No matter what,I'll be with you... No matter how, i will be loving you...
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
19 กุมภาพันธ์ 2549
 
All Blogs
 
Munich

Munich

on Sept. 5, 1972 at the Munich Olympics, history would not wait. It hastened to crib from one of Sieber's scenarios virtually horror for horror. The psychologist had submitted to organizers Situation 21, which comprised the following particulars: At 5:00 one morning, a dozen armed Palestinians would scale the perimeter fence of the Village. They would invade the building that housed the Israeli delegation, kill a hostage or two ("To enforce discipline," Sieber says today), then demand the release of prisoners held in Israeli jails and a plane to fly to some Arab capital. Even if the Palestinians failed to liberate their comrades, Sieber predicted, they would "turn the Games into a political demonstration" and would be "prepared to die ... On no account can they be expected to surrender."

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ time นะคะ

และนี่เป็นเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดหนังเรื่องนี้ขึ้น

The Israeli Response to the 1972 Munich Olympic Massacre and the Development of Independent Covert Action Teams.

Thesis: The purpose of this study is to examine the methodology of the covert action teams authorized by Prime Minister Golda Meir to find and assassinate those individuals responsible for the attack on the Israeli athletes at the Munich Olympic games in September 1972. Specifically, the study addresses whether the operational and tactical methods utilized in this counterterrorist effort were successful relative to the original operational objectives.

Background: In 1972, the Israeli Mossad initiated one of the most ambitious covert counterterrorist campaigns in history. Golda Meir and the Israeli cabinet's top secret 'Committee-X' devised a campaign in retaliation for the massacre of eleven Israeli's during the Munich Olympic games. Meir tasked the committee with devising an appropriate response to the Munich massacre. The panel concluded that the most effective response was to authorize the assassination of any Black September terrorists involved in the Munich incident. The Mossad assumed the responsibility for implementing the panel's directive. To accomplish the directive, the Mossad developed several assassination teams, each with specific mission parameters and methods of operation. The Mossad headquarters element developed one team utilizing staff operations officers supported by recruited assets of regional stations and managed through standard Mossad headquarters' procedures. A second unit recruited staff officers and highly trained specialists and set them outside the arm and control of the government. The theory was to support this team financially through covert mechanisms and let them operate with complete anonymity outside the government structure. The assassination team deployed through normal channels failed to complete their mission and publicly exposed the entire operation. The second team which operated with full decentralized authority and freedom of movement achieved significant success in fulfilling their operational objectives and never compromised the operation.

Recommendations: Although there are inherent differences between Israeli and U.S. policies, specifically those addressing the use of assassination as a political tool, important lessons may be gleaned from this study for policy makers. Planners of sensitive covert operations must have a firm understanding of bureaucratic processes. Government bureaucracies inherently limit the degree of operational success by the nature of their systems. Bureaucracies cannot move effectively beyond a predetermined operational tempo, and impose fatal restraints regarding operational tradecraft and tactics. Successful covert operations demand a flexible capability with full decentralized authority enabling officers to initiate actions as circumstances dictate, enhancing the operational success-failure ratio. When operational teams incorporate decentralized authority in concert with good tradecraft and tactical techniques, success is virtually assured. Government agencies are capable of conducting decentralized, sensitive operations with reasonable operational control and an expectation of success.

อันนี้เป็น idea ของหนังและเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นจริงก็จะคล้ายๆจาก time ที่เอามาให้อ่านตอนแรกนะคะ

หนังเรื่องนี้ก็สนุกดีนะคะ แต่น่าจะมีความรู้รอบตัวเล็กน้อยก่อนไปดู เช่น เรื่องความขัดแย้งของชนชาติอาหรับและอิสราเอลไปบ้างจะเข้าใจได้ดีขึ้น

และหนังเรื่องนี้สอนให้เราไม่มองอะไรในด้านเดียวนะ เช่นฉากที่อาลีบอกว่าคนที่ไม่มีบ้าน (ประเทศ) ไม่รู้หรอกว่ามันเป็นยังไงและพวกเขาก็จะสู้จนกว่าจะได้บ้านเหล่านั้นคืนมา

เหตุผลที่พวกเขาวางแผนก่อการร้ายที่มิวนิคก็เพราะว่าเสียงของพวกเขาเบา ไม่มีใครรับฟังแต่พอเกิดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทั่วโลกก็หันมาสนใจเขามากขึ้น รับฟังเขามากขึ้น

เราดูๆไปก็เข้าใจเหตุผลอ่ะนะ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเลือกทางนี้ด้วย ทางที่ผู้บริสุทธิ์ที่ไม่เกี่ยวข้องต้องมารับเคระห์กรรม

