Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 
 
1 กุมภาพันธ์ 2555
 
All Blogs
 
กัลบกยอดรัก(เดิมแผนลวงรัก) บทที่ 3


รตนมองรถยนต์ของพ่อซึ่งแล่นเข้าไปจอดเฉลียงหน้าบ้าน ชายหนุ่มนั่งทอดอารมณ์อยู่ที่เก้าอี้ตัวยาวใต้ซุ้มกระดังงาซึ่งส่งกลิ่นหอมเย็นเป็นระยะ วันนี้เขารู้สึกเหนื่อยแทบขาดใจเพราะต้องรับมือกับระบบการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไปตามความทันสมัยของเทคโนโลยี มีการประชุมเพื่อปรับลักษณะการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และการแข่งขันทางธุรกิจของโรงเรียนเอกชนด้วยกัน

พ่อของเขาเป็นนายทหารอากาศของกองทัพไทย ด้วยอายุที่อยู่ในวัยใกล้เกษียณราชการ ทำให้ท่านมีผู้ใต้บังคับบัญชามากหน้าหลายตาและต้องเดินทางไปราชการบ่อยครั้ง

รถเก๋งสีขาวรุ่นใหม่แล่นเข้าไปจอดยังโรงจอดรถของบ้านซึ่งสามารถใช้จอดรถได้หกคัน หญิงสาวรูปร่างระหง ลงจากรถด้วยท่วงท่าสง่างาม เขาไม่ได้ยอน้องสาวว่าเป็นคนสวย แต่เขาเชื่อว่าหนุ่มหลายคนหลงใหลและหมายปองเจ้าหล่อนไปร่วมชีวิตด้วย

ชายหนุ่มละสายตาจากน้องสาวมองท้องฟ้ากว้าง มีฝูงนกนา ๆ ชนิดกำลังบินถลาล้อเล่นสายลมอยู่บนฝากฟ้า ท้องฟ้าที่เคยปลอดโปร่งกลับเป็นสีแสดเมื่อแสงจากดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า พร้อม ๆ กับนกที่หลงเหลืออยู่เพียงสี่ห้าตัวและที่สำคัญพวกมันบินอยู่อย่างโดดเดี่ยว รตนตั้งคำถามว่าทำไมนกเหล่านี้จึงต้องบินตัวเดียวหรือว่ามันเป็นนกตัวผู้ที่ต้องออกไปหาอาหารปล่อยให้แม่นกดูแลลูก ๆ ให้อยู่ในรังเพียงลำพัง

เสียงกระแอมทำให้ชายหนุ่มต้องละสายตาจากท้องฟ้าที่ค่อย ๆหม่นเพราะแสงจากดวงอาทิตย์เริ่มหมด หญิงสาวที่เขาเพิ่งเห็นว่าลงจากรถเมื่อตะกี้เดินเข้ามาใกล้

“มานั่งทำมิวสิคอะไรคนเดียวเงียบ ๆ หรือพี่ก้าน” สนฉัตรนั่งเก้าอี้ตัวเดียวกับพี่ชาย “หรือว่ากำลังคิดเรื่องที่แม่จะให้แต่งงานกับยายชมพู่ หรือจะเป็นเรื่องที่แม่ไปอาระวาดกับน้าน้อยแล้วโดนพี่เตยตอกกลับ”

รตนเลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจ เมื่อได้ยินน้องสาวคนสวยเรียกหญิงสาวที่ถือดีมาข่มขู่และต่อว่าเขาแบบไม่เกรงใจว่าพี่เตย แสดงว่าทั้งสองคนต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีไม่อย่างนั้นคงไม่ใช้สรรพานามที่ฟังดูสนิทสนมแบบนี้

“ทำไมทำหน้าทำตาแบบนั้นเล่าพี่ก้าน” คนเป็นน้องสาวร้องทัก แปลกใจกับสีหน้าและท่าทางของพี่ชาย “แม่บอกว่าอยากให้พี่แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา ท่านบ่นกับแก้มประจำว่าอยากมีหลานเร็ว ๆ ประจวบกับที่น้าปรุงจิตมีลูกสาว สองสาวสูงวัยก็เลยมีความคิดที่ไม่ค่อยเข้าท่าว่าจะให้พี่กับชมพู่แต่งงานกัน ดีนะที่น้าปรุงจิตไม่มีลูกชายไม่อย่างนั้นมีหวังหนูคงแย่ไปด้วย ไม่อยากจะคิดเลยว่าหลังจากพี่แต่งงานแล้วแม่จะพุ่งประเด็นต่อไปมาที่...”

