ความสุขที่หาได้บนโลกใบนี้
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2549
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
24 ธันวาคม 2549
 
All Blogs
 
ลังกาหลวง "เส้นทางพิสูจน์ขา..ดอยลังกาพิสูจน์ใคร??" (ตอน 3)

มาแล้วจ้า…ตอนสามของเรื่องเล่าจากยอดดอย กะว่าจะจบเท่ห์ๆ แบบหนังไตรภาคดังๆ ซะหน่อย ลองอ่านแล้วลุ้นดูเอาเองนะว่ามันจะเล่าจบหรือเปล่า (สงสัยจะยาก) บอกแล้วว่าอยากเล่า ก็แค่ไม่อยากให้ความสุขมันผ่านตัวเราเร็วเกินไป เหมือนเดิมใครยังไม่อ่านตอนแรกและตอนสองต้องไปอ่านก่อนนะ อ่านเร็วๆ แล้วเดินตามมาให้ไวนะ ข้ามเขาแค่ 5-6 ลูกเอง อย่าท้อเราจะไปนั่งรอที่ยอดลังกาหลวงนะจ๊ะ…

3 /12/49 ประกาศจากคณะ นอ ตอ ปอ ปอ จะเข้ายึดพื้นที่ดอยลังกาหลวงวันนี้ แน่นอน!!

หา..อะไรนะพี่..วันนี้ต้องขึ้นไปบนยอดผาโง้มอีกเหรอ เสียงของหลายคนแสดงความดีใจอย่างออกนอกหน้า กับเส้นทางที่จะไปพิชิตยอดดอยลังกาหลวงกันในวันนี้ ก็ไหนบอกว่าวันนี้มีทางลัดให้เลือก ทางราบๆ ไม่ต้องปีน 4 ขา สำหรับคนที่เมื่อวานขึ้นไปสัมผัสยอดผาโง้มมาแล้วไงล่ะ พี่สุชาติส่งยิ้มหวานให้ก่อนหนีไปเป็นผู้นำแถวจริงๆซะทีในวันนี้ หรือว่า สงสัยแกจะกลัวเติ้ลจะคิดแอบขโมยปืนของแกเอาไปใช้หนีปัญหาก็ไม่รู้..หุหุ พี่แกสลับให้คุณลุงสว่าง ชาวบ้านที่เป็นอาสาสมัครมาเดินปิดท้ายกลุ่ม ซึ่งก็ไม่ใช่กลุ่มไหน ก็กลุ่มเราเองนี่แหละ ที่ท่าทางจะเดินปิดท้ายแถวให้ชาวบ้านตลอดทริป ที่เดินช้าปิดท้ายแถวทุกวัน ไม่ใช่เพราะจะก่งจะแก่เหนื่อยง่ายอะไรหรอกนะ อย่านะ อย่าให้รู้เชียวนะ ว่าคิดว่าพวกเราแก่ ถ้ารู้จะโกรธมาก (ขอเตือน) ก็แค่อยากจะเดินช้าๆ ชมนกชมไม้ไปตามเรื่องตามราว ไม่รีบไม่ร้อนไม่ได้นัดใครไว้ที่ลังกาหลวง เฮ่อ..บ่นแต่เช้าเหนื่อยว่ะ

ตื่นขึ้นเช้านี้ รีบเก็บเต็นท์เพราะมองดูรอบๆ ท่าทางเราจะช้ากว่าใคร (อีกแล้ว) พับเต็นท์ก็เจอสาเหตุที่เมื่อวานได้ยินหัวหยิกร้องว่ามีหนามแหลมๆ ทะลุเต็นท์ขึ้นมา ลูกก่อหนามแหลมเปี๊ยว เมื่อคืนเรานอนกันในป่าก่อ นอนกันบนลูกก่อ ทำตัวเป็นโยคี นอนบนเตียงหนามฝึกทรมานตน


ลูกก่อ..อุปกรณ์ที่เราใช้ฝึกทรมานตนเมื่อคืน พอรู้ว่ากินได้เราเลยบรรจุหีบห่อขายแข่งกับเกาลัคของญี่ปุ่นซะเลย


