กันยายน 2567

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
 
 
แอนน์ : หนูน้อยแห่งบ้านกรีนเกเบิลส์ (Anne of Green Gables)


ปีนี้ครบรอบ 150 ปีชาตกาลของผู้แต่งหนังสือชุด Anne of Green Gables 
เลยถือโอกาสเขียนถึงหนังสือเล่มโปรด เพื่อให้นักอ่านชาวไทยได้ลองเปิดใจกับชุดนี้ดูค่ะ 
 
หากพูดถึงเสน่ห์ของหนังสือ 📖 ชุด " แอนน์ : หนูน้อยแห่งบ้านกรีนเกเบิลส์ " 
คนส่วนใหญ่คิดถึงอะไรกัน
 
สิ่งแรกที่คิดถึงคงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากเด็กน้อยตัวหลักของเรื่องที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ชื่อ แอน ที่ต้องมี น หนูการันต์สะกดต่อท้าย แอนน์ เชอร์ลีย์ นั่นเอง
 
แอนน์ เป็นเด็กกำพร้าที่พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่ยังเป็นทารก ไม่มีพี่น้องไม่มีญาติ อยู่ตัวคนเดียว 
ยิ่งไปกว่านั้น ยังผอมแห้ง ใบหน้าเต็มไปด้วยกระ แถมยังมีเส้นผมสีแดงเหมือนแครอท 🥕
และเป็นเด็กช่างพูดเจื้อยแจ้วไปเรื่อยได้ทุกเรื่อง
 
แต่ในทางกลับกัน แอนน์รักความโรแมนติกและชอบเพ้อฝันเป็นอย่างมาก เธอชอบตั้งชื่อให้กับ
สิ่งของ สถานที่ต่างๆ และบ่อยครั้งได้สร้างเรื่องผิดพลาดเป็นที่ขบขันมากมาย เพราะใจลอยหลุด
เข้าไปอยู่ในจินตนาการความฝันที่ตัวเองสร้างขึ้นเสมอๆ
 
หลังจากได้อ่านไปเรื่อยๆ ตัวละครเอกที่เราคิดว่าเธอค่อนข้างแปลกประหลาดคนนี้
ช่างเป็นเด็กที่ตลกและน่ารักเหลือเกิน ... ทำเราอมยิ้มตามได้ตลอดเวลา 117
 
และเด็กคนนี้นี่เอง ที่ถูกคู่พี่น้องชื่อแมทธิวกับมาริลลา ผู้ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับใครๆ
รับเลี้ยงไว้ด้วย ... ความไม่ตั้งใจ ...
 
จากจุดเริ่มต้นความผิดพลาดอย่างไม่ตั้งใจบวกกับนิสัยที่ไม่น่าจะเข้ากันของเด็กกำพร้าและ
พี่น้องหญิงชายที่ทั้งโสดและสูงอายุทั้งคู่นี่เอง ทำให้เราหยุดอ่านไม่ได้เพราะลุ้นไปกับวีรกรรมที่
จะเกิดขึ้นในบทต่อๆไป
 
แอนน์ได้รับการเลี้ยงดูด้วยความรักและมิตรภาพจากครอบครัวและคนรอบข้างใน
หมู่บ้านชนบทบนเกาะพรินซ์เอ็ดเวิร์ด (PEI) ที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม
... อ่านแล้วอยากไปเที่ยวบ้านเกิดแอนน์เลยค่ะ
 
ด้วยความที่แอนน์เป็นเด็กที่สดใสร่าเริงเป็นทุนเดิมและการได้อยู่แวดล้อมด้วยครอบครัวและ
เพื่อนที่อบอุ่นส่งผลให้เธอเติบโตกลายเป็นสาวน้อยที่ฉลาด น่ารัก อ่อนโยน มีแก่นความคิด
ของตัวเองและเข้มแข็ง
 