“บ่นเป็นแม่แก่ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเราเสียหน่อยพี่ต่างหากที่โดนเต็ม ๆ” รตนพูดขัด ถามอีกฝ่ายต่อด้วยความอยากรู้ “ทำไมแก้มถึงเรียกช่างที่ร้านตัดผมเสียสนิทสนมแบบนั้น”

“อ๋อ...เรียกพี่เตยน่ะหรือ” คนเป็นน้องสาวลากเสียงยาว “แก้มไปตัดผมที่ร้านพี่เตยได้สี่ปีแล้วตามพ่อไป...ไม่สิพ่อชวน”

“ก็เลยนับญาติกับเขาว่างั้นเถอะ” คนเป็นพี่ชายพูดประชดพาลโกรธน้องสาวไปด้วย “ว่าแต่ยายใบเตยหนามแหลมนี่เป็นคนยังไง”

สนฉัตรเลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจ เมื่อพี่ชายของเธอเรียกช่างตัดผมคนสวยว่า ยายใบเตยหนามแหลม หากฉุกคิดได้ว่าคนที่ไปห้ามทัพวันที่แม่ไปอาละวาดสองป้าหลานก็คือชายหนุ่มตรงหน้า ปากอิ่มหยักยิ้มความคิดทะเล้นผุดขึ้น

“พี่เตยใจดีค่ะ พูดจาไพเราะที่สำคัญสวยไม่มีที่ติ พี่ก้านว่าไหม”

คนฟังหัวเราะเหอะ ๆ เมื่อเจอคำถามวกกลับมาหาเขา เจ้าหล่อนน่ะเหรอพูดจาไพเราะ ใจดีและสวยไม่มีที่ติ เขานี่แหละจะเป็นคนติเองว่าเจ้าหล่อนไม่มีทุกสิ่งทุกอย่างที่น้องสาวเขาพูดมา ความสวยยังไม่ได้ครึ่งของวิกานดาคู่ควงคนล่าสุดของเขาด้วยซ้ำ พูดจาไพเราะน่ะเหรออันนี้ยิ่งแล้วใหญ่ไม่มีเลยสักนิดนอกเสียจากคำข่มขู่และเคี่ยวเข็ญ เขายังจำมันได้มีแม้จะพยายามลืม ๆ มันไป ใจดีอันนี้อาจจะมีอยู่บ้างแต่คงไม่มาก ที่สำคัญเจ้าหล่อนช่างไม่มีสัมมาคารวะเอาเสียเลย ไม่รู้จักว่าเด็กควรทำตัวอย่างไรกับผู้ที่มีอาวุโสกว่า

“ทำไมหัวเราะได้น่าเกลียดอย่างนี้พี่ก้าน” สนฉัตรเอ่ยตำหนิแกมหมั่นไส้ “พี่กับพี่เตยเจอกันแบบไม่ค่อยจะดี ก็เลยมีความรู้สึกติดลบกับพี่เขาใช่ไหม วันนี้แก้มแวะไปสระผมที่ร้านก็ขอโทษพี่เขากับน้าน้อยเรื่องที่แม่ไปอาละวาด แต่ถ้าเป็นแก้มก็คงไม่ยอมหรอกถ้าเราไม่ใช่คนผิด แม่เจอคนจริงแบบนี้บ้างก็ดีเหมือนกันที่บ้านใคร ๆ ก็ยอมทั้งนั้น”

รตนยกมือกอดอกมองน้องสาวนิ่ง ก่อนพ่นลมหายใจออกมาแรง ๆ “เราก็เป็นเสียแบบนี้เห็นใครดีเข้าหน่อยล่ะเข้าข้าง พี่ไม่อยากจะนึกถึงหรือนับญาติกับยายนี่หรอกเพราะพี่ไม่มีวันไปเหยียบที่ร้านนั้นแน่ แก้มคงไม่รู้ว่าพี่เจอยายใบเตยหนามแหลมชี้หน้าต่อว่าปาว ๆ พี่อายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี”

“ใช้คำพูดแรงไปไหมที่ว่าไม่มีวันไปเหยียบที่ร้านและที่สำคัญพี่ก้านต้องไม่ตัดสินคนเพียงการพบกันครั้งเดียวว่าเขาเป็นคนไม่ดี เพียงเพราะความบังเอิญที่ถูกลิขิตไว้แล้วว่าต้องเจอกันแบบนี้ ถ้าพี่ก้านจะลองเปิดใจมองพี่เตยในมุมกว้างพี่จะรู้ว่าน่าคบหาสมาคมด้วย นี่เห็นว่าจะเรียนจบปริญญาตรีแล้ว” สนฉัตรเห็นพี่ชายอ้าปากเตรียมค้านจึงรีบพูดต่อ “แก้มว่าพี่เตยดีกว่าแม่ดาด้าคู่ควงคนล่าสุดของพี่เป็นไหน ๆ”

ชายหนุ่มทำเสียงฮึดฮัด เป็นเชิงเตือนน้องสาวให้รู้ว่าเขาเริ่มไม่พอใจ หากยังไม่หยุดจ้อถึงยายใบเตยหนามแหลมละก็เขาคงกระอักเป็นเลือดแน่ ก็เพราะความรู้สึกหมั่นไส้มันจุกอด และที่สำคัญเขาไม่ชอบให้เอาผู้หญิงของเขาไปเปรียบเทียบกับใคร

“โอ๊ย...พี่ก้านหน้าแดงเชียว แก้มไม่อยู่ใกล้ดีกว่า เดี๋ยวโดนมะเหงก” สนฉัตรผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ ทำหน้าทะเล้นเลียนแบบพี่ชาย “อยากได้พี่เตยมาเป็นพี่สะใภ้จะได้สระผมฟรี”

