"เจ้านาย" ผู้มีสิทธิ์ในราชบัลลังก์ เมื่อปี พ.ศ. 2477 (ตอนที่ 1)
ตอนที่ 1 ปัญหาเรื่องรัชทายาทในสมัยรัชกาลที่ 6



"...ฉันจะขอสารภาพเสียก่อนที่จะถูกผู้อื่นทัก ว่าการที่ปัญหาเรื่องการตั้งรัชทายาทได้เกิดเป็นเรื่องเร่งร้อนขึ้นนั้น เพราะน้องชายเล็กเธอรบเร้าฉันนัก, และเสด็จแม่ก็ได้ทรงช่วยรบเร้าด้วย โดยมีพระดำรัสว่า ตัวฉันเองก็ยังมิได้มีมเหษี, ฉนั้นถ้าฉวยว่ามีเหตุการณ์อันไม่พึงปรารถนา ฉันล้มตายลง ก็อาจจะเกิดแย่งชิงราชสมบัติกันขึ้นได้...

แต่อย่าเข้าใจว่าฉันได้คิดเรื่องตั้งรัชทายาทขึ้นเพราะน้องชายเล็กรบเร้าเท่านั้น, เพราะตามความจริงฉันเองก็รู้สึกอยู่ว่าเปนปัญหาอันถึงเวลาที่จะต้องวินิจฉัยและวางระเบียบเพื่อให้เปนการเรียบร้อยและมั่นคงสืบไป...

เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๓ ฉันได้เรียกประชุมพิเศษเพื่อปรึกษากิจการบางเรื่อง และได้นำปัญหาเรื่องรัชทายาทของฉันปรึกษาด้วย ... ฉันได้พูดแสดงปรารภและแสดงความคิดเห็นสรุปหัวข้อว่า-

(๑) ความมั่นคงของพระราชวงศ์จักรีนี้ ก็คือความั่นคงของกรุงสยาม

(๒) พระราชวงศ์จักรีจะมั่นคงอยู่ได้ก็โดยมีทายาทมั่นคงที่จะได้เปนผู้ดำรงวงศ์ตระกูลสืบไป

(๓) ในขณะนั้นตัวของฉันยังไม่ได้มีเมียและไม่มีลูก, และเพื่อตั้งอยู่ในความไม่ประมาทควรต้องตั้งใครคน ๑ เปนทายาทไปพลางก่อน

(๔) ในการที่จะเลือกทายาททั้งนี้ ก็จำจะต้องพิจารณาเปนข้อต้นว่า พระบรมราโชบายแห่งพระบาทสมเด็จพระบรมราชชนกได้มีทรงแนะไว้พอจะเปนที่สังเกตได้อย่างไรหรือไม่ ตอบว่ามีอยู่คือ ... เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าหลวงเสด็จพระราชดำเนิรประเทศยุโรปครั้งที่ ๒ จึ่งได้สถาปนาเสด็จแม่ขึ้นเป็นสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ, ผู้ทรงสำเร็จราชการแผ่นดินต่างพระองค์ เมื่อได้ทรงสถาปนาขึ้นเช่นนั้นแล้ว ต้องพึงถือเอาเปนแน่ว่า ถึงอย่างไรๆ เสด็จแม่คงทรงดำรงพระอิสริยยศเปนพระอัครมเหษี, ใหญ่ยิ่งกว่าพระมเหษีอื่นๆ ทุกองค์ตลอดมา ... ครั้งเมื่อตัวฉันเองกลับเข้ามาจากศึกษาที่ประเทศยุโรปใน พ.ศ. ๒๔๔๕, ฉันได้รับพระราชทานพระชัยนวโลหะในพระที่นั่งไพศาล, ต่อหน้าเจ้านายเปนอันมาก, เมื่อพระราชทานพระชัยองค์นั้น ทูลกระหม่อมได้มีพระราชดำรัสว่า ... บัดนี้ได้ทรงแต่งตั้งให้ฉันเปนพระยุพราชรัชทายาทแล้วจึ่งพระราชทานพระชัยองค์นั้นไว้ให้เปนสวัสดิมงคลสืบไป, แต่ทรงกำชับว่าให้พึงเข้าใจว่าพระราชทานไว้สำหรับพระราโอรสของเสด็จแม่ทุกคน, เมื่อใครเปนผู้มีอายุมากที่สุดในพวกพี่น้องก็ให้เปนผู้รักษาพระชัยองค์นั้นไว้จนกว่าจะสิ้นอายุ, ... จึงเห็นว่าพระบรมราโชบายของทูลกระหม่อมพอมีเค้าสังเกตได้ว่า พระโอรสของเสด็จแม่ควรที่จะไปนผู้สืบสันตติวงศ์เปนลำดับตามอาวุโส



