สิงหาคม 2556

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
22
24
25
26
27
29
31
 
โปะเชะ!ความรักลงตัว ตอนที่ 1








                 “มองอะไรอยู่ของแกวะ นี่เอกสารที่อยากได้ฉันเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว”
                เจนภพ ทนายหนุ่มสำอางค์ใบหน้าตาหล่อเหลา ยื่นเอกสารปึกใหญ่ ส่งให้ผู้ที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและนายจ้าง ที่กำลำยืนพิงกระจกยาวสนใจแต่จะมองลงไปเบื้องล่าง
                 “เฮ้ย! ไอ้คุณตุลย์ครับ ได้ยินที่ฉันพูดหรือเปล่า” ทนายหนุ่มร้องทักเมื่อเพื่อนยังไม่มีทีท่าหันกลับมาสนใจ
                 “ห้องแกนี่วิวดีจริงๆ”
                ตุลพัช จิรพัฒน์วานิช ทายาทเศรษฐีติดอันดับ เจ้าของบริษัทดาต้าลิงค์ ที่อายุเพียง 28 ปี เขาก็สามารถบริหารบริษัทซอฟแวร์ ที่นำพาบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นเองด้วยความสามารถล้วนๆ ให้ขึ้นมาอยู่อันดับต้นๆ ของผู้นำซอฟแวร์ ร่างสูงยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ใบหน้าคมเข้มได้รูป ยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี ยื่นมือออกมารับเอกสาร ทั้งที่ยังไม่ยอมละสายตาจากวิวดีๆที่ว่า เจนภพนิ่วหน้ามองตามบ้างเมื่อไม่เห็นมีอะไรจึงร้องถาม
                 “ไหนวะ? ไอ้วิวดีของแกนะ มีแต่ตึกสูงมิดหัวเต็มไปหมด ถ้าอยู่สูงกว่านี้อย่างชั้นที่สิบ ชั้นที่ยี่สิบอย่างแกสิ จะได้เห็นทะเลคอนกรีตนั่นแหละสวยจริง”
                ตุลพัชหัวเราะเบาๆเสริมว่า
                 “ในสายตาแกมองภาพแบบนั้นเป็นด้วยหรือวะ ข้างล่างสิ มัวมองข้างบนจะเห็นอะไร”
                 “ข้างล่างก็เห็นมีแต่ถนนรถวิ่งไปวิ่งมา”
                 “นั่นไง ที่นั่งอยู่ในร้านอาหารนะ” ตุลพัชชี้ให้ดู ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่นั่งดื่มกาแฟ ด้วยท่วงท่าสง่า “สวยด้วยนะ ฉันมากี่ทีก็เห็นแต่เธอนั่งกินกาแฟอยู่ที่เดิมตรงนี้ทุกที”
                คนดูยิ่งนิ่วหน้ามองเข้าไปในร้าน เห็นเพียงผู้หญิงใส่ชุดขาวที่นั่งอยู่ริมกระจก ไม่เห็นใบหน้า
                 “แกรู้ได้ไง ว่าสวย รู้ด้วยว่ากินกาแฟ ฉันมองไม่เห็นจะเห็นอะไร นอกจากผู้หญิงใส่ชุดสีขาวถืออะไรในมือไม่รู้”
                ตุลพัชหัวเราะรื่นรมย์เสริม “โทษที พอดีฉันสายตาเหยี่ยว แต่แกคงไม่ได้มีโอกาสเห็นหรอก เนื้อคู่ไม่ใช่”
                เจนภพปรายตามองเพื่อนอย่างดูถูก
                 “นี่มันชั้น5เพื่อน! ไกลขนาดนี้สวยจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ โธ่ทำเป็นพูดดี ไม่ใช่เนื้อคู่ อย่างแกนะต้องรอเนื้อคู่ด้วยเหรอ รวยขนาดนี้ อัธยาศัยก็ดีปานนั้น แค่กระดิกนิ้วผู้หญิงก็วิ่งตามกันให้ควั่ก”