“คิดได้แค่นี้เหรอ ยายใบเตยหนามแหลมไม่มีในรายชื่อผู้หญิงคนที่พี่จะเลือกคบหรือเลือกเป็นแม่ของลูกสักนิด”

ชายหนุ่มถอนหายใจแรง ๆ อีกแล้ว เขากำลังกลุ้มใจอยู่เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิต เขารู้ดีว่าถ้าพาวิกานดามาอ้างกับแม่ว่าเจ้าหล่อนคือหญิงสาวที่เขาเลือกใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ แม่คงโกรธและไม่ยอมรับส่วนวิกานดาเจ้าหล่อนคงดีใจเพราะมันอยู่นอกเหนือจากข้อตกลงที่เขากับหล่อนมีร่วมกัน ยิ่งเพิ่งบอกพวงชมพูไปว่าเขามีคนรักอยู่แล้วและกำลังจะแต่งงานด้วยหากโดนแม่ขัดเสียก่อน และที่สำคัญเขายังอนุญาตให้บอกน้าปรุงจิตได้อีกเรื่องคนรักของเขาหากแม่ของเจ้าหล่อนเร่งเร้ามาก ๆ

*************************************

สี่คนพ่อแม่ลูกทานกันไปคุยกันไปอย่างอบอุ่น ไม่บ่อยที่จะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แต่พ่อตั้งกฎไว้ในบ้านว่าในหนึ่งอาทิตย์ต้องมีหนึ่งวันที่ทุกคนต้องทานอาหารร่วมกัน ส่วนจะเป็นวันไหนนั้นพ่อจะแจ้งอีกทีเพราะต้องดูตารางการเดินทางของพ่อก่อน

รตนเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นหลังจากรับประทานอาหารแล้ว แม่ของเขาเพิ่งแยกขึ้นห้องไป หลังจากที่เขารับช่วงดูแลกิจการโรงเรียนเอกชนต่อ ท่านก็มีเวลาว่ามากขึ้นแม้ในช่วงแรกแม่จะคอยสอนงานและดูแลอยู่ แต่ช่วงหลังมานี่ท่านปล่อยให้เขาบริหารงานเพียงลำพัง

“เป็นอย่างไรบ้างครับพ่อ อากาศที่เพชรบูรณ์เย็นสบายไหม” ชายหนุ่มชวนคุย เมื่อเห็นพ่อนั่งอ่านหนังสืออยู่ก่อนแล้ว

คนเป็นพ่อยิ้มให้ลูกชาย พับหนังสือคู่มือการปลูกผักแบบไฮโดรโปรนิกส์มองหน้าลูกชายคนโตและคนเดียวก่อนตอบเสียงนุ่ม

“อากาศที่นั่นดีมาก ความจริงมีเพื่อนพ่อคนหนึ่งเขาปลูกบ้านอยู่ที่อำเภอเขาค้อ เขาซื้อทรัพย์ที่ธนาคารยึดอีกทีราคาไม่แพง เห็นว่ายังเหลืออยู่อีกสองแปลงติดกับบ้านเขา พ่อก็เลยว่าจะให้ลูกเข้าไปติดต่อขอซื้อเพื่อทำบ้านพักต่างอากาศเวลาถึงฤดูหนาวเราไม่ต้องเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ เพราะที่นั่นอากาศดีเห็นว่าขึ้นชื่อเป็นสวิสเซอร์แลนด์เมืองไทยเชียวล่ะ”

“เดี๋ยวผมจัดการให้ครับ” ชายหนุ่มบอกเสียงกระตือรือร้น “แล้วนั่นพ่ออ่านหนังสือเกี่ยวกับการปลูกผักโดยไม่ใช่ดินทำไมครับ อย่างบอกนะว่าพ่อจะทดลองปลูกมัน”

คนถูกทักเรื่องหนังสือเปิดยิ้มกว้าง พยักหน้าเชิงตอบรับ “อีกไม่นานพ่อก็จะเกษียณแล้ว ถึงเวลานั้นก็เหมือนคนตกงานก็เลยอยากทำอะไรที่มันทำให้เวลาวันหนึ่ง ๆ หมดไปอย่างมีประโยชน์”

“มันเป็นอาชีพได้เลยครับพ่อ ผมเคยเห็นอยู่เหมือนกันผักปลอดสารพิษ” คนเป็นลูกชายสนับสนุน “เดี๋ยวนี้ผู้คนห่วงสุขภาพกันมากขึ้น แม้จะแพงกว่าผักที่ปลูกโดยทั่วไปอยู่สักหน่อย”

“แม่ไปไหนเสียล่ะ”

“แม่ขึ้นห้องไปเมื่อตะกี้นี้เองครับ เห็นว่าจะรีบไปจัดกระเป๋าน้าปรุงจิตชวนให้ไปเที่ยวเมืองจีนวันศุกร์นี้” ชายหนุ่มบอกพ่อตามที่รู้มา “พ่อไปด้วยไหมครับ”
วิรัชส่ายหน้า มันเป็นภาษากายที่แสดงให้รู้ว่าเป็นการปฏิเสธ แต่ย้อนถาม “เมื่อวันเสาร์แม่ไปอาละวาดที่ร้านตัดผมใช่ไหม”

