| All Blog
|
แอนน์ : หนูน้อยแห่งบ้านกรีนเกเบิลส์ (Anne of Green Gables) ![]() ปีนี้ครบรอบ 150 ปีชาตกาลของผู้แต่งหนังสือชุด Anne of Green Gables เลยถือโอกาสเขียนถึงหนังสือเล่มโปรด เพื่อให้นักอ่านชาวไทยได้ลองเปิดใจกับชุดนี้ดูค่ะ หากพูดถึงเสน่ห์ของหนังสือ 📖 ชุด " แอนน์ : หนูน้อยแห่งบ้านกรีนเกเบิลส์ " คนส่วนใหญ่คิดถึงอะไรกัน สิ่งแรกที่คิดถึงคงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากเด็กน้อยตัวหลักของเรื่องที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ชื่อ แอน ที่ต้องมี น หนูการันต์สะกดต่อท้าย แอนน์ เชอร์ลีย์ นั่นเอง แอนน์ เป็นเด็กกำพร้าที่พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่ยังเป็นทารก ไม่มีพี่น้องไม่มีญาติ อยู่ตัวคนเดียว ยิ่งไปกว่านั้น ยังผอมแห้ง ใบหน้าเต็มไปด้วยกระ แถมยังมีเส้นผมสีแดงเหมือนแครอท 🥕 และเป็นเด็กช่างพูดเจื้อยแจ้วไปเรื่อยได้ทุกเรื่อง แต่ในทางกลับกัน แอนน์รักความโรแมนติกและชอบเพ้อฝันเป็นอย่างมาก เธอชอบตั้งชื่อให้กับ สิ่งของ สถานที่ต่างๆ และบ่อยครั้งได้สร้างเรื่องผิดพลาดเป็นที่ขบขันมากมาย เพราะใจลอยหลุด เข้าไปอยู่ในจินตนาการความฝันที่ตัวเองสร้างขึ้นเสมอๆ หลังจากได้อ่านไปเรื่อยๆ ตัวละครเอกที่เราคิดว่าเธอค่อนข้างแปลกประหลาดคนนี้ ช่างเป็นเด็กที่ตลกและน่ารักเหลือเกิน ... ทำเราอมยิ้มตามได้ตลอดเวลา และเด็กคนนี้นี่เอง ที่ถูกคู่พี่น้องชื่อแมทธิวกับมาริลลา ผู้ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับใครๆ รับเลี้ยงไว้ด้วย ... ความไม่ตั้งใจ ... จากจุดเริ่มต้นความผิดพลาดอย่างไม่ตั้งใจบวกกับนิสัยที่ไม่น่าจะเข้ากันของเด็กกำพร้าและ พี่น้องหญิงชายที่ทั้งโสดและสูงอายุทั้งคู่นี่เอง ทำให้เราหยุดอ่านไม่ได้เพราะลุ้นไปกับวีรกรรมที่ จะเกิดขึ้นในบทต่อๆไป แอนน์ได้รับการเลี้ยงดูด้วยความรักและมิตรภาพจากครอบครัวและคนรอบข้างใน หมู่บ้านชนบทบนเกาะพรินซ์เอ็ดเวิร์ด (PEI) ที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม ... อ่านแล้วอยากไปเที่ยวบ้านเกิดแอนน์เลยค่ะ ด้วยความที่แอนน์เป็นเด็กที่สดใสร่าเริงเป็นทุนเดิมและการได้อยู่แวดล้อมด้วยครอบครัวและ เพื่อนที่อบอุ่นส่งผลให้เธอเติบโตกลายเป็นสาวน้อยที่ฉลาด น่ารัก อ่อนโยน มีแก่นความคิด ของตัวเองและเข้มแข็ง ในเรื่องนี้ นอกจากเราจะเห็นการพัฒนาการของแอนน์แล้ว ขณะเดียวกันก็จะได้เห็น การเปลี่ยนแปลงของแมทธิวกับมาริลลาและผู้คนรอบข้างหนูแอนน์ด้วยเช่นกัน การอ่านชุดแอนน์ของเราจึงเต็มไปด้วยความรู้สึกลึกซึ้งที่ได้เห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ของเด็กน้อยคนหนึ่งและกระบวนการเติบโตนั้นนำความสุขมาสู่ผู้ใหญ่ที่อยู่รอบตัวเธอ นอกจากนี้ หนังสือชุดนี้ยังสอดแทรกชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน อาหารการกิน ขนบธรรมเนียม ประเพณีในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ถึงต้นศตวรรษที่ 19 ของอังกฤษและสกอตแลนด์ อันเป็นเสาเข็มของวัฒนธรรมบนเกาะ PEI ของแคนาดาในยุคที่เพิ่งก่อร่างสร้างประเทศไว้ด้วย อีกทั้งยังมีการนำบทกวีหรือคำพูดจากในวรรณกรรมชื่อดังต่างๆ เช่น ของ Tennyson , Byron , Robert Browning , Wadsworth Longfellow , Shakespeare