Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2551
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
25 พฤศจิกายน 2551
 
All Blogs
 

รสชาติหลักอาหารอีสาน “ขมนำ เผ็ดตาม เปรี้ยวและฝาดตามธรรมชาติ”




รสชาติหลักอาหารอีสาน “ขมนำ เผ็ดตาม เปรี้ยวและฝาดตามธรรมชาติ”



ลิ้นฟ้า01ลิ้นฟ้าหมากลิ้นฟ้าต้น

ฝักลิ้นฟ้า(เพกา) ให้รสชาติขม

หน่อหวายสะเดา

หน่อหวาย ดอกสะเดา

....รสชาติอาหารซึงเป็นที่ชื่นชอบของชาวอีสานคือ “รสขม” ซึ่งแตกต่างจากที่อื่น ๆ ซึ่งจะนิยมรสชมเฉพาะผู้สูงอายุ วัยรุ่นที่เริ่มเรียนรู้ความเป็นผู้ใหญ่ของคนอีสานจะเริ่มฝึกการกินลาบ ก้อย ซึ่งจะใส่เครื่องปรุงที่เรียกว่า บี (น้ำดี) หรือ เพี้ย เป็นส่วนประกอบที่ให้รสขมในลาบ ก้อย ต้ม หรือ แจ่ว โดยกินกับผักเครื่องเคียงที่เป็นผักรสฝาดหรือไม่ก็ขม เช่น สะเดา ลิ้นฟ้า (เพกา) หน่อหวาย เพื่อเป็นการดับคาวด้วย เมื่อวัยรุ่นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ความติดใจในความกลมกล่อมของรสชาติเมื่อใส่บีหรือเพี้ยก็จะติดตัวมา จนถึงขั้นว่า ถ้ากินลาบ ก้อย แล้วไม่ใส่บีแล้วไม่กินเสียดีกว่าเพราะมันเสียรสชาติ จนมีคำพูดที่คุ้นหูของคนทั่วไปในอีสานอยู่บนหนึ่งว่า “กินของขม ซมผู้สาว เว้าความหลัง” เป็นความสุขที่สุดของผู้เฒ่าชาวอีสาน


ไข่มดแดงมดแดง

ไข่มดแดง ตัว มดแดง

มะขามเปียก2มะนาวมะม่วงดิบ

มะขามเปียก มะนาว มะม่วงดิบ

...นอกจากจะมีรสขมนำแล้ว ต้องมี “เผ็ด” ตามด้วย “มันถึงจะแซ่บ กินแล้วมีแฮง” ส่วนรส “เปรี้ยว” ถึงแม้จะไม่ใช่รสชาติหลัก แต่ก็เป็นที่นิยมในการปรุงอาหารบางประเภท เช่น รสเปรี้ยวของก้อยปลา หรือก้อยสัตว์ขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็นก้อยกิ้งก่า ก้อยปลาซิว ก้อยกุ้ง หรือก้อยหอย ซึ่งรสเปรี้ยวของอาหารประเภทนี้ส่วนใหญ่ได้มาจากมดแดงหรือมะม่วงดิบเป็นหลัก ส่วนรสเปรี้ยวจากมะนาวและมะขามเปียกนิยมใช้กับอาหารประเภทต้มและของกินเล่นจำพวกตำประเภทต่าง ๆ ที่มีรสฝาดหรือขม เช่น ต้มส้มปลา ต้มเป็ด ต้มไก่ ซั่วไก่ ตำเหมี่ยงข่า ตำเปลือกแค ตำกล้วย ตำหมากยอ



หมากต้องหมากยมหมากยอ

หมากต้อง(กะท้อน) หมากยม หมากยอ

... ส่วนรสหวานเป็นรสชาติที่อยู่ในพืชผักที่มีรสในตัวเองอยู่แล้ว เช่น ตำหมากต้อง ตำหมากยม ตำหมากขาม สำหรับอาหารคาวที่มีความมันเป็นหลัก เช่น แกงกะทิ ทอด ผัดต่าง ๆ จะเป็นอาหารประเภทที่พบน้อยที่สุดใน “พาข้าว” ของคนอีสาน นาน ๆ ถึงจะมีการปรุงกินกัน เช่น แกงร้อนและแกงเผ็ดเนื้อ ส่วนมากอาหารที่มีรสมันจะอยู่ในรูปของ “ของหวานและขนม” ซึ่งจะได้กินในงานเทศกาลงานบุญของคนอีสาน


สาวไทย

... ดังนั้น จึงอาจสรุปได้ว่า รสชาติหลักของอาหารชาวอีสานคือ “ขมนำ เผ็ดตาม เปรี้ยวและฝาดตามธรรมชาติ” ส่วนอาหารที่มีรสหวานและมันนั้นชาวอีสานไม่นิยม ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารประเภทของหวานและขนมในงานเทศกาลงานบุญต่าง ๆ

ปล. ขอขอบพระคุณข้อมูลจากหนังสือ ชีวิต วัฒนธรรม ธรรมชาติ (Museum Siam)








 

Create Date : 25 พฤศจิกายน 2551
9 comments
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2551 11:47:58 น.
Counter : 263 Pageviews.

 

ช่างนำเสนอจริง ๆ นะนี่

 

โดย: คนธรรมดา IP: 124.120.162.2 25 พฤศจิกายน 2551 11:43:55 น.  

