We don't know future. What we don't know exactly always contains risk. When we take risk, we bet. Therefore, investment is a calculated bet. Just bet wisely.
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
11 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 
เทคนิคการเล่นหุ้นปั่นโดยไม่ให้เสียเปรียบนักปั่นหุ้น

ต้องขอบอกไว้ก่อนว่าผมไม่ได้สนับสนุนการเล่นหุ้นปั่น อันที่จริงก็ค่อนข้างหลีกเลี่ยงด้วยซ้ำเพราะการเทรดหุ้นปั่นนั้นเราเสียเปรียบเจ้ามือปั่นหุ้น และการลงทุนอะไรก็ตามที่เราเสียเปรียบเค้าเราก็ควรจะหลีกเลี่ยงครับ แต่ผมเองก็ได้พูดไว้ในบล็อคก่อนๆเช่นกันว่า การลงทุนหรือการพนันเสี่ยงดวงนั้นไม่ได้จำแนกตามสิ่งที่เราเล่น แต่อยู่ที่วิธีการ ยกตัวอย่างซ้ำก็เช่น ถ้าคุณนับไพ่เป็น จำไพ่ได้ทั้งหน้าตัก การไปเล่น blackjack ก็ไม่ถือว่าเป็นการพนัน แต่เป็นการลงทุนที่น่าสนใจทีเดียว การเล่นหุ้นปั่นก็เหมือนกันครับ ถ้าเรามีวิธีการจัดการหน้าตัก(money management คำศัพท์ที่เทรดเดอร์ใช้กัน)ก็เป็นการลงทุนที่น่าสนใจอีกรูปแบบหนึ่ง

สำหรับวิธีการลงทุนนั้นเราจะประยุกต์จากหัวข้อบล็อคก่อนหน้าเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นเติบโตสูง ทำไมเราจึงใช้เทคนิคเดียวกัน เหตุผลก็คือหุ้นปั่นสามารถปรับตัวขึ้นหลายเท่าตัวได้คล้ายๆกับหุ้นเติบโตสูง(แต่เฉพาะในระยะสั้นๆ เพราะพื้นฐานไม่ได้ดีเท่า) และในระหว่างที่หุ้นปั่นปรับตัวขึ้นนั้นหลายๆครั้งมักมีกระแสข่าวชี้นำไปในแนวโน้มว่าหุ้นดังกล่าวจะมีข่าวดีมารองรับ เพื่อหลอกลวงให้ผู้ซื้อคาดคิดไปเอง(อย่างผิดๆ)ว่านี่คือหุ้นเติบโตสูงตัวหนึ่ง ดังนั้นแนวการลงทุนจะมีลักษณะคล้ายๆคลึงกันในบางส่วนซึ่งเราสามารถนำมาประยุกต์ใช้

ก่อนอื่นเรามาพูดถึงวิธีการที่นักปั่นหุ้น ทำราคาหุ้นกันก่อน โดยทั่วไปนั้นมีสามขั้นตอนคือ

หนึ่ง นักปั่นหุ้นจะต้องทำการสะสมหุ้นดังกล่าวในราคาต่ำๆหรือราคาปัจจุบันที่ยังไม่ได้ปรับตัวขึ้นมากนัก เพื่อให้ได้หุ้นจำนวนมากในราคาเฉลี่ยที่ไม่แพง

สอง เมื่อได้หุ้นมามากพอสมควรแล้ว จะเริ่มทำราคาหุ้นให้ปรับตัวสูงขึ้น โดยจะเข้าซื้อจำนวนมากเพื่อสร้างความสนใจ ,ทำให้ราคาหุ้นทาง Technical analysis ดูดีขึ้น และพร้อมกับการปล่อยข่าวดีมาช่วยหนุนราคาหุ้น หุ้นในช่วงดังกล่าวนี้จะมีผู้สนใจซื้อตามเป็นจำนวนมาก รวมทั้งนักวิเคราะห์(ทั้งด้านปัจจัยพื้นฐาน และทางเทคนิค)ก็จะแนะนำให้เข้าซื้อเช่นกัน (เฮ้อ แม้แต่นักวิเคราะห์ก็ถูกชักจูงแบบผิดๆได้เหมือนกันนะครับ)