ในเรื่องนี้ นอกจากเราจะเห็นการพัฒนาการของแอนน์แล้ว ขณะเดียวกันก็จะได้เห็น
การเปลี่ยนแปลงของแมทธิวกับมาริลลาและผู้คนรอบข้างหนูแอนน์ด้วยเช่นกัน
 
การอ่านชุดแอนน์ของเราจึงเต็มไปด้วยความรู้สึกลึกซึ้งที่ได้เห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ของเด็กน้อยคนหนึ่งและกระบวนการเติบโตนั้นนำความสุขมาสู่ผู้ใหญ่ที่อยู่รอบตัวเธอ 99
 
นอกจากนี้ หนังสือชุดนี้ยังสอดแทรกชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน อาหารการกิน ขนบธรรมเนียม
ประเพณีในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ถึงต้นศตวรรษที่ 19 ของอังกฤษและสกอตแลนด์
อันเป็นเสาเข็มของวัฒนธรรมบนเกาะ PEI ของแคนาดาในยุคที่เพิ่งก่อร่างสร้างประเทศไว้ด้วย
อีกทั้งยังมีการนำบทกวีหรือคำพูดจากในวรรณกรรมชื่อดังต่างๆ เช่น ของ Tennyson , Byron ,
Robert Browning , Wadsworth Longfellow , Shakespeare รวมถึงพระคัมภีร์ไบเบิลมา
กล่าวอ้างอิงด้วย
 
อีกอย่างที่เราชอบมากในหนังสือชุดนี้ คือ การแปลบทกวีออกมาเป็นร้อยกรองได้อย่างไพเราะ
และเก็บความได้ครบถ้วน อ่านแล้วลื่นไหลได้อรรถรสด้านวรรณศิลป์สุดๆ
 
ลักษณะอีกอย่างหนึ่งที่เราจะได้เห็นในหนังสือเล่มนี้ และอีก 7 เล่มที่เหลือในชุดนี้ คือ
ผู้แต่งคุณ Maud สร้างความแตกต่างให้กับภาษาพูดของตัวละครแต่ละตัวอย่างชัดเจน
โดยให้ระดับการใช้ภาษาของตัวละครแตกต่างกันตามระดับการศึกษา หรือ สำเนียงเสียงถิ่นเดิม
อาทิ สำเนียงชาวสก็อต ไอริช หรือ ฝรั่งเศส เช่น 
 
93  แอนน์ พูดด้วยคำศัพท์ที่ยากและใช้ไวยากรณ์ที่ซับซ้อนได้อย่างถูกต้อง
93  มาริลลา จะต่อบทสนทนาด้วยประโยคภาษาขั้นสูงที่อ่านแล้วรู้สึกถึงความหัวไวของเธอ
93  ไดอาน่า พูดด้วยภาษาง่ายๆ แบบเด็กๆ
93  แมทธิว ใช้ไวยากรณ์ผิดๆ พูดภาษาถิ่น และบางครั้งก็ใช้ถ้อยคำอย่างชาวสก็อตแลนด์ 
 
ให้เห็นผ่านทางตัวอักษร ซึ่งถ้าใครอ่านฉบับภาษาอังกฤษ จะสังเกตเห็นได้เลย
 
ส่วนในเล่มภาษาไทยของพวกเรานั้น คุณ วรวดี วงศ์สง่า จงใจแปลแบบสะกดผิด หรือ
เขียนให้เพี้ยนเสียง เพื่อคงความตั้งใจของต้นฉบับไว้
 
คาดว่าคงมีเพื่อนๆบางคนที่อ่านแล้ว อาจมีเอ๊ะ !? ในใจ
ว่าทำไมสำนักพิมพ์ถึงพลาดตกม้าตายในขั้นตอนบรรณาธิการ
เราจึงอยากเขียนอธิบายประเด็นนี้รวมไว้ด้วยค่ะ
 
