Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2551
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
29 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 

มาลัยทอง และ รวงทอง ไม้เลื้อยดอกสีเหลือง

มาลัยทอง

&#3617;&#3634;&#3621;&#3633;&#3618;&#3607;&#3629;&#3591;

ชื่อวิทยาศาสตร์: Petreovitex bambusetorum

วงศ์: VERBENACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์: เป็นไม้เลื้อย เถาเลื้อยไปได้เรื่อยๆ นิยมปลูกให้ขึ้นเลื้อยตามเสา โครงเหล็ก

ใบ: เรียงตรงข้าม ใบประกอบแบบมีใบย่อย 3 ใบ (trifoliate) ใบย่อยรูปไข่กลับ กว้าง 5-7 ซม. ยาว 8-12 ซม. ใบที่บริเวณช่อดอกเปลี่ยนเป็น กลีบประดับสีเหลือง

ดอก: เป็นดอกช่อแบบกระจะ (raceme) กลีบดอกมี 5 กลีบสีเหลือง เชื่อมติดเป็นรูปปากแตร เกสรเพศผู้สั้น 2 อัน ยาว 2 อัน กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกันที่โคน ปลายแยกเป็น 5 กลีบสีเหลือง

ผล: ไม่ติดผล

การขยายพันธุ์: ใช้การปักชำเถา(ลำต้น)วิธีการคือตัดกิ่งที่จะชำเป็นท่อนๆ ตัดใบบริเวณโคนกิ่งออกบางส่วนแล้วนำไปปักชำ โดยวัสดุที่ปักชำนิยมเป็นแกลบดำผสมกับขุยมะพร้าวครับ รดน้ำให้ชุ่มประมาณ 2 อาทิตย์ก็จะเริ่มมีรากครับ

....เป็นไม้ต่างประเทศ นำเข้ามาปลูกไม่นานนัก ในปัจจจุบันราคาก็ไม่แพงแล้ว เพาะขยายพันธุ์ง่าย ปลูกเลี้ยงง่าย เป็นไม้เลื้อย ที่ดอกไม่มีกลิ่นหอม



รวงทอง หรือ พวงทองเครือ พวงทองเถา

&#3619;&#3623;&#3591;&#3607;&#3629;&#3591;


ชื่อวิทยาศาสร์: Tristellateia australasiae., A. Rich

วงศ์ : MALPHIGHIACEAE

ชื่อสามัญ : Siam Vine

ลักษณะทั่วไป

ต้น: พวงทองเครือเป็นพันธุ์ไม้เลื้อย มีต้นหรือเถาขนาดเล็ก สามารถที่จะเลื้อยเกาะพันธุ์สิ่งอื่น ๆ หรือต้นไม้อื่นได้ไกลประมาณ 15 ฟุต ลักษณะของเถาจะเป็นสีน้ำตาล

ใบ : ลักษณะของใบพวงทองเครือจะเรียบเกลี้ยง หนาและแข็ง รูปใบมน เกือบเป็นรูปขอบขนาน ปลายใบมน ใบจะออกเป็นคู่ตรงข้ามกัน และขะขนานไปตามลำต้น ใบมีขนาดความกว้างประมาณ 5 เซนติเมตร

ดอก : พวงทองเครือจะออกดอกเป็นช่อ ห้อยลง ช่อดอกหนึ่ง ๆ จะมีความยาวประมาณ 12 เซนติเมตร ดอกจะมีขนาดเล็ก มีสีเหลือง ดอกหนึ่ง ๆ จะมี 5 กลีบ มีกลิ่นหอมเล็กน้อย

การดูแลรักษา

แสง : พวงทองเครือเป็นไม้ที่ปลูกได้ทั้งกลางแจ้ง และในที่ร่มกำไร เพราะฉะนั้นจึงไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเรืองแสง

น้ำ : ชอบน้ำปานกลาง ไม่ถึงกับแฉะ แต่ถ้าให้มีความชื้นอย่างสม่ำเสมอ ก็จะทำให้พวงทองเครือออกดอกได้ตลอดปี

ดิน : พวงทองเครือมักจะขึ้นได้ดีในดินที่ร่วนซุย มีความชื้น และระบายน้ำได้

ปุ๋ย : ควรใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกปีละ 2-3 ครั้ง โดยการพรวนดินโคนต้นให้ร่วน แล้วผสมปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอกกับดินบริเวณโคนต้น

ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด และการตอนกิ่ง




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2551
6 comments
Last Update : 29 ตุลาคม 2551 11:36:01 น.
Counter : 1620 Pageviews.

 

อยากทราบข้อมูลดอกแก้วบ้างค่ะ...
รบกวนลงให้ด้วย...
ขอบคุณ...

