| All Blog
|
สาวน้อยประปุกนิทาน (The Story Girl) สาวน้อยประปุกนิทาน (The Story Girl) ![]() ผลงานจากคุณ Lucy Maud Montgomery ผู้แต่งวรรณกรรมชุด แอนน์ : หนูน้อยแห่งบ้านกรีนเกเบิลส์ (Anne of Green Gables) 👒 มีฉากหลังอยู่ที่ Prince Edward Island หรือ PEI เป็นเรื่องของสองหนุ่มน้อย จากตระกูลคิงส์ บีเวอร์รี กับ เฟลิกซ์ จากเมืองกรุง ถูกนำไปฝากเลี้ยงไว้บ้านญาติ ที่อาศัยอยู่บนเกาะ PEI เพราะคุณพ่อต้องย้ายไปทำงานที่อื่น เด็กๆผูกมิตรกับ ลูกพี่ลูกน้อง พร้อมทั้งดื่มด่ำไปกับบรรยากาศที่สวยงามทั้ง 4 ฤดู 🌿 ซึ่งความงดงามของคำบรรยายภูมิประเทศยังคงน่าหลงใหลเช่นเคย เพื่อนเล่นของเขาได้แก่ลูกพี่ลูกน้อง (แดน เฟลิซิตี และเซซิลี) ซึ่งอาศัยอยู่ด้วยกัน รวมไปถึงลูกพี่ลูกน้องอีกคน คือ ซารา สแตนเลย์ สาวน้อยผู้มีพรสวรรค์ในการเล่านิทาน ทุกสิ่งที่เธอเอื้อนเอ่ยออกมาเต็มไปด้วยมนต์ขลังจนได้รับฉายาว่า "กระปุกนิทาน" ซึ่งย้ายมาอยู่เกาะ PEI ด้วยเหตุผลทางครอบครัวเช่นกัน นอกจากนี้ยังมี ปีเตอร์ เด็กรับจ้าง และซารา เรย์ เพื่อนของเซซิลี อีกด้วย เรื่องราวในเล่มนี้เล่าจากมุมมองของบีเวอร์รี โดยติดตามชีวิตประจำวันของเด็กๆ ทั้ง 8 คน ไม่เพียงแต่ กระปุกนิทานเท่านั้น เด็กๆ ผู้ใหญ่คนอื่นๆและผู้อยู่อาศัยในละแวกนั้น ล้วนมีเอกลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะตัว หนังสือเล่มนี้ต่างจากผลงานอื่นๆ ของคุณม็อด ตรงที่ไม่มีการกล่าวถึงพัฒนาการ เติบโตที่สำคัญของตัวเอก เป็นการเล่าเรื่องอย่างสนุกสนาน แม้ว่าจะมีเหตุการณ์ หรือการทะเลาะเบาะแว้งเกิดขึ้นบ้าง แต่ก็สามารถคลี่คลายได้อย่างรวดเร็วและ แต่ละวันก็ผ่านไปราวกับความฝัน ... วัยเด็ก ส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้ ใช่ไหมคะ 😊 เด็กๆ มีชีวิตชีวาและน่าดึงดูดมาก เรามั่นใจว่าเมื่อเพื่อนๆมองย้อนกลับไปใน ช่วงเวลานั้นตอนตัวเองโตเป็นผู้ใหญ่เพื่อนๆจะมองว่ามันเป็นช่วงเวลาแสนล้ำค่า และไม่อาจหาอะไรมาทดแทนได้ มีวีรกรรมเล็กๆ เช่น ตอนที่พูดถึงพุดดิ้งขี้เลื่อยทำให้นึกถึงเค้กที่ใส่ยาแก้ปวดใน เรื่องแอนน์ : หนูน้อยแห่งบ้านกรีนเกเบิลส์ ในแต่ละบทเต็มไปด้วยรอยยิ้มซึ่งเรา ชอบมากๆเลยค่ะ 🤭 ตอนอ่านหนังสือเล่มนี้ การเล่าเรื่องของแต่ละวันผ่านไปอย่างสมจริงมาก และเราเข้าใจได้เป็นอย่างดี เพราะตัวเรากับลูกพี่ลูกน้องก็เคยอยู่ในสถานการณ์ที่ คล้ายๆ กันเมื่อพวกเราพักค้างคืนเป็นเวลานานในช่วงวันหยุดและการได้กลับมา อ่านอีกครั้งในฐานะผู้ใหญ่ก็ทำให้ความทรงจำในวันเวลาเก่าๆหวนคืนมา 🏡 ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใช่ไหมคะ ว่าผลงานอันโด่งดังของคุณม็อด คือ “แอนน์ : หนูน้อยแห่ง บ้านกรีนเกเบิลส์” ความแตกต่างที่เห็นได้ชัด ระหว่าง “แอนน์” กับ “ซารา สแตนลีย์” หรือ “กระปุกนิทาน” คือ "ซารา สแตนลีย์" เป็น “นักพูด” มากกว่าจะเป็น “นักเขียน” อย่างแอนน์ ไม่เพียงเท่านั้น ในบันทึกส่วนตัวคุณม็อด ได้กล่าวไว้ด้วยว่าเล่มนี้เป็นหนังสือเล่มโปรด ของเธอด้วยค่ะ ในหนังสือเต็มไปด้วยคำพูดล้ำค่าดั่งหีบสมบัติ คือ ความมหัศจรรย์ที่ถูกแสดงออกมา โดยปราศจากการปรุงแต่งใดๆ ความสุขในชีวิตที่ถูกถ่ายทอดออกมาจะค่อยๆ ซึมซับ เข้าสู่ตัวเราช้าๆ ซึ่งนั่นทำให้เราประทับใจกับพรสวรรค์ของผู้แต่งอีกครั้ง เราจึงอยากให้เพื่อนๆลองอ่านหนังสือเล่มนี้ เมื่อต้องการระลึกถึงสิ่งดีๆ เกี่ยวกับ บ้านเกิดที่คุณมักจะลืมเลือนความงดงามในวัยเยาว์ ความรักและความอบอุ่นของ ครอบครัวที่คุณรู้สึกในสมัยนั้นดูนะคะ ❤️ หลังจากอ่านวรรณกรรมชุดแอนน์ครบถึงเล่มสุดท้าย ริลลาแห่งบ้านอิงเกิลไซด์ (Rilla of Ingleside) จบแล้วได้มาอ่านหนังสือเล่มนี้ รู้สึกเหมือนว่าเมฆสงครามที่ ทอดเงาปกคลุมไปทั่วโลกได้จางหายไป และแสงแดดก็ส่องสว่างขึ้นอีกครั้ง ✨️ เล่มนี้ความจริงแล้วมีเล่มต่อชื่อ The Golden Road ด้วยค่ะ แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้ มีฉบับแปลภาษาไทยออกมา เพื่อนๆที่สนใจเล่มนี้ คงต้องไปตามหาในร้านหนังสือ มือสองกันไปก่อน ส่วนคนที่รอได้ เราอยากกระซิบบอกว่าตอนนี้ทางนักแปลคุณปิยะภา ได้ซุ่มแปลหนังสือทั้ง 2 เล่มนี้ใหม่อยู่ หวังว่าพวกเราคงจะได้อ่านกันในอีกไม่นาน 🍀 มาร่วมส่งกำลังใจและส่งเสียงว่ามีนักอ่านหลายคนรออยู่ไปด้วยกันนะคะ และขอปิดท้ายด้วย Quotes ที่เราชอบของเล่มนี้นะคะ การฝันถึงฤดูใบไม้ผลิย่อมปลอดภัยเสมอ เพราะมันต้องมาถึงแน่นอน และหากมันไม่เป็นดังภาพ ที่เรานึกฝันไว้ ก็ต้องสดใสสวยงามกว่าร้อยเท่าพันทวี It is always safe to dream of spring. For it is sure to come; and if it be not just as we have pictured it, it will be infinitely sweeter. |
สมาชิกหมายเลข 4642774
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]![]() Link |



ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [