*+* The best and most beautiful things can not be seen or even touched,They must be felt with the heart *+* *'^'~*-.,_,.-*Ordinary Miracle...สิ่งธรรมดาอาจกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ได้ ถ้าหัวใจเปี่ยมรัก*-.,_,.-*~'^'*
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2553
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
3 ธันวาคม 2553
 
All Blogs
 
จันทร์เอ๋ย...จันทร์เจ้า


“...จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง
ขอแหวนของแดง ผูกมือน้องข้า ขอช้างขอม้า ให้น้องข้าขี่ ขอเก้าอี้…ให้น้องข้านั่ง ขอเตียงตั่ง ให้น้องข้านอน
ข้อยายพร …เลี้ยงน้องข้อเถิด ข้อยายเกิดเลี้ยงตัวข้าเอง...”

แสงจันทร์นวลอบอวลสาดส่อง
ต้องไปที่ใดย่อมให้ความรู้สึก เยือกเย็น สงบ…
บางครา...เกือบจะ อ้างว้างเหงาหงอย

หากกระนั้นคงต้องขึ้นอยู่กับอารมณ์ของผู้เฝ้ามองด้วยกระมัง …
ทุกคนล้วนแหงนคอ เหลือบแลจันทร์เจ้ามาเนิ่นนาน
นับหมื่น นับพันปี ผ่านโลก ดับ-สูญ ผ่านชีวิตขึ้น-ลง
ผ่านความรัก เกิด-ดับ ทุกสรรพสิ่ง
ล้วนเพียรขอพรจากดวงจันทร์
ทว่ามีใครเคยรู้เรื่องราวความรักของ “เธอ” บ้างไหมเล่า

วันนี้แสงศศินวลผาดผ่องส่องอาบไล้ใบหน้าอย่างแผ่วเบา คล้ายจะถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของ “เธอ” ผ่านฉัน…
เอาล่ะ ฉันจะเล่าให้ฟัง

จันทร์เจ้า แต่เดิมเป็นหญิงสาวคนหนึ่ง เธอสวยงาม น่าหลงใหล
ใครๆ ต่างหมายปอง มีไมตรี หากเธอไม่เคยทอดสะพาน
หรือชายตามองใคร เพราะมีเพียงบุรุษเดียวที่เธอปักใจรัก และเขานั้นก็รู้สึกมิแผกกัน

ทว่า ความรักย่อมมีอุปสรรคอยู่เสมอ ด้วยหมู่บ้านที่เธออยู่มีกฎว่า ชายหญิงที่จะตกลงใจรักใคร่จนถึงขั้นแต่งงานกันนั้น จะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้วิเศษของหมู่บ้าน ซึ่งเป็น หญิงชราหน้าตาอัปลักษณ์ เวทมนตร์แก่กล้าคนหนึ่ง

และหญิงชราคนนี้นั้น...โกรธและเกลียด
ความสวยงามทุกอย่างบนโลกเป็นที่สุด
!

จันทร์เจ้ารู้ข้อนี้ดี เธอจึงบอกแก่หนุ่มคนรัก ทั้งสองจึงแอบคบหากันลับๆ โดยมิให้ผู้ใดรู้ แต่เราก็เคยได้ยินใช่ไหม…ว่าความลับไม่มีบนโลก

วันหนึ่งชายหนุ่มคนหนึ่งที่ชื่นชอบจันทร์เจ้า
แอบตามสะกดรอยมาตลอดพบว่า
ในยามค่ำคืนนั้นจันทร์เจ้ากับหนุ่มคนรักได้นัดพบกัน จึงนำความไปร้องเรียนต่อคนในหมู่บ้าน และแน่นอน...รู้ถึงหูของหญิงชราอัปลักษณ์นั้นด้วย

ทั้งสองถูกจับมาประจานกลางหมู่บ้าน ต่อการกระทำที่ผิดจารีตผิดประเพณี เธอร้องไห้คร่ำครวญต่อความผิดที่ไม่อาจแก้ไขแนบข้างชายหนุ่มคนรักที่คอยปลอบประโลม

ซึ่งนั่นช่างเป็นภาพบาดตาในสายตาของหญิงชราอัปลักษณ์นัก นางสั่งให้แยกทั้งสองออกจากกัน และทรมานชายหนุ่มคนนั้นโดยการเฆี่ยนด้วยแส้อาคมให้เจ็บปวดทุรนทุราย

จันทร์เจ้า มองภาพนั้นด้วยดวงใจที่แตกสลาย เธอร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด หากหญิงชรากลับหัวเราะร่า เพราะพอใจที่หน้าตาสวยงามของจันทร์เจ้า
ยามเศร้าโศกบิดเบี้ยว เหยเก ไม่ต่างจากหล่อน

จันทร์เจ้า เจ็บปวดเกินจะทานทนไหวที่เห็นคนรักถูกทำร้าย
โดยที่ตนไม่สามารถช่วยอะไร เธอด่าทอ สาปแช่งหญิงชรากระทั่งฝ่ายนั้นรู้สึกโกรธแค้น
…ประกายเพลิงจุดที่ดวงตาของนางก่อนที่จะชี้ไม้เท้าไปยัง
ร่างไรเรี่ยวแรงของชายหนุ่มโชคร้าย บอกกับจันทร์เจ้าว่า

“ข้าขอสาป….เจ้าจะไม่มีวันได้พบหน้าคนรักของเจ้าอีกต่อไป ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหนก็ตาม!”

