Rynekel Sanctuary : Highway Star Redemption
Group Blog
 
 
มกราคม 2548
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
1 มกราคม 2548
 
All Blogs
 
เรื่องของ10พยัคฆ์กวางตุ้ง - - โดยเซียวสี่บ้อ (นามแฝงในห้องนิยายจีน)

เขียนเมื่อ 18 ธันวาคม 2004


1.Wong Kei Ying หวงฉีอิง

10พยัคฆ์กวางตุ้งมีด้วยกัน 10 คนตามชื่อ แต่คนมักจะเข้าใจผิดว่า หวงเฟยหงเป็นหนึ่งในนั้นด้วย แต่จริงๆแล้ว ไม่ใช่ครับ

คนแซ่หวงที่นับเป็น 10พยัคฆ์กวางตุ้งนั้นคือ หวงฉีอิง (Wong Kei Ying ) บิดาของหวงเฟยหงนั่นเองครับ
หวงฉีอิง เป็นบุตรของ Wong Tai ซึ่งเป็นศิษย์ของ Luk Ah Choi ศิษย์เอกเส้าหลินรุ่นเดียวกับ หงซีกวน
โดยใช้กังฟูที่เรียกว่า Hung Gar (มวยสกุลหง)

กังฟูเส้าหลินแบบ Gar style เป็นหนึ่งในรูปแบบการต่อสู้ที่เก่าแก่ที่สุดของจีนตอนใต้ เทคนิคและวิธีการฝึกฝนกังฟูชนิดนี้คงรูปแบบดั้งเดิมมาจนถึงปัจจุบัน ประกอบด้วยท่าสัตว์ 5 อย่างได้แก่ เสือ นกกระเรียน เสือดาว งู และมังกร ซึ่งสัตว์แต่ละชนิดจะมีลักษณะเฉพาะและความสำคัญที่แตกต่างกันไป

ในทางเทคนิคแล้ว กังฟู Hung Gar อาศัยการทำงานของระบบในร่างกายในเชิงวิทยาศาสตร์ การเคลื่อนไหวและท่าเทคนิคจะเรียบง่าย ปฏิบัติได้จริง และได้ผลในการป้องกันตัวหรือต่อสู้ ในการฝึกฝนจะเน้นที่ปัจจัยต่างๆ อันนำไปสู่การใช้พลังอย่างมีหลักการเชิงวิทยาศาสตร์ ปัจจัยที่ว่าได้แก่ ความเร็ว ความไว ความสมดุล ความยืดหยุ่น จังหวะที่เหมาะสม และการจดจ่อที่เป้าหมาย ส่วนต่างๆ ของร่างกายจะถูกฝึกให้ทำงานประสานกันอย่างดี ทำให้ผู้ฝึกต่อสู้ได้ไม่ว่าจะอยู่ในระยะที่เอื้อมถึง ระยะประชิด ระยะกลาง ระยะไกล หรืออยู่ไกลเกินระยะต่อสู้ก็ยังได้

หวงฉีอิงนั้นแม้ว่าจะถูกบดบังด้วยความดังของลูกชาย แต่หากไม่มีเขาคนนี้แล้ว ไหนเลย จะมีหวงเฟยหงที่โด่งดังตามออกมา

2.ยาจกซู (Beggar Soh-- Beggar Su -- Su Chan)

ยาจกซู หรือซูฉาน (เจ้าตำนานหมัดเมา) เป็นบุตรชายของคหบดีในมณฑลกวางตุ้ง So Suen

ซูฉานถูกเลี้ยงมาโดยความเชื่อที่ว่าเงินและหมัด แก้ปัญหาได้ทุกอย่าง ซูฉานจึงไม่มีความรู้ด้านอักษรแม้แต่น้อย ด้านนิสัยนั้น แม้ว่าจะถูกเลี้ยงมาให้หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี แต่ลึกๆแล้ว ก็เป็นคนที่มีเมตตามากทีเดียว

