จำคุก 6 เดือน แก๊งทนายแม้วติดสินบนศาล!
จำคุก 6 เดือน แก๊งทนายแม้วติดสินบนศาล!

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม ผู้จัดการออนไลน์ 25 มิถุนายน 2551 16:33 น.

นายพิชิฏ ชื่นบาน ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1

ศาลฎีกาสั่งจำคุก 6 เดือนทนายแม้ว-เสมียน-หลานหญิงอ้อ ละเมิดอำนาจศาล หิ้วเงินสด 2 จูงใจเจ้าหน้าที่ศาลฯ ศาลชี้พฤติการณ์อุกอาจท้าทายศาลสูงสุดของประเทศ หวังประโยชน์เชื่อมโยงคดีที่ดินรัชดา สมควรลงโทษสถานหนักไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง พร้อมสั่งออกหมายจับหลานหญิงอ้อ เบี้ยวฟังคำสั่ง ให้เลขาศาลฎีกา แจ้งความข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงานอีกกระทง


ที่ห้องพิจารณาคดี ศาลฎีกา สนามหลวง วันที่ 25 มิ.ย.51 เวลา 15.00 น. นายมงคล ทับเที่ยง รองประธานศาลฎีกา นายวีรพล ตั้งสุวรรณ และนายอิศเรศ ชัยรัตน์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา องค์คณะผู้พิพากษาไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีที่มีทนายความอดีตนักการเมือง นำถุงขนมใส่เงิน 2 ล้านบาทมามอบให้เจ้าหน้าที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.51 ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำสั่ง คดีดำ ลอ.1/2551 หมายเลขแดงที่ 4599/2551 ความแพ่ง ระหว่างนายอนันต์ วงศ์ประภารัตน์ เลขานุการศาลฎีกา ผู้กล่าวหา และนายพิชิฏ ชื่นบาน ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร , น.ส.ศุภศรี ศรีสวัสดิ์ เสมียนทนายความ และนายธนา ตันศิริ ผู้ประสานงานคดี พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน เป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-3 เรื่องละเมิดอำนาจศาล

คดีนี้สืบเนื่องจากนายอนันต์ เลขานุการศาลฎีกา ทำหนังสือบันทึกลงวันที่ 10 มิ.ย.51 ถึงนายวิรัช ลิ้มวิชัย ประธานศาลฎีกาว่า เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.51 เวลา 9.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้มารายงานตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งวันดังกล่าวนายอนันต์ เลขานุการศาลฎีกา ไปตรวจดูความเรียบร้อยที่ศาลฎีกาฯ หลังจากนั้น หม่อมหลวงฐิติพงศ์ ชมพูนุช นิติกรประจำแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา เข้ามาสอบถามเรื่องที่ทนาย พ.ต.ท.ทักษิณ นำสิ่งของซึ่งเป็นถุงกระดาษสีขาวปิดสก็อตเทปใสมิดชิด มาให้เจ้าหน้าที่ว่าจะรับไว้ได้หรือไม่ โดยเมื่อเปิดถุงแล้วพบธนบัตร 1,000 บาท จำนวน 2 ตั้งๆละ 10 มัด รวมประมาณ 2 ล้านบาท นายอนันต์จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ส่งคืน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางมาถึงศาลเพื่อรายงานตัว