ไปไป ขึ้นเป้ ไปทางเดิมนั่นแหละ ได้แต่มองตาละห้อยตามกลุ่มพี่ลูกหาบที่แยกไปอีกทาง เหลือไว้แต่ความไม่เข้าใจ?? เค้าบอกว่าทางที่พี่ลูกหาบไปทางเดินจะแคบ อันตรายกว่า เดินยากกว่าทางขึ้นยอดผาโง้มที่เราต้องไป (อีกครั้ง) อ้าว!! ทางนั้นอันตรายแล้วทำไมไม่ไปทางเดียวกันล่ะเพ่ ปีนขึ้นไปยอดโน่นน่ะ ที่มันชันๆ สูงๆลิบๆ นู่นน่ะ ความจริงแล้ว พี่ลูกหาบเค้าคงมีเหตุผลสำคัญ ก็ไอ้สมบัติที่พวกเราขนกันมาให้แกแบกซะไหล่แทบหลุดนั่นแหล่ะ ถ้าให้พวกพี่เค้ามัวไปปีนๆ ไต่ๆ อยู่ริมผาแถมแบกสมบัติกันหลังแอ่นมีหวังได้เห็น ยิมนาสติกลีลาใหม่ ลังกาหลังสามรอบใส่เกลียวเข่าคู้ คอหัก ทำลายสถิติโลกกันเป็นแน่..เออ...ไปเถอะพี่ เดี๋ยวเจอกัน

อู๊ย..ตะคริวมากินอาหารที่ขาแต่เช้า..ขอนั่งแป๊บนึงนะ นี่ขนาดเช้านี้มีเพื่อนฟอดผู้ใจบุญช่วยแบกเป้ของเราให้ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ตอนปีนขึ้นดอยผาโง้มนะ ฟอดคงมองดูเพื่อนแล้ว ‘เวทนา’ ยัยนี้ท่าจะไม่รอด เลยแผ่ ‘เมตตา’ มาช่วยสงเคราะห์มันซะหน่อย ยังไงก็ขอ ‘อนุโมทนา’กับความดีที่ฟอดได้กระทำในครานั้นด้วยนะจ๊ะ เกิดชาติหน้าฉันท์ใดขอให้เจอะเจอกันทุกเขาไป..สาธุ น้ำเกลือแร่สีแดงๆ ถูกแบ่งปันมาจาก ‘สีม่วง’ (ทำไมไม่เป็นน้ำสีม่วงล่ะเนี่ย เสียคอนเซ็ปหมด..ฮ่า ฮ่า) จิบไปนิดหน่อย เกรงใจ ใจจริงอยากกระดกหมดขวด แต่กลัวถูกสะกิดตกเขา นั่งชมวิวทิวเขาอยู่ตรงตำแหน่งที่เมื่อวานเกือบถอดใจนั่งชมพระอาทิตย์ตก รอให้ตะคริวกินอาหารเช้าเสร็จ แล้วก็ลุกขึ้นไต่ระห่ำต่อ แว่บเดียวก็ขึ้นมานั่งทำหน้าขาวๆ (ซีดด้วย) อยู่บนยอดดอยผาโง้ม บรรยากาศตอนเช้าสดชื่นไปอีกแบบ สูดหายใจลึกสุดๆ อยากเก็บออกซิเจนบริสุทธิ์ให้เต็มปอดเอากลับไปฝากคนที่บ้านจัง แต่ไม่กล้ากลัวปอดบวมแตกตายซะก่อน นั่งเล่นรับลมเย็นๆ บนยอดดอยผาโง้มสักพัก เก็บรูปกันพอสมควร คุณพระอาทิตย์ก็ส่งแดดร้อนๆ มาให้สัญญาณว่าข้ามาปฏิบัติงานแล้วนะเฟ้ย..แหม แหม ขยันจริงจริ๊ง พ่อคุณ ไม่หยุด ไม่ลา ไม่ป่วยบ้างเลยนะ ไม่เหมือนเรา ใกล้จะหมดแล้ว วันลาพักผ่อน วันลาพักร้อน วันลาป่วย ขนาดต้นปีงบประมาณนะเนี่ย..เฮ่อ

