดอยาก เพราะถึงกัมพูชาจะมีแรงงานการเกษตรเพิ่มขึ้นอย่างมากมายก็จริง แต่คนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้และไม่ได้รับการสอนที่ดี  ก็ย่อมปลูกอะไรไม่ขึ้น
ปรากฏระบบเกษตรของกัมพูชาพังทลาย  ชาวบ้านอดตายเป็นอันมาก  ความอดอยากของกัมพูชาเลวร้ายแค่ไหนนั้น ผมขอคัดมาจากเรื่องเล่าของ หลงอึ้ง มาย่อหน้าหนึ่งนะครับ:

“...มีคนเล่าว่า ผู้หญิงคนหนึ่งในหมู่บ้านใกล้ๆ กลายเป็นมนุษย์กินคนไปแล้ว พวกเขาว่าเธอเป็นผู้หญิงดีๆ ธรรมดาๆ นี่แหละ ไม่ได้เป็นผีปอบอย่างที่พวกทหารว่ากันเลย เธอหิวจนกระทั่งเมื่อสามีเสียชีวิตจากการกินของมีพิษ เธอเอาเนื้อเขามาทำอาหารกินและเลี้ยงลูกๆ ด้วย โดยไม่รู้ว่าพิษในตัวเขาจะทำให้เธอและลูกๆ ต้องเสียชีวิตเช่นกัน…” (เมื่อพ่อของฉันถูกฆ่า หน้า 78-79 แปลไทยโดย นรา สุภัคโรจน์)
นอกเหนือจากความอดอยากและการใช้แรงงานหนักแล้ว พวกเขมรแดงก็ยังโหดเหี้ยมยิ่งนัก หากใครทำงานไม่ได้ก็จะถูกลงโทษทันที ซึ่งส่วนมากมักจบลงด้วยความตาย สารพัดวิธีเท่าที่คนลงโทษจะคิดออก
เนื่องจากต้องการประหยัดกระสุน อาวุธที่ใช้ในการสังหารคนเหล่านี้ จึงมักเป็นอะไรบ้านๆ และป่าเถื่อน เช่น ไม้ไผ่เหลาแหลม, ไม้หน้าสาม, จอบเสียม, เคียวเกี่ยวข้าว ฯลฯ ในเหตุการณ์นี้ เด็กจำนวนมากถูกจับฟาดเข้ากับต้นไม้จนเสียชีวิต ด้วยเหตุผลที่ว่า “โตขึ้นจะได้ไม่กลับมาแก้แค้น
ความโหดร้ายยิ่งกว่านั้นคือ การโดนจับเข้าคุกเขมรแดง ด้วยข้อหาว่าเป็นชนชั้นนายทุนบ้าง นิยมต่างประเทศบ้าง ซึ่งคนที่เป็นเหยื่อสำคัญ ได้แก่เชื้อพระวงศ์, ข้าราชการ, พระ, หมอ, ปัญญาชน, ศิลปิน, คนที่ไม่ใช่คนกัมพูชาแท้ (เช่น มีเชื้อสายไทย, จีน หรือเวียดนาม), คนใส่แว่น (เพราะดูมีความรู้ ไม่ใช่ชนชั้นกรรมาชีพ) ฯลฯ
บางแหล่งบอกว่ามีนักเรียนนอกโดนเรียกกลับประเทศเพื่อมารับโทษด้วย ซึ่งเป็นเรื่องย้อนแย้งยิ่ง เพราะพลพตเองก็เป็นชนชั้นกลางขั้นสูง และเป็นนักเรียนนอกมาก่อน ที่รู้จักแนวคิดคอมมิวนิสต์ได้ก็เพราะไปเรียนเมืองนอก
การโดนจับเข้าคุกนั้นเลวร้ายยิ่ง เพราะต้องผ่านการทรมานมากมายให้รับสารภาพผิดในสิ่งที่ไม่ได้ทำ ด้วยวิธีการโหดร้ายสุดจินตนาการเช่น การถูกแขวนบนขื่อกลางแดดเหมือนตากผ้า, การจับกดน้ำ, การห้อยหัว, ช็อตไฟฟ้า และอีกสารพัดวิธีที่สันดานดิบมนุษย์จะนึกออก

