Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
26 ตุลาคม 2554
 
All Blogs
 
สะเปะสะปะ@สังขละบุรี

ทริปนี้เป็นทริปใหญ่ทริปแรกตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นี่

เป็นวาระเร่งด่วนที่เริ่มกวนจนเป็นกระแสมาตั้งแต่ 3 เดือนก่อน

และแล้วในที่สุดเราก็ได้ออกเดินทางกันเสียที

คิดไว้ว่ามันน่าจะเป็นทริป "นักล่าฝน" แต่ที่ไหนได้ไม่มีฝนเลยสักหยด แถมตัวดำกลับมาตาม ๆ กัน

เรานัดกันประมาณตีสามห้าสิบนาทีของวันเสาร์ มุ่งหน้าจากชลบุรีสู่กาญจนบุรี โดยมีข้าวเหนียวหมูอบเป็นเสบียง

หกโมงเช้าพวกเราเริ่มเข้าสู่เขตจังหวัดกาญจนบุรี แวะพักรถ กินข้าวให้เรียบร้อย ก่อนจะมุ่งหน้าสู่สะพานข้ามแม่น้ำแคว









จากสะพานข้ามแม่น้ำแคว เราเดินทางต่อไปที่พร้อมมิตรฟิล์ม สตูดิโอ







ตอนแรกเราวางแผนกันว่าจะเที่ยวรายทางไปถึงสังขละบุรี

แต่ด้วยอากาศร้อน ๆ ที่พร้อมมิตรฟิล์มฯ และการต้องตื่นแต่เช้า

ทำให้ทุกคนดูเหนื่อย ๆ อย่างเห็นได้ชัด เราก็เลยตัดสินใจแวะกินกลางที่ข้างทาง

ก่อนจะขับรถยาวไปถึงสังขละบุรีด้วย GPS มีเลขหน้า ที่ช่วยนำทางเราตลอดทริป



จากอ.ทองผาภูมิแยกเข้าอ.สังขละบุรีเป็นทางที่เลาะไปตามไหล่เขา

มองเห็นทิวทัศน์ของเขื่อนเขาแหลม ทำให้รู้สึกตื่นเต้นเป็นระยะ ๆ

ประมาณสองชั่วโมงครึ่งเราก็มาถึงที่หมาย...

"สังขละบุรี" เมืองเล็ก ๆ ท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขา


"ไกลเนอะ เหมือนเข้าไปอยู่อีกโลกหนึ่ง"

มีบางจังหวะที่ไม่มีคลื่นโทรศัพท์ มีบางครั้งที่รถต้องค่อย ๆ ขึ้นเขา

มีบางเสี้ยวนาทีที่เราเองแอบคิดว่า คนที่อยู่ที่นี่เขาจะรู้สึกยังไง

ที่ต้องมาอยู่ไกลขนาดนี้ ไกลเมืองหลวง ไกล..สิ่งที่หลายคนเรียกว่าความเจริญ

ระหว่างทางเราคุยเล่น ๆ ถึงการบรรจุเป็นข้าราชการ

จะมีใครไหมนะที่ขอมาบรรจุถึงที่นี่ นอกจากคนที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่นี่จริง ๆ



เราพักกันที่สามประสพรีสอร์ท ที่นี่อาหารอร่อยมาก ๆ

จนหลาย ๆ คนบอกว่ากลับไปคงต้องไปลดน้ำหนัก

บ้านพักของเราเป็นบ้านแฝด ตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ย ๆ

มองจากระเบียงสามารถเห็นสะพานมอญที่ทอดตัวยาวเชื่อมวิถีชีวิตของคนทั้งสองฝั่งน้ำเข้าด้วยกัน



ตอนเย็นเราเดินจากที่พักลงไปตามทางแคบ ๆ เพื่อเดินเล่นที่สะพานมอญ

เราเจอน้องไกด์ที่คอยอธิบายประวัติของสะพานมอญรวมไปถึงวิถีชีวิตของคนที่นี่



วันแรกของเราที่สังขละบุรีจบลงด้วยอาหารมื้อเย็นที่อร่อยมาก ๆ ที่รีสอร์ท

หลังจากอิ่มท้องแล้ว เราก็พักผ่อนกันตามอัธยาศัยก่อนจะนัดแนะกันถึงโปรแกรมในวันถัดไป