สาม เมื่อหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างมาก ซึ่งก็ต้องมากจริงๆ เพื่อให้ขายได้กำไรในราคาที่สูงมากๆเมื่อเทียบกับราคาต้นทุน เพื่อให้ได้กำไรมากๆ นอกจากนั้นการขายออกมาในปริมาณมากๆนั้น อาจทำให้ราคาหุ้นเริ่มตก แต่ถ้าหุ้นปรับตัวขึ้นไปมากๆ การที่ราคาหุ้นปรับลงมาบ้างก็ยังมีกำไรมากอยู่ดี ดังนั้นการที่จะขายหุ้นออกไปได้ในจำนวนมากๆ ที่ราคาดีมากๆ จึงต้องใช้ทั้งเวลาในการทยอยขาย และการล่อหลอกให้เข้าซื้อของนักลงทุนรายย่อยเพื่อให้มารับหุ้นผ่องถ่ายออกไปนั่นเอง

ลองพิจารณาง่ายๆนะครับว่า หุ้นปั่นตัวหนึ่งก่อนที่จะปรับตัวขึ้นก็เป็นหุ้นที่ไม่ได้มีความน่าสนใจอะไร และมีการซื้อขายเบาบาง การที่นักลงทุนทั่วๆไปคนหนึ่งจะเข้าไปซื้อสะสมในปริมาณมากๆนั้น นอกจากจะไม่มีเหตุผลทีดีรองรับแล้ว การขายออกไปยังเป็นเรื่องที่ลำบากยิ่งกว่า ดีไม่ดีอาจจะขาดทุนได้ด้วยซ้ำเพราะหุ้นมีสภาพคล่องต่ำ ขายไปแต่ละครั้งก็กดดันให้ราคาหุ้นปรับลดลง และด้วยพื้นฐานที่ไม่ได้น่าสนใจจึงไม่มีใครมารอซื้อ ราคาหุ้นจึงอาจตกไปมาก ดังนั้นการปั่นหุ้นจึงเป็นวิธีอะไรก็ตามที่ล่อหลอก และหลอกลวงให้นักลงทุนรายย่อยที่ไม่ได้มีความรู้เพียงพอมารับช่วงต่อราคาหุ้นในราคาที่สูงเพื่อให้นักปั่นหุ้นซึ่งมีไม่กี่รายได้ผลกำไร การปั่นหุ้นนั้นไม่ยากขอเพียงมีเงินลงทุนมากพอก็สามารถทำได้ เทรดเดอร์มืออาชีพที่ดีเกือบทุกคนก็สามารถทำวิธีดังกล่าวได้ แต่การกระทำที่ผิดศีลธรรมดังกล่าวนี้เราคงไม่ทำและไม่สนับสนุน ดังนั้นหากท่านไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจเพียงพอแล้ว หุ้นปั่นเป็นหุ้นที่ควรหลีกเลี่ยงในอันดับต้นๆครับ

อย่างไรก็ตามเรามีวิธีในการทำกำไรได้จากการปั่นหุ้นดังกล่าว วิธีนั้นก็คงหนีไม่พ้นหลักการง่ายๆที่ว่า เราจะต้องไม่เล่นในเกมส์ของนักปั่นหุ้นนั่นเอง เราจะใช้แนวคิดของการลงทุนแบบหุ้นเติบโตสูงมาประยุกต์ แต่จะต้องไม่ลืมว่าหุ้นที่เราลงทุนนี้ไม่ใช่หุ้นเติบโตสูงที่แท้จริง ดังนั้นจะต้องมีการระมัดระวังในการลงทุนมากกว่า