(๕) เหตุดังนั้นฉันจึ่งเห็นว่าควรตั้งให้น้องชายเล็กเปนรัชทายาทของฉันชั่วคราวจนกว่าฉันเองจะได้มีลูก..." (ประวัติต้นรัชกาลที่ 6 : พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว)


เมื่อรัชกาลที่ 6 ทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับเรื่องที่จะตั้งสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ ขึ้นเป็นองค์รัชทายาทในที่ประชุมเสนาบดีสภานั้น ทุกฝ่ายต่างก็มองเห็นถึงความจำเป็น แต่ก็มีข้อกังวลและคัดค้านกันดังนี้

1. สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพง์ฯ ทรงมีหม่อมห้ามเป็นนางต่างด้าว หากได้ขึ้นครองราชย์พระโอรสของพระองค์ ซึ่งขณะนั้นมีพระนามว่าหม่อมเจ้าชายพงษ์จักร อาจจะได้เป็นรัชทายาท ดังนั้นเพื่อป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าวรัชกาลที่ 6 จึงโปรดให้สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ทรงทำหนังสือปฏิญาณว่าจะไม่ทรงแต่งตั้งหม่อมเจ้าชายพงษ์จักรเป็นรัชทายาท

2. หากรัชกาลที่ 6 ทรงมีพระราชโอรส สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ก็จะต้องทรงพ้นจากตำแหน่งรัชทายาท อาจมีผู้แอบอ้างนำไปพูดได้ว่าเกิดความแตกร้าวในพระราชวงศ์ ดังนั้นในประเด็นนี้จึงป็นที่ถกเถียงกันว่าการแต่งตั้งรัชทายาทควรเป็นไปโดนเปิดเผยตามความเห็นของสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ กับกรมหลวงนครชัยศรีสุรเดช หรือแต่งตั้งกันอย่างเงียบๆ ตามพระดำริของพระบรมวงศ์ผู้ใหญ่

ในที่สุดภายหลังจากที่ทรงปรึกษากับกรมหลวงนครชัยศรีสุรเดชแล้ว วันที่ 1 พฤศจิกายน 2453 ได้ทรงปรึกษากับคณะเสนาบดีสภาอีกครั้ง และได้ข้อสรุปว่า "...ให้มีพระราชกฤษฎีกาในเสนาบดีสภา และให้เสนาบดีทุกคนลงนามเปนพยานไว้ทุกคน..." โดยไม่ต้องชี้แจงเรื่องนี้ให้องคมนตรีรับทราบ เพื่อป้องกันการคัดค้าน แต่ให้แจ้งข่าวแก่หนังสือพิมพ์แบบกึ่งราชการตามพระดำริของสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ





Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2549
Last Update : 9 เมษายน 2549 21:07:41 น.
Counter : 14371 Pageviews.

