Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2554
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
6 ตุลาคม 2554
 
All Blogs
 
เที่ยวกรุงเทพฯ เสพงานศิลป์

ทริปนี้เริ่มต้นจากความทรงจำบนที่นั่งริมหน้าต่างรถเมล์สาย 8 เมื่อนานมาแล้ว

ตอนที่นั่งรถผ่านวัดสระเกศ ตอนที่เห็นยอดภูเขาทองอยู่ริบ ๆ

ตอนนั้นคิดว่าสักวันจะต้องขึ้นไปยืนอยู่บนนั้นให้ได้

ในที่สุดเมื่อไม่นานมานี้อยู่ ๆ อยากไป "ทริปเหยียบเมฆ" ขึ้นมา

ว่าแต่จะไปเหยียบเมฆที่ไหนดี สุดท้ายก็ตัดสินใจมาเหยียบเมฆที่นี่...

ด้วยหนังสือเล่มนี้...



24 กันยายน พ.ศ. 2554

ทริปนี้มีสมาชิกร่วมเดินทางด้วย 1 คน เรานัดกันที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิในตอนเช้าตรู่

เพราะเพื่อนอยากไปดูพระอาทิตย์ขึ้น แต่ฝนที่ตกลงมาตั้งแต่เมื่อคืน ทำให้เราแทบจะไม่เห็นแดดเลยทั้งวัน

รถเมล์สาย 8 พาเรามาถึงวัดสระเกศตอนเกือบ ๆ 8 โมงเช้า เดินข้ามฝั่ง เข้าไปในซอยเล็ก ๆ

ไม่ไกลนักก็เห็นยอดภูเขาทองแล้ว เราเดินตรงไปที่ทางขึ้นนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ

ตรงทางขึ้นมีอาคารเล็ก ๆ ที่ขายพวกเครื่องสักการะต่าง ๆ

พระรูปหนึ่งที่ประจำอยู่ตรงนั้นแนะนำให้เราไปนมัสการพระธรรมในอาคารหลังใกล้ ๆ ก่อนพร้อมกับแจกหนังสือธรรมมะมาให้อ่านคนละเล่ม



คุณลุงคนหนึ่งเดินไปเปิดประตูอาคารหลังนั้นให้เรา พร้อมกับบอกว่าพวกเรามีบุญมาก มาพร้อม ๆ กับที่ลุงมาเปิดประตูให้

คุณลุงก็อธิบายเกี่ยวกับสถานที่นั้นและบอกเราว่า "ถ่ายรูปได้นะ ถ่ายแล้วอย่าลืมเอาไปลงเฟสบุค"

ฮาเลย...ลุงทันสมัยมาก ๆ

หลังจากนมัสการพระธรรมแล้ว เราก็เริ่มเดินขึ้นภูเขาทองกันเลย

บันไดทางขึ้นเป็นบันไดที่มีความหนา (สูง) ไม่มากนัก แต่กว้าง

อาจจะช่วยให้เดินไม่เหนื่อย แต่รู้สึกว่ามันต้องก้าวถี่มาก พวกเราก็เลยต้องก้าวทีละ 2 ขั้น



จากบนนี้สามารถมองเห็นสถานที่สำคัญ ๆ อย่างเช่น โลหะปราสาทวัดราชนัดดา อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าฯ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รวมไปถึงสะพานพระราม 8 ด้วย







อยู่ที่ภูเขาทองกันสักพักใหญ่ ๆ เราก็ออกเดินทางต่อ จากภูเขาทองเดินไปตามซอยเล็ก ๆ ก็จะพบสะพานข้ามคลองมหานาค

เดินต่อไปอีกนิดด้านซ้ายมือก็คือป้อมมหากาฬ จากนั้นก็เป็นลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์



และจุดหมายต่อไปของเราก็คืออาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ แต่เนื่องจากยังไม่ถึงเวลาทำการ