เส้นทางวันนี้เดินสบายๆ อุ๊ย..เขียนผิดมั้ง เขียนใหม่ เดินลำบากกว่าเมื่อวาน..เฮ้ย เอาไงกันเนี่ย ตกลงว่าสบายกว่าหรือลำบากกว่ากันแน่ เริ่มจำไม่ค่อยได้แล้วง่ะ..ผ่านมาหลายวันแล้วค่อยมาเขียนเล่าย้อนหลัง สงสัยสมองขาดออกซิเจนบริสุทธิ์เลยออกอาการ เอาเป็นว่าวันนี้เดิน เดิน เดิน แล้วก็เดินละกัน ที่สำคัญไม่ได้เดินเฉยๆ แต่เดินขึ้นๆลงๆ เขาวันนี้ 3-4 ลูกเห็นจะได้ แต่คุณพี่ธรรมชาติ เค้าก็ไม่ได้จะใจร้ายกับเราให้ก้มหน้าก้มตาเดินดูขากางเกงคนข้างหน้ากันอย่างเดียว..เค้ามีรางวัลชิ้นงามตอบแทนให้คนเก่ง (เดินเก่ง) ด้วย

ดอกไม้ป่าสีสันสดสวย กล้วยไม้ป่าหลากหลายสายพันธุ์ที่แม้จะเห็นเพียงลำลูกกล้วยและใบ แต่ก็เขียวๆ อวบๆ ดูน่าลัก ไม่ใช่สิ ‘น่ารัก’ ตะหาก คิดถึงภาพตามตลาดลานดินแถวจตุจักร กับตามตะเข็บชายแดนที่มักพบเห็นกล้วยไม้ป่าขายกันเกลื่อน ไม่ใช่ไม่เคยซื้อนะ แต่ซื้อประจำเลยเชียวล่ะ ความคิดแบบง่ายๆ ออกจะเห็นแก่(ตา)ตัวเอง ก็มันทั้งสวย ทั้งหายาก น่ามีไว้ครอบครอง สงสัยคราวนี้ต้อง ‘คิดใหม่ ทำใหม่’ (แต่ไม่คิดเหมือนรัฐบาลชุดเก่าเจ้าของสโลแกนนี้แน่นอน รับรอง!!) มันน่าจะสวยกว่า งดงามกว่า และมี ‘คุณค่า’กว่าไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่าเมื่ออยู่ในป่าเทียบกับที่จะไปห้อยบางครั้ง'เหี่ยว'อยู่ตามบ้านในเมืองแทนที่จะเกาะอิงอาศัยกับต้นไม้ใหญ่ให้ยลโฉมเป็นรางวัลชิ้นงามทางสายตาแก่นักเดินทางให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเมื่อเจอะเจอ ขนาดกล้วยไม้บางต้นที่ร่วงหล่นเองอยู่บนพื้นตามธรรมชาติตามทางเส้นทางเดินป่ามันก็ยังดูมีคุณค่า มีความพยายามที่จะมีชีวิตรอดในป่าที่เป็นบ้านของมันจริงๆ แล้วเราเป็นใครล่ะ จะเอาเค้าไปตกระกำลำบาก เหี่ยวแห้งตายอยู่ที่บ้านตัวเอง บ้านใครใครก็รัก ป่าเหมือนบ้านหลังใหญ่ กล้วยไม้คงอยากอยู่บ้านตัวเองมากกว่า จะพยายาม ลด ละ เลิกซะที แต่ยังไม่สัญญานะ ก็เรามันแค่ปุถุชนคนธรรมดา ที่ความโลภยังเข้ามาครอบงำจิตใจอยู่เป็นระยะๆ แต่รับรองเดินป่าครั้งนี้ คิดอะไรดีดีได้ตั้งหลายเรื่อง..โอ้โฮ เครียดจังแฮ่ะวันนี้ ฟอด ฟอดไปไหนแล้ว? มาสนทนาธรรมกันหน่อยสิ เช้านี้เครียดเชียว อาการแบบนี้เรียก ‘จิตกระเพื่อม’ หรือเปล่าเนี่ย สงสัยจัง