21 comments
  
ตอนนี้ครอบครัวอยู่ที่อเมริกาค่ะ ชอบอ่านมากเลยค่ะ จะเอาไว้เว่าให้เพื่อนๆและลูกๆฟังค่ะ ขอขอบพระคุณมากๆสำหรับท่นที่ให้ความรู้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับอนุชนรุ่นหลังเป็นอย่างมากค่ะ

ขอบคุณ
คนที่พอฯ
โดย: คนที่พอจะเข้าใจ IP: 66.56.79.25 วันที่: 3 มีนาคม 2549 เวลา:23:52:55 น.
  
โดย: Pu IP: 58.136.98.202 วันที่: 29 เมษายน 2549 เวลา:13:54:11 น.
  
ตามมาจกหลายความเห็นของคุณในพันธ์ทิพย์

ความคิดเห็นของคุณ น่าจดจำมากค่ะ


สนุกมากค่ะ
โดย: ดอกเหมย IP: 124.157.201.60 วันที่: 7 ตุลาคม 2549 เวลา:11:50:00 น.
  
สุดท้าย ก็ต้องกลับมาสายพระอัครมเหสีเดิมคือ..สายเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ..คิดว่าการกลับขึ้นครองราชย์ของสายวชิรุณหิศ (ร.8 และ ร.9 )นั้นถูกต้องทั้งทางกฏหมายและความชอบธรรมเพราะโบราณราชประเพณีก็ต้องถือเอาองค์รัชทายาทที่ประสูติจากพระอัครมเหสี(ซึ่งพระราชโอรสใน ร.5 ที่ประสูติจากองค์พระอัครมเหสีมี 4 องค์คือ เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิส ,เจ้าฟ้าอิศริยาลงกรณ์,เจ้าฟ้าสมมติวงศ์วโรทัย,เจ้าฟ้ามหิดล และถ้าจะนับถือประสูติในขณะที่พระมารดาทรงฐานันดรศักดิ์พระอัครมเหสีจริงๆก็มีแค่ 2 องค์ คือเจ้าฟ้าสมมติวงศ์วโรทัยและเจ้าฟ้ามหิดล นอกนั้นเป็นแต่ถือประสูติในขณะพระมารดาเป็นมเหสีรอง)แต่เมื่อเกิดเหตุอันไม่คาดคิดองค์รัชทายได้ทิวงคต ร.5 ท่านกลับตั้งโอรสจากมเหสีรองเป็นรัชทายาทและตั้งมเหสีรองเป็นมเหสีเอกอีกองค์หนึ่งอาจจะด้วยเหตุผลพระโอรสองค์ถัดมาของมเหสีเอกสุขภาพไม่ดีหรือพระสติปัญญาอาจจะไม่ฉลาดหนักเห็นได้จากท่านไม่ได้ไปเรียนที่เมืองนอกเลยและสิ้นพระชนย์เพียงแค่18 เท่านั้นเองส่วนพระองค์เล็กเจ้าฟ้ามหิดลนั้นเป็นพระราชโอรสรุ่นเล็กมีพระชนย์แค่3-4 ชันษาแต่ ร.5 ท่านให้เหตุผลกับเสนาบดีของท่านว่า “ให้ถือว่าลูกแม่กลางและลูกแม่เล็กเป็นเหมือนลูกแม่เดียวกันเพราะสององค์นี้เป็นพี่น้องกันให้เรียงพี่เรียงน้องในการสืบสันตติวงศ์ “
ซึ่งถ้าดูเหตุผลใครก็คงไม่มีใครแย้งแม้แต่คนรุ่นใหม่ในปัจจุบันเพราะความเรียบร้อยของแผ่นดิน..พระมเหสีเอกองค์เดิมก็ไม่เคยทำองค์ให้เป็นปัญหาต่อเหตุการณ์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมีแต่หลีกทางให้ทั้งน้องและหลานจนรู้สึกว่าท่านไม่สู้เลยเพื่อศักดิ์ศรีของลูกและหลานตัวเองในอนาคตไม่ใช่สู้เพื่อให้ได้ครองราชย์แต่น่าจะไม่ให้ใครมายกคำว่ามเหสีรองให้ได้คิดว่าท่านน่าจะทำได้ถ้าท่านจะทำในสมัย ร.5 เหมือนอย่างเจ้าฟ้าบุญรอดอัครมเหสีใน ร.2 เป็นต้น, อย่างในช่วง ร.5 สิ้นเจ้าฟ้าจักรพงษ์ ถึงแม้ว่า ร.6 