เรื่องราวของครอบครัวธรรมดา ที่ได้มาอเมริกาด้วย DIVERSITY VISA PROGRAM ( DV2006 )
Group Blog
 
 
มกราคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
21 มกราคม 2552
 
All Blogs
 

เมื่อต้องมี Credit Score

การเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในประเทศใหม่ ที่ต้องใช้ภาษาใหม่ เป็นอะไรที่ลำบากพอสมควร แต่ในเมื่อตัดสินใจเลือกโอกาสที่ เค้าหยิบยื่นให้ ก็ต้องตั้งใจทำให้ดีที่สุด
ก่อนเดินทางมาอเมริกา เราค้นคว้า หาข้อมูล เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่จะบินออกจากบ้านเกิดเมืองนอน ซึ่งไม่มีใครสามารถบอกได้ว่า หลังจากนี้เราจะพบเจอกับอะไรบ้าง การมีข้อมูลอยู่ในมือ ถือว่าเป็นอาวุธขั้นต้น ให้เราพกไว้อุ่นใจ เพื่อจะต่อสู้กับอุปสรรคที่เรายังไม่เห็น แต่สิบปากว่าก็ไม่เท่ากับตาเห็น
จากประสบการณ์ที่อยู่อเมริกามา ๒ ปีกับ ๖ เดือน เราพอจะมีข้อมูลบางส่วนที่ได้มาจากประสบการณ์ตรงที่ได้พบเจอ แต่เหตุการณ์ของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน นี่คือหนึ่งประสบการณ์ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับคนรุ่นต่อไปไม่มากก็น้อย
@การใช้ชีวิตในอเมริกา ต้องรู้จักคำว่า Credit Score@
Credit Score คือการวัดระดับของคน ๆ หนึ่ง ในการบริหารการเงิน ที่มีชื่อของตนเอง เป็นเจ้าของ หรือปกครองอยู่ ทั้งในรูปเงินฝากธนาคาร บัตรเครดิต การกู้ยืมเงิน เพื่อใช้จ่ายในด้านต่าง ๆ สรุปคือ การใช้เงินที่มีหลักฐานระบุ ทั้งรับและจ่าย
เจ้าตัว Credit Score จะมีองค์กรทางการเงินเป็นผู้ประเมินผล นี้ก็เป็นวิธีที่ช่วยจัดระบบคัดเลือก แบ่งประเภทคนที่มีความเชื่อถือออกเป็นขั้นต่าง ๆ เช่น
poor
goog
excellent
เมื่อจัดแบ่งเป็นขั้นได้แล้ว ตอนจะนำมาใช้งาน ก็จะบอกเราได้ว่าทำไมมันถึงสำคัญนักหนา
เพราะถ้าคุณจัดอยู่ในขั้น poor การทำธุรกรรมทางการเงิน เช่นต้องการซื้อรถ ราคา ๓๐๐๐ เหรียญ finance อาจจะให้คุณกู้ เพียง ๑๐๐๐ เหรียญ แถมดอกเบี้ยที่คุณจะต้องจ่าย อาจจะเสีย ๑๖ % หรือไม่ให้กู้