กุหลาบหินบางต้นดอกสีชมพู บางต้นสีขาวมีจุดชมพูเข้มกระจายกลางดอก ป้อมผู้รู้เข้ามาบอกชื่อหลังจากดูภาพที่เก็บมาฝาก ว่าคือ ‘กุหลาบลังกาหลวง’ เป็นญาติสนิทกันกับ ‘กุหลาบพันปี’ ที่เจอคราวนี้ดอกยังตูมอยู่ ลุงสว่างว่าอีกประมาณ 3 เดือนถึงจะบาน อือ เดี๋ยวสามเดือนหน้าค่อยมาดูใหม่ (มาวิธีพิเศษ ถอดจิตมาดูดอกไม้) ดอกนี้น่าจะชื่อว่า ‘ม่วงอุดร’ ความเห็นจากฟอดที่กะจะตั้งชื่อดอกไม้ให้เป็นเกียรติตอบแทนแผ่นดินที่เคยพำนักตอนรับราชการใน 5-6 ปีก่อนหน้าที่ผ่านมา แต่ชื่อดอกหญ้าสีม่วงสดก็มาลงเอยอย่างสวยงามและไพเราะเข้ากับสถานที่โดยนายจอห์นให้ชื่อว่า ‘ม่วงลังกาหรอย’ ไพเราะตรงไหน ทะลึ่งจะตาย (เด็กๆไม่ควรอ่านข้อความข้างต้นนี้ ผู้ปกครองควรพิจารณา ‘แปล’ ให้ เฮ้ย..ไม่ใช่ อ่านข้ามไปเลยนะจ๊ะ)


กุหลาบลังกาหลวง สีชมพูหวาน



ดอกนี้ไง..'ม่วงลังกาหรอย' ของนายจอห์นหรือ 'ม่วงอุดร' ของฟอด


ดอกไม้หน้าตาประหลาดก็มีให้พบเห็น ‘ลิ้นจี่ดิน’ ได้ชื่อมาจากจอห์นที่บอกว่ารู้จักๆ เคยเห็นในทีวี (ไม่ค่อยเชื่อ ไม่ไว้ใจพวกคนเคย F botany..ฮ่าฮ่า)


ลิ้นจี่ดิน...สีแดงสด


เดินขึ้นถึงยอดเขาลูกหนึ่งมีสัญญาณโทรศัพท์ให้ส่งภาพและเสียงหาคนไกล เดินต่อจนใกล้เที่ยงแวะพักทานข้าวที่เตรียมใส่ถุงไว้ตั้งแต่เช้า แถมมีกาแฟอุ่นๆ ให้จิบหลังอิ่มข้าว เฮ่อ อิ่มกายสุขใจ

เดินป่าครั้งนี้ใส่เสื้อแขนยาวบ้าง หรือใส่ปลอกแขนบ้างช่วยป้องกันหญ้าบาดและกันตัวดำเดี๋ยวกลับบ้านแม่จำไม่ได้ มองเห็นยอดดอยลังกาหลวงอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เดินไปเดินไปเหมือนข้าวของในเป้จะหนักขึ้นเรื่อยๆ ไม้รวกที่พี่ลูกหาบตัดแจกให้เมื่อเช้านี้ใช้เป็นขาที่สามช่วยถ่ายน้ำหนักตัวไปได้เยอะ “เหนื่อยมากก็หยุดพัก แป๊บเดียวก็หายเหนื่อยเดินต่อได้” เสียงพี่สาวคนหนึ่งที่ร่วมทริปนี้พูดให้กำลังใจขณะเดินผ่านเห็นเรานั่งหน้าขาวๆ ดูท้อแท้กับชีวิต เห็นด้วยอย่างแรงกับคำบอกดังกล่าว หลายหนที่มองไปตามเส้นทางข้างหน้าดูอีกยาวไกล ขาหมดแรง ท้อใจ แต่พอได้นั่งพักสักครู่แรงขากับแรงใจก็กลับมาอีกครั้ง เดินต่อได้ ไปไป..อีกนิดเดียว ใกล้จะถึงแล้ว เหลือบไปเห็นเศษของอะไรซักอย่างมันแวววาวสะท้อนแสงคล้ายแผ่นเหล็ก ก็พอจะนึกออกเพราะก่อนมาพอจะได้ยินเรื่องเล่าของอุบัติเหตุที่เคยเกิดขึ้นนานมาแล้วที่ยอดลังกาหลวงแห่งนี้ เฮลิคอปเตอร์ของทหารบินลาดตระเวนแต่เจอหมอกลงจัดทัศนวิสัยไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่คงจะไม่ดีที่สุดในชีวิตของพวกเค้าแล้วแหล่ะ เพราะเครื่องชนกับยอดของลังกาหลวงอย่างจัง นักบินทั้งลำ เสียชีวิตหมด 7 คน เหตุการณ์เกิดขึ้นหลายสิบปีแล้ว แต่ร่องรอยเศษซากเครื่องยังมีให้พบเห็น คุณลุงสว่างแกว่าหัวเครื่องเฮลิคอปเตอร์ยังอยู่ในหุบเขาด้านล่างอยู่เลย..เฮ่อ แถวนี้หนาวๆ เย็นๆ แฮะ รีบเดินต่อดีกว่า..

