ยินดีตอนรับแฟนพันธุ์แท้ Hr & Mkt มาแบ่งปันประสบการณ์.....somchailak1@hotmail.com 081-6529843
Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
12 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
ความสมานฉันท์ในองค์กร

ประวัติศาสตร์การเมืองไทยไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใดหรือคณะรัฐบาลชุดใด ก็จะมีภาพลักษณ์แห่งความขัดแย้ง ให้พวกเราประชาชนคนไทยได้เห็นกันอยู่เป็นประจำ ซึ่งดูจะเหมือนว่าเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันไปเสียแล้ว ความขัดแย้งดังกล่าวนี้ ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคมความเป็นอยู่ของคนในประเทศ และที่สำคัญที่สุดคือ สภาพจิตใจของประชาชนคนไทยทุกๆ คน ซึ่งหากเปรียบเทียบกับความขัดแย้งกันภายในองค์กรต่างๆ ก็จะมีความคล้ายคลึงกันในบางส่วน บางประการที่พบเห็นความขัดแย้งอยู่เป็นประจำ เช่น ฝ่ายผลิตกับฝ่ายขาย ฝ่ายบุคคลกับฝ่ายบัญชี ฝ่ายตรวจสอบคุณภาพกับฝ่ายผลิต ฝ่ายวิศวกรรมกับฝ่ายจัดซื้อ เป็นต้น

สาเหตุแห่งความขัดแย้งภายในองค์กรนั้นมีหลายประการ ซึ่งพอจะสรุปได้ดังต่อไปนี้

1. ผู้บริหารในองค์กรมุ่งสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจโดยสร้างวัฒนธรรมการแข่งขันภายในองค์กร ทำให้พนักงานในแต่ละฝ่าย/แผนก ต่างแข่งขันกันสร้างผลงานโดยไม่คำนึงถึงสัมพันธภาพหรือความรู้สึกที่ดีต่อกัน จะมุ่งเน้นเพียงแต่ความสำเร็จของตนหรือของฝ่าย/แผนก ของตนเท่านั้น

2. ผู้อำนวยการฝ่าย/ผู้จัดการฝ่ายของแต่ละฝ่าย/แผนก มีความมั่นใจในตนเองสูง ทำให้ ไม่รับฟังความคิดเห็นใดๆ จากฝ่าย/แผนกอื่นๆ ในองค์กร ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างฝ่าย/แผนก อย่างต่อเนื่อง

3. หัวหน้างานของแต่ละฝ่าย/แผนก มีความมั่นใจในตนเองสูง ทำให้ไม่รับฟังความคิดเห็นใดๆ จากฝ่าย/แผนกอื่นๆ ในองค์กร ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างฝ่าย/แผนก อย่างต่อเนื่อง

4. ผู้บริหารมีความอคติ ลำเอียงในการบริหารจัดการเมื่อเกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างฝ่าย/แผนก และต้องตัดสินใจแก้ไขปัญหา

5. เป็นองค์กรที่มีการดำเนินธุรกิจมายาวนานและมีพนักงานในองค์กรที่มีอายุงานนานเป็นจำนวนมาก

6. พนักงานของแต่ละฝ่าย/แผนก มีความมั่นใจในตนเองสูง ทำให้ไม่รับฟังความคิดเห็นใดๆ จากฝ่าย/แผนกอื่นๆ ในองค์กร ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างฝ่าย/แผนก อย่างต่อเนื่อง

7. ในองค์กรที่มีสหภาพแรงงานบางองค์กร จะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำเนื่องมาจากผู้บริหารขาดความยุติธรรมและความเป็นธรรมในการตัดสินแก้ไขปัญหาต่างๆ ในองค์กร และสหภาพแรงงานในบางองค์กรก็ขาดอุดมการณ์และความรู้ความเข้าใจ ในหน้าที่บทบาทและความรับผิดชอบในสถานะภาพแห่งการเป็นสหภาพแรงงาน ทำให้เกิดความขัดแย้งภายในองค์กรอยู่เสมอ

8. มีข่าวลือ ข่าวซุบซิบนินทาเกิดขึ้นในองค์กรอยู่เป็นประจำ

9. ความแตกต่างกันทางวัฒนธรรม การศึกษา ค่านิยม ความเชื่อและประสบการณ์ของพนักงานแต่ละคน

10. วิธีการคิด ความรู้สึก ประสาทสัมผัส อารมณ์ การเจรจาและภาวะผู้นำ

11. การรับรู้ที่บิดเบือนและแตกต่างกัน

12. การมีทรัพยากรที่จำกัด พนักงานมีความต้องการทรัพยากรมากกว่าจำนวนที่มีอยู่ในองค์กร จึงต้องแข่งขันกันเพื่อที่จะได้ทรัพยากรที่ต้องการ จึงทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้น

13. ความคลุมเครือในโครงสร้างองค์กรและบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงาน ในองค์กร

14. กฎเกณฑ์ที่เข้มงวด ทำให้พนักงานอึดอัดในการทำงาน และทำให้เห็นว่าผู้บริหารใช้อำนาจเกินความจำเป็น

15. การที่พนักงานบางคนได้รับการยกเว้นที่ไม่ต้องปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ หรือปฏิบัติ ไม่ถึงมาตรฐานที่กำหนดผลเสียของการขัดแย้งหรือการขาดความสมานฉันท์ในองค์กร พอจะสรุปได้ดังนี้

- ขาดการยอมรับซึ่งกันและกัน ขาดความไว้วางใจ ไม่เคารพซึ่งกันและกัน พนักงานจะตั้งแง่หรือใช้เล่ห์เหลี่ยมเข้าหากัน

- ขาดความร่วมมือ คู่ขัดแย้งต่างก็ไม่ให้ความร่วมมือในการทำงาน

- ขาดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ พนักงานจะทำงานเฉพาะในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบ หรือทำงานตามที่ถูกสั่งให้ทำเท่านั้น

- การสื่อสารระหว่างบุคคลจะถูกบิดเบือน อาจโดยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ได้

- ทำให้เกิดความเครียด สุขภาพจิตเสีย

- ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานลดลง

- ทำลายความสมานฉันท์ และความกลมเกลียวในการทำงานของกลุ่ม

- เป็นอุปสรรคต่อกระบวนการตัดสินใจ มักจะขาดข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ จึงทำให้ต้องตัดสินใจบนพื้นฐานแห่งความเสี่ยง

- ไม่ส่งเสริมให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในองค์กร

- ถ้าหากแก้ปัญหาไม่ดีแล้ว ความขัดแย้งอย่างหนึ่งก็จะนำไปสู่ความขัดแย้งอย่างอื่นๆ อีก

- ทำให้พนักงานหรือองค์กรเกิดความเสียหาย อาจจะเป็นชื่อเสียง เกียรติยศ ทุนทรัพย์ ผลผลิต หรือแม้แต่ชีวิต

- ทำให้พนักงานไม่พอใจที่จะทำงาน ทำให้เกิดการเฉื่อยงาน

- ทำให้สูญเสียกำลังคน เมื่อพนักงานไม่สามารถที่จะทนดู และทนอยู่ร่วมงานภายใต้บรรยากาศของความขัดแย้งที่รุนแรงได้ ก็จะลาออกหรือหนีไปจากองค์กรนั้น




เมื่อท่านได้ทราบถึงสาเหตุและผลเสียของความขัดแย้งหรือการขาดความสมานฉันท์ภายในองค์กรแล้ว ผมมีคำแนะนำวิธีการบริหารจัดการความขัดแย้งภายในองค์กร ให้ทุกๆ องค์กร นำไปใช้ เพื่อสร้างความสมานฉันท์ในองค์กรอย่างยั่งยืน ดังต่อไปนี้

1. ผู้บริหารในองค์กรและนักบริหารงานบุคคลควรให้ความสนใจ ถึงความต้องการของผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชามากกว่าแผนภูมิและลักษณะของงาน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ควรให้ความสนใจพฤติกรรมของพนักงานในส่วนของความต้องการทางสังคมมากกว่าในเรื่องของโครงสร้าง และการจัดการองค์กร

2. ผู้บริหารและนักบริหารงานบุคคลควรจะลดการควบคุมขององค์กร อย่างเข้มงวดและเสริมสร้างความสนใจไปยังความรู้สึกของคนในองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้สึกในส่วนที่เกี่ยวกับการยอมรับ การมีส่วนร่วมภายในองค์กรของพนักงาน

3. บทบาทของผู้บริหารและนักบริหารงานบุคคล ควรจะเปลี่ยนจากแนวคิดที่เป็นเรื่องของกระบวนการจัดการหรือการวางแผน การจัดองค์กร การบริหารคนหรือการเป็นผู้นำ และการควบคุม มาเป็นบทบาทแห่งการสื่อกลางระหว่างฝ่ายบริหารกับพนักงาน พยายามเข้าใจความต้องการและความรู้สึกของผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชา รวมทั้งการสร้างความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการปฏิบัติงานโดยเปลี่ยนจากจากฝ่ายบริหารไปสู่พนักงาน มาเป็นจากพนักงานไปสู่ผู้บริหาร หรือเพิ่มช่องทางในการเสนอความคิดเห็นที่สร้างสรรค์ของพนักงานจากระดับล่างไปสู่ผู้บริหารทุกระดับ

กล่าวโดยสรุป หากผู้บริหารและนักบริหารงานบุคคล เข้าใจถึงธรรมชาติแห่งความขัดแย้งและเข้าใจถึงความต้องการของพนักงานอย่างถ่องแท้แล้ว ย่อมจะทำให้ปัญหาของการขาดความสมานฉันท์ในองค์กร สามารถบริหารจัดการได้อย่างไม่ยาก และไม่เป็นอุปสรรคต่อความเจริญก้าวหน้าขององค์กรอย่างแน่นอน รวมทั้ง ก่อให้เกิดบรรยากาศแห่งความเข้าใจระหว่างฝ่ายบริหารกับพนักงาน ทำให้เพิ่มขวัญและกำลังใจ และความร่วมมือเป็นอย่างดีจากพนักงานทุกๆ คนครับ


เขียนโดย สมชาย หลักคงคา
E-mail: somchailak@hotmail.com




Create Date : 12 กันยายน 2551
Last Update : 10 มกราคม 2552 22:08:57 น. 0 comments
Counter : 1243 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tukey
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]




สวัสดีครับ blog ที่คุณอ่านนี้มีวัตถุประสงค์ ก็เพื่อแนะนำตัวเราซึ่งมีประสบการณ์เป็นที่ปรึกษา และวิทยากร เกี่ยวกับงานด้าน HRM และ HRD และอีกด้านหนึ่งคืองานด้านMKTหากท่านใดสนใจในงานHR & MKT เช่นเดียวกับเรา ก็ขอเชิญมาแลกเปลี่ยน ความรู้และประสบการณ์ ร่วมกันจะยินดีมากขอขอบคุณทุกท่านที่แวะมาอ่าน ความรู้และประสบการณ์ของเรา

Somchai Lakkongka. 081-6529843

somchailak1@hotmail.com




images by free.in.th สวัสดีครับ ผมอาจารย์ สมชาย หลักคงคา เป็นวิทยากรที่ปรึกษาให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการวางแผนกลยุทธ์ในการบริหารงานฝึกอบรม ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กร ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการวิเคราะห์หาความจำเป็นในการฝึกอบรม การออกแบบหลักสูตรการฝึกอบรม ดำเนินการจัดอบรม และประเมินผลงานการฝึกอบรม โดยจะมุ่งเน้นผลสำเร็จด้วยกระบวนการ Training & Coaching ซึ่งเป็นการให้บริการฝึกอบรมแบบครบวงจร ตั้งแต่การค้นหาความจำเป็นในการฝึกอบรม การวางแผนการพัฒนารายบุคคล การออกแบบหลักสูตรให้ตรงกับธุรกิจ และลักษณะขององค์กร
อ.สมชาย หลักคงคา somchailak1@hotmail.com 081-6529843
Friends' blogs
[Add tukey's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.