แต่ถ้าคุณอยู่ในขั้น good คุณอาจกู้ได้ ๒๐๐๐ เหรียญ พร้อมดอกเบี้ยที่ลดลงมาเหลือ ๑๐%
คราวนี้คุณเลื่อนขึ้นมาเป็น excellent คุณกู้ได้ ๒๕๐๐ เหรียญ ดอกเบี้ยเหลือ ๖%
ต่างกันลิบลับ แค่คะแนนต่างกัน แต่การได้มาของคะแนนจะทำยังไง
@การเริ่มสร้าง Credit Score@
๑. เมื่อได้เลขที่ SSN ก็พร้อมที่จะไปเปิดบัญชีธนาคาร เมื่อมีบัญชี พร้อมบัตร debit คุณจะได้รับทันทีในวันเปิดบัญชี ให้เริ่มใช้บัตรนี้ทุกครั้งที่คุณใช้จ่ายเงิน ถ้าอยากได้คะแนนเร็ว ๆ ต้องไม่ใช้เงินสด ใช้จ่ายทุกอย่างให้ผ่านบัตรใบนี้
๒. ประมาณ ๑ ถึง ๒ เดือน ลองติดต่อธนาคารที่คุณเปิดบัญชีดู ว่าต้องการทำบัตรเครดิต อาจจะได้วงเงินไม่มาก แต่ให้เริ่มใช้บัตรเครดิต ใบนี้แทนบัตรเดบิตใบแรก ใช้จ่ายทุกอย่างผ่านบัตรให้มากที่สุด
***แต่ข้อสำคัญ อย่าใช้เกินวงเงิน และอย่าจ่ายช้ากว่ากำหนด***
๓. ลองสมัครบัตรจากห้างร้านต่าง ๆ ก่อนที่คุณจะซื้อสินค้า เช่น อยากได้ทีวี ไปซื้อที่ best buy ลองติดต่อขอทำบัตรเครดิตก่อน ถ้าไม่ได้ก็ใช้บัตรเครดิตของธนาคารไปก่อน แต่ถ้าได้ก็ใบบัตรเครดิตของ best buy ซื้อ ถ้ามีโปรแกรมให้คุณผ่อนได้ ก็เลือกแบบทีผ่อนได้โดยไม่เสียดอกเบี้ย หรือถ้าจะเสียก็เสียให้น้อยที่สุด การผ่อนชำระให้ตรงกำหนดก็ช่วยสร้างคะแนนให้คุณได้
๔. เพียง ๖ เดือนคุณจะเห็นผล ที่ตามมา จดหมายเชิญชวนให้คุณสมัครบัตรเครดิตต่าง ๆ ทั้งฟรี และเสียรายปี อย่าหลงสมัครเยอะจนเกินความต้องการ เลือกไว้ใช้แค่ ๒ หรือ ๓ ใบก็เพียงพอสำหรับการใช้จ่ายในการเริ่มต้นแล้ว รอให้คะแนนคุณปรับขึ้นเรื่อย ๆ วงเงินคุณจะได้เพิ่มมากขึ้น ณ ตอนนั้น คุณจะเนื้อหอม มีแต่บัตรต่าง ๆ มารุนตอมคุณเต็มไปหมดทีเดียว
การใช้เงินวิธีนี้ คุณต้องเป็นนายเงิน อย่าให้เงินเป็นนายคุณ คนอเมริกัน วนเวียนอยู่ในระบบแบบนี้กันจนแก่ ขั้นสุดท้ายก็จะกลายเป็นหนี้จนตัวตาย
ทุกอย่างสามารถปรับเปลี่ยนและเรียนรู้ เพื่อนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตของแต่ละคน ซึ่งทุกคนก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเดินเหมือนกัน




 

Create Date : 21 มกราคม 2552
10 comments
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2552 4:31:40 น.
Counter : 1853 Pageviews.

 

แวะมาทักทายคะ

 

โดย: ApPleNarak999 21 มกราคม 2552 12:50:41 น.  

 

มาเก็บความรู้ค่ะ

 

โดย: ก้าวไปตามใจฝัน 21 มกราคม 2552 16:32:39 น.  

 

ขอบคุณมากค่ะสำหรับข้อมูล

 

โดย: โบ (BeauUSA ) 21 มกราคม 2552 21:13:17 น.  

 

เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากๆค่ะแม่ไข่หก
คนอยู่อเมริกาเนี่ย credit score สำคัญจริงๆนะค่ะ

 

โดย: orria 22 มกราคม 2552 2:52:36 น.  

 

แวะแอบมาดูข้อมูลความรู้

 

โดย: zalitalin 22 มกราคม 2552 8:56:55 น.  

 

Q: ถ้าผมโอนเงินจากเมืองไทยไปฝากไว้ที่อเมริกา ประมาณ 170K USD จะสามารถทำ Credit Score ได้ไวขึ้นไหมครับ ควรจะฝาก Bank ไหนที่มั่นคงดีครับ

A: การโอนเงินจำนวนมากเข้าบัญชี เกินกว่า ๑ หมื่นเหรียญสหรัฐ ทางธนาคารจะต้องทำเรื่องรายงานให้สรรพากรทราบ (กฏนี้เพิ่งทราบเหมือนกันคะ) เงินที่นี่ ถ้าได้มาแบบไม่มีที่มาที่ไป ก็ต้องอธิบายกันยาว เพราะเรื่องภาษีรายได้ เป็นหลักที่รัฐบาลต้องการจากเรา
การได้ Credit Score สูงไม่ได้หมายความว่าคุณต้องมีเงินในบัญชีมาก แต่หมายถึง ประวัติการบริหารเงิน มีการใช้จ่าย และควบคุมรายรับรายจ่ายได้ดี ไม่จ่ายเกินกำหนด ไม่มีหนี้สินเกินความสามารถในการหามาใช้คืนได้
การเช็คระดับคะแนน จะมีระยะเวลาเริ่มต้นที่คุณเริ่มมีการเคลื่อนไหวในการเริ่มต้นเปิดบัญชี คุณฝากเงิน ๑๐๐ หรือ ๑๐,๐๐๐ เหรียญ ก็มีค่าเท่ากัน เพราะเค้าจะดูต่อไปว่า คนที่ฝากเงิน ๑๐๐ เหรียญ มีความเคลื่อนไหวในตัวเงิน ไปในทางไหน มีการใช้จ่าย มีเงินหมุนเข้าออก ตลอดเวลา กับคนที่ฝาก ๑๐,๐๐๐ เหรียญ แต่ฝากแช่เอาไว้เฉย ๆ คนแรก มีโอกาสที่จะได้คะแนนมากกว่าคะ
ส่วนเรื่องแบงค์ที่มั่นคง ก็ต้องดูรายชื่อธนาคารที่อยู่ในสมาคมของ ........(จำชื่อไม่ได้ซะแล้ว ไม่แน่ใจว่า fico หรือเปล่า)

Q: ผมขออนุญาตลองเข้า Blog ของคุณแม่ไข่หกนะครับ ผมอ่านแล้วครับ ผมต้องรอเป็นปีไหมครับผมถึงจะทำเรื่องกู้ผ่อนรถ หรือ บ้าน ได้อะครับ
A: เราเริ่มเช็คคะแนน เมื่อจะซื้อรถคันที่สอง ประมาณ ๑ ปีหลังจากมาอยู่ คะแนนอยู่ในระดับ good คะ
ส่วนซื้อบ้าน ต้องมีองค์ประกอบมากขึ้น เช่น อายุการทำงาน (๒ ปีในสายงานเดียวกัน) รายได้ (สามารถครอบคลุมค่าผ่อนส่งรายเดือนได้ โดยคำนวนเกี่ยวข้องกับรายจ่ายต่อเดือน) เงินดาว์น และ Credit score

Q:แล้วตอนนี้เศรษฐกิจในอเมริกาเป็นยังไงบ้างครับ ธุรกรรมระหว่าง Bank กับ ประชาชน เป็นยังไงบ้างครับ เช่น ตอนนี้Bank ปล่อยเงินกู้ง่ายหรือเปล่าครับ
A: ถ้าจะถามเรื่องปล่อยกู้ คงจะยากกว่าเมื่อก่อน เพราะตอนนี้ ธนาคารต้องการคนที่มี เครดิต ดี จริง ๆ ที่จะให้กู้ได้ เพราะที่ผ่านมามีหนี้เสียมาก เห็นจากบ้านที่ประกาศขายกันเต็มไปหมด เพราะเมื่อก่อน ธนาคารปล่อยกู้ง่าย ทำให้ต้องตั้งกฏเพิ่มมากขึ้น บ้านเราพร้อมซื้อบ้านเมื่ออยู่อเมริกาครบ ๒ ปีพอดีคะ

จากคุณ : แม่ไข่หก

 

โดย: แม่ไข่หก (แม่ไข่หก ) 23 มกราคม 2552 2:11:22 น.  