คนถูกถามนิ่งไม่คาดฝันว่าพ่อจะรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างไม่อยู่บ้าน ชายหนุ่มมองหน้าราวกับกำลังค้นหาความรู้สึกบางอย่างที่เขาเคยสงสัยตามที่ได้ฟังคนเป็นแม่พูดถึง แม้เขาจะเชื่อว่าพ่อไม่ได้มีความสัมพันธ์กับคนที่ถูกพาดพิงมากไปกว่าการให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่มันก็ไม่สนิทใจที่จะเชื่อทั้งหมด

“ใช่ครับ” สุดท้ายชายหนุ่มก็รับคำ “ผมขับรถไปห้ามทันทีที่รู้เรื่อง แต่ช้าเกินไปอยู่บ้างเพราะไปถึงแม่ก็อาละวาดเสียหนัก ท่านได้รับรูปถ่ายจากน้าปรุงจิตมันเป็นรูปที่เราไปซื้อของให้แม่แล้วเจอคุณแน่งน้อยโดยบังเอิญ”
ชายสูงวัยกว่านิ่วหน้า นั่งนิ่งอยู่นาน แต่สุดท้ายลมหายใจแรง ๆ ถูกพ่นออกมาคล้ายระบายความกลัดกลุ้มที่เกิดขึ้น

“แม่ไม่เคยฟังพ่อเลยในระยะหลัง ความจริงครอบครัวของเราอยู่ด้วยกันอย่างผาสุก จนกระทั้งมียายปรุงจิตอะไรนี่เข้ามา พ่อไม่ชอบเขาเอาเสียเลยแต่ก็พูดไม่ได้เพราะเขาเป็นเพื่อนของแม่เรา” เมื่อเห็นลูกชายพยักหน้า คนเป็นพ่อจึงพูดต่อ “ความจริงแม่เขามีเพื่อนบ้างก็ดี แต่เพื่อนแม่คนนี้มักนำความเดือดเนื้อร้อนใจมาให้ เห็นว่าเลิกกับสามีชาวต่างชาติตั้งแต่สมัยลูกสาวยังเล็ก ๆ”

มันเป็นความรู้ใหม่เกี่ยวกับน้องสาวคนสวยที่เขาเพิ่งได้รู้จัก แม้ว่าเขาอยากจะถามต่อแต่มันไม่ใช่ความสนใจทั้งหมดที่เขามี ตอนนี้เขากำลังมุ่งประเด็นไปที่ร้านตัดผมมากกว่า ไม่ได้สนใจยายใบเตยหนามแหลมแต่กำลังอยากรู้เรื่องของพ่อกับคุณแน่งน้อยต่างหาก

“พ่อกับคุณแน่งน้อยเป็นมากกว่าลูกค้ากับผู้ให้บริการหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มถามตรงประเด็น เมื่อเห็นคนเป็นพ่อนั่งนิ่ง เลิกคิ้วสูงก่อนขมวดมุ่นมองหน้าเขา “ขอโทษครับที่ผมถามแบบนี้แต่ถ้าพ่อพอจะให้ความกระจ่างได้คงดีไม่น้อย ผมไม่อยากคิดสรุปเองทั้งหมดแต่ผมเชื่อใจพ่อนะครับว่าพ่อไม่มีวันทำอย่างนั้น”

“ถ้าพ่อคิดอยากจะมีบ้านเล็กบ้านน้อยพ่อทำไปนานแล้ว” คนเป็นพ่อพูดเสียงขรึม วางหนังสือคู่มือไว้บนโซฟาใกล้ตัว สองมือยกขึ้นกอดอกมองหน้าลูกชาย “ผู้หญิงสมัยนี้มีเยอะแยะที่ต้องการคนอุปถัมภ์ คุณแน่งน้อยเขาไม่ได้เป็นแบบผู้หญิงพวกนั้น เขามีศักดิ์ศรีพอที่จะไม่ทำแม้จะมีคนมาเสนอ และหนึ่งในนั้นไม่มีพ่อหรอกนะเพราะในสายตาของพ่อไม่มีใครดีไปกว่าแม่ของเราอีกแล้ว ในเมื่อตกลงปรงใจใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยกันตั้งแต่เมื่อสามสิบปีที่แล้ว พ่อบอกตัวเองว่าพ่อจะดูแลและรักแม่เขาไปจนกว่าชีวิตจะหมดลมหายใจ จะให้ทิ้งขวางกันไปในยามแก่ชราเพราะเจอเนื้อหนังที่เต่งตึงกว่าเห็นจะไม่ใช่วิสัยชายชาติทหารอย่างพ่อ”

ชายหนุ่มอยากให้หญิงสูงวัยซึ่งขณะนี้คงกำลังง่วนอยู่กับการจัดกระเป๋ามาได้ยินเสียเหลือเกิน อยากเห็นปฏิกิริยาเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ แต่เขาทำได้เพียงคิดเท่านั้น