ภายหลัง ด้วยการติดสินบนเจ้าพนักงาน ทำให้ซูฉานได้มีโอกาสเข้ารับราชการในราชสำนัก นับเป็นช่วงรุ่งเรืองของเขา แต่โชคร้ายที่ถูกเปิดโปง ครอบครัวเขาจึงถูกตัดสินให้เป็นยาจกตลอดไป

ที่น่าหัวร่อก็คือ ซูฉานนั้นบังเอิญมีพ่อบุญธรรมเป็นประมุขพรรคกระยาจกอีกต่างหาก ซูฉานที่กำลังท้อแท้กับชีวิตจึงถูกพ่อบุญธรรมจับกรอกเหล้าให้หายบ้าพร้อมทั้งถ่ายทอดวิชาหมัดเมาให้ไปด้วย

ต่อมาซูฉานก็ได้รับสืบทอดตำแหน่งประมุขพรรคกระยาจกต่อจากพ่อบุญธรรม
ในบั้นปลายของชีวิต เขาได้มีโอกาสถ่ายทอดหมัดเมานี้ให้กับลูกชายของเพื่อน ซึ่งก็คือ หวงเฟยหงนั่นเอง

3.Tid Kiu Sam (Leung Kwan) (น่าจะรู้จักกันในนามเหลียงจ้าน)

เหลียงจ้านเกิดในปี 1813 ในแถบกวนตง เป็นบุตรคนที่สามในครอบครัวเหลียง

เหลียงจ้านเริ่มฝึกกังฟูตั้งแต่เด็กกับอาจารย์ Lee Hu Si หรือ เคราลี้ ตะขอทอง

ต่อมาเหลียงจ้านได้ออกเดินทางฝึกฝีมือ และได้พบกับ Gwok Yan พระจากเส้าหลินผู้ที่มีอายุเกือบ 110ปีในตอนนั้น Gwok Yanได้รับเหลียงจ้านเป็นศิษย์ และติดตามเขาไปด้วย

หลังจากร่ำเรียนสรรพวิชาจากอาจารย์แล้ว เหลียงจ้านได้คิดค้นวิชาของตัวเอง โดยเรียกกัน หมัดใยเหล็ก Iron wire Fist

ชื่อของเหลียงจ้านโด่งดังไปทั่วและถูกนับรวมเป็น 10พยัคฆ์กว้างตุ้ง บางตำนานถึงกับบอกว่าเขาเป็นผู้นำเลยทีเดียว

เหลียงจ้านได้รับฉายาTid Kiu Sam หรือสะพานเหล็ก3 ด้วยความที่ว่าเขาเป็นลูกชายคนที่3ในครอบครัว และว่ากันว่า มือและแขนของเขาแข็งแกร่งดุจดั่งสะพานเหล็กไม่มีวันหัก

ในบั้นปลาย เหลียงจ้านได้รับลูกศิษย์ลูกหาไว้หลายคน และแต่ละคนก็สร้างชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว

4.Tit Chi Chan (ทิจี้เฉิน)

ไม่มีใครรู้ชื่อจริงของ ทิจี้เฉิน (ซึ่งนับเป็นคนที่ลึกลับมากๆ)
รู้แต่ว่าเขาโด่งดัง มาจาก วิชาดรรชนีเหล็ก (ทิจี้) และแซ่เดิมคือเฉิน คาดว่าทิจี้เฉินคงปกปิดชื่อจริง ในยุคที่กำลังทำสงครามกับฝิ่น

วิชาดรรชนีเหล็กของทิจี้เฉิน พัฒนามาจากดรรชนีเหล็กส่ายเส้าหลิน โดยพ่อค้าขายหมูคนหนึ่ง พ่อค้าขายหมูคนนี้ชื่อ เหลียงไค Leung Kai เป็นคนหนุ่มร่างสันทัดที่มีเพลงมวยเส้าหลินสายแข็ง

