Group Blog
 
 
สิงหาคม 2555
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
12 สิงหาคม 2555
 
All Blogs
 

รักนี้...หัวใจพอเพียง บทที่ 2


รถยนต์ถูกเก็บไว้ที่โรงจอดรถ พุดตานยังไม่ได้เปิดประตูทันที เธอยังคงนั่งนิ่งนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อครู่ นึกโกรธตัวเองอยู่ไม่หายอีตาบ้านั้นก็มือไวเหลือกำลังแทนที่จะปล่อยให้ล้มแผละลงพื้นยังดีเสียกว่าอยู่ในอ้อมแขนของเขา เธอก้มลงมองฝ่ามือเรียวของตัวเองที่ใช้ฟาดไปบนใบหน้าของชายหนุ่ม ตอนฝ่ามือกระทบแก้มด้านซ้ายของเขา พุดตานไม่รู้ว่าชายหนุ่มจะเจ็บหรือเปล่าแต่ที่แน่ๆ มือของเธอเจ็บและชาเสียจนต้องสะบัด

 

เธอถอยใจยาวและแรงเพื่อขับไล่เหตุการณ์ที่อยู่ในหัวออกไป ตัดสินใจเปิดประตูคว้ากระเป๋าสตางค์เข้าบ้าน อยากจะเดินเข้าห้องนอนเลยหากไม่ได้ยินเสียงร้องทักของแม่ซึ่งนั่งดูทีวีอยู่ในโถงรับแขก

“ได้ยินเสียงรถเงียบไปตั้งนานทำไมเพิ่งเข้าบ้านล่ะลูก”

พุดตานถอนใจไม่ได้เดินเข้าไปใกล้ เพราะอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว บ้านชั้นเดียวก็แบบนี้ ทุกพื้นถูกใช้ประโยชน์แทบทุกตารางนิ้วของบ้าน

“เดินดูผักที่ท้ายกระบะน่ะแม่ กลัวมันจะไม่ได้อยู่ในร่ม” เธอปด หันซ้ายเหลียวขวาก่อนถาม “แก้มไปไหนคะ ทำไมไม่อยู่กับแม่”

แก้มหรือช่อผกา น้องสาวที่อายุห่างจากเธอถึงแปดปี หลังจากน้องสาวคนเล็กเกิดได้ไม่นานบ้านทั้งหลังก็พบกับความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อพ่อซึ่งเป็นเสาหลักของบ้านประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตขณะนำผักไปส่งตลาดสี่มุมเมือง

“บอกว่าจะออกไปซื้อของที่ปากซอยผ่านมาไม่เห็นน้องหรือ”

“ไม่ค่ะ สงสัยตาลจะไม่ได้มอง ว่าแต่แม่กินอะไรหรือยังเดี๋ยวตาลเข้าไปดูมาให้นะคะ”

 

คนเป็นแม่ส่ายหน้าน้อยเป็นนัยว่ายังไม่อยากกินตอนนี้ ก่อนเอ่ยชี้ชวนให้ลูกสาวคนโตมานั่งใกล้

“มานั่งนี่หน่อยสิ วันนี้ทั้งวันแม่ยังไม่ได้คุยกับเราเป็นเรื่องเป็นราวสักที”

“มีอะไรเหรอคะ” พุดตานถามเดินเข้ามาทรุดนั่งลงบนพื้นใกล้เก้าอี้ไม้ฉำฉาตัวยาวที่แม่นั่งเหยียดขายาวเต็มพื้นที่ตามองละครก่อนข่าวที่แม่เปิดทิ้งไว้

น้อมจิตมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของบุตรสาวที่จ้องมองละครก่อนข่าวตาไม่กระพริบ มืออ้วนป้อมยกขึ้นลูบผมสั้นสีดำของลูกสาว ก่อนโน้มศีรษะมาแนบต้นขาเอ่ยถามเสียงเอ็นดู