พวกเราก็เลยตัดสินใจเดินไปเรื่อย ๆ ผ่านอนุสารีย์ประชาธิปไตย เลี้ยวซ้ายเข้าสี่แยกคอกวัวไปเรื่อย ๆ

ผ่านศาลเจ้าพ่อเสือ ไปหาอะไรใส่ท้องกันที่ถนนแพร่งภูธร

จากหนังสือ ที่นี่มีร้านแนะนำอยู่หลายร้าน

แต่สุดท้ายเราก็เลือกกินข้าวหมูแดงกันที่ร้าน "อุดมโภชนา"

เพราะพ่อของเพื่อนบอกมาว่าอร่อยมาก ๆ

พ่อกินตั้งแต่จานละยังไม่กี่สตางค์ ร้านนี้เปิดมาหลายสิบปีแล้ว

เราชอบวิธีการเรียงไข่ในตู้ของคุณลุงเจ้าของร้านนี้จัง มันดูเป็นระเบียบน่ากินดี

นอกจากข้าวหมูแดงจะอร่อย ปอเปี๊ยะปูของร้านนี้อร่อยสุด ๆ ^^







ถนนแพร่งภูธรเป็นถนนที่เต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนที่มีรูปแบบของสถาปัตยกรรมที่แปลกตา

เป็นลักษณะแบบตะวันออกผสมผสานกับตะวันตก หรือที่เรียกว่า "ชิโนโปรตุกีส" นั่นเอง

"มีอะไรให้กินอีกวะ"

เป็นคำถามที่เราถามกันตลอดเส้นทางขณะเดินเล่นในถนนแพร่งภูธร

ที่นี่มีร้านอร่อย ๆ ที่เป็นร้านแนะนำเยอะมาก

ทั้งร้านข้าว ร้านขนม ไอศกรีม กุ้ยช่าย เยอะแยะไปหมด

ออกจากถนนแพร่งภูธร เราเดินมาถึงแยกสี่กั๊กเสาชิงช้า เลี้ยวซ้ายก็จะเห็นเสาชิงช้าสีแดง ๆ อยู่ไกล ๆ



มาแถวนี้ทีไร ก็จะนึกถึงตอนมาเขียนลายไทยที่วัดราชบพิธ วัดสุทัศน์กันทุกที

จากเสาชิงช้า เดินย้อนกลับมาที่อนุสารีย์ประชาธิปไตย มุ่งหน้าสู่อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์





เป็นอาคารที่ใช้แสดงนิทรรศน์ถาวรซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับกรุงรัตนโกสินทร์

โดยแบ่งเป็น 2 เส้นทาง ใช้เวลาเข้าชมเส้นทางละประมาณ 2 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม 200 บาท แต่อยู่ในช่วงโปรโมชันถึงสิ้นปีจะเหลือเพียง 100 บาท

ผู้สูงอายุที่อายุ 60 ปีขึ้นไป แสดงบัตรประชาชนจะได้เข้าฟรี (เป็นข้อดีของการแก่)

ถ้ามองในฐานะคนเข้าชม เราว่าเป็นอีกที่ที่น่าสนใจ ให้ความรู้แบบเพลิน ๆ

เจ้าหน้าที่ที่พาชมก็มีเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ มาเล่า ทำให้ไม่น่าเบื่อ



ถ้ามองในฐานะคนผลิตสื่อ เราว่าที่นี่ออกแบบการนำเสนอเรื่องราวความรู้ด้วยสื่อต่าง ๆ ดีมาก ๆ

(จนอยากจะเห็นคนออกแบบระบบสื่อมัลติมีเดียของที่นี่)

มีการบริหารจัดการพื้นที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในความรู้สึกเรา

ใช้ทุกซอก ทุกมุม ทุกหลืบคุ้มค่าจริง ๆ (ประทับใจ)