 

โดย: แก้ว IP: 125.26.232.142 26 มีนาคม 2552 8:58:32 น.  

 

.... ข้อมูลเรื่องดอกแก้ว อยู่ใน ถามมาก็ตอบไปนะค่ะ ที่ความคิดเห็นที่ 12 ...

... จันหอมขออนุญาตนำเนื้อหามาลงตรงนี้ ให้นะค่ะ

++แก้ว++

ชื่อสามัญ Orang jessamine

ชื่อวิทยาศาสตร์ Muraya paniculata.

ตระกูล PUTACEAE

ลักษณะทั่วไป
....แก้วเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางลำต้นมีความสูงประมาณ5-10 เมตรเปลือกลำต้นสีขาวปนเทาลำต้นแตกเป็นสะเก็ดเป็นร่องตามยาวการแตกกิ่งก้านของทรงพุ่มไม่ค่อยเป็นระเบียบใบออกเป็นช่อเป็นแผงออกใบเรียงสลับกันช่อหนึ่งประกอบด้วยใบย่อยประมาณ 4-8 ใบใบเป็นมันสีเขียวเข้มขยี้ดูจะมีกลิ่นฉุนแรงขอบใบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อยขนาดของใบกว้างประมาณ 2 - 4 เซนติเมตร ยาวประมาณ3-6 เซนติเมตรออกดอกเป็นช่อใหญ่ช่อสั้นออกตามปลายกิ่งหรือยอดช่อหนึ่งมีดอกประมาณ 5 - 10 ดอก แต่ละดอกมีกลีบดอก 5 กลีบ ดอกสีขาว กลิ่นหอม ดอกบานเต็มที่กว้างประมาณ 2 - 3 เซนติเมตร ผลรูปไข่ รีปลายทู่ มีสีส้ม ภายในมีเมล็ด 1 - 2 เมล็ด

การเป็นมงคล
...คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นแก้วไว้ประจำบ้านจะทำให้คนในบ้านมีความดี มีคุณค่าสูง เพราะคำว่า แก้ว นั้นหมายถึง สิงที่ดีมีค่าสูงเป็นที่นับถือบูชาของบุคคลทั่วไปซึ่งโบราณได้เปรียบเทียบของที่มีค่าสูงนี้เสมือนดั่งดวงแก้วนอกจากนี้คนโบราณยังมีความเชื่ออีกว่า บ้านใดปลูกต้นแก้วไว้ประจำบ้านจะทำให้เป็นคนที่มีจิตใยบริสุทธิ์ มีความเบิกบาน เพราะแก้วคือความใสสะอาดความสดใสนอกจากนี้ดอกแก้วยังมีสีขาวสะอาดสดใสมีกลิ่นหอมนวลไปไกลและยังนำดอกแก้วไปใช้ในพิธีบูชาพระในพิธี ทางศาสนาได้เป็นสิริมงคลยิ่งอีกด้วย

ตำแหน่งที่ปลูกและผู้ปลูก
....เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นแก้วไว้ทางทิศตะวันออก ผู้ปลูกควรปลูกในวันพุธ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เอาประโยชน์ทั่วไปทางดอกให้ปลูกในวันพุธ

การปลูก
การปลูกแบ่งเป็น 2 วิธี

1. การปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านและสวน คนไทยโบราณนิยมปลูกไว้เพื่อเป็นแนวรั้วบ้าน ขนาดหลุมปลูก 30 x 30 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา 1 : 2 ผสมดินปลูก การปลูกแบบนี้สามารถปลูกเป็นกลุ่ม หรือเป็นแถวก็ได้และสามารถตัดแต่งบังคับทรงพุ่มได้ตามความต้องการของผู้ปลูก

2. การปลูกในกระถางเพื่อประดับภายนอกอาคาร ควรใช้กระถางทรงสูงขนาด 12 - 16 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา 1 : 1 ผสมดินปลูก และควรเปลี่ยนกระถาง 1 - 2 ปี/ ครั้ง หรือตามความเหมาะสมของการเจริญเติบโตของทรงพุ่ม เพราะการขยายตัวของรากแน่นเกินไปและเพื่อเปลี่ยนดินปลูกใหม่ทดแทนดินปลูกเดิมที่เสื่อมสภาพไป

การดูแลรักษา

แสง ต้องการแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง

น้ำ ต้องการน้ำปริมาณปานกลาง ควรให้น้ำ 3 - 5 วัน / ครั้ง

ดิน ดินร่วนซุย ดินร่วนทราย

ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 1 - 2 กิโลกรัม/ต้น ใส่ปีละ 4 - 6 ครั้ง หรือใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ สูตร 15-15-15 อัตรา 200- 300 กรัม/ต้น ใส่ปีละ 4 - 6 ครั้ง

การขยายพันธ์ โดยการเพาะเมล็ดและการตอน

โรคและแมลง ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคและแมลง เพราะเป็นไม้ที่มึความทนทานต่อสภาพธรรมชาติพอสมควร

.................................................................