“แม่ว่าจะถามแต่ก็วุ่นกันตั้งแต่ตาลมาถึง” เมื่อเห็นบุตรสาวเงยหน้าเลิกคิ้วสูงจึงเอ่ยต่อ “ตาลกลับมาบ้านแบบปัจจุบันทันด่วนแบบนี้ที่ทำงานไม่ว่าเอาหรือ แม่ไม่อยากให้หนูต้องเสียงานเสียการอีกวันสองสามวันแม่ก็หายแล้ว”

พุดตานเงยหน้ามองตอบ มือเรียวยกขึ้นจับมือแม่ที่ลูบศีรษะของเธอ ก่อนจับมาแนบแก้มเอ่ยถามเสียงเบา

“แม่จะว่าอะไรไหม ถ้าตาลบอกว่าลาออกจากงานแล้วค่ะ”

“ทำไมล่ะ หรือว่าที่ทำงานมีปัญหา” คนเป็นแม่ทำเสียงเป็นกังวล “ช่างเถอะเอาเป็นว่าถ้าตาลยังไม่อยากทำงานก็ไม่ต้องทำอยู่บ้านเราเฉยๆ แม่ก็เลี้ยงได้”

“ตาลรักแม่ที่สุดเลยค่ะ” พุดตานพูดก่อนหอมมือแม่ไปสองฟอดใหญ่ “ที่ตาลลาออกเพราะไม่ใช่ไม่อยากทำงานนะคะ แต่เพราะตาลรู้สึกเหงา กรุงเทพฯกับที่นี่มันห่างกันหลายร้อยกิโลเมตรอีกอย่างคนที่โน้นก็หาน้ำใจได้ยากเหลือเกินค่ะ”

“ไม่มีที่ไหนที่สุขใจที่สุดเท่าบ้านเราหรอกลูก มาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้แม่ก็มีความสุข เงินทองบ้านเราก็ไม่ได้เดือดร้อน ว่าแต่ไประรานพ่อเข้มเขาหรือเปล่า”

“ไม่ได้ระรานเสียหน่อย ตาลไม่อยากพูดด้วยแต่นายนั่นตื้อไม่เลิกถามอยู่ได้ว่าทำไมแม่ไม่ไปเอาผักเอง พอตาลบอกว่าแม่ขาแพลงเท่านั้นแหละ แสดงออกนอกหน้าเชียวว่าเป็นห่วงเป็นใย“ พุดตานตอบพร้อมกับเบ้ปาก

 

น้อมจิตซัดผลัวะเข้าที่ต้นแขนลูกสาวคนโต เอ็ดเสียงเข้ม

“เรานี่มันจริงๆ เลย แม่บอกตั้งหลายครั้งว่าอย่าไปตั้งแง่กับพ่อเข้มเขา ทำไมไม่ฟังกันบ้าง”

“แม่ก็เข้าข้างเขาอยู่ร่ำไป” หญิงสาวพูดเสียงน้อยใจ “คนใจดำอย่างนั้นไม่สมควรจะได้รับการให้อภัยไม่ว่าจะจากใคร เขาใจดำ ใจยักษ์ ใจแคบกับปู่ของตัวเองได้ลงคอ แม่รู้ไหมคะว่าตาคำต้องทุกข์ใจแค่ไหนที่หลานชายคนเดียวไม่เคยเหลียวแลกลับมามองตั้งแต่เรียนจบ อย่างนี้เขาเรียกเนรคุณได้เลยนะคะ”

น้อมจิตถอยใจกับคำพูดเมื่อตะกี้ของลูกสาวความจริงคนในละแวกนี้รุ่นเก่าต่างรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องราวของครอบครัวเข้มแข็งเป็นอย่างดี แต่ไม่มีใครคิดจะพูดหรือขุดคุ้นมันอีก ต่างปล่อยให้เรื่องราวเลวร้ายมันตายไปพร้อมๆ กับตาคำ ชายชราผู้มิฐิติอย่างแรงกล้าเสียจนไม่เคยจะฟังคำทัดทานจากใคร

