Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2552
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
24 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 

จุดหักเห หนีเรียน ไม่เข้าบ้าน

สรุปวันนั้นผมเลยโดนเจ้าลูกสาวต่อว่าไปหลายตลบ
หาว่าทำไมต้องด่าว่ากันแรงๆด้วย
น้องก็กำลังเข้าสู่วัยรุ่นรู้อยู่ เดี๋ยวจะไปกันใหญ่
ลูกสาวยังพูดขู่ในประโยคสุดท้ายก่อนเดินหนีออกไปอีกว่า
ถ้าพ่อยังขืนว่าน้องอยู่อีก หนูจะหนีออกจากบ้านให้ดู


ค่ำของวันนั้นพวกเรา 3 คนเลยอดหม่ำข้าวมื้อเย็นกัน
ต่างเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องใครห้องมันไม่ออกมาเจอหน้ากัน
ลูกสาวเปิดเพลงลั่นห้องไม่ฟังเสียงใคร ลูกชายเก็บตัวเงียบเป็นเป่าสาก

ตอนเช้าสองคนพี่น้องแต่งตัวกันเสร็จตั้งแต่เช้าเตรียมตัวไปโรงเรียน
พี่สาวมาขอตังค์ให้น้องชายซึ่งกำลังงอนพ่อเรื่องเมื่อวาน
ทำหน้าบูดหน้างอไม่พูดไม่จา

"อย่าลบเกมส์ของน้องนะขอร้อง" ลูกสาวร้องบอก
ก่อนที่จะค้อนขวับพาน้องชายเดินออกไปขึ้นรถที่ปากทางด้วยกัน
...


ผมนั่งทบทวนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ...
ปัญหานี้มันเป็นปัญหาสำคัญหมายเลข 1 ของบ้าน
ที่ต้องรีบหาทางแก้ไขเสียแล้ว
ลูกชายบอกว่าเล่นเกมส์ที่บ้านมันไม่สนุกเหมือนไปเล่นที่ร้าน
ถึงจะเป็นเป็นเกมส์ชนิดเดียวกันก็ตามเถอะ
ครูที่ปรึกษาบอกว่าเรื่องเด็กติดเกมส์ก็เป็นปัญหาอันดับต้นๆ
ของโรงเรียนเช่นกัน เด็กพวกนี้จะโดดเรียนกันทุกคน ติดเกมส์ ติดเพื่อน
ต้องเล่นกับเพื่อนถึงจะสนุกมากกว่า สุดท้ายเอาไม่อยู่ ส่งงานไม่ครบ
กว่าจะจบ ม.3 ได้ เล่นเอาพ่อ-แม่หอบหืดขึ้คอไปตามๆกัน

ส่วนที่ต้องออกกลางคันก็มาก จบไปแบบทุลักทุเลก็มี
ต้องเอาใจใส่กันให้มากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่าพันเท่า
ลำพังครูที่ปรึกษาหรือฝ่ายปกครองที่โรงเรียนเอาไม่อยู่หรอก
ต้องอาศัยพ่อแม่ที่บ้านช่วยกันดูแลอย่างไกล้ชิดอีกแรงด้วย
...


เลิกเรียนของวันเดียวกันนั้นเอง
เจ้าพี่สาวรีบเดินกระหืดกระหอบเข้ามาถามผมว่า

"พ่อๆ น้องมาถึงบ้านหรือยัง?"
"เอ๋า ... แล้วนี่มายังไงคนเดียว แล้วน้องไปใหน?"ผมถามกลับ

"ไม่รู้ ... ก็หนูไม่เห็นน้องเลยอ่ะ เนี่ยหนูบอกให้คนขับรถเค้ารอแล้วนะ"
ลูกสาวบ่นตัดพ้อเสียงดังใส่

