ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านนะครับผม ..
Group Blog
 
<<
มกราคม 2550
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
29 มกราคม 2550
 
All Blogs
 

สัปดาห์ที่ 24 แน่นอน ระหว่าง ความรู้สึก ผม ขอสรุปว่า ขอบคุณ โชคดี และความลับ

แน่นอน ระหว่าง ความรู้สึก ผม ขอสรุปว่า ขอบคุณ โชคดี และความลับ

สวัสดีครับ

แน่นอน ระหว่างนี้สูขภาพจิต (กลับเมืองไทยไป ผมว่าผมจะลองไปหาจิตแพทย์บ้าง) ของผมมันก็แย่ตามไปด้วยอย่างมาก พอ ๆ กับสูขภาพกาย ลำพังไปเดินดร๊อปเมนู ผมไม่ได้คิดอะไรมากหรอก เพราะผมถือว่าเป็นการไปออกกำลังกาย เดินทิ้งเมนูในกล่องไปรษณีย์ตามบ้าน เพียงแค่ว่าออกกำลังกายเยอะหน่อย (ผมออกกำลังกายด้วยการดร๊อปเมนู วันละประมาณสามชั่วโมง) เวลาแดดมันร้อนเอามาก ๆ ผมก็จะถามตัวเองเสมอว่า ทำไมผมต้องมาทำอะไรที่มันลำบากมากมายขนาดนี้ ผมตอบตัวเองได้แค่ว่า เพื่อปากท้องไง ผมก็ถามตัวเองกลับว่า กลับดีไหม ถ้ายังเป็นอย่างนี้ต่อไป มันไม่ดีแน่ เงินก็ไม่มี ภาษาก็ไม่ได้ ผมก็ตอบตัวเองกลับไปอีกว่า เอาน่า อยู่ดูก่อน มันน่าจะกำลังดีขึ้นแหล่ะ คงไม่มีอะไรแย่ไปกว่าตอนนี้แล้วละมั้ง ถึงตอนนี้ผมคิดถึงครอบครัวแมทขึ้นมาเกือบจะทุกครั้ง ผมคิดว่า ปานนี้เราคงกำลังช่วยกันขายขนมปังอยู่ แล้วบ่าย ๆ เราก็คงจะไปยิงปืนหรือเล่นน้ำกันแน่ ๆ ผมว่าอาการคิดกลับไปกลับมา ว่าจะเอายังไงต่อดีกับชีวิตมันกลับมาหาผมอีก ทุก ๆ ครั้งที่ผมกินไม่อิ่ม ทุกครั้งที่แดดร้อน หรือทุกครั้งที่ต้องตื่นแต่เช้า

ระหว่าง สัปดาห์ที่ผมออกไปไหนไม่ได้ เพราะต้องประหยัดเงิน ผมไม่มีสังคมข้างนอกเลย ผมไ่ม่ได้ไปเจอใคร แน่นอนผมไปสังสรรค์กับใครไม่ได้อยู่แล้ว เพราะผมไม่มีเงิน โยกะเพื่อนคนเดียว โดเด่ของผมก็กลับอินโดไปแล้วตอนนี้ จะให้อยู่แต่บ้านอย่างเดียวก็ออกจะฟุ้งซ่านเกินไปหน่อย ผมใช้เวลาว่างบางส่วนไปขอเป็นอาสาสมัครในร้านขายของมือสองใกล้ ๆ บ้าน ซึ่งร้านมือสองขายของเป็นการกุศล เอาเงินไปช่วยคนออสซี่ที่ตกทุกข์ได้ยาก ผมคิดแค่เพียงว่า ไปช่วยเค้าทำงานก็น่าจะได้ภาษาอังกฤษบ้าง นิด ๆ หน่อย ๆ ดีกว่า นอนอยู่ที่บ้านไม่ได้พูดไม่ได้ใช้อะไร หรือบางที่เค้าเห็นใจผม เค้าอาจจะรับผมเข้าทำงานก็ได้ แต่ดูเหมือนว่า เค้าจะไม่ต้องการพนักงานในตอนนนี้ ซึ่งผมก็ได้อะไรมากกว่าภาษาอังกฤษ เพราะผมได้รับความเอ็นดู ได้กินข้าวเที่ยงฟรี แล้วยังได้อยู่ในห้องแอร์เย็น ๆ (ในฤดูร้อนที่ ร้อนกว่าบ้านเรา) อีกด้วย เหอะ ๆ คุ้มดีไหมละครับ

ความรู้สึก อยากกลับบ้านของผมดูเหมือนจะชัดเจนมากยิ่งขึ้นในตอนนี้ แต่การกลับไปฟาร์มแมทก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่เหลืออยู่ของผม เพียงแต่ว่า ผมยังกลัวว่าผมจะกลับไปรู้สึกเดิม ๆ เหมือนที่ผมเคยรู้สึก คือ ห่วงน้อง ไม่มีความสูขทุกครั้งที่รีดผ้า ซักผ้า ถูพื้น ล้างห้องน้ำ ดูดฝุ่น เช็ดครัว ความรู้สึกที่ไม่ชอบเดวิด กลัวที่จะต้องปฎิเสธแมทว่า ผมไ่ม่อยากยิงสัตว์ หรือแม้แต่ต้องรอแมทเวลากินข้าว

ผม คิดกลับไปกลับมาหลาย ต่อหลายรอบ (เหมือนเดิม) ในไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า กลับไปฟาร์มแมทดีไหม ซึ่งผมก็ได้คำตอบว่า ไม่ ตอนนี้ผมตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้ว ว่า พอ มันจบแล้ว ผมพยายามมามากพอแล้ว ผมอดทนมากเกินไปแล้ว เพราะผมมามากพอแล้ว (ทั้งที่ยังแอบเสียดายอยู่เล็ก ๆ น้อย ๆ กับอีกหกเดือนที่เหลืออยู่) ถ้าถามผมว่าทำไมถึงตัดสินใจกลับทั้งที่ยังไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ไม่ว่าจะภาษา เงิน หรือได้เที่ยวตามใจหวัง ผมจะตอบได้แค่ว่า ผมพอใจแล้ว ผมภูมิใจในตัวเองมากแล้ว และอีกอย่างผมก็อยากกลับแล้ว ซึ่งแค่นั้นก็น่าจะพอ

ขอสรุปว่า ตั้งแต่ผมเดินทางมาที่นี่ จนถึงวันนี้ดูเหมือนว่า ภาษาอังกฤษของผมจะไม่กระดิกไปทางไหนเลย ทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน มีคนถามผมว่า มันจะเป็นไปได้เหรอ อยู่มาตั้งหกเดือน ผมตอบได้เลยว่า ตั้งแต่ผมเหยียบพื้นดินที่นี่ ผมเจอคนไทยตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมอยู่บนเครืองบิน ผมเจอน้องลักษณ์ตั้งแต่เวียดนาม ผมมาพักกับพี่โก้กับพี่ป๊อปสองเดือน ผมเจอพี่ปู ผมเจอพี่สุววี ผมเิริ่มทำงานคีย์ข้อมูล (ได้พูดน้อยมาก เยสเซอร์ แทงค์กิ้ว และ ฮาวอาร์ยูทีเดย์) ผมไปฟาร์มแฮดด่อน หนึ่งอาทิตย์ (ได้ใช้เต็มที่ อันนี้ยอมรับ) ผมกลัีบซิดนีย์ เจอโยกะ (ภาษาอังกฤษอ่อนกว่าผม) ทำงานคีย์ข้อมูลสองอาทิตย์ ตกงานสองอาทิตย์ทิตย์ (ไม่ได้พูดเลยยยยยยย ) ไปฟาร์มแมทสามอาทิตย์ (ฟังมากกว่าพูด เพราะแมทพูดเก่ง ) กลับมาอยู่ซิดนีย์อีกสองเดือน อยู่กับพี่โก้กับพี่ป๊อป เหมือนเดิม ทำงานกับพี่ชัย มาถึงตรงนี้ ผมก็เสียดายมากเหมือนกันที่ผมไม่ได้พัฒนาภาษาเหมือนที่ผมตั้งใจ หรือ แม้แต่ไม่ได้เก็บตังค์เหมือนที่ตั้งใจไว้หลังจากล้มเหลวเรื่องพัฒนาภาษา ซึ่งดูเหมือนผมจะเป็นทุกข์กับสิ่งที่ผมเสียไปมาก คือ เวลาหกเดือนที่ผมเสียไป เงินจำนวนหนึ่ง (ก็มากอยู่นะ) ที่ผมเสียไป ความสามารถในด้านการทำงานด้านไอทีก็เลอะเลือนไป แต่พี่นุชบอกผมว่า อย่างน้อยเราก็ได้ประสบการณ์หน่ะ เราก็ได้เที่ยว ได้มีโอกาสมาเมืองนอกนะ ซึ่งผมก็ว่าจริงแท้แน่นอนเลยที่เดียว