รวมถึงพระคัมภีร์ไบเบิลมา กล่าวอ้างอิงด้วย อีกอย่างที่เราชอบมากในหนังสือชุดนี้ คือ การแปลบทกวีออกมาเป็นร้อยกรองได้อย่างไพเราะ และเก็บความได้ครบถ้วน อ่านแล้วลื่นไหลได้อรรถรสด้านวรรณศิลป์สุดๆ ลักษณะอีกอย่างหนึ่งที่เราจะได้เห็นในหนังสือเล่มนี้ และอีก 7 เล่มที่เหลือในชุดนี้ คือ ผู้แต่งคุณ Maud สร้างความแตกต่างให้กับภาษาพูดของตัวละครแต่ละตัวอย่างชัดเจน โดยให้ระดับการใช้ภาษาของตัวละครแตกต่างกันตามระดับการศึกษา หรือ สำเนียงเสียงถิ่นเดิม อาทิ สำเนียงชาวสก็อต ไอริช หรือ ฝรั่งเศส เช่น ให้เห็นผ่านทางตัวอักษร ซึ่งถ้าใครอ่านฉบับภาษาอังกฤษ จะสังเกตเห็นได้เลย ส่วนในเล่มภาษาไทยของพวกเรานั้น คุณ วรวดี วงศ์สง่า จงใจแปลแบบสะกดผิด หรือ เขียนให้เพี้ยนเสียง เพื่อคงความตั้งใจของต้นฉบับไว้ คาดว่าคงมีเพื่อนๆบางคนที่อ่านแล้ว อาจมีเอ๊ะ !? ในใจ ว่าทำไมสำนักพิมพ์ถึงพลาดตกม้าตายในขั้นตอนบรรณาธิการ เราจึงอยากเขียนอธิบายประเด็นนี้รวมไว้ด้วยค่ะ ถ้าเพื่อนๆชอบวรรณกรรมที่อ่านแล้วหัวใจพองโต อบอุ่นละมุนละไม พร้อมได้สาระและ ความรู้จากเชิงอรรถแน่นๆ ขอแนะนำเล่มนี้เลยค่ะ วรรณกรรมเล่มนี้กับอีก 7 เล่มที่เหลือในชุดเดียวกัน อีก 2 เล่มรุ่นลูก สนพ. Words Wonder Publishing มีแผนจัดพิมพ์ ช่วงงานหนังสือเดือนตุลาคมนี้ ผู้แต่งคุณ L.M. Montgomery พรรณนาความงามของเกาะและธรรมชาติไว้งดงามมากๆ ส่วนผู้แปลคุณ วรวดี วงศ์สง่า ก็ได้ถอดความเป็นภาษาไทยได้อย่างสละสลวยไม่แพ้ต้นฉบับ ใครที่ชอบหนังสือภาษาสวยๆ อยากให้ลองอ่านดูนะคะ และขอยกบทแปลบางส่วนที่บรรยายถึงสาวน้อยแอนน์ขณะกำลังเพลิดเพลินความงามที่ ธรรมชาติรังสรรค์ไว้มาปิดท้ายการแนะนำหนังสือชุดนี้ค่ะ เด็กสาวอ้อยอิ่งอยู่ที่นั่นจนค่ำ ดื่มด่ำกับความเงียบสงบใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ส่ายกิ่งก้านโบกไหว ตามกระแสลมอ่อนเป็นระยะอย่างรื่นรมย์ เสียงพราวพรูของมันราวเสียงปลอบโยนของมิตรที่ กระซิบต่อพรมหญ้าเขียวขจีที่ขึ้นอย่างอิสระทั่วบริเวณ ตอนที่แอนน์ลุกขึ้นเดินออกไปยัง เนินยาวที่ลาดตัวลงไปยังทะเลสาบประกายธารนั้น ตะวันตกดินไปเรียบร้อยแล้ว และอาวอนลี เบื้องหน้าก็ตกอยู่ในสภาพคล้ายหลับใหลในความฝัน ... ราว "สันติสุขในอดีตได้ย้อนคืน" อากาศยามนั้นแสนบริสุทธิ์ สายลมหอบเอากลิ่นหอมหวานมากำนัลจากทุ่งโคลเวอร์ แสงตะเกียงวับวามจากบ้านนู้นบ้านนี้เริ่มสว่างขึ้น เบื้องหน้าไกลๆคือทะเลที่นิ่งสงบสีเข้มคล้ำ ไอหมอกล่องลอยบนพื้นผิวพร้อมเสียงรำพึงรำพันอันมีมนตร์ขลังแห่งนิรันดร์กาลดังขึ้นไม่ขาดระยะ ทางทิศตะวันตกแต่งแต้มไปด้วยสีสันอ่อนโยนหลากหลาย ความงามเช่นนี้ ช่างตราตรึง ดวงจิตเด็กสาวยิ่งนัก แอนน์เปิดประตูทุกห้องหัวใจและจิตวิญญาณเพื่อโอบกอดรับมัน อย่างปิติยินดี "โลกที่น่าอภิรมย์" แอนน์รำพึงกับตัวเอง "เธอช่างงดงามน่าอยู่เหลือเกิน ฉันดีใจที่ได้มีชีวิตอยู่กับเธอ" รูปภาพยืมมาจาก : FB Words Wonder Publishing ถ้าเพื่อนๆชอบการแนะนำ หรือ รีวิว หนังสือของเรา เข้ามาพูดคุยและเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะคะ
|
สมาชิกหมายเลข 4642774
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]![]() Link |



ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [