Private Gang 4 U & Me
พระราชพิธีทวาทศมาส ๑๒ เดือนของกรุงกัมพูชา..3



พระราชพิธีเดือนห้า (เดือนเจตร ខែចេត្រ)Photobucket




มาแว้ว...มาแว้ว... หลังจากหยุดไปหลายวันด้วยความขี้เกียจ มาอัพเพิ่มอีก หวังว่า เพื่อนและผู้ที่สนใจจะได้รับประโยชน์บ้างนะค่ะ.....เข้ามาแล้วช่วยติเตียนกันบ้างเด้อ.......


พระราชพิธีเดือนห้า(เดือนเจตร ខែចេត្រ)

เดือนเจตร หรือเดือนห้า เป็นเดือนแรกแห่งการเถลิงศก (ขึ้นปีใหม่) พระราชพิธีสำคัญของกัมพูชาหลายพระราชพิธีจัดขึ้นในเดือนนี้ ศิลาจารึกเขมรโบราณหลายหลัก กล่าวถึงงานสงกรานต์ตั้งแต่สมัยพระนคร เช่น จารึกสร้างเทวรูป (พ.ศ. ๑๖๘๒) กล่าวถึงสิ่งของที่ถวายเทวรูปในวันสงกรานต์ และปรากฏในจารึกปราสาทพระขรรค์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ เป็นต้น....
ส่วน "บันทึกว่าด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีของเจินละ ของโจวต๋ากวาน" กล่าวว่าในเวลานั้นชาวกัมพูชา สมัยพระนครนับเอาเดือน ๑๐ ของจีนเป็นเดือนแรกของปีใหม่ ซึ่งจะตรงกับเดือนกตติก หรือเดือน ๑๒ ตามจันทรคติ (๑).....ส่วนพระราชพิธีที่มีในเดือน ๕ ไม่ปรากฏในบันทึกของโจวต๋ากวาน ครั้นถึงในสมัยหลังพระนคร ปรากฏการพระราชพิธีเดือน ๕ ในรัชกาลสมเด็จพระศรีสุริโยพรรณ ซึ่งพงศาวดารละแวก ฉบับแปล จ.ศ. ๑๑๗๐ กล่าวว่า"....ครั้นเดือน ๕ ข้างขึ้น จึ่งสมเด็จพระราชโองการพระองค์สั่ง เจ้าพนักงานให้บุพระพุทธรูปด้วยทองคำ ๕ พระองค์....

....เดือน ๕ แรม ๑๒ ค่ำ สมเด็จพระราชโองการกับสมเด็จพระอัครมเหษี เสด็จไปก่อพระทราย ณ วัดริมพระราชวัง สั่งให้มีมหรสพสมโภช....

....ครั้นแรม ๑๓ ค่ำ ๑๔ ค่ำ จึ่งข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย ไปก่อพระทรายตามบันดาศักดิ์ จึ่งให้อาราธนาพระพุทธรูปทองคำทั้ง ๕ พระองค์นั้นไปไว้ ณ ศาลาริมพระทรายแล้ว จึ่งนิมนต์สมเด็จพระสังฆราชและพระราชาคณะทั้ง ๗ องค์นั้น ไปสวดมนต์ ณ ศาลานั้น ครั้นพลบค่ำมีผะชัน แล้วจุดดอกไม้พลิงและระธา....

....ครั้น ณ วันพฤหัสบดีเดือน ๖ ขึ้นค่ำหนึ่ง เป็นวันเถลิงศก ศักราช ๑๕๓๖ ปีขาล นักษัตรศก ( พ.ศ.๒๑๕๗) สมเด็จพระราชโองการกับพระมเหษี เสด็จไป ณ ศาลาพระราชพิธีนั้น พระองค์เสด็จประทักษิณพระทรายแล้ว เสด็จมาถวายสำรับ พระสงฆ์ฉันฉลองแล้ว เสด็จออกพลับพลาเรียก มวย หุ่น โขน ก็เล่นสมโภช แล้วทิ้งกัลปพฤกษ์ แล้วเสด็จกลับเข้าพระราชวัง แล้วสั่งเจ้าพนักงานข้าราชการตั้งกระบวนแห่ จะเสด็จพระราชดำเนินไปนมัสการพระธาตุเจดีย์ ครั้นได้ฤกษ์ สมเด็จพระราชโองการเสด็จทรงช้างพระที่นั่ง ผูกกระโจมทอง เสด็จไปนมัสการพระธาตุเจดีย์ มีละครมอญรำสมโภช เสร็จแล้วเสด็จกลับมาสู่พระราชวัง ....


ข้างไสยศาสตร์นั้น....พราหมณ์ปโรหิตตั้งพระราชพิธีพระตำรำตันคำ พระกระยาเสวยเสร็จแล้ว ให้ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย นุ่งสมปักลายใส่เสื้อครุย ใส่หมวก ลอม(ก) แต่งตัวโอ่โถง ณ โรงพระราชพิธีพระตำรำให้พร้อม ครั้นได้ฤกษ์จึ่งสมเด็จพระราชโองการกับสมเด็จพระอัครมเหษี กำนัลข้างใน นุ่งลายห่มสีต่าง ๆ แห่ไปสู่ดรงพระราชพิธี ขุนนางถวายบังคม ๓ หน เจ้าพนักงานยกกระยาพระตำรำมาถวาย ครั้นเสวยเสร็จแล้วให้มีเพลงรำ ระบำเทพทอง แล้วเสด็จกลับมาสู่พระราชวัง แล้วจึ่งสมเด็จพระมหาอุปราช และพระวงศานุวงศ์ และข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย แต่งตัวนุ่งสมปักตามบันดาศักดิ์ แต่งดอกไม้ธูป เทียน มี ดอกบัวหลวง เป็นต้น มาถวายพระองค์ ณ พระที่นั่งอติเรกวิสุทธิ์ เป็นพระราชพิธีประจำเดือน ๕...." (๒)