“เอาเป็นว่าปล่อยให้เรื่องมันจบๆ ไปเถอะตาคำก็ตายไปแล้ว คนที่เหลืออยู่ก็ไม่มีใครอยากจะพูดถึงมันอีก”

“ทำไมหรือคะ” หญิงสาวถามเสียงกระตือรือร้น

“ช่างเถอะเรามาเหนื่อยๆ ไปอาบน้ำอาบท่าเสียจะได้สบายตัว เดี๋ยวยายแก้มมาจะได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน คืนนี้ตีสามต้องเอาผักไปส่งเขาที่ตลาด ทนเอาหน่อยนะลูกอีกสองสามวันแม่ก็จะหายแล้ว”

พุดตานรับคำผุดลุกขึ้นเดินเข้าห้องนอนก่อนทิ้งตัวอยู่บนที่นอนอยู่นานสองนานกว่าจะเคลื่อนย้ายตัวเองเข้าไปจัดการอาบน้ำสระผม แต่เธอไม่ได้เป่าผมให้แห้งในทันที เพราะตั้งใจว่าจะโพกผ้าไว้ก่อนสักพักเอาไว้ออกมาเช็ดให้มันแห้งหน้าพัดลมตั้งโต๊ะแทนที่จะใช้ไดร์เป่าให้แห้ง แต่สองเท้าต้องชะงักเมื่อเห็นชายหนุ่มที่เพิ่งจากมาเพียงไม่ถึงสองชั่วโมงนั่งอยู่กับแม่ของเธอภายในโถงรับแขก สายตาสองคู่หันมามองเป็นตาเดียว เธอชักเท้าเตรียมจะหมุนกลับแต่เสียงของแม่ก็ร้องทักเสียก่อน

“ออกมาพอดีเลย ช่วยไปเอาน้ำเย็นมาให้พ่อเข้มเขาหน่อยเถอะ”

“หนูว่าเขาคงอยากจะกลับแล้วล่ะคะ จริงไหมคะคุณเข้ม” พุดตานตอบแม่ก่อนหันไปถามชายหนุ่ม

“หนูตาลแม่บอกกี่ครั้งว่าอย่าเสียมารยาทกับพ่อเข้ม” คนเป็นแม่เอ็ดบุตรสาวต่อหน้าแขก เอ่ยเสียงอ่อยกับชายหนุ่มที่ยังนั่งนิ่งอยู่ข้างๆ “พ่อเข้มอย่าไปถือสาเลยนะจ๊ะ”

ยังไม่ทันที่เข้มแข็งจะตอบก็มีเสียงใสของช่อผกามาขัดจังหวะเสียก่อน

“พี่เข้มมาเยี่ยมแม่เหรอคะ วันนี้แก้มทำแกงส้มสายบัวปลอดสารพิษจากไร่ปู่คำ พี่เข้มอยู่กินด้วยกันนะคะ”

เข้มแข็งส่งยิ้มให้หญิงสาวผู้มากน้ำใจก่อนปรายตามองท่าทีของหญิงสาวอีกคนที่ตั้งท่าเป็นอริกับเขาอย่างเหนียวแน่น ความรู้สึกอยากเอาชนะเกิดขึ้นจึงรีบตอบรับคำชวน ทั้งที่เขาไม่ได้ตั้งใจไว้แต่แรก

 

 

 

 

 




 

Create Date : 12 สิงหาคม 2555
0 comments
Last Update : 12 สิงหาคม 2555 10:57:12 น.
Counter : 397 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ริปอง
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ผู้หมั่นเสมอย่อมสำเร็จ

งานเขียนทั้งหมดที่เกิดขึ้นมีขึ้นในเวบนี้ เป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของริปองแต่เพียงผู้เดียว ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

Friends' blogs
[Add ริปอง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.