วันที่สอง เราตื่นกันตั้งแต่เช้ามืด ตั้งใจว่าจะไปใส่บาตรที่ฝั่งมอญ



เราสอบถามเรื่องเรือที่จะนั่งไปชมวัดจมน้ำจากน้าคนหนึ่งที่ให้บริการเรืออยู่แถวนั้น

รู้สึกว่าคนที่นี่เป็นมิตร ไม่ค่อยรู้สึกว่ามันการสื่อสารเพื่อการค้าสักเท่าไร

ราคาเรือเหมาลำ 300 บาท นั่งได้หลายคน พวกเราไปกัน 7 คน ก็เต็มลำพอดี

น้าเจ้าของเรือบอกว่าจะให้ไปรับฝั่งรีสอร์ทก็ได้

แต่เราตั้งใจจะขับรถข้ามมาเพื่อจะไปเที่ยวสถานที่สำคัญฝั่งมอญต่อ






เรากลับมากินข้าวเช้ากันทีรีสอร์ทก่อนจะกลับไปฝั่งมอญอีกครั้ง

หลายคนตื่นเต้นมาก ๆ กับการนั่งเรือ เพราะน้ำมันปริ่มกาบเรือมาก ๆ

เรือแล่นไปไม่นานก็ถึงที่หมายซึ่งอย่างห่างจากฝั่งประมาณ 2 กิโลเมตร (มองจากระเบียงห้องก็เห็น แต่ตอนแรกไม่รู้ว่าคืออะไร)

ครั้งนี้เราได้เห็นแค่ส่วนบนของโบสถ์ที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาเล็กน้อย

คนขับเรือบอกว่าถ้าจะมาเดินดู จะต้องมาเดือนเมษายนเพราะน้ำจะลด

แต่ก็ไม่เป็นไร ไม่มีใครรู้สึกผิดหวัง เพราะมันสนุกและวิวสวยมาก ๆ





หลักจากกลับมาที่ฝั่ง เราก็ขับรถไปที่วัดวังก์วิเวการาม (วัดหลวงพ่ออุตมะ)

รู้สึกทึ่งหลวงพ่อมาก ๆ ที่สามารถนำคนช่วยกันย้ายวัดจากตรงที่น้ำท่วมขึ้นมาอยู่บนเนินเขาได้



จากวัดวังก์วิเวการาม ตอนแรกเราตั้งใจจะไปต่อกันที่เจดีย์พุทธคยา แต่อากาศร้อนมาก

ก็เลยไปหาอะไรกินกันก่อนที่แพมิตรสัมพันธ์ซึ่งอยู่ฝั่งเดียวกับรีสอร์ท

และตกลงกันว่าจะกลับมาอีกทีในตอนเย็น






หลังจากกินข้าวกลางวันแล้วก็แวะไปกินไปหาอะไรเย็น ๆ กินที่ร้านกาแฟ

ก่อนจะมุ่งหน้าสู่ด่านเจดีย์สามองค์





เรากลับที่พักกันตอนบ่ายแก่ ๆ ก่อนจะออกไปที่เจดีย์พุทธคยาอีกครั้งในตอนเย็น

พี่ที่ไปด้วยกันซื้อทะนาคามาจากด่านเจดีย์สามองค์ แล้วก็จัดการผสมน้ำทาให้กับทุกคน

พวกเราก็เลยต้องออกไปเที่ยวต่อในสภาพเนียน ๆ ไปกับคนท้องถิ่น



เราจะเห็นภาพเด็กหนุ่มสาว ผู้เฒ่าผู้แก่ชาวมอญไปใส่บาตรตอนเช้า

เห็นคุณยาย คุณป้าไปสวดมนตร์ที่วัด ที่แปลกใจมากคือ

เจอน้องผู้หญิงเด็กประถามปลายนั่งสวดมนตร์ตามหนังสือที่เจดีย์พุทธคยา


จากการได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนที่นี่ หลายคนที่ร่วมทริปพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

"พระพุทธศาสนาของที่นี่เขาเข้มแข็งจริง ๆ"