 

ส้มเคยกินแกงส้ม ใส่ไข่มดแดง (อ๊ะ หรือมดตะนอยนะค่ะ)

ก็อร่อยดีไหม?? ก็โอเคอ่ะค่ะ กินแล้ว แป๊ะๆ

แต่ว่า ถ้าต้องแรกทำชีวิตนมตั้งเยอะแยะ ก็ไม่อยากเสี่ยงอ่ะค่ะ เห็นตั้งแต่เค้าขนรังมดแดงมาเลยอ่ะ

แบบว่า เอ่อ ........... เหมื่อนไปเอาบ้านเค้ามา เศร้า

ปล. แต่อร่อยดี

 

โดย: freeplay200 25 พฤศจิกายน 2551 12:28:05 น.  

 

เคยไปอีสานก็เจออาหารรสชาติประมาณนี้เหมือนกันค่ะ...
แต่ไม่เคยกินไข่มดแดงซักทีค่ะ กินแต่ปลาร้า... (บาทีก็เห็นหนอนด้วย...)

 

โดย: Devonshire (Devonshire ) 25 พฤศจิกายน 2551 19:53:25 น.  

 

ได้ความรู้เยอะเลยค่ะ
เพิ่งทราบว่าหมากต้อง คือ กระท้อน นี่เอง

ขอบคุณสำหรับความรู้ที่นำมาฝากนะคะ

 

โดย: บุษบาหน้าจอ 25 พฤศจิกายน 2551 23:02:18 น.  

 

ไปอยู่อีสานขาดใจตายแน่ เอ๊ย! ขาดน้ำตาลตายแน่ ไม่รู้จะมีชีวิตรอดถึงเทศกาลงานบุญหรือเปล่า

แต่ "คำพูดที่คุ้นหู" ก็น่าจะพอทำให้ชีวิตยังดำรงอยู่ได้

 

โดย: ชวนคุย 26 พฤศจิกายน 2551 16:47:09 น.  

 

“กินของขม ซมผู้สาว เว้าความหลัง” <----- "คำพูดที่คุ้นหู" ก็น่าจะพอทำให้ชีวิตยังดำรงอยู่ได้

... แหมมมม คุณชวนคุย เพิ่งรู้จักกันไม่นาน แก่ซะแล้ว เป็นความสุขที่สุดของผู้เฒ่าชาวอีสาน

 

โดย: เจ้าจัน 27 พฤศจิกายน 2551 14:30:02 น.  

 

อยู่อีสานนะ..
แต่ไม่ใช้พื้นเพ....
ดี..ดี..ที่ได้ความรู้เพิ่มเติม..
สร้างสรรค์ดี
จะเข้ามาอ่านบ่อย-บ่อย
เป็นกำลังใจให้นะ....

 

โดย: แก้ว IP: 125.26.232.142 26 มีนาคม 2552 9:03:27 น.  

 

ได้ความรู้ดีจังค่ะ

 

โดย: น้องสบาย IP: 158.108.205.75 22 พฤษภาคม 2552 15:47:54 น.  

 

ดีนะคะ อาหารอีสานก็นาสนใจ วิถีชีวิตเค้าก็น่าสนใจดีนะ

 

โดย: ปูเป้ IP: 124.157.200.41 21 ธันวาคม 2552 14:41:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


เจ้าจัน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ยินดีต้อนรับ สู่สวนเจ้าจันค่ะ

สวนแห่งนี้ปลูกต้นไม้หลายประเภท มีไม้ดอก ไม้ใบ ไม้ผล พืชผักสวนครัวและสมุนไพร..

สวนแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นจากความรักต้นไม้ ธรรมชาติของจันหอม

ในสวนยังมีบทเพลงขับขานที่ไพเราะและเรื่องราวที่น่าประทับใจ

...จุดประสงค์ในการสร้างสวนนี้เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องต้นไม้ หรือเพียงแวะผ่าน มาเยี่ยมชมสวนเจ้าจันก็ชื่นใจแล้ว

จากใจ

จันหอม

กันยายน 2551
" ฉันมีความสุขเล็ก ๆ
ในใจฉัน
ในใจฉัน
มีความสุขเล็ก ๆ
ความสุขเล็ก ๆ
ในใจจันหอม"
วันนี้จันหอมมีความสุขมาก
ได้เริ่มการเขียน blog
เป็นความใฝ่ฝันมานานแล้ว
ว่าอยากทำสิ่งนี้
ได้ลงมือเขียนและ
ตกแต่ง blog มีความสุขจัง
ต้องขอบคุณยัยหนูเล็ก
น้องสาวที่น่ารัก
เป็นที่ปรึกษา
และแนะนำสิ่งดี ๆ
สิ่งนี้มาให้
เพราะยัยหนูเล็ก
ทำให้จันหอมหัวใจพองโต
ขอบคุณ
ยัยหนูเล็กมาก ๆ นะค่ะ
1 Corinthians 13 : 4-7

" Love is patient,
love is kind.
It does not envy,
it does not boast,
it is not proud.

It is not rude,
it is not self-seeking,
it is not easily angered,
it keeps no record of wrongs.

Love does not delight in evil
but rejoices with the truth.
It always protects,
always trusts,
always hopes,
always perseveres. "
1 โครินธ์ 13 : 4-7

" ความรักนั้นก็อดทนนาน และกระทำคุณให้
ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง

ไม่หยาบคาย ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว
ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด

ไม่ชื่นชมยินดี เมื่อมีการประพฤติผิด
แต่ชื่นชมยินดี เมื่อประพฤติชอบ

ความรักทนได้ทุกอย่าง
แม้ความผิดของคนอื่น
และเชื่อในส่วนดี ของเขาอยู่เสมอ
และมีความหวังอยู่เสมอ
และทนต่อทุกอย่าง "

Google
Friends' blogs
[Add เจ้าจัน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.