ฮู้… (เสียงปล่อยลมหายใจเฮือกสุดท้าย..เว่อร์ซะ) ถึงแล้วจ้าจุดที่สูงที่สุดของยอดลังกาหลวง ความสูงที่ 2,031 เมตรจากระดับน้ำทะเล ความภูมิใจทำให้ตัวดูพองๆ อีกแล้ว “I can do หนูทำได้” ยังไงก็มาถึงแล้ว ขากลับเดี๋ยวค่อยว่ากัน เดินต่ออีกนิดไปลานบนยอดเขาหาทำเลสำหรับนอนตัวพองในคืนนี้ ยิ่งเย็นหมอกยิ่งจัด วันนี้ไม่ต้องไต่ระห่ำไปดูพระอาทิตย์ตกที่ยอดเขาไหนอีก พระอาทิตย์จะตกและจะมาขึ้นในวันพรุ่งนี้แบบ delivery ส่งให้ถึงหน้าเต็นท์


หน้าตาสดใสถ้วนหน้า กลุ่มหนูน้อยมีนกร i can do หนูทำได้แล้ว Yeah yeah..



รู้สึกว่าจะชื่อ 'ดอกหรีด' บานสวยเป็นช่ออยู่บนยอดลังกาหลวง (โชคดีที่ไม่บานเป็นพวง)



ดอกนี้ก็ไม่รู้จักชื่อ สวยแบบแห้งๆ กลีบดอกคล้ายกระดาษน่ารักดี



เก็บภาพก่อนพระอาทิตย์เลิกงาน


ก่อนพระอาทิตย์จะตก ก็มีกิจกรรมบางอย่างเกิดขึ้น หัวหยิกพกแผ่นกระดาษที่มีรูปสีสันสดสวย คล้ายๆ จะเป็นข้อมูลการส่งเสริมความรู้ด้านการเกษตร ก็มันมีทั้งรูปผัก (น้ำเต้า) สัตว์น้ำ (กุ้ง ปู ปลา) รูปสัตว์ป่าก็มี (เสือ) สัตว์ปีกก็มา (ไก่) สักพักหนึ่งก็มีเกษตรกรจากตำแหน่งต่างๆบนยอดดอยลังกาหลวงมาร่วมชุมนุมกันอย่างครึกครื้น โดยงานนี้มีหัวหยิกกะนายจอห์นเค้าเป็นประธานในที่ประชุม ส่วนเติ้ลกับฟอดแอบแฝงตัวไปหาข่าวอยู่ในหมู่เกษตรกรด้วย ได้ยินเสียงปลุกระดมว่า ผมว่าไก่สิดีช่วงนี้ไม่มีไข้หวัดนกแล้ว ปลาก็ดีนะไขมันต่ำ โบราณว่าถ้าเข้าป่าไม่ควรพูดถึงเสือเดี๋ยวมันจะมาเยี่ยม แต่คืนนี้พิสูจน์แล้วถ้าจริงป่านนี้เหลือแต่กระดูกของเกษตรกรแน่ๆ เพราะได้ยินเสียงเรียกพี่เสือๆ ทั้งคืน..อิอิ

คืนนั้นถ้ามีเครื่องบินหรือเฮลิคอปเตอร์ขับผ่านมาแล้วเปิดกระจกลงรับลมเย็นๆ (แต่หวังว่าคงไม่ใช่เฮลิคอปเตอร์ลำที่เดินผ่านมาเมื่อตอนเย็นนะ..ฮือ กลัวจัง) คงได้ยินเสียงหัวเราะดังลั่นจากยอดลังกาหลวง ไม่ต้องสงสัยนะ เค้ามีจัดสัมมนาเกษตรกรบนยอดดอยกัน ท่าทางคืนนี้จะประชุมกันยาววว..

ประกาศ จากคณะ นอ ตอ ปอ ปอ (ชื่อย่อของผู้จัดการสัมมนา) ขอให้ผู้ใดที่กู้เงินจากทางคณะฯ ไป (ภาษาทางการเกษตรเรียกว่า ยักเงินไป อ่ะนะ) กรุณานำมาชดใช้คืนให้เกษตรกรตาและตัวดำๆ ด้วย ฟอดยังรออยู่อย่างมีความหวังนะจ๊ะ..ฮ่า ฮ่า

ปล. การพนันเป็นสิ่งไม่ดีนะจ๊ะ ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว เล่นแล้วมีแต่เสีย มีบางคนไม่ได้เล่นแต่กลับได้ ได้อย่างอื่นแทน ก็แค่นั่งชะโงกหน้าเข้าไปดูเหตุการณ์ เก็บมุขที่ล่วงเกลื่อน เก็บเสียงหัวเราะ ที่อบอวลด้วยบรรยากาศแห่งความสุขไว้แก้หนาว เท่านี้ก็ถือว่าได้แล้ว..ได้มิตรภาพ

ฮู้ย.. ลมแรง หนาวจัง ไปอาบน้ำ สวดมนต์นอนดีกว่า

Zzzzzzzzzzzzzzzzzz



Create Date : 24 ธันวาคม 2549
Last Update : 30 มกราคม 2550 14:59:54 น. 5 comments
Counter : 739 Pageviews.

 
ป้าลาภ.. รูปดอกไม้กระดาษนั่นติดใจเราชะมัด ขอยื้มเป็นใส่ในอัลบั้มหน้าคอมพ์หน่อยนะ.. อยากรออ่านทริปต่อไป.. จะไปไหนกันอีกเปล่าน้อออ...


โดย: ปลาหมึก IP: 164.161.40.124 วันที่: 25 ธันวาคม 2549 เวลา:13:40:56 น.  

 
อ่านแล้วคิดถึงบรรยากาศบนยอดดอยจัง


โดย: Platong IP: 203.147.41.66 วันที่: 25 ธันวาคม 2549 เวลา:17:53:04 น.  

 
เอาไปได้เลยนุ่น แต่เรา resize ภาพซะเล็กนิดเดียวไม่รู้ว่าจะเห็นชัดหรือเปล่านะ นุ่นคงยังไม่ได้อ่านทริปต่อไปง่ายๆ หรอก ก็เรายังเล่าทริปนี้ไม่จบ (ซะที) เลย..ฮ่าฮ่า

ปลาทอง ถึงจะอ่านที่เราเล่ายังไงก็คงได้บรรยากาศความสุขไม่ครบหรอก ต้องไปเอง..ว่างยังล่ะ ไปเที่ยวกันดีก่า..


โดย: จิกน้ำ วันที่: 25 ธันวาคม 2549 เวลา:22:14:22 น.  

 
อะโหยยยยยยยยยยย
อึดจัง.....อิอิ
.
.
ลังกาหลวง ปีใหม่มีคนชวนขึ้น
แต่ร่างกายไม่อำนวยซะนี่ ... เซ็งที่ซู๊ดด
เลยยยค้าบบ
.
.
ปล. แวะมาส่งยิ้มหวานครับ


โดย: วันนี้โจยิ้มหวานคับ (little-joe ) วันที่: 27 ธันวาคม 2549 เวลา:10:24:39 น.  

 
ทักทาย


โดย: Yasmin IP: 158.108.86.181 วันที่: 22 มกราคม 2550 เวลา:23:51:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

จิกน้ำ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




รอบๆตัวเรา...มีความสุขตั้งเยอะค่ะ..แต่วิธีเก็บเกี่ยวความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน..ว่างๆก็แวะมาแบ่งบัน.."..ความสุขแบบพอเพียง.." กันได้นะคะ

Emo น้องลิง
Emo หัวหอม
Emo เหลืองดุ๊กดิ๊ก
X
X
X

Create Your Own

ฮั่นแน่...เข้ามาแล้วก็เม้นท์กันนิดส์นึงนะพี่น้อง..อิอิ

Friends' blogs
[Add จิกน้ำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.