วันที่สองที่สังขละบุรีจบลงอย่างสนุกสนาน ถึงแม้แต่ละคนจะเหนื่อยมากก็ตาม

ถือว่าเป็นทริปเสียเหงื่อจริง ๆ ^^

เช้าวันต่อมา เราไปเดินเล่นถ่ายรูปเก็บตกกันที่สะพานมอญเป็นรอบสุดท้ายก่อนจะเก็บของ

วันนี้เจอน้องไกด์ที่พบกันตั้งแต่วันแรกก็เลยได้มีโอกาสนั่งคุยกัน



คนที่นี่เป็นกันเอง พูดจาดี มีสัมมาคารวะ แล้วก็ดูซื่อ ๆ จิตใจดี

น้องเล่าให้ฟังว่า วันหนึ่งพูดซ้ำ ๆ กันเป็นพัน ๆ รอบ

จำได้หมดว่าใครผ่านไปผ่านมาบ้าง (ก็จริง เราโดนทักกันทุกรอบ)

น้อง ๆ เด็ก ๆ ที่นี่น่ารักดี ถึงจะอยู่ไกลขนาดนี้ แต่ก็รู้จักเทคโนโลยี

ใช้กล้องเป็น เล่นอินเทอร์เน็ต แต่ก็ไม่ลืมที่จะหารายได้พิเศษเพื่อแบ่งเบาภาระพ่อแม่







คุยกับน้องอยู่นาน ก็เลยแกล้งบอกน้องว่า "ถ้าน้ำแห้งเมื่อไหร่ก็โทรบอกด้วยแล้วกัน"

555 น้องมันก็บอกว่า "เฟสบุคเลยพี่"

โฮ...โซเชียลกว่าเราอีก

ตั้งใจว่าจะกลับมาอีกครั้ง จะมาเดินดูโบสถ์

บอกพี่ ๆ ร่วมทริปว่ามาซ่อมคราวหน้าจะไล่ถ่ายตั้งแต่โคนถึงยอดเลย

ถึงน้องนั้นน้องมันจะจำเราได้รึเปล่าก็ไม่รู้





พวกเราออกจากสังขละตอนสาย ๆ แวะน้ำพุร้อนหินดาด น้ำตกไทรโยคน้อย

แล้วก็แวะซื้อของฝากที่โรงงานวุ้นเส้นท่าเรือในตัวเมืองกาญจนบุรีเป็นที่สุดท้าย







ถึงจะกลับมาทำงานได้หลายวันแล้ว แต่ก็ยังอดคิดถึงบรรยากาศสบาย ๆ

แล้วก็ผู้คนใจดีที่สังขละบุรีไม่ได้ สักวันต้องกลับไปอีกแน่ ๆ








Create Date : 26 ตุลาคม 2554
Last Update : 27 ตุลาคม 2554 15:21:21 น. 2 comments
Counter : 894 Pageviews.

 
สวัสดีตอนค่ำๆ ครับ .....

เห็นภาพสังขละบุรีแล้วคิดถึงครับ ผมเองไปมาแล้วสามครั้ง ครั้งล่าสุดเพิ่งไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ชอบในความเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ของเมืองชายแดนตะวันตกแห่งนี้มาก นี่ถ้าไม่ติดว่าไกลไปหน่อยคงจะได้ไปมันทุกปีแน่ๆ .....

ภาพมุมสูงจากรีสอร์ทนั่น ถ้าเดาไม่ผิดน่าจะพักห้องบีคลี่ 3 หรือ 4 สินะครับ ผมเองก็พักที่นั่นแหละ ได้เห็นวิวนี้จากหน้าระเบียงห้องพักทุกวันเลย .....



โดย: NET-MANIA วันที่: 27 ตุลาคม 2554 เวลา:22:05:04 น.  

 
มาเก็บข้อมูลสังขละบุรี จะไปช่วงเดือนนี้พอดี
ภาพสวยมาก ๆ


โดย: มิลเม วันที่: 6 ตุลาคม 2555 เวลา:23:47:28 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

rimpingringpim
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




สวัสดีค่ะ

ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกใบเล็ก ๆ

ของคนธรรมดาคนหนึ่ง

ที่ชอบอ่านหนังสือ ฟังเพลง

วาดรูป ท่องเที่ยว ถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย

ขอบคุณความบังเอิญ...

ทำให้เราและคุณมาเจอกันที่นี่ค่ะ

Friends' blogs
[Add rimpingringpim's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.