| All Blog
|
แอนน์ : หญิงสาวแห่งบ้านวินดีวิลโลวส์ (Anne of Windy Willows) ![]() แอนน์ : หญิงสาวแห่งบ้านวินดีวิลโลวส์ (Anne of Windy Willows) กับ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และ เรื่องสยองขวัญ (เล็กน้อย) หนังสือเล่มนี้ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าสนใจพอๆ กับที่ Sherlock Holmes ไขคดียากๆ ทีละคดี อ่านแล้วรู้สึกได้ถึงเทคนิคและทักษะการเขียนที่เต็มเปี่ยม ของคุณ L.M. Montgomery ซึ่งแตกต่างจากที่เราได้เคยสัมผัสในหนังสือ แอนน์ : หนูน้อยแห่งบ้านกรีนเกเบิลส์ (Anne of Green Gables) หรือในเล่มอื่นๆ ของหนังสือชุดแอนน์ (Anne Books) นี้ เนื้อหาส่วนใหญ่เกี่ยวกับชีวิตหลังเรียนจบปริญญาตรี และแอนน์ได้เข้าไป ทำงานเป็นครูใหญ่ ที่โรงเรียนมัธยมปลายซัมเมอร์ไซด์ เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในโรงเรียน ความวุ่นวายต่างๆที่เกิดกับคนรู้จักหน้าใหม่รอบตัวในแต่ละวัน ผ่านจดหมายให้หวานใจที่หมั้นหมายกันไว้ได้ฟัง ... และสีสันอีกอย่างในหนังสือเล่มนี้ก็คือ รีเบกกา ดิว แม่บ้านประจำบ้านวินดีวิลโลวส์ ผู้ที่ชายคนหนึ่งกล่าวถึงไว้ว่าเป็น " แมวแก่ที่น่ารัก หากคุณลูบมันอย่างถูกวิธี " เธอไม่มีสิ่งใด เช่น ความสวยความงาม การแต่งงาน หรือแม้กระทั่งการศึกษา ที่ผู้หญิงอย่างเราๆมุ่งหวัง แต่รีเบกกา ดิวไม่ได้ใส่ใจเรื่องเหล่านั้นเลย ความเฉลียวฉลาดอันน่ารื่นรมย์ของเธอช่วยชดเชยสิ่งที่ขาดหายไปได้เป็นอย่างดี เราสนุกกับการสังเกตคำพูดและเฝ้าดูการกระทำของตัวละครนี้มากเลยค่ะ นอกจากนี้ยังมี เอลิซาเบธน้อย , แคเธอรีน บรู้ค คู่อริตัวฉกาจของ สาวแอนน์มาทำให้เนื้อหาเข้มข้นมากขึ้นไปด้วย เรื่องราวอันมีเสน่ห์น่าหลงใหล , ข้อด้อย , ความรู้สึกนึกคิดในจิตใจมนุษย์ที่แตกต่างกัน ไปตามนิสัยและอายุ ถูกถ่ายทอดผ่านสายตาของแอนน์ผู้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เรารู้สึกทึ่งกับสายตาอันเฉียบคมช่างสังเกตและความสามารถในการมองเข้าไปใน ชีวิตของมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้งและมีมิติ สมกับที่เป็นงานเขียนของคุณ Maud นอกจากนี้ ยังทำให้รู้สึกมีความหวังว่าผู้คนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ไม่ว่าพวกเค้า จะอายุเท่าไหร่ก็ตาม เรื่องราวของแอนน์เป็นมากกว่าวรรณกรรมสำหรับเด็ก แต่เป็นวรรณกรรม Bildungsroman (*) ดังนั้น การอ่านเล่มนี้ยังมอบความสบายใจและเยียวยาจิตใจให้กับ พวกเราที่มีความกังวลมากมายไม่ว่าเราจะเป็นหญิงหรือชายก็ตามค่ะ (*) ขยายความคำว่า ‘Bildungsroman’ คำนี้มาจากการรวมกันของคำว่า