ลูกสาวพ่อ

เสร็จจากเผาศพลูกสาวคนโตพ่อก็ต้องมานั่งกุมขมับปวดหัวกับลูกสาวคนเล็กอีกแล้ว

“หนูทำเงินบริษัทหายไปสองแสนค่ะพ่อ” เสียงกรอกมาตามสายโทรศัพท์

“หา...! อะไรกันหายตั้งสองแสน”

“ค่ะพ่อ หนูซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เพื่อนจะเอาเงินไปเข้าแบงค์ รถมันชนกัน มอเตอร์ไซค์ล้มกระเด็นไปคนละทิศละทาง”

“แล้วไงลูกเป็นไรหรือเปล่า เจ็บมากไหม..?”พ่อตกใจ

“หนูไม่เป็นไรหรอกพ่อ แต่กระเป๋าเงินนี่สิกระเด็นหาย หาไม่เจอ”

“เวรกรรม!”พ่ออุทานเอามือกุมขมับ

“หนูต้องหาเงินมาใช้คืนเค้านะ...พ่อช่วยหนูด้วย”เสียงพูดปนสะอื้น

“เอา ๆ เดี๋ยวพ่อจะหาให้”

พ่อวางสายด้วยอารมณ์หงุดหงิดแล้วก็ถอนหายใจเฮือกเบ่อเริ่ม แค่ลูกไม่เป็นไรก็ดีแล้ว แต่เงินสองแสนนี่สิมันก็เอาเรื่องอยู่


ลูกคนโตอายุเพิ่งสามสิบสี่  เป็นพยาบาล  พ่อปรารถนาจะอุ้มหลานมาหลายปีแต่ก็อด  ลูกไม่ยอมมีครอบครัวซักทีจนกระทั่งชีวิตเดินทางมาถึงวาระสุดท้าย

ลูกสาวพ่อป่วยเป็นมะเร็งเต้านม ...รักษาอยู่ประมาณปีกว่าๆ ความทรมานก็สิ้นสุดลง แต่สิ่งที่เหลือคือความทรมานในหัวใจของพ่อ

เพื่อนบ้านบางคนแสดงความเห็นอกเห็นใจ  บอกว่าเป็นเคราะห์กรรม บ้างก็ว่าลูกทำบุญมาอยู่กับพ่อแม่เพียงแค่นั้น  แต่บางคนนี่สิไม่ช่วยเหลืออะไรแล้วยังแอบนินทา  แต่เสียงพูดแบบเย้ยหยันก็ยังแว่วมาเข้าหูพ่อจนได้  บางทีพ่อก็นึกอยากจะให้ไอ้คนพูดมันได้กินส้นรองเท้าซักคนละข้างสองข้าง  แต่นึกดูอีกทีมันก็ไม่มีประโยชน์  เพราะลูกก็จากพ่อไปแล้ว

“พ่อเฮี๊ยบกับลูกเหลือเกิน...ลูกจะมีแฟนก็ไม่ให้มี เลยเป็นมะเร็งเต้านมซะเลย”

“นะ..ของแบบนี้มันต้องมีการบริหารกันมั่ง  ถ้ามันมีผัวนะ  ไม่มีทางเป็นหรอกไอ้มะรงมะเร็งนี่นะ”

พ่อมีลูกสาวสองคน ขณะลูกยังเล็กๆ พ่อกระเตงลูกของพ่อไปเกือบทุกที่ที่พ่อไป  พ่อเป็นตำรวจชั้นผู้น้อยยศแค่นายสิบ  แม่เป็นแม่บ้านไม่ได้มีรายได้อะไรมากไปกว่าทำขนมเล็กๆ น้อยๆ ขายในโรงพัก  เงินเดือนของพ่อทั้งสี่ชีวิตต้องใช้กันอย่างอดออมและระมัดระ วังเพื่ออนาคตของลูกพ่อในวันหน้า   สมบัติของพ่อมีแค่มอเตอร์ไซค์เก่าๆ อยู่คันหนึ่ง  ด้วยพาหนะคันนี้แหละที่พ่อพาลูกไปไหนต่อไหนด้วยกันตลอด