                ตุลพัชมองผู้หญิงในชุดขาวนั่นต่อ ไม่สนใจในสิ่งที่เพื่อนพูด เจนภพมองเพื่อนที่แสดงความเชื่อมั่นแบบนั่นอย่างชั่งใจ
                 “เฮ้ย! ของอย่างนี้มันต้องลงไปดูให้เห็นกับตา มาพนันกันหรือเปล่าล่ะ ไปดูกันถ้าสวยจริงฉันเลี้ยงข้าวเอง แต่ถ้าไม่แกเลี้ยง”
                ตุลพัชส่ายหน้ายิ้มๆ “ไม่พนัน แต่ถ้าแกอยากจะลงไปกินข้าวฉันเลี้ยงเอง”
                 “จริงหรือเปล่า นี่ฉันไม่ได้หูฝาดไปนะตกลงไปกินกันเดี๋ยวนี้เลย” เจนภพกอดคอเพื่อนลากลงไปร้านอาหาร
                 “เดี๋ยวก่อน จะไปตอนนี้เลยเหรอ นี่มันยังไม่เที่ยงเลยนะ” ตุลพัชแกล้งทำเสียงต่ำ อย่างน้อยตอนนี้เขาก็เป็นเจ้านายนี่นะ เจนภพเหลือบมองนาฬิกา
                 “ไม่เที่ยงแต่ก็เกือบแล้ว ไปเร็วๆเลย ฉันอยากเห็นผู้หญิงคนนั้น ฉันอยากรู้แกจะสายตาเหยี่ยวจริงหรือเปล่า?”
                ตุลพัชหัวเราะหึๆ เดินตามเพื่อนลงมายังร้านอาหารที่อยู่ตรงข้ามด้านล่าง แต่เมื่อทั้งคู่เข้าไปในร้าน โต๊ะที่ผู้หญิงชุดสีขาวนั่งก็ว่างเปล่าเสียแล้ว ตุลพัชทำท่าจะเดินออก แต่เจนภพดึงตัวไว้เอ่ยว่า
                 “จะไปไหน ไหนบอกจะเลี้ยงไง”
                 “ก็ผู้หญิงคนนั้นไม่อยู่แล้วนี่หว่า ทำไมฉันต้องเลี้ยงด้วยล่ะ”
                 “อ้าว..อย่างนี้มันผิดสัญญา ไม่ได้ๆ ลงมาแล้วยังไงฉันก็ไม่ยอมให้แกออกไปง่ายๆหรอก” เจนภพดึงตัวเพื่อนนั่งลงตรงโต๊ะที่อยู่ด้านข้างกับโต๊ะตัวนั้น “น้องๆสั่งอาหารด้วย” เจนภพรีบเรียกพนักงานสั่งอาหารทันที
                ตุลพัชมองเพื่อนนึกขำ ที่ชอบเห็นของฟรีเป็นเรื่องหลักเสมอ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ใช่ยาจกที่ไหน หรือว่าเงินในกระเป๋าจะมีไว้เลี้ยงสาวๆเฉพาะเท่านั้นกระมัง
                 “แล้วแกจะกินอะไรครับ ไอ้คุณตุลย์” เจนภพหันมาถามหลังจากสั่งของตนเรียบร้อยแล้ว
                 “แกกินอะไรล่ะฉันก็กินเหมือนแกแหละสั่งมาเถอะ”
                เจนภพหมั่นไส้ก่อนจะเปลี่ยนเมนูใหม่เป็นกับข้าวสองสามอย่างกับข้าวโถหนึ่ง
                 “สั่งข้าวตั้งโถแกกินหมดหรือไง”
                 “อ้าวก็แกบอกเองว่าแกจะกินเหมือนฉัน” เจนภพพูดไม่สนใจ
                ตุลพัชได้แต่ยิ้ม เหลือบมองโต๊ะริมกระจก ที่เดิมหญิงสาวคนนั้นนั่งอยู่ เห็นถ้วยกาแฟ ยังไม่ถูกเก็บ แถมบนโต๊ะยังมีสมุดจดเล่มเล็กวางอยู่ ชายหนุ่มแอบตั้งความหวังไว้เงียบๆในใจ จนอาหารที่สั่งมาเสริฟจนครบ เจ้าของโต๊ะก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมา ตุลพัชตัดสินใจลุกไปหยิบสมุดจดบันทึกเล่มเล็กเปิดดู ข้อความข้างในถูกจดบันทึกไว้อย่างเรียบร้อย ด้านหน้าสมุดเขียนชื่อและเบอร์โทรศัพท์เอาไว้ ข้อความสั้นๆว่า
                ...สำคัญมากกรุณาส่งคืน...