“พรุ่งนี้พ่ออยากให้เราเอากระเช้าไปให้ที่ร้านคุณแน่งน้อย เพื่อเป็นการขอโทษที่แม่เราไปอาละวาด”

รตนสะดุ้งสุดตัว คิ้วเข้มเลิกสูงไม่แน่ใจกับคำพูดที่ได้ยินเมื่อสักครู่ จนต้องถามเสียงตะกุกตะกัก เมื่อได้คำตอบแน่ชัดเล่นเอาเขาแทบปาดเหงื่อ เมื่อตอนเย็นเขาเพิ่งพูดกับน้องสาวไปหยก ๆ ว่าไม่มีวันไปเหยียบที่ร้านนั่นอีก แต่ตอนนี้เขาต้องกลืนน้ำลายตัวเองเพราะคำขอร้องแกมสั่งของชายตรงหน้า
สุดท้ายชายหนุ่มก็รับปากเพราะมันเป็นทางออกที่ดีที่สุด หากขืนพ่อยกกระเช้าไปขอโทษเสียเองมันคงเป็นเรื่องใหญ่หากแม่ได้รู้ พ่อพูดเสียงติดตลกในตอนท้ายว่านี่แหละอารมณ์หึงหวงมันสามารถฆ่าคนตายได้เชียวล่ะ ดูอย่างแม่ของเขาสิแก่จนจะเข้าโลงกันอยู่แล้วยังจะมีความรู้สึกอย่างนี้ได้อีก

**************************************

เมื่อคืนนี้จนถึงเช้าเขายังไม่ความกังวลอยู่ในใจเรื่องกระเช้าแทนคำขอโทษของพ่อเท่าตอนนี้ ครั้นจะให้น้องสาวเป็นคนเอาไปให้ก็เห็นว่าไม่เหมาะเพราะมันอยู่ในช่วงการเรียนการสอน

ชายหนุ่มถือกระเช้าของขวัญเดินตรงเข้าไปในร้านตัดผม ที่เพิ่งจะซื้อมันเมื่อตะกี้ตามที่ได้รับปากพ่อไว้เมื่อคืนนี้ ก่อนลงจากรถเขาภาวนาให้ยายใบเตยหนามแหลมไม่อยู่ หรือไม่ก็นอนป่วยอยู่ในบ้านไม่ได้ออกมาทำงานที่ร้านเช่นทุกวัน

รตนถือวิสาสะผลักประตูเข้าไป ไม่มีคุณแน่งน้อย ไม่มีลูกค้าในร้านแต่มีเสียงแหลมแสบแก้วหูดังมาจากหญิงสาวที่ตั้งตัวเป็นอริกับเขา แม้จะพบกันครั้งนี้เป็นครั้งที่สองก็ตาม

“มาทางไหนไปทางนั้นเลยคุณ ร้านนี้ไม่ต้อนรับ”

ชายหนุ่มชะงักยืนนิ่งอยู่กลางห้อง มองหญิงสาวซึ่งอยู่หน้ากระจกส่งสายตาราวกับว่าถ้าแร่เนื้อเขาออกเป็นชิ้นได้เจ้าหล่อนคงทำ

“ผมเอากระเช้ามาให้ พ่อบอกว่าให้เอามาให้เพื่อเป็นการขอโทษเรื่องของแม่” ชายหนุ่มตอบเสียงดัง ภาวนาขอให้คุณแน่งน้อยออกมาจากหลังร้าน “ที่จริงผมก็ไม่อยากจะมานักหรอกร้านเสริมสวยเล็ก ๆ แถมเจ้าของไม่มีมารยาทอย่างนี้”

“วางมันไว้ที่เก้าอี้ไม้ตัวนั้นแหละใกล้ ๆ มือคุณ เสร็จแล้วก็รีบเนรเทศตัวเองออกไปจากร้านฉันเถอะ เพราะอยู่ไปนาน ๆ เดี๋ยวแผ่นดินที่ร้านฉันจะทรุด”

รตนขบกรามแน่น นี่เจ้าหล่อนถือดีอย่างไรถึงมาว่าเขาเป็นพวกหนักแผ่นดิน ชายหนุ่มยังยืนนิ่งมองหน้าหญิงสาวที่ตอนนี้มันเชิดขึ้นเล็กน้อยบ่งบอกถึงความถือดีของเจ้าหล่อน ความคิดแวบขึ้นมาเขาเคยเห็นเจ้าหล่อนอยู่แถวหน้าโรงเรียนของเขาหลายครั้ง ว่าแต่เจ้าหล่อนมีลูกแล้วอย่างนั้นหรือ แต่พ่อของเขาบอกเองนี่นาว่าหญิงสาวตรงหน้ายังไม่แต่งงาน

“ผมอยากเปลี่ยนทรงผมเรียกน้าแน่งน้อยให้หน่อยสิ”

หญิงสาวยิ้มเยาะ เมื่อเขาเรียกร้องอยากให้ป้าของเธอตัดผมให้ “วันนี้ป้าไม่อยู่บ้าน ไปถือศีลที่วัดถ้าอยากตัดผมก็ไปร้านอื่นเพราะคุณเพิ่งพูดเมื่อตะกี้นี้ว่าร้านนี้มันเล็กเกินไปสำหรับคุณไม่ใช่เหรอ”

รตนหัวเราะหึ ๆ มองท่าทีวางอำนาจของหญิงตรงหน้า วันนี้เจ้าหล่อนรวมผมยาวสลวยไว้ด้านหลังเผยให้เห็นดวงหน้ารูปไข่ที่ถูกแต่งแต้มสีสันเพียงบาง ๆ แถมใส่เสื้อที่ทำด้วยผ้าชีฟองสีน้ำตาลอ่อนขับผิวขาวให้ดูกระจ่าง กางเกงผ้าขาเดฟทำให้มองดูสูงเปรียว

“ผมเปลี่ยนใจ อยากลองตัดร้านเล็ก ๆ ดูบ้าง” รตนยวนกลับ “ช่างเป็นมารยาทที่ไม่ดีเอาเสียเลย คนเขาเอาเงินมาให้กลับปฏิเสธ”

พุดน้ำบุศย์มองหน้าชายหนุ่มนิ่ง แม้เขาจะหล่อบาดใจแต่น้ำเสียงยียวนอย่างนี้เธอบอกได้คำเดียวว่าหมั่นไส้ และอยากให้เขาไปไกล ๆ ที่สำคัญเธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะต้องเจอเขาอีก รู้อยู่หรอกว่าเขาเป็นเจ้าของโรงเรียนที่ยายตั้งโอ๋เรียนอยู่เพราะน้องสาวของเขาเคยมาส่งที่ร้านอยู่หลายครั้ง

“ลูกค้าฉันมาแล้ว” หญิงสาวบอก เมื่อเห็นชายร่างท้วม ผมสีดอกเลาเปิดประตูร้านเข้ามา “ฉันไม่มีเวลาว่างที่จะต่อปากต่อคำกับคุณหรอก เชิญกลับไปเสียเถอะ” พุดน้ำบุศย์บอกชายหนุ่ม พลางหันไปพูดกับชายผู้มาใหม่ “เชิญนั่งเลยค่ะ คุณลุง”

“พ่อหนุ่มนั่นมาก่อนไม่ใช่เหรอ”

“เขากำลังจะกลับแล้วค่ะ พอดีเขาเอาของมาให้” หญิงสาวรีบบอก “เชิญนั่งค่ะ”

รตนทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ใกล้กระเช้าซึ่งวางไว้เมื่อตะกี้ ยกมือกอดอกมองหญิงสาวทำหน้าที่อย่างคล่องแคล้ว เขาเห็นเจ้าหล่อนเหลือบมองมาด้านหลังผ่านกระจกเงาบานใหญ่ สายตาคมมองกริยาการเคลื่อนไหวของหญิงสาวหงุดหงิดเหลือใจหากแต่ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่ากอดอกกำมือแน่น

“ลุงหายไปนานเชียวค่ะ” หญิงสาวชวนชายสูงวัยคุย “เตยคิดว่าลุงจะลืมร้านนี้ไปแล้วเสียอีก”

“ลุงไปเยี่ยมลูกสาวที่เชียงใหม่” คนถูกถามตอบน้ำเสียงภูมิใจ “เขาได้สามีเป็นคนเหนือนี่เพิ่งจะคลอดลูกสาวคนที่สองหน้าตาน่าเกลียดเชียว”

“ที่นั่นคงอากาศดีมาก สวนยางล่ะค่ะ เห็นป้าเคยบอกว่าลุงทำสวนยาง” หญิงสาวชวนคุยขณะที่มือยังคงทำงานอย่างคล่องแคล้ว ด้วยความเคยชิน

ชายหนุ่มซึ่งนั่งอ่านหนังสืออยู่ด้านหลังหัวเราะหึ ๆ ไม่ได้ขำเรื่องราวของหนังสือตรงหน้าเพราะเขาเปิดผ่าน ๆ ตามากกว่าจะตั้งหน้าตั้งตาอ่านอย่างจริงจัง ความรู้สึกหมั่นไส้ลามไปจนถึงหมั่นตับกับการปฏิบัติแบบสองมาตรฐานของกัลบกสาวซึ่งสร้างความขุ่นเคืองในอารมณ์ให้เขาอยู่ไม่น้อย

ชายหนุ่มถอนใจเมื่อลูกค้ารายแรกเปิดประตูออกไป เขาตั้งใจจะตื้อให้เจ้าหล่อนตัดผมให้ได้ด้วยความรู้สึกอยากเอาชนะ วันนี้เขามีเวลาเกือบทั้งวันให้มันรู้ไปสิว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ

“ถึงคิวผมแล้วซีนะ”

พุดน้ำบุศย์เลือกที่จะไม่ตอบ รีบกวดเศษผมไปไว้ใต้เคาน์เตอร์ตั้งโต๊ะกระจกเงา แล้วเดินมาหยิบกระเช้าที่อยู่ใกล้ชายหนุ่มเข้าไปไว้หลังบ้าน เมื่อเดินออกมาก็เห็นมีหญิงสาวซึ่งไม่ใช่ลูกค้าประจำหรือภาษาช่างเรียกกันว่าขาจรนั่งรออยู่