ทำไมต้องฆ่าตัวประกันทิ้งทั้งหมดเพราะโดนปิดล้อม

และสุดท้ายชอบที่พระเอกบอกว่าเขาไม่เชื่อว่าจะมีสันติภาพเกิดขึ้นหรอกถ้าแก้ปัญหาด้วยการฆ่า เพราะฆ่าไปก็มีการตั้งคนใหม่ขึ้นมาแทนที่ ... นั่นถูกมากในความคิดของเรา

ความรุนแรงไม่สามารถใช้สงบเหตุการณ์อะไรได้ทั้งนั้น รังแต่จะเพาะบ่มความอึดอัดคับแค้นใจให้แก่ผู้ถูกกระทำและเกิดการโต้กลับกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เราไปดูหนังเรื่องนี้เป็นแนว drama triller แต่เรากลับดูเป็นหนังรัก โรแมนติก ตอนที่พระเอกโทรกลับไปหาภรรยาแล้วได้ยินเสียงลูกเป็นครั้งแรก มันสะเทือนใจเรามากๆ

"remember,this is my voice. don't forget it,okay?"

เค้าอยากให้ลูกสาวของเขาได้ยินเสียงและจดจำน้ำเสียงของเขาได้ เด็กน้อยได้แต่ร้องอ้อแอ้ แต่คนเป็นพ่อนี่น้ำตาไหลไปแล้ว

กับอีกประโยคคือ

"You're the only home I've had"

ฮู้ยยยยยยยยย........หวานน้ำตาลขึ้นเลยค่ะคุณ

โดยรวมแลวหนังก็สนุกดีแต่อย่าคาดหวังว่าจะเห็นการฆาตกรรมแบบวางแผนซับซ้อน 7 ตลบ 8 ชั้น มันเป็นการวางแผนง่ายๆ ไม่ตื่นเต้นในการวางแผน แต่ระทึกใจเพราะความซื่อตรงของการฆ่านี่แหละ จะฆ่าก็เดินเข้าไปถามชื่อแล้วก็ยิง แค่นั้น..จบ

อย่าคาดหวังถึงฉากแอคชันดุเดือด (เลือดท่วใจอก็มีบ้าง) มันไม่ถึงขนาดนั้น

ไม่มีฉากโรแมนติกมากมายเหมือน the letter เมืองไทย มันไม่ซึ้งแบบตั้งใจอย่างนั้น

แต่เป็นหนังเชิงสารคดีละกัน ก็ดูสนุกดีมีสาระ ประมาณนั้น

แต่ถ้าหวังจะไปดูเพื่อผ่อนคลายลองหันไปดูเรื่องอื่นน่าจะดีกว่านะคะ

....

อ้อ...ลืมบอกไปว่าฉันไปดูกะที่รักมา และพบว่าเขาแทบจะไม่เข้าใจอะไรในหนังเลย ... เวรกรรม ที่ฉันเอาเขาไปทรมาน 3 ชั่วโมงเลยนะ

ขอโทษนะคะ


Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2549
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2549 12:27:49 น. 5 comments
Counter : 298 Pageviews.

 
แฟนนั่งหลับหรือเปล่าอะจ้ะ


โดย: อินทรีทองคำ วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:12:39:40 น.  

 
ยังไม่ได้ดูเลยค่ะ เดี๋ยวจะไปดูแระ

ปล. เข้ามาเพราะอยากกินซาลามี่ ไม่ได้กินมานานแล้ว


โดย: PADAPA--DOO วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:13:07:01 น.  

 
คิดถึงจัง แวะมาเยี่ยมค่ะ ไม่ได้คุยกันนานแร่ะ ฝากความคิดถึงถึงทุกคนด้วยนะคะ


โดย: คุณครูแก้มป่อง ^^ IP: 70.31.24.189 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:18:36:12 น.  

 
นึกว่าเขียนเอง..


โดย: aggressฯ IP: 203.185.133.6 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:12:30:06 น.  

 




สวัสดีตอนบ่ายแก่ๆของ อุดรธานี จ้า


ความรู้สึกที่มีให้ไม่เปลี่ยนผัน
แม้นานวันความรู้สึกไม่เสื่อมหาย
จะกี่วันกี่ปีไม่เสื่อมคลาย
โลกมลายไม่แปรผัน ..ห่วงใย..คิดถึง..เธอ


** มีความสุขมากๆๆของเย็นวันนี้นะจ้า **



โดย: จอมแก่นแสนซน วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:17:06:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

salami girl
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add salami girl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.