                ตุลพัชมองชื่อกับเบอร์โทรศัพท์ปราดเดียวก็จำได้ขึ้นใจ เปิดดูหน้าอื่นๆ เสียงเดินจากรองเท้าส้นสูงดังขึ้นเป็นจังหวะ ก่อนจะหยุดลงเมื่อใกล้ เสียงใสกังวาน ดุจเสียงระฆัง ดังขึ้น
                 “ขอโทษค่ะ ฉันอยากจะขอสมุดจดของฉันคืนด้วยค่ะ”
                ตุลพัชเงยหน้ามอง เจนภพที่มองเพื่อนอยู่ก่อนก็เปลี่ยนสายตาไปมองด้วยเช่นกัน
                ร่างระหง กลมกลึงได้รูปสวย จะทรวดทรงองเอว ทุกอย่างพอดิบพอดีราวกับแต่งปั้นด้วยฝีมือจิตรกรชั้นยอด ชุดเดรสกระโปรงสั้นสีขาวสะอาด ด้านหน้าเป็นแบบเรียบๆ แต่สะโพกด้านหลังยาวลงไปมีระบายชั้นเล็กๆเพิ่มความน่ารัก สวยแต่ขัดสายตาชอบกล สองหนุ่ม ไล่สายตามองไปยังไหล่เล็ก เปลือยเปล่ามีเพียงผ้าพันคอเล็กๆ ขนปุยๆพันคอทิ้งชายลงมาบังข้างเดียว สำหรับเจนภพสำนึกแรก รู้สึกเหมือนเห็นคนรักของตัวเองไม่มีผิด แต่ใบหน้านั่นสวยเฉียบกว่า คมเข้มมากกว่า ผมตรงยาวสลวยรวบแค่ตรงบริเวณหน้าผากปัดไปด้านหลัง เปิดให้เห็นใบหน้ารูปไข่เต็มที่ ด้านข้างมีปอยเล็กๆตัดตรงเสมอคาง คิ้วโก่งสวยได้รูป ดวงตายาวรีคมเฉียบคม จมูกโด่งจนเห็นสัน ริมฝีปากบางสีอ่อนมันวาว คำจัดความเดียว คือ สวยแต่ไร้ชีวิต..
                ตุลพัชนิ่งไปชั่วขณะ ราวกับถูกมนต์สะกด
                 “ฉันขอสมุดคืนด้วยค่ะ”เสียงใสกังวานดังขึ้นอีกครั้ง
                ตุลพัชรู้สึกตัว พูดรัวเร็วจนลิ้นเกือบจะพันกัน
                 “เอ่อ...ขอโทษด้วยครับ ผมคิดว่าคุณลืมสมุดไว้ ผมเห็นคุณมาที่นี่บ่อยเลยคิดจะเก็บส่งคืนให้นะครับ”
                ใบหน้าสวยไร้ชีวิต แต่เมื่อระบายยิ้มเต็มหน้า ก็เล่นเอาหัวใจของตุลพัชเต้นถี่ยิบ ยากจะควบคุม ยิ้มนั้นเต็มตื้นหัวใจ โลกที่เคยเป็นแค่สีขาวกลายเป็นสีรุ้งขึ้นมาในทันใด รอยยิ้มสะเทือนโลก แค่รอยยิ้มเดียวดูเหมือนเขาจะหามาให้เธอได้ทุกอย่างหากเธอต้องการ
                สาวสวยเอียงคอนิดหนึ่งน่ารัก
                 “ขอบคุณมากค่ะฉันเพียงแต่ไปเข้าห้องน้ำ”
                มือสวยยื่นออกมาตรงหน้าพร้อมรอยยิ้ม ตุลพัชคิดไม่ออกว่าหมายถึงอะไร เลยวางมือของตนบนมือนั่นยิ้มเขินๆ เจนภพถึงกับเอามือตีแสกหน้าตัวเองเบาๆ...
                โธ่ถัง เป็นไปได้วะ เพื่อนตู!