ท่านจะว่าน้องชายเล็กของท่านคนนี้เห็นแก่ตัวที่สุดอย่างไรแต่ในความเห็นแก่ตัวของน้องชายเล็กของท่านนั้นยังสำนึกถึงพระเมตตาของสมเด็จป้า(พระมเหสีเอกเดิม)ในสมัยก่อนๆได้อย่างดีเช่นในบันทึกของ ร.6, ท่านพยายามให้น้องชายแดงของท่านหรือเจ้าฟ้ามหิดลได้ทรงโปรยคู่กับท่านที่ทรงโยงในการพระศพ ร.5 เพราะท่านว่าน้องชายแดงเป็นลูกชายคนเดียวของสมเด็จป้าที่เหลืออยู่และควรเฉลิมพระเกียรติสมเด็จป้า เพราะท่านเคยดำรงตำแหน่งอัครมเหสีมาแต่ก่อน(หรืออาจจะดำรงอยู่)แต่ ร.6 ท่านก็ไม่ยอมท่านไม่ได้คิดอย่างน้องชายเล็กของท่านคิด......ท่านกลับคิดว่าสมเด็จป้าเป็นญาติท่าน..คนอื่นจะว่าเอา...และในเวลาต่อมาก่อนท่านสิ้นไม่นาน ท่านก็ให้สมเด็จป้าของท่านเป็นมเหสีรองถูกต้องตามกฏหมาย..กฏหมายการสืบสันตติวงค์.. เลยไม่ได้เห็นอีกว่าความเห็นแก่ตัวของน้องชายเล็กของท่านจะยังคงสำนึกในพระเมตตาของสมเด็จป้าในอดีตนั้นอีกหรือเปล่าเพราะในเวลานั้นเจ้าฟ้าจักรพงษ์หรือน้องชายเล็กได้สิ้นไปก่อนแล้ว.....แต่ไม่รู้ว่าคิดมากไปหรือเปล่าทำให้พาลคิดว่าเพราะอาถรรพ์ พระราชดำรัสของพระพุทธเจ้าหลวงที่ให้ไว่แก่เสนาบดีที่ว่า “ให้ถือว่าลูกแม่กลางและลูกแม่เล็กเป็นเหมือนลูกแม่เดียวกันเพราะสององค์นี้เป็นพี่น้องกันให้เรียงพี่เรียงน้องในการสืบสันตติวงศ์” เพราะพระราชาย่อมมีวาจาศักดิ์สิทธิ์ (เหมือนอย่างสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีได้พูดถึงพระสวามีในเชิงประชดประชัน กับพระโอรส(ร.6) ในตอนที่กริ้วว่า ถ้าพระสวามีหาว่าพระองค์ไม่อยากไปเพชรบุรีด้วยเพราะอยากอยู่กรุงเทพเพื่อสมบุญลูกก็ต้องเป็นจริงอย่างว่าเพราะเป็นพระราชาย่อมมีวาจาศักดิ์สิทธิ์ ) และพระราชดำรัสนี้ท่านได้ให้เป็นเหตุผลกับเสนาบดีในการสลับสายสืบราชบัลลังค์ซึ่งน่าจะไม่ถูกต้องตามหลักโบราณราชประเพณีนักแต่ก็น่าไม่เป็นไรในเมื่อเป็นผลดีกับแผ่นดิน ....แต่เมื่อได้ดำรัสคนหมู่มากได้ยินเช่นนั้น เป็นคำพูดพระราชาและ ร.6 ท่านเป็นลูกท่านก็น่าจะรักษาคำพูดของพระราชบิดาซึ่งเป็นพระราชาไว้ แต่ท่านกลับกลับกล่าวอ้างถึงพระชัยนวโลหะหรือแหวน(ซึ่งใครจะไปรู้ด้วยได้ว่าจริงหรือเปล่า)เพื่อจะกำหนดกฎหมายใหม่ ในการสืบราชสมบัติตามแบบของพระองค์เอง...ซึ่งทำให้สมเด็จป้าเป็นกลายเป็นเมียน้อยโดยทันทีทั้งๆที่ใบสถาปนาเป็นพระอัครมเหสียังอยู่เหมือนเดิมพระสวามีของเจ้าตัวเค้ายังไม่กล้าลดอิสริยยศลงซึ่งจะด้วยเหตุผลใดก็ตามก็แสดงว่าท่านยังเป็นที่เกรงใจ(อาจจะเป็นความดี)ของสวามีอยู่ ..และพระราชโอรสที่ถือกำหนิดจากพระอัครมเหสีโดยแท้จริงที่เหลืออยู่พระองค์เดียวคือเจ้าฟ้ามหิดล ก็ต้องกลายเป็นพระโอรสของมเหสีรองโดยกฎหมายฉบับนั้น...............
โดย: ชอบความยุติธรรม IP: 203.146.245.29 วันที่: 16 มิถุนายน 2550 เวลา:19:12:55 น.
  