ในที่สุด ถ้าไม่เสียชีวิตไประหว่างนั้น ก็จะโดนส่งไป “ทุ่งสังหาร” ที่เอาไว้ประหารและฝังกลบคนทำผิดในวาระสุดท้ายอยู่ดี
...แม้ไม่มีใครทราบตัวเลขแน่ชัด แต่คาดว่ามีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ดังกล่าว 1 ล้าน - 3 ล้านคน จากประชากรทั้งหมดในเวลานั้น 7.8 ล้านคน
มีคนคำนวณว่าผู้ชายเสียชีวิตไปถึง33.5% และผู้หญิงเสียชีวิตไปถึง 15.7% …ยากที่จะมีการสังหารหมู่ไหนเสมอเหมือนเรื่องของเขมรแดงนี้
นอกจากการฆ่าล้างคนแล้ว พลพตยังสั่งให้ทำลายสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่แบ่งแยกชนชั้น ไม่ว่าจะเป็น วัด โรงเรียน โรงแรม โรงพยาบาล ล้วนแล้วแต่ถูกถล่มไปด้วย ...เรียกว่าเขาต้องการทำให้เป็นสังคมการเกษตรแบบสุดโต่งโดยแท้จริง
ถือเป็นตลกร้ายที่ขำไม่ออกอย่างหนึ่ง ที่แผนเศรษฐกิจนรกแตกของกัมพูชาในครั้งนี้มีชื่อว่า “มหารุดพล” ตั้งตาม “ก้าวกระโดดไกล” (Great Leap Forward) ของจีน ซึ่งถึงเนื้อหาสาระจะต่างกัน แต่ก็ให้ผลเดียวแบบกันคือ มันเป็นนโยบายอันผิดพลาดและขาดความรู้ ส่งผลให้คนตายไปเป็นล้านๆ!
หลังเขมรแดงยึดประเทศ กัมพูชาได้กลายเป็น “กัมพูชาประชาธิปไตย” เจ้าสีหนุได้กลับมาครองอำนาจในฐานะประธานาธิบดี (ชายคนนี้เคยเป็นทั้งกษัตริย์ นายกฯ และประธานาธิบดีชาติคอมมิวนิสต์ ไม่น่าจะมีคนไหนทำได้อีกแล้วกระมัง) ซึ่งเขาพยายามเดินทางไปยังประเทศต่างๆ เพื่อขอการรับรองรัฐบาลเขมรแดง

เวลานั้นแม้กระทั่งสหรัฐฯ หรือสหประชาชาติยังรับรองเขมรแดงเป็นรัฐบาลอันถูกต้องของกัมพูชา ส่วนหนึ่งเพราะต้องการสนับสนุนจีนที่เป็นลูกพี่ของกัมพูชา (เพราะตอนนั้นอเมริกากำลังเป็นมิตรกับจีนเพื่อคานอำนาจโซเวียต) และยังไม่มีใครรู้ว่าเขมรแดงเลวขนาดไหน
อย่างไรก็ตามเมื่อสีหนุพบความจริงที่โหดร้ายว่า “เขมรแดง” ป่าเถื่อนอย่างไรในปี 1976 เขาก็พยายามจะลาออก แต่โดนพวกเขมรแดงจับตัวไว้ขังในวัง อำนาจจึงตกอยู่กับพลพตโดยสมบูรณ์
ในปี 1975 นี้เอง เวียดนามเหนือรบชนะเวียดนามใต้ รวมประเทศกันสำเร็จ แต่กลับมีปัญหากับเขมรแดง
ต่อมาในปี 1977 กลุ่มเขมรแดงเกิดแตกคอกัน บ้างว่าสาเหตุมาจากการแย่งชิงอำนาจภายใน แต่บ้างก็ว่าเพราะกัมพูชาสู้แพ้เวียดนามแล้วต้องถอยร่น ทำให้พลพตไม่พอใจ สั่งลงโทษทหารที่ล่าถอยไปเข้าคุกทรมาน ทหารเขมรที่หนีมาจากการไปรบเวียดนามเลยลุกฮือต่อต้านรัฐบาลขึ้นมา
ทั้งนี้ทหารกบฏจำนวนหนึ่งหนีเข้าเวียดนาม รวมทั้งคนระดับหัวหน้าอย่าง “เฮงสัมริน” ที่ภายหลังได้ก่อตั้ง “แนวร่วมสามัคคีประชาชาติกู้ชาติกัมพูชา” ขึ้นมาต่อต้านพลพต
...หนึ่งในคนที่ไปเข้ากับ เฮงสัมริน คือ “ฮุนเซ็น”
.ตอนวัยรุ่น เขาก็เป็นสมาชิกเขมรแดงที่มีความดีความชอบมากคนหนึ่ง แต่พอแตกกับพลพตเลยต้องหนีไปเวียดนามด้วย
นอกจากกลุ่มเฮงสัมรินแล้ว เขมรแดงยังแตกออกไปอีกหลายก๊ก มีพวกที่เข้ามาบุกปล้นไทยด้วยเช่นกัน

   Facebook

   10 ช่องทาง “ตระกูลฮุนครอบงำกัมพูชา” 🇰🇭 โกยทุกสิ่ง ไม่เหลือทิ้งสักอย่าง | LUPAS - YouTube

  กำเนิดเขมรแดง ยุคมืดมนที่ไม่ต้องการคนมีความรู้ | รู้ไว้ใช่ว่า | มันยังคงเป็นบาดแผลจนทุกวันนี้ - YouTube
  
  สารคดี พลพต | จุดจบเขมรแดงและพลพต สู่กัมพูชายุคใหม่ Part 2/2

  สรุปประวัติศาสตร์เลือด เขมรแดง #คลิปเดียวจบ | Point of View

 เจาะความจริง ศูนย์อพยพชาวกัมพูชาช่วงสงคราม จากผู้อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้น โดย ศนิโรจน์ ธรรมยศ
 


 




 




 

Create Date : 31 กรกฎาคม 2568
0 comments
Last Update : 4 กันยายน 2569 18:54:02 น.
Counter : 472 Pageviews.
Share to Facebook

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

space

สมาชิกหมายเลข 6393385
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 6393385's blog to your web]
space
space
space
space
space