                หญิงสาวหัวเราะเบา มีมารยาทเสริมว่า
                 “ขอสมุดค่ะ”
                 “อ่อ...ครับ...สมุด...นี่ครับ” ตุลพัชรู้สึกตัวรีบเปลี่ยนเอามือออก เป็นสมุดแทน ยิ้มเก้อๆรู้สึกเหมือนตัวเองโง่ลงไปในบัดดล
                หญิงสาวระบายยิ้มอีกครั้ง เมื่อได้สมุดคืนเรียบร้อย ก็หันหลังเดินออกไป ตุลพัชนิ่ง มองดูหญิงสาวเดินออกไปจนลับตา เจนภพที่นั่งอยู่ใกล้สะกิดเพื่อนให้นั่ง
                 “โคตรสวยเลยว่ะ แกนี่ตาเหยี่ยวจริงๆ เห็นแบบนี้แล้วคิดถึงนิตาจับใจ" เจนภพพูดจากใจแล้วก็เหล่มองเพื่อนซี้ แซว" แล้วเมื่อกี้แกเป็นหมาน้อยหรือไงถึงเอาขาหน้าไปวางบนมือนั่นน่ะ”
                ตุลพัชเหล่มอง หน้าตึง ก็มันคิดไม่ออกจริงๆนี่ว่า แม่สาวหน้าสวยคนนั้นต้องการอะไร
                 “ก็ฉันบอกแล้วว่าวิวดี” ชายหนุ่มพูดเบาก้มลงตักข้าว ยิ้มให้ตัวเอง
                 “นี่เดี๋ยวฉันสานต่อให้เอาไหม?” เจนภพถามขณะตักข้าวเข้าปากรู้ใจเพื่อน
                ตุลพัช ยิ้มเขิน “เอ่อ ขอบใจแต่ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวคุณนิตา เข้าใจผิดจะมาโทษฉันซะเปล่าๆ”
                 “แกไม่ต้องกลัวหรอกว่าฉันจะติดใจ สวยแต่เหมือนไม่มีชีวิตแบบนั้น มันขาดสีสันว่ะ แล้วอีกอย่างนิตาน่ะใจกว้างจะตาย เรื่องแค่นี้เขาไม่สนใจหรอก”
                 “ขอบใจ แต่ไม่ต้อง”
                ตุลพัชกล่าวเสียงหนัก รู้สึกไม่ค่อยพอใจนิดๆ ที่เจนภพพูดถึงผู้หญิงแบบนั้น

...✿...


                อนิตา สาวหน้าหวาน เดินตรวจความเรียบร้อย ของการจัดงานแถลงข่าว 'เครื่องสำอางสำหรับสาวยุคใหม่' ด้วยความสดใส รอยยิ้มใสๆ ทำให้ผู้ร่วมงานหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง นี่ไม่ใช่งานแรกที่เธอได้ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าในการคุมงาน แต่เธอก็อยากจะทำงานเธอรับผิดชอบให้ดีในทุกๆครั้ง ให้ดีมากขึ้นไปเรื่อยๆ แม้จะเหนื่อยแต่เธอก็รู้สึกสนุกกับงานที่แสนจะวุ่นวายอย่างนี้ ได้รู้จักผู้คน ได้เจอกับปัญหามากมายที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละงาน แต่มันก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้เธอหลงรักงานออแกไนท์แบบนี้
                ใบหน้าสวยระบายสีสันอ่อนๆทำให้ดูเป็นธรรมชาติ การแต่งตัวของเธอมักจะดูหวานและน่ารักเสมอ เสื้อพอดีตัวสีขาวเนื้อผ้าดี ตัดเข้าชุดกับกระโปรงสั้นสีเหลืองสดใสทิ้งชายระบายกรุยกรายพริ้วไหวดูหวานราวกับตุ๊กตาน่ารัก หญิงสาวยกมือขึ้นปาดเหงื่อ ทั้งที่อยู่กลางห้างแท้ๆกลับรู้สึกร้อน ใบหน้าอมชมพูตลอดแม้ไม่ได้แต่งแต้ม