แต่อย่างไรก็ตามแม้จะถูกกันออกจากราชสมบัติอยู่ในลำดับที่ใครต่อใครหรือแม้แต่พระองค์เจ้าฟ้ามหิดลเองก็ไม่ทรงคิดว่าราชสมบัติจะมาถึงพระองค์ได้พระมีหลายต่อหลายพระองค์ที่ ร.6 ท่านจัดลำดับไว้ก่อนพระองค์..แต่แน่นอนความถูกต้อง ...ต้องเกิดขึ้นเพียงแต่ต้องใช้เวลาเท่านั้นเอง..ถ้ากรมกลวงประจักษ์ศิลปาคมท่านรับรู้ได้ท่านคงดีใจมากที่สุดเพราะท่านไม่ชอบ ร.6 และพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีเอาซะเลย..
โดย: ชอบความยุติธรรม IP: 203.146.245.29 วันที่: 18 มิถุนายน 2550 เวลา:20:11:00 น.
  
และสายพระบรมโอรสาธิราชพระองค์เดิมของท่านได้เสด็จกลับมาสู่ราชราชย์สมบัติอีกครั้ง
โดย: ชอบความยุติธรรม IP: 203.146.245.29 วันที่: 25 มิถุนายน 2550 เวลา:13:05:35 น.
  
และสายพระบรมโอรสาธิราชพระองค์เดิมของท่านได้เสด็จกลับสู่ราชย์สมบัติอีกครั้ง
โดย: ชอบความยุติธรรม IP: 203.146.245.29 วันที่: 25 มิถุนายน 2550 เวลา:13:07:32 น.
  
และสายพระบรม ฯพระองค์เดิมของท่านได้เสด็จกลับสู่ราชย์สมบัติอีกครั้ง
โดย: ต่อ IP: 203.146.245.29 วันที่: 25 มิถุนายน 2550 เวลา:13:09:00 น.
  
และในที่สุดสายพระบรมฯ พระองค์เดิมของท่านได้เสด็จกลับสู่ราชย์บังลังค์อีกครั้ง
โดย: ต่อ IP: 203.146.245.29 วันที่: 26 มิถุนายน 2550 เวลา:11:01:52 น.
  