เนื่องจากทริปนี้มีที่ต้องไปต่ออีก 2 ที่ คือมิวเซียมสยาม กับ DOB gallery หัวลำโพง

ทำให้เดินได้แค่ 1 เส้นทาง คือเส้นทางที่ 1 ก็เลยมีนัดล้างตาเกิดขึ้น

อีกไม่ถึงอาทิตย์ก็เลยพาพ่อกับแม่ไปอีกรอบ

เดินมันทั้ง 2 เส้นทางเลย สรุปว่าเส้นทางที่ 2 สนุกกว่าเส้นทางที่ 1

เพราะมีอะไรตื่นตาตื่นใจมากกว่า เด็ก ๆ น่าจะชอบเส้นทางนี้ เพราะได้ทั้งนั่งเรือ

นั่งรถราง นั่งรถไฟฟ้า ได้เล่นกับสื่อต่าง ๆ เยอะแยะเต็มไปหมด

ได้เปลี่ยนหลายอิริยาบถมาก ตั้งแต่เดิน นั่ง ยืน เหลือแค่นอน







มีอยู่ห้องหนึ่งประทับใจมาก เป็นห้องที่ทำเป็นเหมือนระเบียงบ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา

มองออกไปเห็นพระปรางค์วัดอรุณ มีภาพคุณจุรี โอศิริ กำลังคุยกับเด็กผู้ชายที่เป็นหลาน

เกี่ยวกับเรื่องราวของราชวงศ์จักรี



จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็นำเราไปชมพระราชกรณียกิจของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลต่าง ๆ

ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 จนถึงรัชกาลปัจจุบัน

พอวิดีทัศน์พูดถึงฝนหลวงก็มีเครื่องบินบิน มีลมพัดจริง ๆ (ตกใจเลย)

มีฟ้าแลบฟ้าร้อง และที่สำคัญมีฝนตกจริง ๆ โห...อลังการมาก!!!

บอกได้คำเดียวว่าสนุก ^^ และภูมิใจที่ได้เกิดในสมัยรัตนโกสินทร์มากขึ้น





รัตนโกสินทร์...คือแผ่นดินที่หล่อหลอมหัวใจ... ฮัมเพลงนี้ตลอดทริป ^^





Create Date : 06 ตุลาคม 2554
Last Update : 6 ตุลาคม 2554 9:57:09 น. 5 comments
Counter : 672 Pageviews.

 
ติดตามๆๆๆ
.


โดย: aodblo22 วันที่: 6 ตุลาคม 2554 เวลา:4:45:46 น.  

 
สวยนะ ที่สึดท้ายนี้ยังไม่เคบไป ต้องไปบ้างสะแล้ววว
ขอบคุณนะคะ


โดย: โจนบ้ากับป้าแก่ๆ วันที่: 6 ตุลาคม 2554 เวลา:5:16:15 น.  

 
เป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้ไปพบมาใช่มั้ยครับ ผมก้ยังไม่เคยไปภูเขาทองเลย


โดย: bankVI วันที่: 6 ตุลาคม 2554 เวลา:9:30:51 น.  

 
เที่ยวเพลินเลยนะครับ
สวัสดีครับ


โดย: nordcapp (nordcapp ) วันที่: 6 ตุลาคม 2554 เวลา:13:50:26 น.  

 
ด้วยความยินดีครับ
จะคอยติดตามผลงานสวยๆครับ
ขอบคุณและสวัสดีครับ


โดย: nordcapp (nordcapp ) วันที่: 6 ตุลาคม 2554 เวลา:18:22:12 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

rimpingringpim
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




สวัสดีค่ะ

ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกใบเล็ก ๆ

ของคนธรรมดาคนหนึ่ง

ที่ชอบอ่านหนังสือ ฟังเพลง

วาดรูป ท่องเที่ยว ถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย

ขอบคุณความบังเอิญ...

ทำให้เราและคุณมาเจอกันที่นี่ค่ะ

Friends' blogs
[Add rimpingringpim's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.