เหลียงไคนั้น พัฒนาวิชาดรรชนีเหล็กของเขาไว้ใช้ในการฆ่าหมู -_-"...............
โดยเหลียงไคจะ ใช้ดรรชีของเขา จี้ไปที่คอหมู ทีเดียวเท่านั้น เจ้าหมูน้อยก็ถึงฆาตอย่างไม่รู้ตัว ไม่มีadrenalinหลั่งแม้แต่น้อย

คาดว่าทิจี้เฉินได้เรียนวิชาดรรชนีเหล็กสายนี้ มาจากจอมยุทธคนหนึ่งที่ไปเห็นเหลียงไคฆ่าหมูโชว์ แล้วนำมาเลียนแบบ ใช้เป็นท่าสังหาร

5.So Hak Fu (ซูเฮ็กโฮ้ว)

หรือ เสือดำ(เฮ็กโอ้ว) แซ่ซู โด่งดังจากวิชา กรงเล็บพยัคฆ์ รวมกับหมัดร่างเสือดำ สองในห้ายุทธสัตว์ของเส้าหลิน โดยพัฒนาเป็นวิชากรงเล็บสายของตนเอง เรียกว่า มวยเล็บเสือดาว (เสือดำ(panther)กับเสือดาว(Leopard) เป็นสัตว์ชนิดเดียวกัน ซึ่งความจริงแล้ว เสือดำก็คือ เสือดาวที่จุดเยอะจนทึบนั่นเอง)

วิชากรงเล็บนับเป็นวิชาที่โหดเหี้ยมที่สุดในกระบวนยุทธของเส้าหลิน อาจารย์ในเส้าหลินมักจะถ่ายทอดลักษณะของเพลงหมัดเสือดำเสียมากกว่า ในภายหลัง (ถึงปัจจุบัน) มวยเล็บเสือดาว ถูกนับเป็นมวยนอก (หมายถึงมวยที่ไม่ได้อิงจากเส้าหลิน และสายไท้เก้กของบูตึ๊ง) เพราะด้วยความเหี้ยมของกระบวนท่า (ลองคิดดู คว้าไปที่เป้ากางเกงอ่ะขอรับ-_-")

6.wong yanlam หวังเอี้ยนหลาน

wong yanlam มีฉายาว่า สิงโตคำรามแซ่หวัง (wang) (ไม่ใช่ huang เหมือน หวงเฟยหงนะครับ)
wong yanlamนับว่าเป็นพยัคฆ์ที่วิทยายุทธประหลาดที่สุดในจำนวน10คน เพราะในวัยเยาว์ wong yanlamมีอาจารย์เป็นลามะธิเบตชื่อว่า SingLung วิชายุทธของเขา จึงถูกบางคนประนามว่า "นอกรีต" ในสมัยนั้น

ในบรรดา 10 พยัคฆ์นั้น wong yanlam สนิทชิดเชื้อกับ หวงฉีอิงมากที่สุด ทั้งคู่ได้แรกเปลี่ยนวิชาซึ่งกันและกัน จนในที่สุดจึงพัฒนามาเป็น มวยลูกครึ่งพุทธ-ธิเบต และ ต่อมาเป็น มวยจีนสาย hapka รวมถึง พัฒนามาเป็น มวยกระเรียนขาว ส่วนคนที่ได้อานิสสงฆ์ที่สุดก็คงเป็นเจ้าเดิม หวงเฟยหงของเรานี่เอง

ว่ากันว่าการที่หวงฉีอิงได้รับวิชาสายธิเบตมา ทำให้ เพลงมวยสกุลหง (ต้นกำเนิดจากหงซีกวน) ถูกดัดแปลงในเชิงความรวดเร็วที่มากขึ้น เฉียบขาดขึ้น เป็นฝ่าเท้าไร้เงา(ซึ่งวิชานี้ถูกเข้าใจผิดมากว่าเป็นการเตะรัวๆ แต่จริงๆแล้ว เป็นการเตะต่ำ ตั้งแต่พับนอก พับใน hamstring จนถึงผ่าหมาก โดยจะเตะในระยะสั้นๆให้เร็วที่สุด โดยไม่มีการตั้งการ์ด เป็นเพลงเตะที่คู่ต่อสู้ตั้งตัวไม่ติดแน่ๆ)