ถ้าเพื่อนๆชอบวรรณกรรมที่อ่านแล้วหัวใจพองโต อบอุ่นละมุนละไม พร้อมได้สาระและ
ความรู้จากเชิงอรรถแน่นๆ ขอแนะนำเล่มนี้เลยค่ะ 
 
วรรณกรรมเล่มนี้กับอีก 7 เล่มที่เหลือในชุดเดียวกัน
อีก 2 เล่มรุ่นลูก สนพ. Words Wonder Publishing  มีแผนจัดพิมพ์
ช่วงงานหนังสือเดือนตุลาคมนี้ 3 
 
ผู้แต่งคุณ L.M. Montgomery พรรณนาความงามของเกาะและธรรมชาติไว้งดงามมากๆ
ส่วนผู้แปลคุณ วรวดี วงศ์สง่า ก็ได้ถอดความเป็นภาษาไทยได้อย่างสละสลวยไม่แพ้ต้นฉบับ
ใครที่ชอบหนังสือภาษาสวยๆ อยากให้ลองอ่านดูนะคะ 141
 
และขอยกบทแปลบางส่วนที่บรรยายถึงสาวน้อยแอนน์ขณะกำลังเพลิดเพลินความงามที่
ธรรมชาติรังสรรค์ไว้มาปิดท้ายการแนะนำหนังสือชุดนี้ค่ะ 
 
เด็กสาวอ้อยอิ่งอยู่ที่นั่นจนค่ำ ดื่มด่ำกับความเงียบสงบใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ส่ายกิ่งก้านโบกไหว
ตามกระแสลมอ่อนเป็นระยะอย่างรื่นรมย์ เสียงพราวพรูของมันราวเสียงปลอบโยนของมิตรที่
กระซิบต่อพรมหญ้าเขียวขจีที่ขึ้นอย่างอิสระทั่วบริเวณ ตอนที่แอนน์ลุกขึ้นเดินออกไปยัง
เนินยาวที่ลาดตัวลงไปยังทะเลสาบประกายธารนั้น ตะวันตกดินไปเรียบร้อยแล้ว และอาวอนลี
เบื้องหน้าก็ตกอยู่ในสภาพคล้ายหลับใหลในความฝัน ... ราว "สันติสุขในอดีตได้ย้อนคืน"
อากาศยามนั้นแสนบริสุทธิ์ สายลมหอบเอากลิ่นหอมหวานมากำนัลจากทุ่งโคลเวอร์
แสงตะเกียงวับวามจากบ้านนู้นบ้านนี้เริ่มสว่างขึ้น เบื้องหน้าไกลๆคือทะเลที่นิ่งสงบสีเข้มคล้ำ
ไอหมอกล่องลอยบนพื้นผิวพร้อมเสียงรำพึงรำพันอันมีมนตร์ขลังแห่งนิรันดร์กาลดังขึ้นไม่ขาดระยะ
ทางทิศตะวันตกแต่งแต้มไปด้วยสีสันอ่อนโยนหลากหลาย ความงามเช่นนี้ ช่างตราตรึง
ดวงจิตเด็กสาวยิ่งนัก แอนน์เปิดประตูทุกห้องหัวใจและจิตวิญญาณเพื่อโอบกอดรับมัน
อย่างปิติยินดี "โลกที่น่าอภิรมย์" แอนน์รำพึงกับตัวเอง
"เธอช่างงดงามน่าอยู่เหลือเกิน ฉันดีใจที่ได้มีชีวิตอยู่กับเธอ" 168

รูปภาพยืมมาจาก : FB Words Wonder Publishing 

ถ้าเพื่อนๆชอบการแนะนำ หรือ รีวิว หนังสือของเรา
เข้ามาพูดคุยและเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะคะ 2



Create Date : 28 กันยายน 2567
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2567 9:09:39 น.
Counter : 475 Pageviews.

0 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณnewyorknurse

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมาชิกหมายเลข 4642774
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]