ในนาทีนั้นร่างของชายคนรักก็หายไปต่อหน้าต่อตา
เป็นที่ประจักษ์แก่คนทั้งหมู่บ้าน

จันทร์เจ้า ร้องไห้ปริ่มจะขาดใจ ร้อง…จนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายของชีวิต!

ดวงจิตอันสว่างไสวคล้ายลอยออกมาจากร่างน้อยนั้น
จนทุกคนแม้กระทั่งหญิงชราต้องยกมือขึ้นบังตา..

ดวงจิตนั้นลอยไปเรื่อยๆ ลัดเลาะเที่ยวท่องตามพงไพร เก็บงำความทุกข์โศกและหยาดน้ำตาที่ไหลรินจาก การค้นหาอันไร้ซึ่งจุดหมาย
จนดวงจิตใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ…....ทว่า ยังไม่พบ

เธอล่องลอย ไขว่คว้า อ้างว้างอยู่ผู้เดียวท่ามกลางความเหน็บหนาว

การรอคอยมันช่างนานแสนนานนัก…ยิ่งสูง ยิ่งไกล ยิ่งหนาว

กระทั่งวันหนึ่งจันทร์เจ้าก็พบว่าเธอขึ้นมาจุดที่สูงที่สุดแล้ว…
จนไม่สามารถจะไปได้ไกลกว่านี้อีก เธอจึงหยุด...
ก่อนจะใช้สายตาละห้อยโหยคอยมองดูมายังเบื้องล่าง

กลายเป็นโคมดวงใหญ่ สว่างไสว เยือกเย็น
หากอ่อนหวาน นุ่มนวล และเต็มไปด้วยความโศกเศร้า

คืนแรม…เป็นวันที่จันทร์เจ้าทดท้อ
หมดกำลังใจจนดับแสงไร้แววลงชั่วคราว
กระทั่งเธอค่อยๆรวบรวมเอาความทรงจำ
อ่อนหวานครั้งเก่าจากคนรักมาเป็นกำลังใจให้ก้าวต่อนั่นแหละ…...

เธอจึงค่อยๆ เผยแสงทีละน้อย…ทีละน้อย…………..และเมื่อ พระจันทร์เต็มดวง ก็คือวันที่เธอจะส่องสว่างที่สุด เธอจะใช้แสงในตัวเธอนั้น

ค้นหา…….ความรักของเธอ
ความรัก…………….ที่แม้เนิ่นนาน แต่เธอก็ยังไม่พานพบ
“เขา”………….เขาทอดทิ้งเธอไปอยู่แห่งไหนกันนะ…………..ที่รัก เมื่อไหร่ที่เราจะพบกัน

น้ำตาไหลรินลงเงียบๆ ต้องกระทบกับแสงจันทร์เป็นประกายวะวาม

ความรักเป็นเฉกนี้เอง…ยามสุขก็ช่างหอมหวานเย้ายวน หากยามทุกข์ก็ชำแรกลึกเข้าไปถึงในจิตวิญญาณ

การค้นหา การรอคอย ท่ามกลางความอ้างว้างเหว่ว้า
มันช่างยาวนานนัก….เมื่อไหร่นะ…..จันทร์เจ้าจะพบเจอคนที่เฝ้ารอ

และเมื่อไหร่นะ…………ที่ความรักที่แสนดีของฉันจะเดินทางมาทักทายกันสักครั้ง

...............

ที่สุดแล้ว จันทร์เจ้า...ก็เหมือนสื่อแทนระหว่างความรัก

ยามสมหวังแหงนมองจันทร์ บอกผ่านความคิดถึง
ไปยังคนที่เราอาทร

หากยามทุกข์เล่า จะร้องไห้กับใครได้ นอกจากมี
โคมจันทร์...เป็นเพื่อนคอยปลอบโยน

คุณว่าจริงไหม..."






Create Date : 03 ธันวาคม 2553
Last Update : 1 เมษายน 2554 16:50:06 น. 0 comments
Counter : 390 Pageviews.

รสนิยม
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







หลังไมค์ ถึง ศิฬาร์



อ้างอิงจากพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537

มาตรา ๒๗ (การกระทำอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์)
การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๕ (๕) ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้
(๑) ทำซ้ำหรือดัดแปลง
(๒) เผยแพร่ต่อสาธารณชน

มาตรา 69 ผู้ใดกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิของนักแสดงตาม มาตรา 27 มาตรา 28 มาตรา 29 มาตรา 30 หรือ มาตรา 52 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองหมื่นบาท ถึงสองแสนบาท
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้า ผู้กระทำ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสี่ปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงแปดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
Friends' blogs
[Add รสนิยม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.