                "พี่นิตา แหมชุดนี้ก็ดูสดใสน่ารักอีกแล้วนะคะ น่ารักเสมอจริงๆ แล้วร้อนหรือคะ ดูสิเหงือผุดเต็มเลย กลางห้างแท้ๆนะคะเนี่ย"
                "ก็นิดหนึ่งน่ะ เดินไปเดินมาก็ต้องเหงื่อออกสิ งานกิฟไปถึงไหนแล้วล่ะ เรียบร้อยดีใช่ไหมจ้ะ"
                หนุ่มน้อยหน้าหวาน ยิ้มอย่างกันเอง บุ้ยหน้าไปยังบุรุษอีกคน ที่ยังคงยืนนิ่งหน้าผลงานของตัวเอง พิจารณาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
                "รอคุณบอสน่ะค่ะ ถ้าบอสว่าผ่านก็คงจะเรียบร้อย"
                อนิตายิ้มกว้างเหมือนเข้าใจดี
                 “พี่นิตาคะ แบบนี้ดีหรือยังคะ” แพรวานักศึกษาฝึกงานเรียกให้อนิตาช่วยดูการจัดโต๊ะรับรองสื่อมวล และป้ายติดชื่องาน เครื่องสำอางสำหรับสาวยุคใหม่ ที่ประตูซุ้มทางเข้า ตามที่เธอสั่งไว้
                อนิตามองงานที่แพรวาชี้ ยิ้มกว้าง
                "กิฟคิดว่าไงจ้ะ"
                "กิฟว่าน่าจะขยับทางซ้ายอีกนิดนะ"
                "พี่ก็ว่างั้น"
                "อ่ะ งั้นเดี๋ยวกิฟไปช่วยดูให้ ตามมายัยแพรวา ฉันจะช่วยดูให้เอง"
หลังจากแพรวาเดินตามกิฟซี่ออกไป อนิตาก็หันมองดิสเพลย์เครื่องสำอางมันถูกจัดเรียงไว้อย่างดี ทั้งสวยงามน่าสนใจ หากบุรุษรูปงาม อย่างนัฐกาลก็ยังยืนนิ่งราวกับจะหาข้อติเสียให้ได้ อนิตายิ้มก่อนจะเดินเข้าไปหา
                 “สวยจังเลยค่ะ นัฐ”
                ร่างสูงโปร่งขยับหันมา พร้อมกับใบหน้าขาวเข้ารูป ดวงตาสีน้ำตาลใสดูอบอุ่นอ่อนโยน จมูกโด่งจนเห็นสัน รับกับคิ้วหนาเข้มราวกับปีกกา ไรหนวดเขียวครึ้มทำให้ใบหน้าดูเข้มขึ้น หล่อราวกับเทพบุตร ริมฝีปากเรียบตรงยกขึ้นเสมอยามอยู่ต่อหน้าเธอ
                 “อย่ามาแกล้งยอผมเลย”
                 “นิตาชมจริงๆนะ นัฐไม่เชื่อนิตาหรือคะ?”
                 “ครับ ผมเชื่อ แล้วงานนิตาเสร็จแล้วหรือ?”
                 “ค่ะเรียบร้อยแล้ว นัฐหิวหรือเปล่า เที่ยงแล้วไปทานข้าวกัน” เมื่อเห็นอีกฝ่ายมองกับมายังดิสเพลเครื่องสำอางที่จัดไว้ อนิตาก็เสริมต่อว่า “ของนัฐก็เสร็จแล้วนี่คะ งานเริ่มตอนบ่าย มีเวลาทานข้าวน่า”
                 “ก็ได้”
                นัฐกาลตามใจ อนิตาจึงยิ้มร่าลากตัวชายหนุ่มไปยังร้านอาหารในส่วนของห้าง เมื่อเข้านั่งโต๊ะเรียบร้อยก็สั่งอาหารเป็นชุดๆ นัฐกาลยิ้มน้อยๆ กับรายการอาหาร
                 “คุณนี่จริงๆเลยพอหิวขึ้นมาก็สั่งมาซะเต็มโต๊ะ เดี๋ยวคอยดูเถอะ ทานไม่หมดจะมาลำบากผมอีก”
                 “นัฐคะ ที่ผ่านมา ตั้งแต่เรารู้จักกัน เป็นเพื่อนกัน นัฐลำบากมากหรือคะ” อนิตาแกล้งทำเสียงอ่อนเสียงหวานแกล้งเฉไฉไปอีกเรื่อง แต่คำบางคำ ทำให้ลูกตาสีน้ำตาลอ่อน ฉายแววเศร้ายังไงชอบกล