สำหรับเหตุผลหลักๆของการเล่นหุ้นปั่นที่ทำให้ขาดทุนก็คือ
1. หุ้นปั่นจะมีการเปลี่ยนแปลงของราคาที่หวือหวามาก หลายครั้งที่ราคาปรับลดลงจากที่ซื้อมาก 10-20% ทำให้นักลงทุนถอดใจและขายขาดทุนไป
2. บางครั้งที่หุ้นปั่นได้ถูกผ่องถ่ายออกไปแล้ว ราคาหุ้นจะปรับตัวลงลึกและยาวนาน หากนักลงทุนไม่ได้ขายขาดทุนเสียแต่เนิ่นๆ จะเกิดการขาดทุนมาก การที่เข้าซื้อโดยหวังกำไร 5-10% แต่ไม่กล้าตัดขาดทุนจนขาดทุนไปมาก เป็นลักษณะการลงทุนที่่ไม่ดี ซึ่งเราได้กล่าวไว้แล้ว
3. บางครั้งเมื่อหุ้นปรับตัวขึ้น และนักลงทุนได้ขายออกไปโดยมีกำไรไม่มากเช่น 5-10% แต่พบว่าหุ้นได้ปรับตัวขึ้นต่ออย่างมาก จึงเกิดความเสียดายและเข้าซื้อในราคาที่สูงขึ้นไปอีก ทำให้มีโอกาสติดหุ้นในต้นทุนที่สูง

ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงผลดังกล่าวบวกกับวิธีการประยุกต์การเทรดหุ้นเติบโตสูง วิธีการเทรดหุ้นปั่นจะมีดังนี้
1. พยายามเข้าซื้อหุ้นเมื่อราคายังปรับตัวขึ้นไม่มาก เช่น 10-20% จากราคาที่เพิ่งเริ่มขึ้น แน่นอนว่าเราคงไม่เก่งถึงขนาดที่จะซื้อหุ้นได้ก่อนที่หุ้นจะเริ่มขึ้น หรือจะซื้อหุ้นได้ในราคาเฉลี่ยถูกกว่าเจ้ามือ เอาเป็นว่าพยายามเข้าซื้อในราคาที่ยังไม่แพง ปรับตัวขึ้นไม่มาก ซึ่งควรเป็นช่วงที่เจ้ามือกำลังสะสมหุ้น หรือในช่วงที่ทำราคาหุ้นขึ้นในช่วงแรกๆ( ช่วงแรก หรือช่วงที่สองของการปั่นหุ้น) หากคิดว่าเรามาซื้อช้าไปมากหรือหุ้นขึ้นมามากแล้ว คำแนะนำคือให้ลืมหุ้นนั้นเสีย หุ้นปั่นในระยะยาวจะปรับตัวลงมามากและลึก ดังนั้นยิ่งขึ้นไปมากยิ่งเสี่ยงมากที่หุ้นจะมีโอกาสลง

2. หากได้ซื้อหุ้นในราคาที่ไม่แพงนักตามข้อที่หนึ่ง (ซึ่งท่านอาจใช้กราฟทางเทคนิคช่วยประกอบการตัดสินใจ) จะต้องเข้าใจธรรมชาติของหุ้นว่า หุ้นจะปรับตัวขึ้นได้จะต้องใช้เวลา อาจจะหลายวัน หลายสัปดาห์ หรือเป็นเดือนๆ ระหว่างนั้นราคาหุ้นก็ไม่ได้ปรับตัวขึ้นอย่างเดียว บางครั้งก็ปรับตัวลง ส่วนหนึ่งเป็นการทำราคาของนักปั่นหุ้น ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำก็คือ อดทนรอ รอ และรอ กำหนดเป้าหมายไว้ในใจ เป้าหมายที่ดีก็คือ กำไรที่ได้ ต้องมากกว่าขาดทุนจะคาดว่าจะเจอ เราเรียกว่า high reward-risk ratio (จะอธิบายในบล็อคถัดๆไป) เช่น ถ้าซื้อหุ้นราคา 10 บาท และตัดขาดทุนไม่เป็น เราควรจะต้องคาดว่าราคาต้องขึ้นไปอย่างน้อย 20 บาท เพื่อให้โอกาสกำไร มากกว่า 10 เพื่อชดเชยโอกาสขาดทุน 10 บาท เป็นต้น
หรือหากเราตั้งเป้าว่า ขาดทุนไม่เกิน 5 บาท เราก็ต้องตั้งเป้าหมายไว้ว่าอย่างน้อยเราต้องการขายหุ้นที่ราคา 15 บาทขึ้นไปเป็นต้น หลักการดังกล่าวนอกจากจะป้องกันไม่ให้ขายหุ้นทำกำไรเร็วเกินไป แล้วยังเป็นการฝึกการเทรดที่ถูกต้องอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การกำหนดเป้าหมายต้องให้สอดคล้องกับความเป็นจริงด้วย การตั้งเป้าสูงมากเกินไป โอกาสที่จะได้ก็จะลดลงมาด้วย เข้าทำนองโลภมากลาคหายนั่นเอง