นิราศนครวัด พระนิพนธ์สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงบันทึกไว้ว่าในเดือน ๕ รัชกาลสมเด็จพระศรีสวัสดิ์ กัมพูชามีพระราชพิธี "....พิธีเผด็จศกสงกรานต์ เดือน ๕ สวดมนต์ ๓ วัน ทรงรดน้ำพระสงฆ์เท่าพระชันษา และเสด็จออกสนาม มีการเล่นกีฬาและมวยปล้ำ..."

หนังสือพระราชพิธีทวาทศมาส ภาค ๑ ของ ออกญาเทพพิทู (ฌึม กรอเสม) กล่าวถึงพระราชพิธีต่าง ๆ ในเดือน ๕ ของเขมรไว้คือ....
พิธีรับเทวดาใหม่​(ពិធីទទួលទេរតាថី្ន),
พิธีสร้างวาลุกเจดีย์​(ពិធីស្អាងវាលុកចេតិយ),
พิธีเจริญพระปริตร​(ពិធីចាំរើនព្រះបរិត្ត),
พิธีสรงน้ำพระสงฆ์​(ពិធីស្រង់ទឹកព្រះសង្ឃ),
พิธีเทศนาสังคายนาฉลอง​(ពិធីទេសនាសង្គាយនាឆ្លង),
พระราชพิธีสรงของพระเจ้าแผ่นดิน​(ព្រះរាជពិធីស្រង់នៃព្រះករុណា),
พิธีรับถวายน้ำถวายเทียนและถวายชัยมงคล​(ពិធីទទូលថ្វាយទឹកព្រះរាជពិធីស្រង់នៃព្រះករុណា),
พระราชพิธีสนานจตุรงคเสนา(ព្រះរាជពិធីស្នានចតុរង្គសេនា),
พระราชพิธีพระกระยาเสวยบายตำรำ (ข้าวแช่)(ព្រះរាជពិធីព្រះសោ្វយដម្រាំ)
หนังสือ Cambodge Fetes Civiles et Religieuses ของ ADHEMARD LECLERE กล่าวว่าในเดือนนี้มีพิธีต่าง ๆ ได้แก่ พิธีตรุษสงกรานต์ (ที่จัดเมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๑๙๐๔), พิธีทำบุญขึ้นปีใหม่ (จูลฉฺนำ) ซึ่งมีทั้งบุญขึ้นปีใหม่ของประชาชน บุญขึ้นปีใหมในพระราชวังเมื่อ ค.ศ. ๑๙๐๓ งานบุญขึ้นปีใหม่ของบารคู (พราหมณ์) งานขึ้นปีใหม่ในสมเด็จพระนโรดม และเสวยบายตำรำ (ข้าวแช่) ในเดือนเจตร.../



(๑).....ตรงกับการนับปีใหม่แบบโบราณของไทย ที่นับปีใหม่ที่เดือนอ้าย
(๒).....กรมศิลปากร, ประชุมพงศาวดารภาคที่ ๗๑ (พระนคร กรุงเทพบรรณาคาร, ๒๔๘๑)
(ก).....หมวกลอม ไม่แน่ใจว่าเหมือน ลอมพอก ในภาพนี้หรือไม่ ภาพประกอบจาก//www.konrakmeed.com/webboard/upload/lofiversion/index.php?t7167.html

.....ผ้าสมปัก.....(แบบไทย) ผ้านุ่งที่สำคัญที่สุด คือ “ผ้าสมปัก” เพราะเป็นผ้าทางราชการ ยศก็ดีสังกัดก็ดี สังเกตได้จากผ้าสี โดยปกติไม่นุ่งกัน นอกจากเข้าเฝ้าหรือตามเสด็จพระราชดำเนิน แม้แต่นุ่งจากบ้านจะเข้าวังก็ใช้ผ้าอื่นนุ่งมาก่อน สมปักให้ทนายถือตามมานุ่งในวัง
ผ้าสมปัก เป็นผ้าไหมหน้าแคบต้องต่อให้กว้าง โดยใช้ผ้าสองผืนต่อกัน เรียกว่า “เพลาะ” เมื่อเพลาะแล้วจะกว้างประมาณ ๑๖๐ เซนติเมตร ซึ่งกว้างกว่าผ้านุ่งธรรมดา ๑/๔ ยาว ๑/๒ เวลานุ่งเต็มยศ ใช้ผ้าสมปักลายต่าง ๆ เวลานุ่งเข้าเฝ้าตามปกติ นุ่งผ้าไหมสีต่าง ๆ ผ้าสมปักที่มีเกียรติยศสูงสุด คือ สมปักปูม เป็นสมปักที่ทอด้วยไหมมีลายดอกเป็นตา ๆ สมปักที่ต่ำสุด คือสมปักริ้ว..../ข้อมูลจาก//web.schq.mi.th/~afed/history_www/bbb4-7.htm





Create Date : 03 มีนาคม 2552
Last Update : 25 ตุลาคม 2554 15:15:43 น. 0 comments
Counter : 805 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

i'm jaya
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Born to Be Free



Photobucket



Photobucket



New Comments
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
3 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add i'm jaya's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.