“มีลูกค้ามา ผมเลยบอกให้รอ” ชายหนุ่มรีบรายงาน “เขาบอกว่าจะมาสระไดร์”

“ขอบคุณ” หญิงสาวบอกเขาอย่างเสียไม่ได้ ก่อนหันไปเชิญลูกค้าซึ่งนั่งรออยู่เข้าไปหลังม่านซึ่งกันไว้สำหรับตั้งเตียงสระผม เมื่อกลับเข้ามาก็พบว่าเขายังนั่งอยู่ที่เดิมแต่ตอนนี้หน้าตาเริ่มบอกบุญไม่รับ พุดน้ำบุศย์บอกตัวเองว่ามันช่วยไม่ได้เพราะเธอรู้สึกไม่ชอบเขาเอาเสียเลย ดูเอาเถิดขนาดลงทุนไล่ไปแล้วยังทำไก๋ไม่รู้ไม่ชี้ได้อีก

หญิงสาวทำงานอย่างเพลิดเพลินลืมไปเสียสนิทว่ามีชายหนุ่มอีกคนอยู่ในร้านด้วย วันนี้เธอไม่มีลูกมือเพราะเด็กแต้วไปเรียนหนังสือตั้งแต่เช้า ดังนั้นเมื่อมีลูกค้าเข้ามาเธอจำเป็นต้องทำเองเสียหมด แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่ออยู่ ๆ ไฟฟ้าในร้านเกิดดับลงกะทันหันขณะที่เธอกำลังทำการไดร์ผมให้ลูกค้าได้เพียงครึ่งศีรษะ

“พี่ไม่ต้องตกใจนะคะ” หญิงสาวรีบบอกลูกค้าซึ่งทำหน้าเหรอหราอยู่บนเก้าอี้หน้ากระจก “เดี๋ยวหนูขอออกไปดูหน้าร้านเดี๋ยวเดียวว่ามันดับร้านเดียวหรือทั้งหมด”

ชายหนุ่มมองกัลบกสาวซึ่งเปิดประตูร้านเข้ามาหลังจากออกไปได้ไม่นาน ใบหน้าดูเคร่งขรึมเสียจนเขาอดเอ่ยถามไม่ได้

“ทำไมหน้าตาไม่สู้ดีแบบนี้เล่า หรือว่าไฟดับทั้งหมด”
หญิงสาวมองคนที่เสนอตัวเอ่ยถามน้ำเสียงฟังแล้วแสนจะห่วงใย เขาคงทำอย่างนี้กับสาว ๆ ทุกคนที่อยู่ใกล้ แต่มันใช้ไม่ได้ผลสักนิดสำหรับเธอ

“ไฟดับแค่ร้านฉันร้านเดียว” หญิงสาวตอบเสียงฉุน ไม่แน่ใจตัวเองว่าฉุนไฟฟ้าที่ดับหรือฉุนเขากันแน่ “พี่นั่งรอสักครู่นะคะเดี๋ยวหนูจะต่อไฟจากบ้านมาทำผมให้พี่ก่อน”

“ไม่เป็นไรค่ะ พี่รอได้”

“ขอบคุณนะคะ” พุดน้ำบุศย์รีบบอก เดินหายเข้าไปหลังบ้านอยู่ราวห้านาที ก่อนกลับมาพร้อมกลับปลั๊กสามตาเส้นยาว โชคดีที่เป็นช่วงสายของวันทำให้ภายในร้านได้รับแสงแดดจากดวงอาทิตย์อยู่บ้าง

“ไฟที่ร้านกับที่บ้านมันแยกกันหรือ” ชายหนุ่มเอ่ยถามหลังจากนิ่งอยู่นาน ปล่อยให้หญิงสาวทำหน้าที่ของตัวเองไปตามปกติ แม้จะอดอึ้งทึ่งอยู่ไม่น้อยที่เจ้าหล่อนสามารถแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าได้โดยไม่มีความรู้สึกตระหนกจนขาดสติ

หญิงสาวชะงักมือซึ่งกำลังแบ่งผมของลูกค้าออกเป็นกลุ่ม ๆ เพื่อจะเข้าสู่ขั้นตอนการหนีบเส้นผมให้ตรงโดยใช้เครื่องรีดผมหรือเครื่องหนีบผมไฟฟ้า มันไม่ได้อยู่นอกเหนือจากความต้องการของลูกค้าเพราะระหว่างสระผมหญิงสาวได้สอบถามหมดแล้ว

“เราต่อแยกแต่ใช้ไฟมิเตอร์เดียวกัน ที่ร้านกับที่บ้านจะใช้ฟิวส์คนละตัว บอกไปคุณไม่เข้าใจหรอกเป็นผู้บริหารคงดีแต่สั่ง ๆ แล้วก็สั่งมีคนรองมือรองเท้าให้อยู่แล้ว”

คนฟังชักฉุนหากไม่ติดลูกค้าเขาคงเดินเข้าไปบีบคอกัลบกสาวที่ช่างฉอเลาะนึกคำพูดทิ่มแทงเขาได้ตลอดเวลา แต่เวลานี้มันไม่เหมาะสำหรับการชวนทะเลาะ เขามีลูกฮึกและอยากให้เจ้าหล่อนรับรู้รับทราบว่าคนอย่างรตนไม่ใช่คนที่ดีแต่ใช้คนอื่นโดยทำอะไรเองไม่เป็น