และในที่สุดสายพระบรมพระองค์เดิมของพระองค์ท่านก็ได้เสด็จกลับสู่ราชย์บังลังค์อีกครั้ง
โดย: ต่อ IP: 203.146.245.29 วันที่: 27 มิถุนายน 2550 เวลา:13:09:11 น.
  
มันเป็นการจำกัดสิทธิ์ที่พึงได้ของสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ

แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้ในเมื่อสมัยนั้นยังเป็นสูมบูรณาญาสิทธิราช
แผ่นดินทั้งแผ่นดินเป็นของกษัตริย์ ถ้าเป็นสมัยนี้ก็ไม่แน่นะ
ถ้าไม่ยอมให้สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯขึ้นครองราชย์นี่อาจมีกลุ่มคัดค้านแน่ๆ
โดย: nicelove IP: 202.44.135.35 วันที่: 31 สิงหาคม 2550 เวลา:14:14:57 น.
  
แต่อย่างไร ทุกวันนี้ สาย1(เดิม) ก็กลับมาเป็น สาย1 เต็มรูปแบบแล้วไงครับ
แล้ว ถ้า เป็นไป ตามความน่าจะเป็นจริงๆ
ผู้ที่ น่าจะมีความสุขที่สุด อาจจะเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา หรือสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสา อัยยิกาเจ้า ไงครับ
เพราะ พระองค์ท่าน ทรงอยู่ทัน สายของท่านกลับมา เป็น พระมหากษัตริย์อีกครั้ง ถึง 2 รัชกาล


แต่ เรื่องราวในอดีต เราก็ไม่อาจจะรู้ได้แน่นอนหรอกครับ
ว่า ความเป็นจริงแล้ว แต่ละยุคสมัยควรจะให้ใครครองราชย์

แต่ผมก็ว่า รัชกาลที่6 ทรงมีพระดำริแปลกๆหลายครั้งมากๆๆๆ จน บางทีผมอ่านจากหนังสือ ประวัติต้นรัชกาลที่ 6 แล้ว ผมแอบหงุดหงิดบ้าง
แต่ อย่างไร ร.6 ก็เป็น
1. พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 6 แห่งราชวงศ์จักรี
2. ทรงเคยเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ องค์ที่ 2ของ สยาม
3. ทรงเป็นสมเด็จพระยุพราช ในรัชกาลที่ 5 นะครับ
4. ทรงเป็นหลาน(ลูกน้องสาว) ในสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา

แต่ที่ผมปลื้มที่สุดคือ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ อ่ะครับ
พระองค์ ทรงเหมือนเด็ก แต่ เป็นความคิดเด็กที่ ยังคงรักสมเด็จป้าของตนอยู่
โดย: คนเคยคิดมาก IP: 61.91.166.162 วันที่: 14 ตุลาคม 2550 เวลา:1:17:01 น.
  
ถึงคุณ nicelove อย่างไรก็ตามการตัดสินพระราชหฤทัยของรัชกาลที่ 6 ในการตัดสิทธิ์ไม่ให้พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ พระโอรสในสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ไม่ให้ขึ้นเสวยราชย์นั้น ในฐานะพระเจ้าแผ่นดินที่เพิ่งจะเสด็จขึ้นเสวยราชย์นั้น ก็คงจะต้องทรงมีพระราชวินิจฉัยอย่างดีแล้ว อีกประการหนึ่งพระองค์ก็ไม่ได้ทรงตัดสินพระราชหฤทัยเรื่องนี้เพียงพระองค์เดียว แต่ได้ทรงปรึกษากับเหล้าเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ซึ่งเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยของรัชกาลที่ 5 อย่างรอบคอบแล้ว

ประกอบกับราชประเพณีในขณะนั้น พระองค์จุลฯ ก็ไม่ควรมีสิทธิ์ในราชสมบัติ เพราะเมื่อใกล้จะประสูติ ยังไม่แน่ด้วยซ้ำว่ารัชกาลที่ 5 จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มียศเป็น "เจ้า" หรือเปล่า
โดย: เคน IP: 58.9.93.205 วันที่: 20 ตุลาคม 2550 เวลา:21:59:34 น.
  