ผมเริ่มใจไม่ดี คิดในใจว่าลูกชายคงไม่กลับบ้านแน่แล้วแบบนี้
ผมรีบกดโทรศัพท์ไปหาครูที่ปรึกษาทันทีเพื่อถามครูว่า
วันนี้ลูกชายมาเรียนหนังสือหรือเปล่า พอครูบอกว่ามาเรียนผมก็ใจชื้น
แต่ทำไมป่านนี้ยังไม่กลับบ้านล่ะ นี่สิปัญหา

ตอนนั้นผมกับลูกสาวคุยกันว่ารอดูอีกหน่อย เดี๋ยวก็คงกลับ
ยังไงก็รอดูจนรถเมล์เที่ยวสุดท้ายหมดก่อนก็แล้วกัน
ไม่เห็นกลับก็ค่อยออกตามหา
...

6 โมงเย็นที่ถนนหน้าบ้าน
ผมกับลูกสาวรอเก้อ ไม่มีวี่แววเจ้าลูกชายอย่างที่คิดเอาไว้
ผมรีบพาลูกสาวขึ้นรถออกตามหาด้วยร้อนใจ
จุดหมายแรกที่หวังไว้คือ ลองไปดูที่บ้านเพื่อนๆเค้า อาจจะเจอ
แต่แล้วก็หาเจอไม่ เพื่อนๆบอกว่าได้แยกกันตั้งแต่โรงเรียนเลิกแล้ว

คืนนั้น ผมขับรถตามหาลูกชายทุกตรอกซอกซอยที่คาดว่าเค้าน่าจะผ่านมา
หวังเอาไว้ที่จะได้เจอ อย่างน้อยแค่เห็นเค้าเดินอยู่ข้างทางก็ยังดี
...

3 ทุ่ม ผมกลับมารอลูกที่บ้าน
ลูกสาวถามผมว่าจะลองโทรถามแม่ดีไม๊ ?
น้องเค้าอาจจะนั่งรถไปหาแม่ก็ได้
ผมบอกว่าไม่ต้องหรอก น้องไม่ทำแบบนั้นแน่เพราะระยะทางมันใกล
ค่ารถก็แพง และอีกอย่างน้องก็ไม่เคยไป ย่อมไปไม่ถูกแน่
ไม่ต้องบอกแม่ด้วยเป็นดีที่สุด เดี๋ยวตกใจเรื่องจะไปกันใหญ่


4 ทุ่มครึ่ง เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ผมรีบรับทันที
ลูกสาวรีบขยับเข้ามานั่งฟังใกล้ๆด้วยใจจดจ่อ
เป็นเสียงลูกชายจริงๆ ผมดีใจมากรีบลูกถามทันทีว่าอยู่ที่ใหนพ่อจะไปรับ
ตอนนั้นลูกยังไม่พูดอะไรคงจะงอนพ่ออยู่ ลูกสาวได้ทีรีบชิงพูดตัดหน้า

"เบื้อก ๆ !!! พ่อไม่ได้ลบเกมส์แกนะยังอยู่เหมือนเดิมอ่ะแหละ"

เธอแสดงความเป็นห่วงเป็นใยน้องชายให้เห็น
ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าผมร้องไห้ออกมาตอนใหน
น้ำตามันไหลออกมาเมื่อไรไม่รู้ คงนึกดีใจกระมังที่รู้ว่าลูกชายยังอยู่
และไม่ได้ไปใหนไกลๆ ไม่ได้ทำร้ายตัวเองเหมือนเด็กคนอื่นที่เป็นข่าว

"ผมอยู่ที่โรงเรียนเก่า ... ตรงตู้โทรศัพท์หน้าโรงเรียน"

ลูกชายบอกขณะที่ร้องไห้สะอึกกสะอื้น คงมีเจตนาให้พ่อไปรับกลับบ้าน


ในที่สุด ตอน 5 ทุ่มของคืนนั้นเองลูกชายจึงได้กลับเข้าบ้าน
ผมกับลูกสาวรีบพากันกุลีกุจอหากับข้าวให้กิน
ลูกชายกินทุกอย่างที่ขวางหน้าจนหมดราบคาบ

"กินอย่างกับปล้นแน่ะแก 555" ลูกสาวว่า

หลังจากกินข้าวอิ่มแล้วผมจึงได้กระจ่างว่าตอนเลิกเรียนของวันนั้น
ลูกได้แวะไปที่บ้านเพื่อนก่อน ด้วยเหตุผลเดียวคือไม่อยากกลับบ้าน
รู้สึกเบื่อชีวิตด้วย แต่เมื่อรถเมล์เที่ยวสุดท้ายกำลังจะหมดไป
จึงตัดสินใจขึ้นรถกลับบ้านด้วยเป็นห่วงพ่อ กลัวว่าพ่อจะรอ
แต่ในขณะที่รถเมล์ผ่านหน้าบ้านยังคิดน้อยใจพ่ออยู่มากที่ด่าทอแรงๆ
และลบเกมส์ที่ชอบเล่นไปหมดแล้วก็เลยนั่งรถเลยไป

ลูกบอกว่าได้ลงรถเมล์ที่หน้าโรงเรียนเก่าที่เคยเรียนตอน ป.5-6
(อยู่เลยออกไปจากบ้านประมาณ 3-4 กม.)
แล้วหลบไปแอบซ่อนตัวอยู่ภายในโรงเรียนจนมืดค่ำ

ผมดีใจที่สุดที่ลูกไม่คิดสั้นทำร้ายตัวเองและดีใจที่กลับบ้าน
ผมบอกลูกว่า ต่อจากนี้เราจะเป็นเพื่อนกันเหมือนเคย
อยากเล่นเกมส์อะไรที่ใหน กับใครก็ได้ ขอให้บอก
แต่ขอ 2 อย่างเป็นข้อแลกเปลี่ยนคือ อย่าโดดเรียน
และพยายามตั้งใจเรียนก็พอแล้ว
...


ตอนเช้า
ภาพที่ผมเห็นจนชินตาคือ เด็กนักเรียนชั้น ม.ต้นหลายคนกำลังวิ่งกรู
ลงจากรถเมล์เพื่อเข้าร้านเกมส์ ก่อนที่โรงเรียนจะเข้าแถวชักธงชาติ
เด็กพวกนี้จะออกจากบ้านกันตั้งแต่เช้า หวังได้เล่นเกมส์เพียง 1 ชม.
ก่อเข้าเรียนในวันนั้น ปัญหาที่พบบ่อยๆคือมักเข้าเรียนสายประจำ

ปัญหาร้านเกมส์ที่อยู่ใกล้กับโรงเรียนก็เป็นปัญหาอีกอย่างหนึ่ง
ที่ทางครูอาจารย์รู้สึกหนักใจกันเป็นที่สุด
ถึงจะคอยเข้มงวดกับเด็กอย่างไรก็ตาม ก็ยังแอบไปเล่นกันอยู่ดี
ส่วนเรื่องปากท้องไม่ต้องพูดถึง มีเงินเท่าไรเอาไปจ่ายค่าชัวโมงหมด
ตัวเองยอมอดท้องกิ่วที่โรงเรียน กลับมาถึงบ้านหิวโซ
มีอะไรในตู้เย็นตู้กับข้าว กินหมดไม่เหลือ
น่าสงสารยิ่ง ... เฮ้อ เด็กหนอเด็ก


ปัญหาเรื่องนี้ผมโทษตัวเองที่เผลอให้ลูกติดเกมส์โดยไม่รู้ว่ามันเลวร้าย
ผมคิดว่า เกมส์ที่เล่นกันก็คงเหมือนกับเกมส์มาริโอ้ที่เคยเล่นกันตอนวัยรุ่น
จะติดยังไงก็เลิกได้เมื่อเราเอาชนะเกมส์ได้ แต่คิดผิดถนัด
เมื่อเกมส์ออนไลน์ปัจจุบันเป็นเกมส์ที่เล่นไม่มีวันจบ

"เราต้องทำสงสครามกับพวกเกมส์เหล่านี้กันอีกนานเท่าไร ?"

วันนี้ผมถือว่าผมโชคดีมากแล้วที่ลูกชายเลิกเล่นเกมส์ได้
แต่ไม่รู้ว่าอนาคตของเยาวชนของชาติอีกกี่แสนคนจะเอาชีวิตไปแขวน
อยู่บนเส้นด้ายอีกนานเท่าไร เมื่อเห็นผู้มีอำนาจในบ้านเมืองเรา
แก้ปัญหาแบบผักชีโรยหน้าแบบนี้

มันเป็นสงครามในบ้านและโรงเรียนสำหรับพ่อแม่และคุณครูครับ
...










 

Create Date : 24 พฤษภาคม 2552
6 comments
Last Update : 24 สิงหาคม 2552 10:08:01 น.
Counter : 479 Pageviews.

 

แวะมาเยี่ยมลุง และเป็นกำลังใจคะ

 

โดย: แม่จิตต์ (a lovely rainbow ) 25 พฤษภาคม 2552 10:08:52 น.  

 

ดีใจด้วยค่ะลุง เด็ก ๆ น่ารักทั้งสองคนเลยค่ะ

 

โดย: ษิตรา 25 พฤษภาคม 2552 16:29:41 น.  

 

แวะมาเยี่ยมค่ะลุง

อีกหน่อยลูกชายหนูโตขึ้น

คงเจอปัญหาเหมือนลุงแน่ๆเลยอ่ะ

 

โดย: kookgee! 26 พฤษภาคม 2552 15:39:51 น.  

 

อย่าว่าแต่เด็กเลย
ผู้ใหญ่ก็ติดเหมือนกันน่ะ เกมออนไลน์
พวกประเภทเก็บเลเวล มันไม่มีวันจบจริงๆ
นี่ก็ติดเหมือนกัน ดีแต่ว่าเราทำงานแล้วโตแล้ว แยกออกแล้ว

ต้องตามให้ทันหรือ เข้าไปเล่นด้วยกันเลย
เพื่อพูดคุยเรื่องในเกม เช่นเลเวลของตัวละคร อาวุธต่างๆ การดำเนินเรื่อง
จากที่สัมผัสเอง ผู้เล่นมักอยากให้คนอื่นๆ รู้ว่าตัวละครของตัวเองเก่งแค่ไหน (เทพ แค่ไหน) การตกแต่งตัวละคร สัตว์เลี้ยง หรืออื่นๆ

ว่าแล้วเย็นนี้กลับไปเวล (เล่น) ต่อดีกว่า

 

โดย: รักรออยู่ 29 พฤศจิกายน 2553 12:59:38 น.  

 

บลอคสวยจังค่ะลุงต่าย...

 

โดย: phuketian 9 ธันวาคม 2554 3:29:08 น.  

 

ป้าหนิง ขอบคุณครับ
ระยะหลังๆเพื่อนๆหันไปเล่นเฟสบุ๊คกันหมด
กระแสมาแรงก็เลยเกือบจะลืมบ้านเก่า
ปล่อยให้ร้งร้างเสียนานเลย
มีเรื่องราวจะเล่ามากมายแต่ลืมทุกทีจ่ะ

 

โดย: Resource of life 9 ธันวาคม 2554 9:28:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Resource of life
Location :
บุรีรัมย์ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]














เปิดบ้านเพื่อรับอรุณ











คนเราแก้ไขอดีตไม่ได้


แต่อาจแก้ไขอนาคตได้















วางพู่กันหันมาจับเม้าส์
New Comments
Friends' blogs
[Add Resource of life's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.