                 “ไม่ลำบากเลย แต่คุณจะทำให้ผมอ้วน เสียหุ่นหล่อๆของผมหมด”
                เสียงตอบกลับยังแฝงความนุ่มนวลไว้เหมือนเดิม ทำให้อนิตาหัวเราะขึ้นมาเบาๆ ส่งค้อนให้อย่างน่ารัก
                 “อย่างนัฐนะเหรอจะอ้วน นิตาเคยเห็นคุณกินข้าวเป็นกะละมัง ก็ยังจะผอมแห้งอยู่แบบนี้เหมือนเดิม น่าอิจฉาจะตาย"
                 “ไปเห็นตอนไหน ผมจำไม่เห็นได้” คิ้วเข้มขมวดเข้าหา
                "ก็ตอนที่ไปเข้าค่ายอาสาฯตอนปี 4 กันไงคะ อย่าคิดว่านิตาไม่เห็นนะ"
                "หึ นั่นมันเพราะจานไม่พอต่างหาก ผมก็ตักข้าวของผมเท่าเดิม ไม่ได้ตักจนเต็มกะละมังเสียหน่อย"
                นัฐกาลแย้ง ยิ้มน้อยๆ เมื่อนึกถึงตอนนั้น แล้วก็หยุดการสนทนาลง เมื่ออาหารที่อนิตาสั่งนำมาเสริฟวางเรียงกันในที่สุดก็เต็มโต๊ะ กับข้าว 4 อย่าง รวมหม้อไฟด้วย สองคนกับข้าวอีกโถ มองร่างบางที่อยู่ตรงหน้า ดูจะเป็นอะไรที่ขัดกันอย่างที่สุด อนิตาตักข้าวสวย เสริฟให้
                 “นี่เรียกคนมากินเพิ่มได้อีกเลยนะเนี่ย” นัฐกาลพูดเบา
                 “ไม่เอาหรอกค่ะ นิตาอยากทานกับนัฐ แค่สองคน”
                อนิตาตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆด้วยความหิว อย่างเอร็ดอร่อย
                 “พูดอย่างนี้ เดี๋ยวคุณเจนมาได้ยินก็เข้าใจผิดอีก ไม่ห่วงบ้างหรือ”
                นัฐกาลถามนิ่งๆ ตักกับข้าวใส่จานอีกฝ่ายอย่างเคยชิน ดวงตาคู่สวยนั่นทอดแสงอ่อนลงไปนิด หัวเราะ เหมือนเป็นเรื่องสนุกๆธรรมดา
                 “นั่นสินะ ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ขี้หึงจริงๆ ทีตัวเองยังไปอะไรกับคนอื่นได้”
                 “อย่ามาทำหัวเราะกลบเกลื่อนกับผม นิตา ผมรู้ คุณรู้สึกยังไง”
                เสียงปรามฟังดูอบอุ่นพิลึก อนิตาม่อยหน้า ถ้าเธอไม่พยายามทำให้เป็นเรื่องสนุก เธอคงต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่ารายวันแน่
                 “ช่างเถอะ อย่าพูดถึงเรื่องนี้เลย จะทานไม่อร่อยซะเปล่าๆ”
                หญิงสาวตัดบท ทานอาหารตรงหน้าต่อ และก็จริงอย่างที่ชายหนุ่มว่า เธอทานได้อย่างละนิดละหน่อย ก็อิ่มแปร้ กับข้าวเหลือบาน นัฐกาลเองก็กินแค่พออิ่มเท่านั้น จะให้จัดการจนหมดก็ไม่ไหวเช่นกัน
                หลังจากอิ่มทั้งสองคน ก็เดินกลับเข้ามาในงาน อีก10นาทีงานจะถึงการแถลงข่าวเปิดตัวเครื่องสำอางค์แห่งยุค พวกนักข่าวต่างก็เริ่มทยอยกันมาแล้ว อนิตารีบตรงเข้าต้อนรับนักข่าวที่โต๊ะลงทะเบียน ในขณะที่นัฐกาลเลี่ยงตัวออกไปอีกมุมไกลๆมาดูความเรียบร้อย

...✿...


