| No. 1067 เชียงใหม่ ณ วัยเด็ก กับปัจจุบัน |
 ภาพตอนเช้าที่วังเวียง ลาว.. ถ่ายเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา คล้ายกับเชียงใหม่ครั้งที่เป็นเด็ก อากาศหนาวเย็น หมอกปกคลุมทั่วไป |
| หลายสิบปีก่อน บ้านเราอยู่ริมคูเมืองเชียงใหม่ เป็นบ้านไม้เก่าทรงโบราณแบบภาคเหนือขนาดค่อนข้างโต |
| ตอนเช้าตื่นขึ้นมา ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ บอกตรง ๆ |
| ไม่อยากลุกจากที่นอน แต่มีงานที่ต้องทำก่อนไปโรงเรียน ต้องกลั้นใจจับขอบผ้านวมตลบให้เปิดวางไว้กับพื้นบ้านที่เป็นไม้สัก |
| แล้วค่อยลุกจากที่นอน เหยียบบนนวมอุ่น ค่อยยังชั่ว เพราะอากาศมันหนาวมาก ๆถ้าเหยียบพื้นไม้ ไม่สนุกมันเย็น..... |
| รีบสวมเสื้อกันหนาวทับให้ร่างกายหายเย็นรีบ คว้าแปรงสีฟัน |
 |
ให้เปียกแล้วถู ๆ ยาสีฟันแข็งแบบแป้งตลับทาหน้าสาว ๆ ในตลับ 555 รีบแปรงฟันไม่นานหรอกครับ  ใครทันใช้บ้างครับ เดาเอาว่าหลายคนคงเคยใช้บ้างแน่...ต่อมาจึงเป็น หลอดยาสีฟันแบบปัจจุบัน อมน้ำบ้วน พอให้ฟองออก ใช้นิ้วแตะน้ำในขัน เช็ดขอบตาทั้งสองข้าง ใช้ผ้าขาวม้าเช็ด ๆ |
| เป็นเสร็จ เดินผ่านครัวหลังบ้าน แม่กำลังหุงข้าว ทำกับข้าว กับพี่สาว.. ผมลงไปคว้ากระป๋องน้ำฝักบัว ไปตักน้ำในบ่อน้ำจนเต็ม |
| ทั้งสองใบ เดินกลับไปรดผักกาดกับแปลงต้นหอม กระเทียมแสงแดดเริ่มสาดผ่านหมอกที่หนา หยาดน้ำจากฝักบัว |
| ตกกระทบใบผักกาด เสียงดังเบา ๆ ไพเราะมาก ๆ ไอน้ำลอยจากใบผักกาดช้า ๆ อ่อยอิ่ง |
| เป็นบรรยากาศที่ไม่อาจจะลืมได้ |
 ริมรั้วนกตัวเล็ก บินหาตัวหนอน มีหยาดน้ำค้างเกาะใบพุทธรักษางดงาม  |
ได้เวลาไปเรียน จากบ้านปั่นจักรยาน ไปโรงเรียนที่อยู่ห่างจากบ้านไม่เกิน 2 กม. ถนนที่ปั่นจักรยานผ่านมีหมอกหนา ปกคลุม |
| ถนนดำ ลาดยางมะตอยแบบโบราณไปถึงโรงเรียน หน้าแข้งที่เปลือยเปล่าขนหน้าแข้งมีหยาดน้ำจากหมอกจับเปียกไปทั้งสองข้าง |
| |
มองหน้าเพื่อน ๆ ที่เจอกัน ต่างหัวเราะ คิ้วของพวกเราจะขาวจากหมอกอันหนาวเหน็บ  |
| เชียงใหม่จึงเป็น เมืองที่คนอยากไปเที่ยวสัมผัส ความหนาว สีสันฤดูหนาวมาจากเสื้อผ้าเด็กสาวหนุ่มปั่นจักรยาน ภาษากำเมือง |
| ที่นุ่ม อ่อนหวานใบหน้าที่เจือด้วยรอยยิ้ม.. สถานที่ท่องเที่ยวในระยะนั้นยังไม่มากเท่าปัจจุบัน |
| คนจึง ตั้งเป้าหมายที่จะไปเที่ยว หรือไปปลูกบ้านอยู่ |
 |
| หลังจากต้องจากบ้าน ที่เชียงใหม่ไปเรียนต่อในกรุงเทพ และมีงานทำ นาน ๆ จึงจะได้กลับไปความเจริญเปลี่ยนแปลงเชียงใหม่ |
| มีบ้านเยอะบ้านที่เคยอยู่ถูกรื้อถอนปลูกตึกแทน ตรงถนนศรีภูมิริมคูเมืองเสียดายจัง |
| แน่นอนไม้หายากชาวบ้านเลยปลูกบ้านด้วย ปูนกันมาก อันนี้ไม่ว่ากัน แต่วัสดุแบบนี้ดูดความร้อนจากแสงอาทิตย์ไว้มาก |
| ยามเย็นตะวันลับฟ้าความร้อนน่าจะลดลงแต่ไม่... เพราะตัวบ้านปูน ซิเมนต์ต่างคลายความร้อนออกมาเลยร้อน |
| |
| ชาวบ้าน เปิดแอร์คอนดิชั่น รถยนต์ก็เปาไอร้อนจากท่อออกมาเชียงใหม่ ในตัวเมืองจึงเหมาะสำหรับค้าขายแทน |
| เมื่อกลับไปเยือนถิ่นเดิม ไม่ค่อยเข้าตัวเมือง จะขับรถไปพักบ้านญาติต่างอำเภอเช่น อ.แม่แตง อ.แม่ริม อ.หางดงไม่จำเป็นจริง ๆ |
จะไม่เข้าเที่ยวในเมืองเลยส่วนอาหาร  หรือของฝาก ซื้อจากตลาดรอบนอกแทน |