ขอบคุณ มากนะครับ น้อง ๆ เพื่อน ๆ และ พี่ ๆ ที่มาส่งผมที่สนามบินในวันออกเดินทาง สิบหก กรกฎาคม ขอบคุณน้องลัุกษณ์ที่ช่วยเป็นเพื่อนร่วมทางจากเวียดนามมาออส ขอบคุณพี่โก้ และพี่บ๊อป สำหรับคำแนะนำ่ต่าง ๆ ของคุณพี่ปูสำหรับทุก ๆ เรื่อง (เพราะเยอะมากครับ) ขอบคุณพี่สุวดีสำหรับการช่วยเหลือต่าง ๆ และแนะนำ ขอบคุณแฮดด่อน ขอบคุณโยกะ เพื่อนคนเดียวของผมที่ออส (ยังไม่รวมคู่หนุ่มสาวเกาหลีนะครับ) ขอบคุณแมท ขอบคุณครอบครัวของผมด้วย คนสุดท้ายที่จะขอบคุณคือ คุณนั่นแหละ ที่กำัลังอ่านอยู่นี่ ขอบคุณที่ยังสนใจว่า ผม (ซึ่งอาจเป็นน้องคุณ เพื่อนมึง หรือพี่แก) จะเป็นตายร้ายดียังไง และสัปดาห์นี้คงจะเป็นสัปดา์ห์สุดท้าย และท้่ายสุดแล้วที่ผมจะได้เข้ามาทักทายกัน ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน ความเห็นทุก ๆ ความเห็น ทำให้ผมมาได้ไกลจนถึงวันนี้ ผมคิดว่าตอนนี้ ผมขอกลับไปตั้งหลักอีกรอบน่าจะดีกว่า ไม่ต้องห่วงนะครับ แน่นอน ผมต้องหาโอกาสออกมาผจญภัย เสริมประสบการณ์ให้ตัวเองแบบนี้อีกแน่ ๆ แต่ตอนนี้สถานะการณ์มันไม่ดีเอาซะเลย ขืนยังฝืนและรั้นต่อไป ก็มีแต่จะเสียมากกว่าได้ เอาเป็นว่า ผมขอขอบคุณที่เข้าใจ เห็นใจ และให้กำลังใจ ผมมากนะครับ แน่นอน ถ้าตามอ่านกันเรื่อย ๆ คุณก็จะรู้จักผมมากยิ่งขึ้น แน่นอนบางสิ่งมันงี่เง่าที่ผมตัดสินใจไปอย่างนั้น บางสิ่งมันขัดหูขัดตาทุก ๆ คน ที่ผมไม่ได้ทำตามที่ทุกคนคิด แต่นั่นมันก็เพราะผมเป็นผมนั่นแหละ เหอะ ๆ ขอบคุณมากนะครับ หวังว่าเราคงมีโอกาสได้กินข้าวได้กันซักมื้อนะครับ ขอบคุณมากครับ ระหว่างนี้ผมกำลังรอตั๋วเครื่องบินอยู่นะครับ ถ้าได้วันจะกลับแล้วผมจะแจ้งให้ทุกท่านทราบอีกทีนึง หวังว่าเราจะได้กินข้าวด้วยกันในเร็ววันนี้นะครับผม