                การจัดแถลงข่าว เครื่องสำอางสำหรับสาวยุคใหม่จบลงด้วยดี พวกนักข่าวก็พากันถ่ายรูปเจ้าของผลิตภัฑณ์และดิสเพลย์ที่จัดไว้ เพื่อสำหรับลงข่าว เมื่องานเลิก ฝ่าย Pr ทั้งหมดก็พากันเก็บของให้เรียบร้อย เหลือแต่เพียงดิสเพลล์ที่จะวางโชว์ไว้ตลอดทั้งอาทิตย์
                นัฐกาลมองอนิตาที่ยังคงสนุกกับงาน ด้วยสายตาราบเรียบ ใบหน้าขาวได้รูปนิ่งสนิท จวบจนบุรุษหนึ่งปรากฏตัว พร้อมกุหลาบสีแดงสดช่อโตในมือ นั่นล่ะดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจึงทอดแสงลง ใบหน้านิ่งๆ ดูขรึมลงทันตา นัฐกาลหันไปเรียกลูกน้องของตนให้เข้ามาดูแลงานต่อ เลี่ยงตัวออกจากภาพที่วุ่นวาย

...✿...


                 “ดอกไม้สวยคู่กับคนสวยครับ”
                เจนภพ ยื่นกุหลาบช่อโตสีสวยสดให้ยิ้มหน้าระรื่น อนิตายิ้มหวานดูน่ารัก ดวงตาสวยฉายแววรู้ทัน
                 “ยิ้มแบบนี้ แปลความหมายได้อย่างเดียวนะคะ ไปทำอะไรผิดไว้อีกล่ะสิ ถึงได้เอาดอกไม้มาให้นิตาอย่างนี้”
                "คิดถึงคุณมากต่างหาก ผมมีแต่คุณคนเดียวนะ”
                 “ค่ะ" อนิตาเอียงคอลากเสียงยาว เหมือนไม่เชื่อสักนิด แต่ก็ยังพูดต่ออย่างดีใจ "ขอบคุณสำหรับดอกไม้นะคะ นิตาขอดูความเรียบร้อยอีกหน่อย เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว คุณหิวหรือยังล่ะ”
                 “ยังหรอกครับผมรอได้เสมอ”
                 “งั้น รอ เดี๋ยวนิตามา”
                อนิตายิ้มร่า รู้สึกดีใจสุดๆกับการปรากฏตัวของเจนภพที่ไม่ได้คาดคิด รีบเดินไปทักทายกับผู้บริหารของผลิตภัณฑ์ ด้วยท่าทีอ่อนหวาน ตามอัธยาศัย เป็นการลา เจนภพถือดอกไม้รอ เห็นนักศึกษาฝึกงานคนหนึ่ง หน้าตาจิ้มลิ้มไม่เบา คอยแอบมองเขาตั้งแต่เมื่อครู่ ชายหนุ่มจึงส่งยิ้มให้ เด็กสาวแกล้งเก็บของบนโต๊ะวางข่าวช้าลง เลี่ยงตัวออกมา ยังจุดที่ไกลตาเพื่อนๆสักหน่อย
                 “หวัดดีจ๊ะ ใครเอ่ย พี่ไม่เคยเห็นหน้าเลย มาหลบงานตรงนี้ เตรียมอู้งานล่ะสิ”
                "เปล่านะคะ แพรไม่ได้คิดจะอู้งานเสียหน่อย"
                 “ชื่อแพร หรือจ๊ะ แพรพรรณ หรือว่า แพรพร”
                 “แพรวา ค่ะ”
                 “พี่เจนจ้ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ แล้วน้องแพรมาฝึกงานที่นี่นานแล้วหรือ”
                 “ก็ประมาณเดือนได้แล้วน่ะค่ะ ยังเหลือเวลาอีก 3เดือน ที่มหาลัยแพรเขาให้ฝึกงาน 5 เดือนนะค่ะ”
                 “แหมฝึกงานนานจังนะ น้องแพรเรียนสาขาอะไรมาจ๊ะ”
                 “นิเทศฯ ค่ะ พี่นิตามองใหญ่แล้ว แพรไปดีกว่า”
                แพรวาทำท่าน่ารักเดินหลบออกไปอีกด้าน แต่เจนภพมือไว คว้าแขนเล็กนั่นไว้ ไม่กลัวสายตา
                 “เดี๋ยวสิ แค่คุยเอง ทำไมต้องกลัวพี่นิตาด้วยล่ะ เขาดุมากหรือ?”