พระเจ้าจุลจักรพงษ์ ใช่ท่านตาขงฮิวโก้หรือป่าวค่ะ
โดย: มะลิ IP: 121.33.66.199 วันที่: 22 มกราคม 2551 เวลา:9:28:56 น.
  
ไม่ว่าที่ผ่านมาจะเป็นยังไง..ตอนนี้ทุกคนก็น่าจะภูมิใจที่มีพระเจ้าแผ่นดินที่ดีประเทศชาติก็ด๊ แล้วจะมานั่งเถียงกันเพื่ออะไร...ประวัติศาสตร์เราไปเปลี่ยนไม่ได้...ปัจจุบันซิที่เราอยู่สำคัญกว่ารักชาติรักในหลวงมากๆเพราะท่านทำเพื่อเรามาเยอะแล้ว
โดย: รักไทย IP: 124.120.150.192 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2551 เวลา:11:28:39 น.
  
ผมเห็นด้วย
โดย: ปิงสุขแท้ IP: 115.67.171.167 วันที่: 11 มิถุนายน 2552 เวลา:20:07:35 น.
  
อ่านต้นรัชกาล ร6 แล้ว สงสารเจ้าฟ้าวชิรุณหิศมาก ท่านน่ารักฉลาด ไม่น่าจะเป็นอย่างที่ ร.6 ท่านพูดถึงค่ะ เคยอ่านประวัติเจ้าฟ้าวชิรุณฯ เล่มไม่ใช่อย่างนี้เลย ท่านจะเป็นที่รักของทูลกระหม่อมพ่อ พี่น้อง เสียดายท่านจริง
โดย: คนที่ไม่ชอบความไม่ยุติธรรม IP: 202.149.25.235 วันที่: 5 สิงหาคม 2552 เวลา:21:55:58 น.
  
การเปลี่ยนแปลงการปกครองจะไม่เกิดขึ้น หากเจ้าฟ้าจักพงษ์ยังทรงมีพระชนชีพอยู่
โดย: ยอด IP: 58.9.25.93 วันที่: 28 ตุลาคม 2553 เวลา:15:08:08 น.
  
บทความที่ได้ปรากฎและได้ให้ความรู้สามารถค้นพบได้ง่ายนั้น ถือเป็นความรู้มาก ๆ เลยค่ะ ที่สามารถได้รู้ถึงประวัติศาสตร์ของพระมหากษัตรย์ไทย และความเป็นมาอย่างดีมาก ๆ เลยค่ะ

ขอบคุณมากนะคะ

สุกัญญา ศุสมุทร
โดย: สุกัญญา ศุภสมุทร IP: 115.31.161.226 วันที่: 9 พฤษภาคม 2555 เวลา:15:33:27 น.
  
วัฐจักรกรรม..เวียนไห้วตายเกิด ทุกยุกต์สมัย..การได้มาโดยเบียนเบียดบุญวาสนาของผู้อื่น...วันหนึ่งกรรมที่ได้จากบุญของผู้อื่นก้อตกทอดสู่ลูกหลาน ...ความแน่นอน คือ สิ่งที่ไม่แน่นอน..กาลเวลาคือสิ่งบ่งบอกของการที่ได้มา....
โดย: เพชรแก้ว IP: 182.53.58.216 วันที่: 22 มิถุนายน 2555 เวลา:20:15:22 น.
  
ข้อมูลอ่านแล้วให้ความรู้ดีค่ะ
โดย: นก IP: 119.46.176.222 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2555 เวลา:9:39:23 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

รอยใบลาน
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]



สโมสรของอัศวินแห่งอินทรนคร
กุมภาพันธ์ 2549

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
23
24
25
26
27
28
 
 
All Blog