จากการไต่สวนหม่อมหลวงฐิติพงศ์ ชมพูนุช นิติกรประจำแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ความว่า ก่อนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางมาถึง นายธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 สั่งให้นางสาวศุภศรี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 แจ้งต่อม.ล.ฐิติพงศ์ ว่าให้ไปพบเพื่อจะปรึกษาคดี ม.ล.ฐิติพงศ์ จึงไปพบที่ห้องพักทนายความ ซึ่งภายในห้องมีเพียง 2 คน โดยม.ล.ฐิติพงศ์ นั่งโต๊ะตรงข้ามกับนายธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ซึ่งได้หยิบถุงกระดาษส่งให้ พร้อมบอกว่า “ระยะนี้ต้องมาติดต่อบ่อย เห็นใจเจ้าหน้าที่ เลยเอาของมาฝาก ให้ไปแบ่งกัน” จากนั้น ม.ล.ฐิติพงศ์ จึงได้เดินไปหานายรักเกียรติ วัฒนพงษ์ เลขานุการศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ แต่ไม่อยู่ เนื่องจากเดินทางไปประชุมที่รัฐสภา จึงไปพบนายอนันต์ ที่ตรวจงานอยู่ นายอนันต์จึงสั่งให้เปิดถุง เมื่อพบว่าเป็นเงิน จึงสั่งให้คืนเจ้าของไป เพราะการรับถุงไว้น่าจะเป็นการไม่ชอบ อาจละเมิดอำนาจศาล และเป็นความผิดต่อเจ้าพนักงาน โดยได้มีการถ่ายรูปธนบัตร และถุงไว้เป็นหลักฐาน

ศาลฎีกาประชุมตรวจสำนวนแล้วข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นที่ยุติว่า เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.51 เวลา 9.30 น. นายพิชิฏ,นางสาวศุภศรี และนายธนา ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 ขึ้นไปยังชั้น 4 เพื่อยื่นคำร้องการรายงานตัวของพ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน จำเลยในคดีทุจริตซื้อขายที่รัชดาภิเษก หลังจากเดินทางกลับจากต่างประเทศ ซึ่งมีม.ล.ฐิติพงศ์ เป็นผู้ดูแลสำนวน โดยนางสาวศุภศรี เสมียนทนายของนายพิชิฏ ซึ่งเป็นทนายเจ้าของคดี ได้นำคำร้องยื่นต่อศาลก่อนที่พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางมาถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯเพื่อรายงานตัว โดยนางสาวศุภศรีได้มาแจ้งกับ ม.ล.ฐิติพงศ์ ว่า นายธนา ให้ไปพบ เพื่อปรึกษาคดีที่ห้องพักทนายความ ทั้งที่นายธนายืนห่างเพียง 1 วา และเมื่อเข้าไปพบ นายธนา กลับยื่นถุงกระดาษซึ่งปิดผนึกมิดชิด ภายในบรรจุเงิน 2 ล้านบาท โดยไม่บอกว่าภายในบรรจุอะไร เพียงแต่ให้เอาแบ่งกัน ซึ่งจากการไต่สวนนายธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 อ้างว่า เมื่อคืนวันที่ 9 มิ.ย. เวลา 21.00 น. นายบุญชาญ อักษรสุวรรณ ได้นำเงินจำนวน 2 ล้านบาท ที่ได้ซื้อบ้านผู้ถูกกล่าวหาในราคา 5.3 ล้านบาท มาให้ และได้เตรียมนำเงินดังกล่าวไปฝากธนาคารในวันรุ่งขึ้น โดยให้ภรรยาซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับคุณหญิงพจมาน นำเงินบรรจุใส่ถุงกระดาษปิดผนึกมิดชิด หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ให้ภรรยา ไปซื้อช็อคโกแลต และห่อในลักษณะเดียวกัน เพื่อเตรียมมอบให้เจ้าหน้าที่ศาลในวันที่ 10 มิ.ย.51 ซึ่งเป็นวันยื่นคำร้องรายงานตัวของพ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน เพื่อเป็นการตอบแทนที่เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในการดำเนินการต่างๆในคดี ขณะที่วันเกิดเหตุได้นำเกิดเหตุได้นำถุงขนมวางไว้ที่นั่งด้านหลังเบาะรถ ส่วนห่อเงินได้ใส่ไว้ที่กระโปรงหลังท้ายรถ แต่ตนได้หยิบถุงผิดไป เมื่อทราบจึงแจ้งให้นายพิชิฏ ทราบเพื่อทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ โดยนายพิชิฏ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้โทรศัพท์หา ม.ล.ฐิติพงศ์ พร้อมกล่าวคำขอโทษ แต่ม.ล.ฐิติพงศ์ แจ้งว่าได้ทำบันทึกถึงผู้บังคับบัญชาแล้ว

คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า นายธนา รู้หรือควรรู้ว่าในถุงมีเงินอยู่หรือไม่ ซึ่งในการไต่สวน ม.ล.ฐิติพงศ์ ให้การว่านายธนา เป็นผู้หยิบถุงเงินที่ปิดมิดชิดมอบให้โดยไม่แจ้งว่าเป็นสิ่งใด ก่อนจะเปิดพบเป็นเงิน ผู้บังคับบัญชาจึงได้สั่งให้ส่งคืนไป โดยมีเจ้าหน้าที่ศาลนำถุงส่งคืนกับมือนายธนา พร้อมถามว่า รู้หรือไม่ว่าข้างในมีอะไร นายธนา ได้ตอบว่า รู้ และเดินกลับไป โดยไม่มีท่าทีอิดเอื้อนตอบกลับ ซึ่งเป็นพิรุธ เห็นว่า หากเป็นไปตามที่นายธนากล่าวอ้าง ว่าหยิบถุงผิดไป โดยคนขับรถเป็นผู้นำถุงผิดมาให้ตน โดยไม่มีการตรวจสอบก่อน ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าของ 2 สิ่งลักษณะห่อเหมือนกัน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าปกติว่าจะมีการหยิบผิด และเมื่อเจ้าหน้าที่ทักท้วงก็ต้องเปิดดู และตรวจสอบสิ่งของ แต่กลับไม่ดำเนินการ อีกทั้งหากนายธนา จะนำช็อคโกแลตมามอบให้จริงก็ควรจะนำไปมอบให้ที่เคาน์เตอร์อย่างเปิดเผยเพื่อความบริสุทธ์ใจ จึงเชื่อว่านายธนาได้รู้อยู่แล้วว่าในถุงกระดาดังกล่าวมีเงิน 2 ล้าน

คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยต่อว่า นายพิชิฏ และน.ส.ศุภศรี ผู้ถูกกลาวหาที่ 1และ2 มีส่วนรู้เห็นหรือให้ความร่วมมือในการกระทำของนายธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 หรือไม่ จากการไต่สวน ม.ล.ฐิตพงศ์ ได้ความว่านายพิชิต เป็นทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ส่วน น.ส.ศุภศรี เป็นเสมียนทนายและเลขานุการส่วนตัวของนายพิชิฎ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ส่วนนายธนา เป็นผู้ติดตาม พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งวันเกิดเหตุผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คน ได้มายื่นคำร้อง ขณะที่ น.ส.ศุภศรี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มาแจ้ง ม.ล.ฐิติพงศ์ ให้ไปพบนายธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ปรากฏว่า ทั้งนายพิชิต และ น.ส.สุภศรี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-2 อยู่ในเหตุการณ์ด้วย อีกทั้งเมื่อ ม.ล.ฐิติพงศ์ เดินเข้าไปพบนายธนา ที่ห้องพักทนายความแล้วเดินออกมาพร้อมถุงกระดาษ นายพิชิต และน.ส.ศุภศรี ก็ได้เห็นเหตุการณ์ วิสัยของคนทำงานร่วมกัน นายพิชิต จะต้องสอบถามและซักไซ้หรือบอกกล่าวให้รู้กันว่าจะนำชอคโกแลตมาให้เจ้าหน้าที่ศาลโดยไม่ต้องปิดบัง ซึ่งนายพิชิฎ เป็นหัวหน้าคณะทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน การกระทำของนายธนา นอกจากจะเป็นเรื่องร้ายแรงแล้วยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อรูปคดีและกระทบต่อวิชาชีพของนายพิชิฎ แทนที่จะซักไซ้ไล่เรียงให้เกิดความชัดเจนหรือนำถุงสิ่งของที่ถูกต้องมาเปลี่ยนมอบให้หรือต่อว่านายธนา แต่ นายพิชิต กลับทำตามคำร้องขอของนายธนา โทรศัพท์มากล่าวขอโทษกับ ม.ล.ฐิติพงศ์ พร้อมทั้งสอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว พฤติการณ์ของนายพิชิต ชัดแจ้งว่ามีส่วนร่วมถือเป็นตัวการร่วม ส่วน น.ส.ศุภศรี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 แม้เป็นเสมียนทนายความ แต่ก็ร่วมรู้ในเหตุการณ์ โดยเป็นผู้เรียก ม.ล.ฐิติพงศ์ ให้ไปพบกับนายธนา พฤติการณ์ดังกล่าวถือว่า น.ส.ศุภศรี มีส่วนร่วมรู้เห็นกับนายธนา และแบ่งหน้าที่กันทำจึงฟังได้ว่า ทั้งนายพิชิต และ น.ส.ศุภศรี เป็นตัวการร่วมกับนายธนา

คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยข้อสุดท้ายว่าทั้งสาม กระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ เห็นว่าการนำถุงกระดาษใส่เงิน 2 ล้ายบาทให้ ม.ล.ฐิติพงศ์ ถือว่าเป็นเหตุจูงใจให้เจ้าหน้าที่ของศาลฎีกาฯ กระทำการอันมิชอบต่อตำแหน่งหน้าที่อาจเชื่อโยงเป็นประโยชน์ในคดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษก การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามซึ่งกระทำการร่วมกันจึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและพานิชย์ ม.31 (1) , 33 ประกอบ ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 และน่าจะมีมูลความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่ตามประมลกฎหมายอาญา มาตรา 144 หรือความผิดอื่นต่อเจ้าพนักงาน การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามเป็นการกระทำที่อุกอาจท้าทายละเกิดขึ้นที่ศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลยุติธรรมสูงสุดของประเทศ อีกทั้งผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามประกอบอาชีพทนายความและที่ปรึกษากฎหมายย่อมตระหนักดีกว่าการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามจะก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันศาลยุติธรรมและจะส่งผลกระทบกระทบต่อความเชื่อถือศรัทธาในการปฎิบัติหน้าที่ของบุคคลากรในอำนาจตุลาการจึงเห็นสมควรลงโทษสถานหนักเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างอีกต่อไป ให้จำคุกผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามคนละ 6 เดือน ส่วนความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 144 หรือความผิดอื่นต่อเจ้าพนักงานนั้น ให้นายอนันต์ เลขานุการศาลฎีกา ผู้กล่าวหาคดีนี้ไปดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ส่วนนายธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนฟังคำสั่งออกไปเป็นเวลา 7 วัน อ้างว่าปวดศีรษะ ไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุเพียงพอ จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง และให้ออกหมายจับนายธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 มาบังคับคดีตามคำสั่งศาลต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิชิฎ เดินทางมาศาลพร้อมกับ น.ส.ศุภศรี และทีมทนายความและผู้ติดตามประมาณ 10 คน โดยระหว่างรอฟังคำสั่งนายพิชิฎ มีสีหน้าท่าทางสดชื่น ไม่แสดงอาการเครียดหรือวิตกกังวลแต่อย่างใด ยังได้พูดคุยกับ น.ส.ศุภศรี พร้อมกับตบหลังให้กำลังใจกัน นอกจากนี้นายพิชิฎ ยังได้พูดคุยกับผู้สื่อข่าวอย่างเป็นกันเองว่า ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่การกระทำนั้นเกิดจากนายธนา เป็นผู้ดำเนินการเองโดยตลอด ซึ่งนายธนา นั้นเป็นญาติของคุณหญิงพจมาน นายพิชิฎยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงคดีที่ดินรัชดาภิเษกด้วยว่า จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงทีมทนายความ ซึ่งมั่นใจว่าตนเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำครั้งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายหลังศาลมีคำสั่งจำคุก นายพิชิฎ และ น.ส.ศุภศรี มีสีหน้าท่าทางอาการเครียด ในตาแดง โดย น.ส.ศุภศรี ถึงกับกลั่นน้ำตาไว้ไม่อยู่น้ำตาไหลออกมา จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เข้ามาควบคุมตัวทั้งสองและให้ถอดเครื่องประดับทรัพย์สินมีค่าและอุปกรณ์สื่อสารฝากญาติไว้ ขณะเดียวกันนายพิชิฎ ได้ให้ทีมทนายความยื่นคำร้องขอประกันตัวพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด ต่อศาลฎีกา โดยไม่ยอมเปิดเผยจำนวนเงิน แต่ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้เกิดขึ้นภายในบริเวณศาลฎีกา ดังนั้นคำสั่งของศาลฎีกาจึงที่เป็นที่สุด ให้ยกคำร้องประกันตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้สวมกุญแจมือนายพิชิฎ นำตัวขึ้นรถตู้ไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ โดยระหว่างทางนายพิชิฎ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงคดีที่ดินรัชดาภิเษกสั้นๆ ว่า คดีนี้มีทีมทนายความคนอื่นรับผิดชอบอยู่แล้ว ส่วน น.ส.ศุภศรี ถูกนำตัวไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกล าง บางเขน ในเวลา 18.00 น.