                 “ไม่หรอกค่ะพี่เขาก็น่ารักดี เอ๊ะ นี่จะมาเช็คเรทติ้ง ของแฟนตัวเองใช่ไหมล่ะ” แพรวายิ้มใส ดวงตาพราวระยับ น่ารักน่าชังในแบบเด็กๆ
                 “อืม ก็ต้องให้แพรช่วยพี่เช็คด้วยอีกคน นี่จ้ะ ถ้ามีอะไรหรือถ้าพี่นิตา เขาดุไป ยังไงก็โทรมารายงานพี่ได้นะจ๊ะ” เจนภพ พูดพลาง ยื่นนามบัตรของตนให้
                 “พี่เป็นทนายความหรือคะ?”
                 “ก็ทำนองนั้น ถ้าไม่รู้จะโทรหาใครก็โทรหาพี่ได้นะ จะคุยเป็นเพื่อน” เจนภพหว่านเสน่ห์เต็มที
                เมื่ออนิตาเสร็จธุระเดินเข้ามาสมทบ เจนภพก็ยังพูดกับแพรวาต่อเหมือนเรื่องปรกติ แถมยื่นดอกไม้ส่งให้สาวน้อยน่าตาจิ้มลิ้มนั่นหน้าตาเฉย
                 “อย่าลืมนะจ๊ะน้องแพร นี่ พี่ให้”
                แพรวาทำหน้าไม่ถูก ได้แต่รีบเดินออกไปพร้อมดอกไม้ที่ถูกยัดใส่ในมือ อนิตาคอแข็งพูดเบาเมื่อแพรวาเดินห่างออกไป
                 “ทำแบบนี้ นิตาจะเสียการปกครองนะคะ”
                 “ผมทำอะไรล่ะจ๊ะ” เจนภพยังคงทำหน้าระรื่น
                 “ก็คุณเล่นแจกเบอร์ไปทั่วกระทั่งเด็กในสังกัดของนิตา คุณก็ยังไม่เกรงใจ”
                 “นิตา ผมรักคุณนะ รักคุณคนเดียว" เจนภพส่งมือมาจับปลายผมของอีกฝ่ายเล่น "ผมขอคุณแล้วนี่ ขอสนุกกับใช้ชีวิตอย่างอิสระ ทำในสิ่งที่อยากทำ คุณไม่ต้องกังวลไปหรอกอาจจะเกินเลยไปบ้างก็แค่เล่นๆ แต่พอถึงเวลาผมจะเลิกทั้งหมด คุณเป็นคนเดียวที่ผมจะแต่งงานด้วยนะ” เจนภพพูดใบหน้ายิ้มแฉ่งไม่สำนึก "เราไปกินข้าวกันเถอะ"
                อนิตายิ้มหวาน ดวงตาหวานซึ้งเป็นประกายวาววับ
                "ถ้าอย่างนั้น คุณก็ทำในสิ่งที่คุณอยากทำนั่นต่อไปเถอะค่ะ นิตาเพิ่งนึกได้ว่ามีงานอีกอย่าง”
                 “นิตา! เดี๋ยวสิ!” เจนภพร้องเรียก














Create Date : 19 สิงหาคม 2556
Last Update : 19 สิงหาคม 2556 9:29:09 น.
Counter : 313 Pageviews.

1 comments
  
จะบอกว่า อัพนิยายเก็บใสบล็อคตัวเอง มันค่อนข้างยากมากเลย ถ้าช้าไม่ทันใจก็ ไปอ่านตามหน้า กระดานถนนนักเขียน ของ พันทิบได้นะคะ แต่ก็จะพยายามอัพเก็บใส่บล็อกตัวเองไว้เรื่อยๆค่ะ (จะพยายาม) อยากให้มันดู เป็นรูปเป็นเล่มอะนะ
โดย: ริว (ริญรภัสร์ ) วันที่: 19 สิงหาคม 2556 เวลา:15:53:22 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ริญรภัสร์
Location :
สมุทรสาคร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




New Comments