โชคดี ครับ

***************************************************************************

และความลับ สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าซักวันหนึ่งผมก็ต้องพูดอยู่ดี ซักวันผมก็ต้องเ่ล่า เมื่อมาถึงขึ้นนี้แล้วผมก็ขออนุญาติเล่า ในตอนนี้เลยนะครับ หวังว่าทุกคนคงจำงานแรกที่ผมไปทำคีย์ข้อมูลได้นะครับ จริง ๆ แล้วงานนั้น ผมได้มาจากการเป็นเด็กฝากครับ ไม่ใช่ไปสมัครแ้ล้วสัมภาษณ์ได้มา ซึ่งนั่นแหละทำไมผมถึงไม่ต้องสอบพิมพ์ดีด เรื่องมันมีอยู่ว่า ผมบังเอิญติดต่อกับพี่คนนึงไว้ตั้งแต่ก่อนจะเดินทางจากไทยมาออสเตรเลียครับ แล้วพอผมมาที่นี่ผมก็ได้มีโอกาสพบพี่คนนี้บ้าง ซึ่งเราก็นัดเจอกันพี่คนนี้ก็พาผมไปเลี้ยงข้าวที่ร้านอาหารชาติไทย พาไปดูคอนเสิร์ตลูกชายที่โรงเรียน รวมถึง ส่งเมล์ไปบริษัทลูกค้า และถามให้ว่ามีงานอะไรให้ผมทำรึเปล่า (สุดยอดไหมละครับ) แล้ววันนึงระหว่างที่ผมเิริ่มทำใจได้ จากการทำงานกับแฮริสที่ร้านเบอร์เกอร์ (คงจำชื่อคนนี้ได้นะครับ เหอะ ๆ ) พี่คนนี้ก็โทรมาหาผม บอกว่ามีงานที่บริษัทเกี่ยวกับการคีย์ข้อมูล ปริ้นเอกสาร และสแกนเอกสาร สนใจไหม ได้เงินไม่เยอะหรอก แล้วก็ทำแค่สองวันด้วย แต่ก็อยากให้มาทำเพราะจะได้มีประสบการณ์ เอาไว้ทำที่อื่นได้ ผมตอบไปทันทีว่า อยากทำแน่นอนครับ”พี่สุวดี” ครับและบริษัทที่ผมไปทำงานในช่วงเดือนแรกที่มาก่อนที่จะไปฟาร์มแฮดด่อนก็คือ บริษัท ดับเิบิลเอ อินเตอร์ เนชั่นแนล สาขาออสเตรเลียครับ (พี่สุวดีทำงานที่ดับเิบิลเอ สาขาออสเตรเลียครับ)สาเหตุที่ผมไม่ได้บอกในตอนต้นนั้นก็เนื่องมาจากผมไม่อยากให้พี่สุวดีเดือนร้อน แต่พี่สุวดีก็บอกว่า ไม่ต้องปิดอะไรหรอก สำนักงานใหญ่ที่เมืองไทยจะรู้ก็รู้ไป เพียงแค่ไม่อยากให้เค้ารู้สึกว่า เป็นเรื่องของเส้นสายในการเข้าทำงาน ในระหว่างที่ผมทำงานอยู่ที่นั่น หน้าที่ของผมจะต้องติดต่องานกับพนักงานที่เป็นชาวต่างชาติจากเมืองไทยโดยตรง ซึ่งคนคนนั่นก็คือลิซ่า นั่นเอง เพียงแต่ผมจะติดต่อไปในรูปของอีเมล์เท่านั่น และตอนนั้้นผมก็ถูกเรียกว่าแมกซ์ แล้วด้วย ดังนั่นลิซ่าไม่มีวีแววว่าจะรู้อะไรเลยว่าผมทำงานอยู่ที่นี่ พี่สุวดีได้มีโอกาสรายงานเจ้านายว่า ผมมาจากสำนักงานใหญ่ที่เืมืองไทย มีความรู้เกี่ยวกับแซฟ สามารถช่วยงานแซฟที่นี่ได้ แต่ดูเหมือนว่า เ้จ้านายจะไม่มีอำนาจพอที่จะเข้าไปทำอะไรได้ และก่อนหน้านั้นผมได้คุยกับผู้ใหญ่ที่เมืองไทยอยู่ตลอดเวลา เกี่ยวกับโอกาสที่ผมจะได้มาช่วยงานที่เอเอที่ ออสเตรเลีย แต่ดูเหมือนว่าทางเมืองไทยจะเงียบหายกันไป แต่ไม่เป็นไรหรอก สุดท้ายผมก็พอใจแล้วละ ที่ได้มีงานทำ อย่างน้อยก็มีสุวดีคอยช่วยเหลือ




 

Create Date : 29 มกราคม 2550
10 comments
Last Update : 29 มกราคม 2550 9:42:01 น.
Counter : 866 Pageviews.