 

โดย: เจ้าจัน 26 พฤษภาคม 2552 9:16:27 น.  

 

แล้ว ข้อมูลของดอกคูณล่ะก๊ะ

อิ อิ

แวะมาทักทายยามเที่ยงค่ะ คุณเจ้าจัน

ปล. ถามมั่งได้ป่าวเอ่ย? ที่มาของ "เจ้าจัน" เป็นยังไงอ่าจ๊ะ คุณเจ้าจัน

 

โดย: ดอกคูณที่จากไป 16 มิถุนายน 2552 11:58:57 น.  

 

อยากทราบการปลูกต้นพวงแสดด้วยค่ะ

 

โดย: ต้นน้ำ IP: 124.121.214.74 22 ธันวาคม 2552 9:57:21 น.  

 

บล๊อกนี้ ดีจริงๆ

 

โดย: ตานคำ IP: 117.47.147.234 22 มีนาคม 2553 23:07:46 น.  

 

พอจะทราบวิธีตัดยอดมาลัยทองเพื่อให้มันแตกกิ่งใหม่ไหมคะ คนขายบอกว่าต้องตัดยอดมันด้วย เราเองก็ไม่ได้ใส่ใจวิธีตัด เพราะตอนซื้อไม่คิดจะตัดน่ะค่ะ แต่ปรากฏว่ากลับมาถึงบ้าน กิ่งหนึ่งกำลังออกดอกพรึ่บยาวเฟื้อยเลยค่ะ แต่ดันหักกลางช่อเลยค่ะก็เลยตัดใต้รอยหัก ซึ่งเหลือกลีบประดับสีเหลืองๆ อยู่ประมาณคู่หนึ่งน่ะค่ะ ดิฉันตัดถูกไหมคะ หรือต้องตัดให้ไม่เหลือกลีบประดับเลย รบกวนด้วยค่ะ

 

โดย: eraser IP: 125.24.4.92 10 สิงหาคม 2553 23:41:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


เจ้าจัน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ยินดีต้อนรับ สู่สวนเจ้าจันค่ะ

สวนแห่งนี้ปลูกต้นไม้หลายประเภท มีไม้ดอก ไม้ใบ ไม้ผล พืชผักสวนครัวและสมุนไพร..

สวนแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นจากความรักต้นไม้ ธรรมชาติของจันหอม

ในสวนยังมีบทเพลงขับขานที่ไพเราะและเรื่องราวที่น่าประทับใจ

...จุดประสงค์ในการสร้างสวนนี้เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องต้นไม้ หรือเพียงแวะผ่าน มาเยี่ยมชมสวนเจ้าจันก็ชื่นใจแล้ว

จากใจ

จันหอม

กันยายน 2551
" ฉันมีความสุขเล็ก ๆ
ในใจฉัน
ในใจฉัน
มีความสุขเล็ก ๆ
ความสุขเล็ก ๆ
ในใจจันหอม"
วันนี้จันหอมมีความสุขมาก
ได้เริ่มการเขียน blog
เป็นความใฝ่ฝันมานานแล้ว
ว่าอยากทำสิ่งนี้
ได้ลงมือเขียนและ
ตกแต่ง blog มีความสุขจัง
ต้องขอบคุณยัยหนูเล็ก
น้องสาวที่น่ารัก
เป็นที่ปรึกษา
และแนะนำสิ่งดี ๆ
สิ่งนี้มาให้
เพราะยัยหนูเล็ก
ทำให้จันหอมหัวใจพองโต
ขอบคุณ
ยัยหนูเล็กมาก ๆ นะค่ะ
1 Corinthians 13 : 4-7

" Love is patient,
love is kind.
It does not envy,
it does not boast,
it is not proud.

It is not rude,
it is not self-seeking,
it is not easily angered,
it keeps no record of wrongs.

Love does not delight in evil
but rejoices with the truth.
It always protects,
always trusts,
always hopes,
always perseveres. "
1 โครินธ์ 13 : 4-7

" ความรักนั้นก็อดทนนาน และกระทำคุณให้
ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง

ไม่หยาบคาย ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว
ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด

ไม่ชื่นชมยินดี เมื่อมีการประพฤติผิด
แต่ชื่นชมยินดี เมื่อประพฤติชอบ

ความรักทนได้ทุกอย่าง
แม้ความผิดของคนอื่น
และเชื่อในส่วนดี ของเขาอยู่เสมอ
และมีความหวังอยู่เสมอ
และทนต่อทุกอย่าง "

Google
Friends' blogs
[Add เจ้าจัน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.