 

ขออนุญาติ นำคำแนะนำของท่านอื่นมารวบรวมไว้ด้วยนะคะ
แนะนำให้เริ่มจากการเปิดบัญชี Checking เอาบัตรเดบิตมาใช้ก่อน แต่พยายามอย่าไปใช้ Pin based Debit เวลาซื้ออะไรให้ใช้เป็น Signature Debit ซะ นอกจากนั้น อย่าให้บัญชีโดน Overdraft Fees หรือเขียนเช็คเด้ง

จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าความร้อน ค่าโทรศัพท์ ค่าเช่าบ้าน ให้ตรงเวลา อยู่ไปอีกซักพัก บริษัทบัตรเครดิตต่าง ๆ จะส่ง Offer มาให้เอง แรก ๆ อาจจะเป็นแบงค์ที่ Target คนที่ Credit Score ไม่ค่อยดี บัตรพวกนี้จะมีค่าธรรมเนียมในการสมัคร และค่าธรรมเนียมรายปี อันนี้ถ้าไม่จำเป็น ไม่แนะนำให้สมัครเลยค่ะ เพราะอีกหน่อย Credit เราเริ่มดี แล้วจะไปยกเลิกบัตร ก็จะทำให้ Credit Score เราตกอีก

บางธนาคารที่เราไปเปิดบัญชีส่วนตัวกับเค้า อาจจะให้ Line of Credit กับเรา ก็ดูจัดสรรการใช้ให้ดี ๆ อย่าให้มีหนี้มากเกินไปค่ะ

จากคุณ : Lilac Girl

เห็นพวกเวียตนาม หมุนเงินในเครดิตคราต ใช้หลายๆใบ จ่ายตรงเวลา ไม่นานปีสองปี ก็ชื้อบ้านได้ พอชื้อบ้านได้ ทุกอย่างก็ตามมา แค่ถามตัวเองว่า คุณผ่อนได้โดยไม่เดินร้อนด้วยหนี้สินขนาดไหน หากคุณบริหารหนี้ได้ เครดิตคุณก็ขึ้น แต่พวกที่ทำงาน รายได้เกินห้าพันเหรียญค่อเดือนขึ้นไป หรือเจ้าของกิจการที่ทำรายได้มากว่า สองหมื่นเหรียญต่อเดิน แทบจะไม่สนใจทำสะกอร์เครดิต แค่อย่าจ่ายบิวเกินวันกำหนด ไม่มีเฃคเด้ง มันก็ขึ้นขุดสูงสุดเอง ไม่เคยสนใจว่าต้องทำคะแนน เพราะถ้ารายได้ห้าพันเหรียญ ก็ชื้อบ้านสี่แสนเหรียญได้ หรือรายได้จากกิจการเกินสองหมื่นเหรียญ ก็ชื้อบ้านเกินล้านเหรียญได้

จากคุณ : tynoi2005
มันมี "ความเชื่อ" นึง ว่าถ้าจะสร้างคะแนนคุณต้องเป็นหนี้ และเสียดอกเบี้ย
หนี้แบบดีที่จะให้คะแนนคุณเพิ่ม คือ loan จากธนาคาร
หนี้อีกอย่างที่พอช่วยได้ แต่ไม่ดีเท่า คือ หนี้บัตรเครดิต
(หมายถึงเวลาคุณมีหนี้แล้วคุณต้องจ่ายตรงเวลานะ)
เคยมีคนรู้จักคนนึง รายได้แกก็ธรรมดา แต่พอจะซื้อบ้าน ไม่มีเครดิต
เพราะใช้แต่เงินสด (ไม่เคยมีบัตรเครดิตเลย)
แกเลยหาซื้อรถใช้แล้วหนึ่งคัน เอาเข้าธนาคารแล้วก็ผ่อนเอา (ทั้งที่จริง ๆ จ่ายสดหมดเลยก็ได้)
แต่ต้องยอมเสียดอกเบี้ยผ่อนรถ เพื่อสร้างเครดิต หลังจากนั้นค่อยมาขอกู้ซื้อบ้าน

จากคุณ : Genuine XXX
ฟังคุณ tynoi2005 พูด แล้วรู้สึกกลัวจังคะ หนี้ก้อนโตแบบนั้น

เมื่อก่อนพ่อของเราเปิดโรงพิมพ์ จากเป็นลูกจ้างมาเป็นเถ้าแก่ เอาบ้านไปเข้าธนาคาร เพื่อเอาเงินค้ำประกันมาซื้อเครื่องจักร สมัยนั้น พอมีกิจการ มีหลักทรัพย์ที่ดี พวกบัตรเครดิตก็แห่กันมารุมตอม

พ่อของเราเลือกทำไปอยู่รายหนึ่ง พอทำไม่นาน เจอเศรษฐกิจฟองสบู่แตก ที่บ้านเราใช้บัตรเครดิตรูดเงินสด มาจ่ายค่าเทอมให้พี่สาว แล้วก็ส่งบ้างไม่ส่งบ้าง โดยไม่รู้ถึงผลตามมา (เพราะต่างคนก็ต่างใหม่สำหรับเรื่องนี้)

กว่าจะรู้อีกที ธนาคารโทร.มาแจ้งว่า ถ้าไม่ชำระเงิน เจ้าของบัตรจะต้องติดคุก เราให้ที่บ้านโทร.ไปเจรจาต่อรอง ขอผ่อนเป็นรายเดือนกับทางธนาคาร

เชื่อม๊ะ...จากเงินที่รูดออกมาใช้เป็นค่าเทอมพี่สาว 1 หมื่นบาท มันกลายเป็น 2 หมื่นกว่า เกือบ 3 หมื่นบาท เราเป็นคนทำงานใช้หนี้ก้อนนั้น เนื่องจากว่า เราจบก่อนพี่สาว และจังหวะว่าได้งานพอดี

ใช้เวลาผ่อนหนี้ไป เกือบปี โชคดีมากเลย หลังจากผ่อนหนี้หมด 2 - 3 เดือน ทางบริษัทที่เราไปทำงานอยู่ ก็โดนขายกิจการ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เรากลัวมากเลย เรื่องเกี่ยวกับบัตรเครดิต

เรารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณบริษัที่จ้างเราทำงาน ถึงแม้จะไม่ได้เป็นพนักงานประจำก็ตาม เพราะช่วยกรุณารับเรา ทำให้เรามีเงินไปใช้หนี้ธนาคาร แถมเรายังได้เงินมาก้อนหนึ่ง จากการบอกเลิกจ้างกระทันหัน (ทั้ง ๆ ที่เป็นแค่พนักงานชั่วคราว) เป็นเงินต่อชีวิตต่อไปได้ระยะหนึ่งหลังจากนั้นด้วย

จากคุณ : วิหคลม

 

โดย: แม่ไข่หก (แม่ไข่หก ) 23 มกราคม 2552 2:14:00 น.  

 

แวะมาทักทายค่ะ

 

โดย: MaeNean 1 กุมภาพันธ์ 2552 12:54:45 น.  

 

สวัสดีค่ะ ขอขอบคุณที่แวะไปทักทายนะคะ

ภาพบ้านในไอค่อนคุณพี่เขาขายเหรอ? ขายเท่าไหร่อ่ะ? สวยดี

 

โดย: น้องติ๋ม 2 กุมภาพันธ์ 2552 3:35:17 น.  

 

โอ้ววว ขอบคุณมากเลยค่ะ เพิ่งมาอยู่อเมริกาได้ 6 เดือน ขอบัตรเครดิตกับธนาคารไปเมื่อ 2-3 เดือนก่อน ไม่ผ่านค่ะ (ขอหลังจากได้เดบิต การ์ด มาไม่เกิน 1 เดือน) ตอนนี้เข้าใจแล้วค่ะ ไว้อีกแป๊บบบบนึงจะไปขอใหม่

แล้วเมื่อเดือนก่อนค่ะ ลองสมัครบัตรเครดิตกับ JC Penny ไปเล่นๆ ผลก็คือ ไม่ผ่านเหมือนเดิม น่าจะเป็นเพราะเราไม่มี credit score ตอนนี้รู้แจ้งแล้วค่ะ ขอบคุณมากเลยค่ะ

ที่ผ่านมาเลยใช้บัตรเครดิตจากไทยแทน

 

โดย: on_a_nice_day 19 กรกฎาคม 2555 10:11:18 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


แม่ไข่หก
Location :
Phoenix, AZ United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




อยากเก็บประสบการณ์ ที่ได้พบเจอ กับโลกอีกด้านหนึ่ง เผื่อจะมีประโยชน์กับคนอื่น ๆ บ้าง
Friends' blogs
[Add แม่ไข่หก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.