7. Wong Ching Ho (ออกเสียงไม่เป็นอีกแล้วคร้าบ)

หรือ หวงหัวเหล็ก
หวงหัวเหล็ก เป็นศิษย์ฆราวาสของวัดสาขาย่อยในเขตกวางตุ้งของเส้าหลิน

หวงหัวเหล็กมีวิชาเด่นคือ หมัดอรหันต์เศียรเหล็ก ซึ่งเป็นวิชาเอาหัวโขกข้าง เน้นเป้าหมายไปที่ท้องน้อย เป็นอีกหนึ่งวิชาประหลาดของเส้าหลินที่ฝรั่งงง

8.Tham Chai Hok

Tham Chai Hok หรือ ยอดยุทธสามขา ที่ได้ฉายานี้ เพราะTham Chai Hok ใช้ท่าเตะเพียงสามท่า แต่ก็ไม่มีใครสู้ได้ นั่นคือ ท่าเตะหางพยัคฆ์ (ประมาณจระเข้ฟาดหาง) ท่าเตะกวาด (เถรกวาดลานเรานี่แหล่ะ) และท่าเตะทะลวงไส้ (นึกถึงหมัดเจ็ดทำร้ายของคุนล้นออกมั้ยครับ ก็ประมาณนั้นหล่ะ)

9.Chow Tai

Chow Tai เป็นคนเดียวใน10พยัคฆ์ที่ใช้อาวุธ โดยอาวุธของ Chow Tai คือ พลอง

Chow Tai มีวิชาพลองเป็นเอกลักษณ์ที่ชื่อว่า Tai Cho Chooi Wan Khun หรือ เพลงพลองปฐมจักรพรรดิ์ล่าวิญญาณ (ชื่อหรูเนาะ แปลเป็นปะกิด Soul-Chasing Staff of the First Emperor)

ที่Chow Tai โด่งดังก็เพราะ ครั้งหนึ่งมีขุนนางค้าฝิ่น ได้นำฝิ่นเข้ามาในกวางตุ้งโดยผ่านพ่อค้าตะวันตกคนหนึ่ง พ่อค้าคนนี้ มีบอดี้การ์ดเป็นชาวฝรั่งเศส ซึ่งเป็นถึงระดับแชมป์มวยยุโรป Chow Tai และพวก ออกมาต่อต้านการค้าฝิ่นอย่างโจ่งแจ้ง ขุนนางคนนั้น คิดจะให้Chow Tai เสียชื่อเสียง ไม่เป็นที่เคารพอีกต่อไปในฐานะครูมวย เลยท้าให้Chow Tai ประลองกับแชมป์มวยฝรั่งเศส กะว่าแชมป์ชาวฝรั่งเศสคงชนะแบบนอนมาแหงๆ แต่ปรากฏว่า CHow Tai ใช้พลอง ตีซะแชมป์หน้ายับ หงายเก๋งไม่เป็นท่า

Chow Tai เป็นจอมยุทธที่อาภัพที่สุดใน10พยัคฆ์ เพราะมักจะถูกจดจำแทนที่ ด้วย หวงเฟยหง

10.Lai Yun Chiu หรือ ลี้ยู่เหลียง

ลี้ยู่เหลียงเป็นจอมยุทธที่ใช้วิชาที่พื้นฐานที่สุด แต่ก็ซาดิสม์ที่สุด

วิชาที่ว่าคือ ฝ่ามือทรายเหล็ก เป็นวิชาที่มักจะฝึกกันไปแก้แค้น วิธีฝึกไม่ซับซ้อน แต่ต้องอดทน คนที่ฝึกวิชานี้ได้ แปลว่าต้องเป็นคนที่อดกลั้นเก่งทีเดียว ฝ่ามือทรายเหล็กไม่เน้นกระบวนท่า แต่เน้นที่ทำลายภายใน ขอเพียงซัดโดนก็เป็นใช้ได้ การที่ลี้ยู่เหลียงสามารถใช้ฝ่ามือสุดซาดิสม์นี้ผงาดขึ้นมาเป็นหนึ่งในสิบพยัคฆ์ได้แสดงว่าต้องเป็นคนที่หนักแน่นมากทีเดียว

อ้า...จบซะทีขอรับ ข้อมูลมาจากหลากหลายแหล่งนะครับ เนื่องจาก สิบพยัคฆ์กวางตุ้งเป็นเรื่องเล่าแบบปากต่อปาก ทำให้มีเรื่องโม้ๆเข้ามาเยอะทีเดียว ผมพยายามจะคัดในส่วนที่เป็นไปได้ที่สุด ออกมาแล้วก็พบว่า ประวัติแต่ละคนนั้นลึกลับเหลือเกิน ที่จะรู้จักกัน ก็คือเพลงยุทธสร้างชื่อนี่ล่ะครับ


Create Date : 01 มกราคม 2548
Last Update : 2 มกราคม 2548 0:00:20 น. 8 comments
Counter : 5089 Pageviews.

 
แล้ววิชาประจำตระกูลหวง นอกจากเพลงเตะไร้เงา แล้วมีอย่างอื่นอีกไหมท่าน


โดย: ฮิวเยียก IP: 203.146.37.154 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2548 เวลา:12:38:31 น.  

 
อ่านแล้วสนุกดีนะครับขอบคุณที่หามาให้อ่านครับ


โดย: โค่วจง IP: 203.188.11.194 วันที่: 9 เมษายน 2548 เวลา:4:08:03 น.  

 
ว้าววว ข้อมูลเยอะดีค่ะ ขออนุญาตแอ๊ดนะคะ


โดย: xiaozhu (xiaozhu ) วันที่: 25 กันยายน 2548 เวลา:21:45:44 น.  

 
หมัดสกุลหงเท่าที่รู้มานะครับ
1.หมัดพยัคฆ์กระเรียน (อันนี้เป็นหมัดพยัคฆ์ของหงซีกวนและหมัดกระเรียนของปึงซีเง็ก มาผสานกันครับ)
2.หมัดเหล็กเส้น
3.หมัดอรหันต์พุทธคุณ


โดย: เตียวจูล่งหยุน IP: 125.25.136.29 วันที่: 2 ตุลาคม 2549 เวลา:20:18:14 น.  

 
เอ ...หมัดเหล็ก เฉียวซาน หายไปไหนหว่า จำได้ว่าอยู่ในลิส10เสือกว่างตงด้วยนิ

หรือผมจำผิดหว่า ไม่ค่อยแม่นตำนานมวยเส้าหลินซะด้วยซิ



โดย: แฮมสตริง IP: 125.24.23.197 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2549 เวลา:20:50:12 น.  

 
ดี คับ


โดย: ดี d+ IP: 125.25.167.200 วันที่: 24 เมษายน 2551 เวลา:9:39:19 น.  

 
ขอบคุณมากครับ ได้ความรู้ดีทีเดียว


โดย: Mol IP: 125.63.161.110 วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:20:03:46 น.  

 
ขอบคุณครับกับข้อมูลข้างต้น มีไรที่สงสัยก็ถามมาได้ที่ mubailong@hotmail.com นะครับออนทุกวัน 19.30น.เป็นต้นไปครับ ^^


โดย: จอมยุทธเจี๋ย IP: 110.164.248.34 วันที่: 15 เมษายน 2554 เวลา:16:11:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

rynekel
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Let's rest, forever



standby="Loading Microsoft Windows Media Player components..." VIEWASTEXT>



















ค้นหาใน GOOGLE.CO.TH



Home of Rynekel : Eventhough my world shall collide, I will not give up, I sware
Friends' blogs
[Add rynekel's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.