Bildung แปลว่า ‘การเรียนรู้’ และ Roman ที่แปลว่า ‘นิยาย’กลายมาเป็น ‘Bildungsroman’ หมวดหนึ่งของนวนิยายที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเดินทางของตัวเอก ที่เผชิญอุปสรรคระหว่างทางซึ่งสอนให้พวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แม้คอนเซ็ปต์จะค่อนข้างใกล้เคียงกับประเภทนวนิยายที่หลายคนคุ้นหู กันว่า Coming-of-age แต่ความหมายของสองคำนี้ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว ‘Bildungsroman’ จะค่อนข้างเฉพาะเจาะจง โดยเนื้อเรื่องมักเกี่ยวกับ การเติบโตของตัวละครในวัยเด็กที่ต้องผ่านความเจ็บปวด หลงทางใน เขาวงกตแห่งความสับสนในตัวตน จนสุดท้ายประสบการณ์หล่อหลอม ให้พวกเขาค้นพบตัวเองและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ถึงตรงนี้หลายคนอาจคิดในใจว่าเรื่องราวชีวิตของคนคนหนึ่งก็คง ไม่ฟินจิกหมอนเท่านิยายรักหวานซึ้ง คงไม่ขนหัวลุกเท่านิยายสยองขวัญ และแน่นอนว่าคงไม่น่าตื่นเต้นเท่านิยายไซไฟแฟนตาซีหรอกมั้ง แต่ถ้าเช่นนั้นทำไมนวนิยายประเภทนี้ถึงยังเป็นที่นิยมอยู่ถึงปัจจุบัน คำตอบหนึ่งคือ ‘ความลึกซึ้ง’ และ ‘มิติ’ ของตัวละคร การดำเนินเรื่องแบบ ‘Bildungsroman’ ไม่ใช่แค่ ‘หนังชีวิต’ทั่วไป แต่เสนอเรื่องราวให้เราได้ทำความรู้จักตัวละครอย่างลึกซึ้ง เข้าใจถึงแต่ละการตัดสินใจ และสนุกที่ได้เห็นพวกเขาเติบโตเมื่อ ต้องเผชิญกับอะไรก็แล้วแต่ที่เข้ามากระทบชีวิต เมื่อได้มองตัวละคร เติบโตผ่านจอจึงคล้ายกับว่าได้เดินทางไปพร้อมๆ กับพวกเขา ตรงนี้แหละคือวัตถุดิบชั้นดีที่ทำให้นวนิยายแบบนี้มีมิติและเต็มเปี่ยมด้วยมุมมอง ‘Bildungsroman’ สามารถเจาะลึกไปถึงกระบวนการคิดและชีวิตของมนุษย์ ได้มากกว่านวนิยายหมวดอื่นที่ทำได้เพียงผิวเผิน สุดท้ายแล้ว ‘Bildungsroman’ ไม่ได้เพียงแค่ทำให้เราเข้าใจบทเรียนสำคัญของชีวิตที่ซ่อนอยู่ ภายใต้เรื่องราวของตัวละคร แต่ยังชี้ให้เห็น ‘ความสวยงาม’ ของแต่ละช่วงวัย วาดภาพความไม่สมบูรณ์ของชีวิต ความสับสนและความผิดหวังเป็นเพียง องค์ประกอบหนึ่งของชีวิตมนุษย์ อ้างอิง : บทความบางส่วนของคุณชัยยะ ฤดีนิยมวุฒิ 🙏 หวังว่าเพื่อนๆที่อ่านโพสของเรามาจนถึงบรรทัดนี้ จะตัดสินใจอ่านเล่มต่อๆไปในวรรณกรรมชุดนี้นะคะ อ่านแล้วรับรองไม่ผิดหวังค่ะ ถ้าเพื่อนๆชอบการแนะนำ หรือ รีวิว หนังสือของเรา เข้ามาพูดคุยและเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ค่ะ |
สมาชิกหมายเลข 4642774
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]![]() Link |



ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [