แผนกผลิตรายการและข่าว กองประชาสัมพันธ์ กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย

<<
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
4 ธันวาคม 2551
 

ความสามัคคีและสมานฉันท์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นศูนย์รวมของความสามัคคีและสมานฉันท์ พระองค์พระราชทานพระราชดำรัสเรื่อง “รู้ รัก สามัคคี” อันเป็นพื้นฐานการทำงานในทุก ๆ เรื่อง พระราชทานไว้อย่างชัดเจน ดังนี้

- รู้ - ... การรู้แยกแยะสิ่งดี สิ่งเลว สิ่งที่เป็นประโยชน์ตามสภาพที่เป็นจริงของบ้านเมืองการจะลงมือทำสิ่งใดจะต้องเข้าใจถึงปัญหาและวิธีที่จะแก้ปัญหา

- รัก - ... มีความรักที่เข้าไปลงมือปฏิบัติแก้ไขปัญหานั้น

- สามัคคี - ... ควรคำนึงเสมอว่าเราจะทำงานคนเดียวไม่ได้ การรวมพลังกันด้วยความสามัคคีเป็นหมู่เหล่า จึงจะมีพลังเข้าไปแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปด้วยดี

การที่จะช่วยให้ประเทศชาติ และประชาชนมีความร่มเย็นเป็นปรกติสุข และมีการพัฒนาที่เจริญก้าวหน้า จะต้องอาศัยประชาชนโดยส่วนรวม ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างสอดคล้อง ไม่ใช่อาศัยใครคนใดคนหนึ่ง โดยลำพัง

คุณลักษณะของความสัมพันธ์นี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถือว่าเป็นคุณลักษณะสำคัญ คือ ความสามัคคี ทรงชี้ให้เห็นว่า ความสามัคคีเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ทั้งส่วนรวมคือประเทศชาติและแต่ละคนคือประชาชนทุกคนสามารถที่จะมีชีวิตรอดได้

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ประเทศชาติและประชาชนที่สามารถมีชีวิตอยู่รอดมาได้จนถึงปัจจุบันนี้ก็เพราะความสามัคคีของคนไทยและชาติไทยเป็นสำคัญ

ฉะนั้น การดำรงอยู่ของประเทศชาติและประชาชนคงจะเป็นไปได้ยาก ถ้าปราศจากความสามัคคี และการรักษาประเทศชาติให้อยู่รอดมาได้ด้วยความสามัคคีนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงถือว่าเป็นความดีงามของคนไทยที่ได้ปฏิบัติร่วมกันมา จึงทำให้คนไทยสามารถภาคภูมิใจมีเกียรติ มีผลงาน จนถึงมีความมั่นคง

ในทางกลับกันถ้าประเทศชาติไม่สามรถอยู่รอดได้ ประชาชนทุกคนในชาติก็ไม่สามารถที่จะมีสิ่งที่ดีงามที่กล่าวมาได้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำรัสแก่ประชาชนชาวไทยในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2520 ว่า

“บ้านเมืองของเรากำลังต้องการการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพเต็มเปี่ยมอย่างรีบด่วน ทางที่เราจะช่วยกันได้ก็คือ ผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใดอยู่ก็เร่งกระทำให้สำเร็จลุล่วงไปโดยเต็มกำลังความสามารถ ความบริสุทธิ์ใจ และด้วยความปรารถนาดีต่อกัน...ความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน สนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของหมู่คณะของตนเอง...”

ความเห็นอกเห็นใจและการสนับสนุนซึ่งกันและกันนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ประชาชนมีความเอื้อเฟื้อต่อกันและยินดีที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อคุณประโยชน์ของส่วนรวม ในที่สุดแต่ละคนก็จะต้องได้รับผลดีจากการเอื้อเฟื้อและช่วยเหลือซึ่งกันและกันด้วย หมายความว่า ทั้งตัวบุคคลแต่ละคนและส่วนรวมต่างได้รับคุณประโยชน์ร่วมกัน

ด้วยหลักการของความสามัคคีเช่นนี้ ประโยชน์สุขของบุคคลกับส่วนรวมจะไม่ขัดแย้งกันแต่กลับจะสอดคล้องและส่งเสริมซึ่งกันและกัน ความเจริญก้าวหน้าและความมั่นคงของชาติก็จะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ ด้วยความหมายของความสามัคคี

ความสามัคคีจะเกิดขึ้นได้ในชาติบ้านเมืองจะต้องอาศัยความเห็นอกเห็นใจ การสนับสนุนซึ่งกันและกันของประชาชนด้วยความเอื้อเฟื้อต่อกัน อันจะก่อให้เกิด ความสมานฉันท์ ของคนในชาติและทำให้เกิดพลังสำคัญที่จะรักษาชาติบ้านเมืองให้อยู่รอดตลอดไป ดังพระราชดำรัสในการเสด็จออกมหาสมาคนในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม พ.ศ.2530 ความตอนหนึ่งว่า

“...ความสามัคคีนี้ เป็นคุณธรรมสำคัญประการหนึ่ง ซึ่งหมู่ชนผู้อยู่ร่วมกันจำเป็นต้องมี ต้องถนอมรักษา และต้องนำมาใช้อยู่สม่ำเสมอ... ถ้าแต่ละฝ่ายเข้ามาร่วมกันทำงานด้วยความตั้งใจดี ด้วยความรู้ความสามารถด้วยความฉลาดมีเหตุผล และด้วยความคิดที่สร้างสรรค์ งานก็จะสำเร็จผลสมบูรณ์งดงามตามประสงค์ทุกอย่าง...”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นพระมหากษัตริย์ของไทยที่ทรงปฏิบัติหน้าที่พระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยภายใต้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญมาอย่างต่อเนื่อง ทรงดำรงอยู่ในทศพิธราชธรรม เป็นที่เคารพสักการะและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจสูงสุดของประชาชนชาวไทยได้

ทั้งยังเป็นที่ยอมรับกันว่า ทรงเป็นกลางทางการเมือง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

ปัจจัยดังกล่าวทำให้ชาวไทยนับตั้งแต่ประชาชนโดยทั่วไป กระทั่งถึงผู้นำทางการเมืองของประเทศในแต่ละสมัย จะยึดถือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นหลักสูงสุดในทางการเมืองการปกครองของประเทศ ทรงมีพระอำนาจเฉพาะพระองค์ ยิ่งไปกว่าที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ

..... และเมื่อมีเหตุการณ์คับขันหรือเกิดความขัดแย้งรุนแรงทางการเมืองเกินกว่าที่ผู้ใดจะแก้ไขได้ ก็ทรงใช้พระราชอำนาจดังกล่าวช่วยนำชาติบ้านเมือง ให้ผ่านพ้นภาวะวิกฤติได้ทุกครั้งอย่างเป็นที่อัศจรรย์



Create Date : 04 ธันวาคม 2551
Last Update : 4 ธันวาคม 2551 19:39:44 น. 0 comments
Counter : 466 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

rtarf
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add rtarf's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com