 |
| เท่าที่สังเกต ในตัวเมืองเชียงใหม่สมัยก่อนกับปัจจุบัน ต้นไม้มิได้มีมากหรือน้อยแตกต่างกันเท่าใด ที่มีมากคือบ้านคน และคนเยอะ |
| เคยมีคนถามว่า จะให้ตัวเมืองเชียงใหม่อากาศดี และหนาวแบบเดิมได้หรือเปล่า |
| ยาก ครับ |
| ไม่ว่าจะปลูกต้นไม้เพิ่ม ปั่นจักรยานแทนการใช้รถยนต์ น่าจะปฏิบัติยากแล้วทำอย่างไรจะให้เชียงใหม่น่าอยู่ เหมือนเดิม |
| นั่นซิ |
 |
| ผมหันไปมองเชียงใหม่กันกว้างใหญ่ ยังมีอำเภอหลายอำเภอ ภูมิประเทศสวยงามอากาศยังหนาวเย็นและมากกว่าตัวเชียงใหม่ |
| น่าจะมีการวางแผน ผังเมืองหรือ มีกฏหมายพิเศษ ขึ้นมารองรับ หรือ จัดระเบียบใหม่ เช่นผู้จะปลูกบ้านจะต้องปลูกต้นไม้ยืนต้น |
| อย่างน้อย 30 % ของพื้นที่เพื่อจะให้เก็บรักษาความชื้นให้มากขึ้น |
| คงมีคนแย้งว่า ฮา(กรู) มีที่ดิน 50 ตารางวา จะปลูกบ้านได้อย่างไรเฮอะ บังคับปลูกต้นไม้ได้ซิ... ซื้อต้นมะม่วงมาปลูก เมื่อเจ้าหน้าที่ |
| มาตรวจเพื่อออกเลขบ้านได้แล้วก็..ปล่อยให้มันตายไปก็ได้.. 555 |
| |
| นั่นแหละครับ ต้องมีการระดมความคิดเห็น ความรู้จากคนที่รู้จริง มาปรับก่อนที่จะออก พ.ร.บ |
| แต่คงจะยาก เหมือน ร่าง กฏหมายสำคัญของไทย |
| |
| ผมเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา ก็ให้บังเอิญอ่านเห็น บล๊อกแกงค์ชวนให้เขียนเรื่อง Bloggang Go Green ช่วยโลกเราแม้เราไม่อาจจะทำให้ |
| ไม่อาจจะทำให้เชียงใหม่หนาวเย็น เหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ยังคงทำให้ ตัว |
อำเภอรอบนอกเชียงใหม่ให้น่าอยู่ ยังได้..นะครับ  |
| รอยยิ้ม อาหารรสดั้งเดิม อย่าไปดัดแปลงมากเกินไป ให้เด็กแต่งกายพื้นเมืองไปโรงเรียนอาทิตย์ละวันเช่นที่ |
| อ.แม่แจ่ม อ.อมก๋อย อ.สะเมิงนะครับ ปลูกฝังวัฒนธรรมการแต่งกาย การกินอยู่กับธรรมชาติทำให้เมืองน่าอยู่ |
 |
| อีกอย่างสำคัญมาก ภาษาพูด กำเมือง หรือภาษาสำเนียงเชียงใหม่รักษาไว้เถอะครับ |
| ผมเคยไปซื้อของ ในตัวเมืองเชียงใหม่ ก็พูดภาษาพื้นเมืองกับแม่ค้า |
| ผักหละ ปลูกเอง แม่นก่อ ขายก๋ำ จะใด (ชะอมปลูกเองเหรอ ขายมัดเท่าใด) |
 |
| เปล่าปลูกมัดละยี่สิบบาท เอากี่มัด (สำเนียงแข็งโป๊ก) |
| |
| เออ หนอ.. หมดกัน หาความเป็นเชียงใหม่ไม่ค่อยพบ คล้ายกับ ความหนาวเย็นหายไปจากเชียงใหม่แล้วได้ความร้อนจาก |
| ทะเลทรายมาแทน... แห้งแล้งพิกล.. |
| เพื่อน ๆ มีความคิดเห็นอย่างไร บอกกันมั่งนะครับ |
| |
| ขอบคุณเพื่อนผู้เอื้อเฟื้อภาพ (re..462) |
| st ผู้เข้าชม 2,171,449. |
| ขอบคุณเพื่อนผู้แวะมาเยือน กรุณาเม้นท์/ทิ้งร่องรอยนิด ผมจะได้กลับไปเยี่ยมตอบแทนถูกครับ |
| |
| Diarist |
| |
สวัสดียามเช้าครับพี่ไวน์
ผมไม่ทันยาสีฟันแบบตลับครับพี่
ตอนย้ายมาเชียงใหม่ครัั้งแรก
เมืองเงียบสงบมาก 3 ทุ่มถนนศอยแถวแจ่งศรีภูมิก็ไม่มีรถวิ่งแล้ว
และหนาวมาก หนาวกว่าทุกวันนี้มาก
ผมเดินจากตลาดสมเพชรไปหอพระทุกวันตอนตี 5 ครึ่ง หนาวมาก มืดมาก
ไปถึงหอพระคนแรกทุกวันครับ 555
จะทำให้เมืองเย็นลง
ยากอยู่ครับ บ้านเรือนเยอะขึ้น ต้นไม้น้อยลง
ถนนมีแต่รถวิ่ง ยังไงก็ร้อนครับ
ไม่รวมที่ขยันเผากันทุกปี
มีแต่ควัน มีแต่ไอระอุ ฟ้าเมื่อวานก็ขมุกขมัวมากๆครับ