“บอกมาสิว่าฟิวส์ในร้านอยู่ที่ไหน เดี๋ยวผมจะดูให้” ชายหนุ่มบอก ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงถอดสูทพร้อมกับปลดเน็คไทพาดไว้บนพนักเก้าอี้ไม้ จากนั้นก็พับแขนเสื้อเชิ้ตทั้งสองข้างขึ้นไปจนถึงศอก

“นั่นคุณคิดจะทำอะไร” หญิงสาวร้องถาม ขณะหนีบผมช่อสุดท้ายของลูกค้า “ไม่ต้องแสดงความมีน้ำใจหรอก เพราะมันไม่มีประโยชน์สำหรับฉัน”
รตนมองกระจกเงา เขาเห็นตัวเองกำลังหน้าบึงดวงตาคมจ้องมองเขม็งไปที่กระจกราวกับจะให้มันสะท้อนไปยังหญิงสาวที่ใช้น้ำมันใส่ผมที่เป็นเจลใส ลูบไล้เส้นผมของลูกค้า ก่อนหยิบผ้าขนหนูสำหรับเช็ดผมผืนยาวออกจากบ่า

“เรียบร้อยแล้วค่ะ” พุดน้ำบุศย์บอกลูกค้าพลางเดินเอาผ้าขนหนูไปใส่ตะกร้ารอการซักซึ่งอยู่หลังผ้าม่าน เมื่อเดินย้อนกลับมาลูกค้าซึ่งนั่งอยู่ยืนธนบัตรใบละหนึ่งร้อยบาทให้ หญิงสาวจึงหยิบเงินที่อยู่ในลิ้นชักของเคาน์เตอร์ตั้งกระจกเงาให้คืนเป็นเงินทอน

“แฟนน้องน่ารักนะคะ” ลูกค้าเอ่ยชมซึ่งหน้า “ทำไมงอนกันเสียเหล่านี่ถ้าเป็นสมัยก่อนเขาบอกว่างอนกันแบบนี้มีลูกหัวปีท้ายปีเชียวค่ะ”

“ผมก็ว่าอย่างนั้นครับ นี่เขางอนผมเรื่องไปกินข้าวกับผู้หญิงคนอื่น” ชายหนุ่มรีบแทรก หลิ่วตาให้หญิงสาวที่ส่งสายตาราวกับมันเป็นมีดที่สามารถกรีดเนื้อเขาได้ “ทั้งที่ผมก็บอกไปแล้วว่าไม่ได้ไปคนเดียวนะครับ”

“เดี๋ยวพี่ขอตัวก่อนดีกว่าคุณจะได้ง้อกันต่อ ขอบคุณนะคะน้องพี่คงเป็นลูกค้าประจำเสียแล้วค่ะ”

พุดน้ำบุศย์เอ่ยขอบคุณ อารมณ์โกรธกรุ่นเกิดขึ้นมันสร้างความร้อนระอุภายในใจเสียจนอยากส่งหมัดฮุคบนหน้ายียวนสักหมัดสองหมัดโทษฐานที่เออออห่อหมกรับคำเรื่องที่ลูกค้าผู้หญิงเมื่อตะกี้พูด






Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2555 9:08:17 น. 5 comments
Counter : 390 Pageviews.

 
มาเติมกำลังใจ
ให้ริปอง มีความสุขกับการเขียน
เขียนให้ได้เยอะๆ นะคะ
^--^


โดย: ฟีลิปดา (ตันตราวี ) วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:18:51:28 น.  

 
อย่าลืมนะจ๊ะว่าเรามีสัญญาใจกันไว้อย่างไร รายสัปดาห์เริ่มต้นแล้ว เพราะฉะนั้นต้องเติมใจให้กัน 1 ดวง ค่ะ


โดย: สายธาร/กนกนารี วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:19:20:24 น.  

 
ขอบคุณพี่นางและพี่ฟีนะคะ สำหรับกำลังใจจะพยายามมุ่งมั่นทำความฝันจะมีนิยายตีพิมพ์สักเล่มให้สำเร็จ(ถ้าไม่หยุดทำตามความฝันสักวันคงเป็นจริง)


โดย: ริปอง (ริปอง ) วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:17:02:11 น.  

 
โดนเข้าใจผิดซะแล้วใบเตย


โดย: คุณพีทคุง (ลายปากกา ) วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:4:45:50 น.  

 
แปะหัวใจให้ในวันวาเลนไทน์นะจ๊ะน้องตุ๊ก เขียนนิยายได้เยอะๆ และได้ตีพิมพ์จ้า


โดย: สายธาร/กนกนารี วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:6:31:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ริปอง
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ผู้หมั่นเสมอย่อมสำเร็จ

งานเขียนทั้งหมดที่เกิดขึ้นมีขึ้นในเวบนี้ เป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของริปองแต่เพียงผู้เดียว ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

Friends' blogs
[Add ริปอง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.