 

Whatever you made up your mind ,pls remember I'll always be there for you naka.Cheer up my dear brother.
^_^ Learn how to climb up and don't forget to learn how to get down...

 

โดย: banana IP: 202.29.58.86 29 มกราคม 2550 16:02:30 น.  

 

Good writing.
You should change your job to be a "writer" na..
See you..at AA

 

โดย: P'y IP: 124.157.213.169 29 มกราคม 2550 22:36:19 น.  

 

ไม่ใช่นามแฝงละ เออกลับมาก็ดี เราเลี้ยงข้าวแกมื้อนึงเลยอะ แต่ที่ปราจีนนะโว้ย ไม่ใช่ที่ กทม.

 

โดย: เบบี้ IP: 202.12.118.36 31 มกราคม 2550 14:51:57 น.  

 

บางอย่างดูติดยึดเกินไปหรือเปล่า
ถ้าเราใช้โอกาสมากกว่าเลือกโอกาส
พี่ว่า....
น่าเสียดายนะที่จะกลับเร็วไป

 

โดย: พี่พัด IP: 125.25.12.73 4 กุมภาพันธ์ 2550 11:36:28 น.  

 

กลับมาวันไหนจะได้ไปรับ

 

โดย: Torajung IP: 203.144.139.231 6 กุมภาพันธ์ 2550 12:36:44 น.  

 

Be Strong & Respect your decision!!

 

โดย: Nutty IP: 58.8.87.111 12 กุมภาพันธ์ 2550 11:06:39 น.  

 

กลับมาเมื่อไรบอกด้วยนะ ยังมีเพื่อนคนนี้รออยู่จ้า....

 

โดย: JE IP: 125.24.176.217 12 กุมภาพันธ์ 2550 18:35:33 น.  

 

Sue Sue na ka.

 

โดย: Chalermchai ie ie. IP: 58.9.39.164 4 มิถุนายน 2550 22:02:50 น.  

 

สวัสดีค่ะ

ไม่เคยทำอะไรคนเดียวแบบนี้เลยค่ะ

 

โดย: tuk-tuk@korat 18 เมษายน 2556 13:25:51 น.  

 

ติดตามอ่านทุกตอน ได้รู้อะไรเยอะเลย ขอบคุณมากนะคะ

 

โดย: che_rr_y IP: 171.97.139.140 23 พฤษภาคม 2556 18:12:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


untalai
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ก็เพราะว่าต้องการถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ ออกมาให้ประโยชน์ ให้แรงบันดาลใจ ให้พลัง ให้ข้อคิดกับผู้ที่มาอ่านครับ เลยเขียน Blog นี้ขึ้นมาครับผม

ผมฝันอยากจะเที่ยวรอบโลกครับ อยากจะเก็บประสบการณ์มาฝากให้ทุกคนรู้กันด้วยครับ

ผมชอบท่องเที่ยว ผมชอบดนตรี ผมชอบภาพยนตร์ และยังชอบเขียนหนังสือด้วย ฝันอยากจะเป็นนักเขียนและมีหนังสือเป็นของตัวเองซักหลาย ๆ เล่มเลยครับ ความฝันสูงสุดอยากมีหนังสือวรรณกรรมของตัวเองดังแบบแฮรี่ พ๊อตเตอร์บ้างครับ ช่วยให้กำลังใจด้วยนะครับ (。'-')

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมครับ
SAGURONG.
กระดานแจ้งข่าว !

ヽ( ´ー`)ノ กด like ด้านล่าง รับรองไม่พลาดตอนใหม่ ๆ ครับ ส่งตรงถึง Facebook คุณแน่นอน ('_^)b

Friends' blogs
[Add untalai's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.