แผนกผลิตรายการและข่าว กองประชาสัมพันธ์ กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย

 
พฤศจิกายน 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
26 พฤศจิกายน 2551
 

คนไทยใกล้เกลือกินด่าง ...

“คนไทยใกล้เกลือกินด่างอีกแล้วครับท่าน”

โลกของเราทุกวันนี้ ได้ผ่านวิวัฒนาการมาหลายล้านปี จากชีวิตที่เริ่มต้นด้วยพืชและสัตว์ จนเกิดมีมนุษย์ขึ้นมาในโลก แต่อะไรล่ะ ? ที่ทำให้มนุษย์ที่ไม่มีเขี้ยว งา หรืออุ้งเล็บที่แหลมคม อันจะนำมาใช้เป็นอาวุธ หรือแม้แต่ความแข็งแรงทางร่างกาย ที่จะใช้ในการต่อสู้กับสัตว์อื่นๆ ที่มีขนาดใหญ่โตและแข็งแรงกว่า เพื่อดำรงชีวิตอยู่ในโลกอันกว้างใหญ่นี้ได้โดยไม่สูญสิ้นเผ่าพันธ์

คำตอบ คือ “ปัญญา” นั่นเอง และปัญญานี้เองที่ทำให้มนุษย์อย่างเราๆ ท่านๆ แตกต่างจากสัตว์อย่างสิ้นเชิง และ “ปัญญา” นี้ อีกนั่นแหละ ที่ทำให้พวกเราสามารถครองโลกนี้มาจนถึงทุกวันนี้ ขณะเดียวกัน“ปัญญา” ก็จะสร้างความแตกต่างระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ด้วยเช่นกัน อันเนื่องมาจากความสามารถในการใช้ปัญญาของแต่ละคนที่แตกต่างกัน

มีปราชญ์ผู้รู้ที่ศึกษาประวัติศาสตร์ของโลก แล้วค้นพบว่า สังคมโลกที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ยุคเกษตรกรรม จนมาถึงยุคเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน เป็นผลมาจากการสืบทอดและต่อยอดทางปัญญาของมนุษย์ในแต่ละรุ่น หากสังคม หรือประเทศใด ประชาชนดำเนินชีวิตด้วยปัญญาให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและปรัชญาในการดำเนินชีวิต สังคมหรือประเทศนั้นก็จะเจริญก้าวหน้าและสงบสันติ แต่ถ้ากลับกันประชาชนดำเนินชีวิตอย่างคนไร้ปัญญา ก็จะกลายเป็นความเสื่อมถอยและสูญสิ้นไปจากสังคมโลก

สังคมไทยในอดีตที่ผ่านมาไม่นานนี้ เป็นสังคมที่ดำเนินชีวิตอยู่ด้วยปัญญา โดยยึดหลักธรรมเป็นแนวดำเนินวิถีชีวิตมาโดยตลอด การให้อภัยซึ่งกันและกัน เป็นลักษณะเด่นของสังคมไทย จึงทำให้ดูเหมือนว่า คนไทยเป็นคนขี้ลืมแม้ว่าคนนั้นจะได้กระทำสิ่งใดไม่ดีต่อเรา แต่พอผ่านไปไม่นานก็ลืมเสียแล้ว แต่ที่จริงแล้วเป็นเพราะคนไทยในอดีตเป็นผู้มีธรรมะอยู่ในใจ เพราะอภัยทาน คือทานขั้นสูง ที่มีมนุษย์น้อยคนที่จะเข้าถึงธรรมะข้อนี้ได้ แต่สังคมไทยในอดีตนั้น คนไทยส่วนใหญ่มีธรรมะข้อนี้อยู่ในใจด้วยการสั่งสมอบรมกันมาอย่างต่อเนื่องสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน

วิถีชีวิตของคนไทยเปลี่ยนแปลงไปเมื่อสังคมไทยขาดซึ่งปัญญา เนื่องจากหลงรับเอาปรัชญาของตะวันตกเข้ามายังชุมชนและเข้าครอบงำถึงครอบครัวคนไทย จนตกอยู่ในวังวนแห่งอารยธรรมตะวันตก ที่เป็นสังคมที่มุ่งเน้นวัตถุนิยม บริโภคนิยม และเงินนิยม ซึ่งในที่สุดก็เข้าทำลายจิตวิญญาณแห่งความดีของสังคมไทยในอดีต และทำลายวัฒนธรรมอันดีของคนไทย ที่เป็นสังคมแห่งความเอื้อเฟื้อ สังคมแห่งการให้และการอภัย

จนถึงวันนี้เมืองไทยได้เปลี่ยนจาก “สยามเมืองยิ้มเป็นสยามเมือง...........” ที่มองไปที่ใดก็พบแต่คนแบ่งเป็นฝักฝ่าย มีแต่คนมองกันอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อกันทั้งๆ ที่ยังไม่รู้จักกันเลย

คงถึงเวลาแล้วที่คนไทยต้องกลับมาใช้ปัญญาของเราเอง และใช้ภูมิปัญญาที่เคยสั่งสมกันมาในอดีต เพื่อทบทวนความผิดพลาดหรือความสำเร็จที่ผ่านมาเมื่อไม่นานมานี้ในอดีต ณ วันนี้ คนไทยน่าจะตระหนักได้ถึง ปรัชญาในการดำเนินชีวิตที่เหมาะสมกับสังคมไทย ซึ่งเป็นปรัชญาตามทฤษฎีใหม่ที่ได้รับพระราชทานมาจากในหลวงของเราทุกคน และเป็นปรัชญาที่ยังไม่มีนักคิดใดในโลกได้คิดขึ้นมาก่อน

ปรัชญานี้ก็คือ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งเป็นกระบวนทัศน์ใหม่ของการพัฒนาที่แตกต่างจากกระแสพัฒนาหลักของโลกในปัจจุบัน ซึ่งที่ผ่านมาได้ใช้ความรู้เข้าแย่งชิงเอาความร่ำรวยมาเป็นของตน แล้วปล่อยให้สังคมโลกแตกสลายกลายเป็นโลกที่พร่องจิตวิญญาณ

ขณะนี้นักปราชญ์ตะวันตกได้เห็นถึงแนวปรัชญาใหม่นี้แล้วที่กำลังจะเบียดแซงมาเป็นปรัชญาดำเนินชีวิตหลักของโลกยุคใหม่ แล้วคนไทยเราล่ะมองเห็นหรือยัง........?



Create Date : 26 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2551 15:42:58 น. 0 comments
Counter : 379 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

rtarf
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add rtarf's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com