ด้านนายอเนก คำชุ่ม ทีมทนายความที่ดินรัชดาภิเษก กล่าวว่า คดีละเมิดอำนาจศาล ที่ศาลสั่งจำคุกนายพิชิฎ จะไม่กระทบกระเทือนกับการว่าความในคดีทุจริตที่ดินรัชดาภิเษก เพราะคดีนี้ตนก็รับผิดชอบมาตั้งแต่ต้น โดยเป็นผู้ดูแลด้านเอกสารหลักฐาน และคำถามซักค้านพยานโจทก์ในคดี โดยวันที่ 30 มิ.ย.จะยื่นบัญชีรายชื่อพยานจำเลย 22 ปาก เช่นเดียวกับโจทก์ 22 ปาก และศาลนัดพร้อมคู่ความเพื่อตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 1 ก.ค.นี้ และนัดสืบพยานโจทก์ปากแรกวันที่ 8 ก.ค.

เมื่อถามว่าได้รายงานเรื่องนี้ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ทราบหรือยัง นายอเนกกล่าวว่า ตนไม่เคยรายงานใคร รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องคดีเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับคดีละเมิด โดยมั่นใจในพยานเอกสารหลักฐานที่มีว่าจะสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้กับลูกความได้ โดยไม่จำเป็นต้องติดสินบนเจ้าหน้าที่ธุรการศาลแต่อย่างใด

ด้านนายสิทธิโชค ศรีเจริญ ประธานกรรมมารยาทสภาทนายความกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอคำสั่งศาลที่สั่งจำคุกทั้งสามคน หลังจากได้คำสั่งจากศาลฎีกาแล้วก็จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการมารยาทสภาทนายความ เพื่อพิจารณาโทษของทั้งสาม โดยโทษของคดีละเมิดอำนาจศาล มีสถานเดียวคือการลบชื่อออกจากการเป็นทนายความ









Create Date : 27 มิถุนายน 2551
Last Update : 27 มิถุนายน 2551 8:18:31 น.
Counter : 344 Pageviews.

1 comments
  
ทักษิน มีเงินหลักพัน ล้าน

จ่ายสินบน แค่ 2 ล้าน สมเหตุสมผลมาก

ดูคลิบที่ผมได้มาแล้วจะรู้ว่าคนดี จริงหรือ
https://www.bloggang.com/admin/manage.php?id=boyblackcat&action=edit&group=19&gblog=4&date=25-07-2008
โดย: boyblackcat วันที่: 28 กรกฎาคม 2551 เวลา:16:52:59 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Rahoo
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



มิถุนายน 2551

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
28
29
30