3. หากท่านตัดขาดทุนไม่เป็น ควรเข้าซื้อเฉพาะหุ้นที่คาดว่าจะยิ่งอย่างน้อย 100% ขึ้นไป เพื่อให้การเทรดในระยะยาวมีผลกำไรเป็นบวก ( high reward-risk ratio หรือ positive expected return) อย่างไรก็ตามหากท่านมีประสบการณ์ในการเทรดหุ้นจะพบว่า ราคาตัดขาดทุนคือราคาต่ำกว่าเล็กน้อยจากราคาที่นักปั่นหุ้นสะสมหุ้น ด้วยเหตุผลว่าการทำราคาหุ้นแบบใดก็ตาม มักจะไม่กดราคาหุ้นให้ลงมามากกว่าราคาต้นทุนตัวเอง เพราะนั่นจะทำให้นักปั่นหุ้นขาดทุนด้วย เช่น หากราคาหุ้นแกว่งตัวแถว 10-12 บาท ก่อนเริ่มขึ้น ถ้าเราซื้อหุ้นแล้ว ก็อาจตั้งราคาขาดทุนที่ตำกว่า 10 บาทเล็กน้อย เป็นต้น ถ้านักปั่นหุ้นบ้าๆคนไหน สะสาหุ้นจำนวนมากที่ราคา 10 -12 บาท แล้วทุบหุ้นลงไปเหลือ 5 บาท เพื่อทำราคาหุ้น เพื่อกดหุ้นไว้ หรืออะไรก็ตาม ก็ปล่อยเค้าไปเถอะครับ อย่าลืมว่าเค้าถือหุ้นมากกว่าเราเป็นร้อยๆเท่า ถ้าเราขาดทุนเค้าก็ขาดทุนมากกว่าเราร้อยเท่านะครับ โดยหลักทั่วๆไปไม่ค่อยมีคนทำหรอกครับ ยกเว้นแต่ว่าเผอิญหุ้นมีข่าวร้ายกะทันหัน ราคาก็ต้องปรับลงเป็นธรรมดา แต่่สิ่งที่ตามมาก็คือนักปั่นหุ้นจะต้องประคอง และสะสมหุ้นเพิ่ม เพื่อดันให้ราคาหุ้นขึ้นมาเหนื่อต้นทุนเฉลี่ยตัวเองอยู่ดี ไม่งั้นคนปั่นหุ้นก็ติดหุ้น จริงมั้ยครับ

4. หากหุ้นปรับตัวขึ้นมากแล้ว ให้ทำการขายออกไป หุ้นปั่นคือหุ้นพื้นฐานไม่ดี ยิ่งขึ้นมากยิ่งมีโอกาสปรับลงมาก อันนี้คือสิ่งแน่นอน แค่ว่าช้าหรือเร็วเท่านั้นแหละที่เราไม่รู้แน่ชัด ดังนั้นถ้าขายไปแล้วอย่าซื้อกลับครับ ให้ไปลงทุนหุ้นตัวอื่นแทนดีกว่าครับ