เช้าก็ส่งลูกไปโรงเรียน เย็นก็รับลูกกลับบ้าน เวลางานพ่อก็ทำงาน เย็นก็กลับบ้านไม่เคยเหลวไหลเหมือนคนอื่น  หลายครั้งที่บรรดาแม่บ้านด้วยกันก็มาพูดกับแม่ให้ได้ยินอย่างจงใจ

“เกิดเป็นสิบเอกเฉลาก็ดีไปอย่าง กินข้าวเป็นอย่างเดียว อย่างอื่นกินไม่เป็น”

ประโยคนี้มันอาจเป็นความภาคภูมิใจของแม่ที่มีสามีดีครบครับ  “อย่างอื่นกินไม่เป็น”เพื่อนหมายถึง พ่อกินเหล้าไม่เป็น เที่ยวไม่เป็น  พ่อรู้ดีว่ามันเป็นคำแดกดัน แต่พ่อก็ต้องตากหน้าสู้พร้อมด้วยรอยยิ้มเฝื่อนๆ  เอ่ยแก้ตัวแบบพอให้เพื่อนรับรู้ความ รู้สึก  พ่ออยากจะบอกเหมือนกันว่าเงินเดือนก็ได้นิดเดียว  แถมที่บ้านก็ไม่มีมรดกอะไรให้เก็บกิน  ลูกสองคนต้องร่ำเรียนหนังสือ  แต่พ่อก็กลัวว่ามันจะเป็นคำพูดที่ยาวเยิ่นเย้อและไม่มีประโยชน์อะไร

“ฉันไม่ได้ร่ำรวยเหมือนผัวเอ็งนี่หว่า” พ่อพูดได้แค่นั้นก่อนจะสตาร์ทรถมอเตอร์ไซด์คู่ออกไป พ่อจะมีธุระหรือไม่มีก็ตามเพียงแต่พ่อรู้สึกว่าไม่อยากได้ยินคำพูดเหล่านั้นก็เท่านั้นเอง

ส่วนกับลูกสาวทั้งสองคนนั้นเล่า  พ่อก็ปลูกฝังให้ทุกคนรู้จักการอดออมและตระหนี่ถี่เหนียวเป็นพิเศษ  พ่อบอกเสมอว่าเงินทองเป็นของหายาก  ต้องใช้จ่ายด้วยความระมัดระวัง  ว่าแล้วพ่อก็ยกกลอนสุนทรภู่มาท่องให้ลูกฟังอยู่บ่อยๆ

“ไม่ควรซื้ออย่าไปพิไรซื้อ ให้เป็นมื้อเป็นคราวทั้งคาวหวาน”

“รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี”

ด้วยเหตุนี้กระมังลูกสาวทั้งสองคนของพ่อจึงมีนิสัยมัธยัสถ์อดออม  และเรียนเก่งกว่าใครในชั้นเรืยน  ทุกเทอมของการสอบอย่าหวังเลยว่านักเรียนคนอื่นๆจะแย่งตำแหน่งแชมป์ไปได้  ด้วยเหตุนี้ ลูกตำรวจคนอื่นๆที่อยู่ร่วมแฟลตจึงมักถูกพ่อ-แม่บ่นอยู่เป็นประจำว่า ทำไมได้คะแนนไม่ดีเลย  ไม่ดูตัวอย่างลูกจ่าเฉลาบ้าง  ถ้าได้เรียนเก่งซักครึ่งหนึ่งของลูกจ่าเฉลาก็จะดีไม่น้อย  สิ่งเหล่านี้แหละที่มักทำให้พ่อยิ้มได้และแอบภูมิใจในตัวลูกอยู่ลึกๆ เสมอ

นานทีเดียวที่พ่อทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อและสารถีให้กับลูกทั้งสองคน  เช้าก็ไปส่งโรงเรียน เย็นเลิกเรียนก็ไปรับ  แม้จะหลายปีผ่านไปลูกโตเป็นสาวและเรียนมัธยมแล้ว  แต่มอเตอร์ไซค์คันเก่งของพ่อก็ยังทำหน้าของมันอย่างซื่อสัตย์  ไม่แตกต่างจากพ่อที่ยังคงเป็นพ่อที่ห่วงใยลูกอยู่เสมอ

“ลูกมันโตแล้วน๊า น่าจะให้มันไปไหนมาไหนเองบ้าง ไม่ใช่มาคุมแจอยู่อย่างนี้” แม่เคยเตือนพ่อแบบนั้น แต่ไม่รู้ว่าเพราะพ่อเป็นผู้ชายและเป็นตำรวจด้วยหรือเปล่านะ หรือว่าพ่อคุ้นอยู่กับคำว่า รถไฟ เรือเมล์ ลิเก ตำรวจ หรือเปล่า พ่อแทบจะไม่ปล่อยให้ลูกสาวของพ่อห่างสายตาไปแม้แต่นาทีเดียว

“ผู้ชายทุกวันนี้มันไว้ใจยาก อย่าไปหลงคารมมันทีเดียวเชียว”พ่อมักเตือนลูกสาวแบบนี้อยู่บ่อยๆ

“เรียนให้จบก่อน ใครมีแฟนก่อน พ่อจะเชือดคอทิ้ง”นั่นเป็นคำพูดของพ่อ จริงอยู่เป็นคำขู่ที่พ่อปรารถนาดีต่อลูกสาวอย่างยิ่ง แต่พ่อคงไม่รู้ว่าคำพูดนั้นทำให้ลูกสาวของพ่อกลัวลนลานทีเดียวหรือว่าเป็นเพราะลูกสาวคุ้นเคยที่จะไปไหนมาไหนกับพ่อมาตั้งแต่เล็กๆ คำพูดของพ่อจึงฟังแล้วขลัง ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าสิ่งใด ลูกสาวของพ่อไม่กล้าขัดคำสั่งของพ่อเลยแม้แต่น้อย มีแต่แม่เท่านั้นที่มองลูกด้วยความห่วงใย บอกกับลูกเสมอว่าถ้าจะไปเที่ยวไหนกับเพื่อนบ้างก็ไปได้ ขอให้บอกพ่อกับแม่ก่อน ทว่าคำพูดของแม่ก็มีน้ำหนักปานนุ่น เมื่อมาขออนุญาต  พ่อก็ไม่เคยให้ไปแม้แต่ครั้งเดียว

“ไปเที่ยวกับเพื่อนหรือ ไปทำไม อันตราย วันหยุดพ่อพาไปเอง” นั่นเป็นปกาศิตที่ออกมาจากพ่อ เมื่อถึงวันหยุดพ่อก็พาลูกไปเที่ยวจริงๆ ไปกับรถมอเตอร์ไซค์คันเก่งของพ่อนั่นแหละ พ่อให้ลูกสาวทั้งสองคนซ้อนท้ายไปเยี่ยมญาต ขี่กันไปทั้งสามคนเป็นสิบๆกิโลเมตร อาจจะเป็นภาพที่ดูแปลกตาสำหรับคนอื่น แต่สำหรับพ่อมันเป็นเรื่องปกติ ส่วนลูกสาวพ่อนั้นก็ไม่ได้เห็นว่าเป็นเรื่องแปลกแต่อย่างใด มีแต่จ่าเชิดที่อยู่ข้างห้องมาบ่นให้พ่อฟังบอกว่าถ้าเป็นลูกแกมันคงไม่ยอมหรอก แต่จ่าเฉลาเก่งมากที่สามารถทำให้ลูกสาวทั้งสองคนซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์พ่อได้  สิ่งเหล่านี้ก็กลายเป็นความภาคภูมิใจของพ่ออีกเช่นกัน

และพ่อก็คงพาลูกสาวซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไปไหนต่อไหนอีกนาน  ถ้าหากว่าลูกสาวคนโตเรียนยังไม่จบและสอบเรียนต่อพยาบาลได้  ด้วยหลักสูตรลูกสาวต้องไปพักหอพักซึ่งอยู่ต่างจังหวัด  นานๆครั้งที่ลูกสาวคนโตจะได้กลับมาเยี่ยมพ่อกับแม่บ้าง  มอเตอร์ไซค์คันเก่งของพ่อกลายเป็นอดีตสำหรับเธอ

เหลือแต่ลูกสาวคนเล็กที่ยังมีโอกาสใกล้ชิดพ่อ  แม้ปีนี้จะเรียนมัธยมปลายแล้วแต่พ่อก็ยังเป็นพ่อเหมือนตอนที่เธอยังเรียนประถม  มอเตอร์ไซค์คันเก่าคันเก่งของพ่อยังซื่อสัตย์ต่อเธอด้วยความสามารถในการขับขี่  และเธอก็ยอมเป็นผู้โดยสารที่ดี ตลอดมา

ลูกสาวคนเล็กลางานกลับมาเยี่ยมบ้าน  พร้อมกับเพื่อนสาวผมสั้นรูปร่างท่าทางการเดินเหินราวกับผู้ชาย มีแต่น้ำเสียงเท่านั้นแหละที่บอกว่าเป็นผู้หญิง  เธอบอกกับพ่อกลับไปต้องมีเงินสองแสนไปใช้หนี้บริษัท

“เพื่อนหนูคนนี้แหละคนขี่มอเตอร์ไซค์แล้วถูกรถชน”ลูกสาวบอก

“อ้าว งั้นก็ต้องออกเงินคนละครึ่งสิ”พ่อว่า

“ไม่ ๆ เค้าคนขี่ เค้าไม่ผิดหนูคนถือตังค์หนูผิดที่ไม่รักษามันไว้ให้ดี”ลูกสาวแย้ง

“อ้าว เค้าไม่ผิดเหรอที่ขี่รถประมาทให้โดนชน” จบคำพูดของพ่อก็เงียบกันทั้งวงสนทนา เอาเถอะพ่อไม่คาดคั้นลูกอยู่แล้ว สองแสนก็สองแสน

ผ่านไปสามวันพ่อก็วิ่งหาเงินให้จนครบ หยิบยืมเพื่อนพ้องบ้างก็กู้เขามาก็มี  แม่ไปเปียร์แชร์มาได้ด้วยดอกเบี้ยแพงลิบ  อารามดีใจว่าได้เงินครบแล้วรีบผลุนผลันเข้าห้องลูกสาวด้วยความลืมตัว...

ภาพที่เห็นเบื้องหน้า ทำให้พ่อกระเด็นออกจากห้องเหมือนโดนช้างถีบ  กระเป๋าใส่เงินกระเด็นไปอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้

ภาพลูกสาวกับเพื่อนหญิงผมสั้นกำลังเล่นบทเลิฟซีนกันแบบถึงพริกถึงขิงปะทะเต็มสองตา  ถึงพ่อคนโบราณก็เคยรู้มาก่อนว่าหญิงกับหญิงก็สามารถร่วมบทรักด้วยกันได้  แต่ไม่คิดว่าจะเป็นลูกสาวพ่อ

เข่าอ่อนหน้ามืดแทบเป็นลม เสียงเย้ยหยันของแม่ก้องอยู่ในหัวไปกลับมาราวกับเสียงแอ็คโค่

“เพราะพ่อนั่นแหละ ชอบบังคับลูกไม่ให้มันคบเพื่อนชาย”

ความหวังจะได้อุ้มหลานดับวูบลงไปอีกครั้ง..





Create Date : 27 ตุลาคม 2556
Last Update : 27 ตุลาคม 2556 18:30:11 น.
Counter : 602 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

เดียวดาย ตะวันออก
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชัยยุทธ์ ภาระเพิง

Create Your Badge
ตุลาคม 2556

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
28
29
30
31
 
 
27 ตุลาคม 2556