5. หากซื้อแล้วหุ้นไม่ขึ้น ขึ้นไม่มาก หรือปรับตัวลง ไม่ต้องตกใจครับ ขอเพียงเราทำถูกอย่างน้อย 1/3 เราก็มีโอกาสที่จะได้กำไรแล้วล่ะครับ ลองดูตัวอย่างการคำนวณในหุ้นเติบโตสูงในบล็อคก่อนหน้าครับ กำไรตัวเดียว 3 เท่า อีกสองตัว ขาดทุน 50% ก็ถือเป็นการลงทุนที่ดีมากทีเดียวนะครับ

การเล่นหุ้นปั่น จิตวิทยาเป็นสิ่งสำคัญ การศึกษากราฟทางเทคนิคก็สำคัญครับ พยายามจับความรู้สึกให้ได้ โอกาสที่เจ้ามือจะได้กำไรจากเรานั้นไม่ง่ายครับ ก็เราไม่ใช่หมูนี่นา อิอิ




Create Date : 11 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2552 23:41:57 น. 4 comments
Counter : 4919 Pageviews.

 
เป็นประสบการณ์และความรู้ที่น่าสนใจครับผม

ผมว่า คนเล่นหุ้นปั่นได้ดี นอกเหนือจากห้าข้อข้างต้น คงต้องศึกษากราฟทางเทคนิคให้ดีด้วย
จะได้รู้ว่า ราคาปรับตัวขึ้นมาไกลแค่ไหนแล้ว



โดย: kunjoja วันที่: 14 พฤศจิกายน 2552 เวลา:15:31:32 น.  

 
ผมใช้เทคนิคนี้ครับ คือการเก็บที่ต้นทุนเดียวกับเจ้ามือ แต่จุที่อยากคือ เจ้ามือเก็บตอนไหน ผมคิดว่าการปั่นหุ้นมี 3 ช่วง คือ เก็บที่ราคาต่ำ ปั่นราคาให้สูงขึ้น และทยอยออกของ ดังงนั้นหากราคาหุ้นอยู่ต่ำมากๆและไม่ค่อยมี Volume ผมคิดว่านั่นเป็นช่วงเก็บของ ของเจ้ามือ ข้อได้เปรียบของการเล่นหุ้นปั่นคือ เก็บราคาเดียวกับเจ้ามือ แต่เจ้ามือต้องใช้เงินจำนวนมากในการปั่นราคาแต่เราไม่ต้อง ข้อเสียเปรียบคือเป็นเรื่องยากมากที่จะคาดเดาว่าจะทำราคาไปที่กี่บาท ตอนนี้ผมทยอยเก็บ IEC กับ LIVE-W1 อยู่กับเพราะจากกราฟแล้วคาดว่าราคาคงไม่ได้อยู่ในช่วงที่เจ้ามือกำลังปั่นและช่วงออกของ แน่นอนผมคิดว่าเจ้ามือกำลังเก็บหุ้นครับ


โดย: yagle วันที่: 1 มีนาคม 2553 เวลา:14:52:44 น.  

 
การที่คุณเห็นว่าราคานิ่งหรือ SIDEWAY นานๆก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้ามือกำลังเก็บหุ้น คุณอาจจะรอเป็นเวลานานเป็นปีซึ่งหากตลาดเปลี่ยนเป็นขาลงโดยรวมราคาอาจจะปรับตัวลงไปสร้างฐานอยู่ข้างล่าง


โดย: MENSA IP: 203.144.144.165 วันที่: 6 มีนาคม 2553 เวลา:1:50:33 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ อ่านแล้วได้รับความรุ้ เพื่อนำไปปรับใช้ในการเทรดต่อไปค่ะ ชอบเทรดแนวนี้ค่ะ ไม่ชอบรอนาน แต่ถ้าจำเป็นก็รอได้ค่ะ


โดย: aree09 IP: 223.205.91.163 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2553 เวลา:9:00:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Rhythm of Love
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Flag Counter

New Comments
Friends' blogs
[Add Rhythm of Love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.