Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
12 พฤศจิกายน 2549
 
All Blogs
 
ป้าเมี้ยนเดอะอินเวนทอรี่

23:56 11/11/2549

ความเดิมตอนที่แล้ว ...

(ไม่รู้ตอนไหน ..)



หลังจากที่ "ป้าเมี้ยนขายกล้วยทอดหน้าปากซอย" พูดถึงเรื่องซัพพลายเชนไปคร่าวๆ
คราวก่อน ที่บอกว่า ...

กล้วย คือ Raw Material
กล้วยที่ผ่าแล้ว รวมทั้งกล้วยที่ชุบแป้งเตรียมทอด คือ Work in Process
กล้วยทอด คือ Finished Goods


แล้วคราวนี้ จะมาเพิ่มอีกตัวนึง ... นั่นก็คือ น้ำมัน ก๊าซหุงต้ม ค่าไฟ ที่เปิดวิทุยุของแก ...
พวกนี้ก็จะต้องนำมาในการคำณวนด้วย เราจะเรียกมันว่าเป็น Supply

สรุปตอนนี้เราก็มีทั้งหมด 4 อย่าง R/M WIP F/G และ S/P

ทุกอย่าง ก็ต้องอยู่ในการควบคุมให้ได้หมด ...

ลองคิดดูอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าป้าเมี้ยนแกขายกล้วยทอดอยู่ แล้วเกิดน้ำมันเกิดหมด ..

แก๊ซเกิดหมดขึ้นมา ...

ชื่เสียงที่แกสั่งสมมานานนับสิบปี จนกระทั่งขายเฟรนไชส์ไปได้ทั่วประเทศขนาดนี้

จะมิบรรลัยเอาหรือ ...


ป้าเมี้ยนแอบเล่าให้เราฟังว่า ...

แกมาถึงได้ทุกวันนี้ก็เพราะ แกเคยดูแลทางด้านการเงินมาก่อน
เหมือนอย่าง ซีอีโอของโตโยต้า หรือ ซีอีโอของจีเอ็ม (GM:General Motor)
ที่กำลังขับเคี่ยวกันอยู่ทุกวันนี้ ...

เพราะตอนนี้ โตโยต้า ได้ใช้ระบบ Just In Time คือ การผลิตแบบทันเวลาเข้ามาใช้

จะผลิตให้พอดีกับเวลา

ถ้า ออเดอร์ลูกค้า บอกว่าจะเอาของวันที่ 16
เวลาที่วัตถุดิบมาถึง 2 วัน ( Lead Time)
เวลาการผลิตใช้อีก 2 วัน

นั่นก็แสดงว่า เริ่มต้นกระบวนการจริงๆ วันที่ 12 ก็ยังทัน
ไม่มีความจำเป็น ที่จะต้องสั่งสินค้ามาสต๊อคไว้นานๆ

jit.jpg


และโตโยต้า ก็คิดระบบคัมบังเข้ามาอีก
นั่นคือ การใช้ระบบ Mulite level Queue (อันนี้ผมเรียกนิยามเอง)
แต่ไม่ต้องเข้าใจก็ได้ ...


แต่ก็อย่างที่บอก ทั้งคู่ ต่างก็มาจากการเป็น CFO : Chief Financial Officer

ป้าเมี้ยนเองก็เช่นกัน ... แกเคยเก็บดอกให้คุณนายไฉไล ที่ปล่อยกู้ให้กับแม่ค้าในตลาดมาก่อน

ป้าเมี้ยนเลยโชคดีที่ได้ประสบการณ์ตรงนี้ ...

จึงอย่าแปลกใจที่แกจะก้าวขึ้นสู่ เจ้าของร้านขายกล้วยทอดชื่อดัง ที่มีสาขาอยู่ปากซอยบ้านของ

ทุกคน ...



ป้าเมี้ยนเล่าต่อว่า ... สต๊อคฟินิชกู๊ดของจีเอ็มมีเยอะเกินไป แกเคยผ่านไปที่นิคมเซาท์อีสเทิร์น
เชโรเลต อะเวโอ มีเยอะจริงๆ แสดงถึงการบริหารจัดการที่แย่มากๆ

" ถ้าเทียบกับกล้วยแขกของป้า เอามาไว้อย่างนั้น คงจะจืดชืดไม่ร้อน ไม่อร่อยเสียสิ้นดี ลูกค้าคงจะหายกันหมด "

นี่อาจเป็นปัจจัย ที่ส่งผลผมให้ จีเอ็ม ร่วงแผละลงไปอยู่อันดับสาม โดนโตโยต้าแซงไปได้

น่าประหลาดใจที่ตลาดบ้านเกิดของจีเอ็ม ก็กลับนั่งมองยอดขายของโตโยต้าที่แซงขึ้นไปทุกวัน

โตโยต้า มีระบบหนึ่ง ดังที่เราจะเห็นจากโครงการต่างๆที่เกี่ยวกับสังคมของโตโยต้า

เช่นโครงการที่รณรงค์ถนนสีขาว หรือป้ายจราจร โตโยต้าค่อนข้างใส่ใจในเรื่องรายละเอียดพวกนี้




เอาหละ กลับมาที่ธุรกิจ ขายกล้วยทอดของป้ากันต่อ

เมื่อของหมด ของพวกนี้ก็อาจจะเป็น วัตถุดิบ ซึ่งก็คือ กล้วย ซัพพลาย ก็คือน้ำมัน

แกจึงกำหนดจุด จุดนึงขึ้นมา เพื่อไม่เกิดการทอดไม่ทัน เมื่อน้ำมันหมด

ป้าเมี้ยนแกจะมีหลานชายคนนึง ชื่อไอ้บอย
(เราอาจจะเรียกได้ว่า ไอ้บอย คือผู้จัดการจัดซื้อของป้าเมี้ยนกล้วยทอดก็ได้)

ไอ้บอยมีรถมอร์เตอร์ไซค์อยู่คนนึง คอยวิ่งซื้อของให้ป้าที่ตลาด

กว่ามันจะไปถึงตลาดและกลับมา ก็เป็นเวลาหลายชั่วโมงอักโขอยู่
จะใช้เวลา ประมาณ 3 ชั่วโมง

เราเรียกเวลาตั้งแต่ป้าสั่งให้ไอ้บอยไปซื้อของ จนถึงของมาถึงมือป้าว่า " Lead Time "

ฉะนั้น ป้าจึงต้องคำณวน เวลาตรงนี้เข้าไปด้วย เพื่อที่จะให้ได้จุดสั่งซื้อใหม่
ที่เรียกว่า " Reorder Point "


เทียบกับอัตราการใช้ในการทอดกล้วยของป้า อยู่ที่ 1 วันต่อแกลลอน (Usage)


แต่คราวนี้ มันมีกรณีที่ว่า เจ๊ที่ขายของที่ตลาด(Supplier) บอกว่า ถ้าป้าซื้อ 2 แกลลอน แล้วแกจะลดให้

และ การซื้อแต่ละครั้ง ถ้าซื้อ วันละ 1 แกลลอน 1 แกลลอน ทุกวันหละ ต้องแย่แน่เลย
เปลืองน้ำมันมันรถมอร์เตอร์ไซค์ไอ้บอยอีก ...


การสั่งซื้อครั้งละ 2 แกลลอน จึงเป็นจำนวนที่เหมาะสมที่สุด
ป้าจึงกำหนดว่า เวลาซื้อน้ำมัน ต้องซื้อครั้งละ 2 แกลลอน (Lot size)


เพราะฉะนั้น ถ้าของมาเต็ม 2 แกลลอน
ก็จะใช้ไป ... ใช้ไป กราฟก็จะลดลงไปเรื่อยๆ ดังที่เห็น


rop.jpg


จากที่บอกว่า ขายวันละ 5 ชั่วโมง ใช้น้ำมัน 1 แกลลอน

ก็แสดงว่าเฉลี่ย ชั่วโมงละ 0.2 แกลลอน
( Usage = 0.2 Gallon/Hour)

กราฟของในสต๊อค ก็จะลดลง 0.2

2.0
1.8
1.6
.
.

สมมติว่าป้ากำหนด จุดสั่งซื้อใหม่ (Reorder Point ไว้ที่ 0.5 แกลลอน)

0.8
0.6 <------------------ นั่นแสดงว่า จุดตรงนี้ ป้าต้องสั่งให้ไอ้บอยไปซื้อน้ำมันในตลาดได้แล้ว
0.4
0.2 <------------------ ไอ้บอยกลับมาจากตลาด เอาน้ำมันมา กราฟก็จะเด้งกลับไปใหม่เนื่องจาก

ของมาเติมเต็ม Stock แล้ว ( Replenishment )

2.2
2.0
1.8
.
.
.

วนกลับไปใหม่เรื่อยๆ ...

เป็นอย่างนี้แหละ ระบบของป้า จึงมั่นใจได้ว่า ป้าจะมี กล้วยทอดส่งลูกค้าในแบบที่ไม่เกิด

Shortage (สินค้าขาดมือ)



เพราะฉะนั้น เวลาเรากำหนดในระบบ เราจะต้องคิดว่า ไอ้ R/M S/P WIP F/G เนี่ย
มันต้องมีอะไรบ้างน้า ...


เราจะเรียกพวก R/M S/P WIP F/G ว่า ไอเท็ม

กล้วย น้ำมัน แป้ง กระทิ กล้วยที่ทอดแล้ว

ไอเท็ม แต่ละตัว ก็จะมีคุณลักษณะของมัน (Atrribute)


เช่น

item.เลขที่ประจำ
item.คำอธิบาย
item.ราคาต่อหน่วย
item.อัตราการใช้
item.จุดสั่งซื้อใหม่
item.lot size
item.on hand (จำนวนที่มีอยู่)


เป็นต้น


แล้วเราก็จะเอา ข้อมูลที่เกี่ยวกับพวกนี้ไปคำณวน

คำณวนและเก็บไปเพื่ออะไร



" เมื่อป้าเมี้ยนจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ "

ป้าเมี้ยนต้องการความเป็นมาตรฐาน แกเบื่อแล้ว ที่จะต้องสั่งไอ้บอยทุกครั้งที่ให้มันไปซื้อ

แกเลยเก็บเอาตัวเลขทุกอย่างนี้ ใส่ลงไปในคอมพิวเตอร์

โดยแกบอกว่า ถ้าน้ำมัน มันถูกใช้ไปถึง จุดสั่งซื้อใหม่แล้วหละก้อ

จะต้องออกใบสั่งซื้อ ให้ไอ้บอยหลานแกที่บ้านเลย
อย่าให้แกต้องเปลืองน้ำหมากสั่งมันอีกเลย


ด้วยคำสั่งที่ว่า

ถ้า item.on hand น้อยกว่าเท่ากับ item.จุดสั่งซื้อใหม่ แล้ว
ให้ออกใบสั่งซื้อ ให้ไอ้บอยหลานแกไปซื้อของได้ ...


มาลองเขียนใหม่ ให้ใกล้กับโค้ดโปรแกรม

if item.onHand <= item.rop then create new po

//
ถ้าเป็นเครื่องหมาย <= น้อยกว่าเท่ากับ เครื่องมันจะต้องคำณวนสองครั้ง ... เอะยังไง เพราะไอ้ น้อยกว่า เท่ากับเนี่ย ... มันจะถูกเชื่อมโยง ด้วยตรรกะอีกชนิดนึง นั่นก็คือ หรือ ก็คือ "น้อยกว่า หรือ เท่ากับ " นิพจน์นี้จึงจะเป็นจริง ดังนั้นเราก็เลย จะย่นการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ มาให้เหลือน้อยลง เพื่อเพิ่มความรวดเร็ในการประมวลผล ก็กลับข้างมันซะ เช่น ประโยคที่ว่า

ฉันจะไม่ชอบเธอถ้าเธอน่ารักน้อยกว่าหรือเท่ากับน้องนาตซีวั่นเชนจ์

นั่นก็แปลใหม่ได้ว่า

ฉันจะชอบเธอในกรณีที่เธอสวยกว่าน้องนาตซีซั่นเชนจ์เท่านั้น


ประโยคข้างบนก็เลยจะแปลงเป็น

if if item.rop > item.onHand then create new po


การทำงานจะรวดเร็วขึ้น
//

สร้างใบสั่งซื้อจากอะไร ข้อมูลอะไรบ้างที่จะเอาไปสร้างใบสั่งซื้อ

น่านนะสิ

ก็ดึงเอามาจาก พวกนี้ไง

item.เลขที่ประจำ
item.คำอธิบาย
item.อัตราการใช้
item.จุดสั่งซื้อใหม่
item.lot size
item.on hand (จำนวนที่มีอยู่)


แต่ก็จะส่งข้อมูลสำคัญในการซื้อไปเท่านั้น

ชื่อสินค้าที่ป้าจะสั่ง
จำนวน
รวมราคาต่อหน่วยไปด้วย




เป็นไง เท่านี้ ป้าก็สบายไปอีกหนึ่งอย่างแล้วหละ


ป้าจะเข้าตลาดหลักทรัพย์แล้ว


นับจากนี้เป็นต้นไป ตลาดหลักทรัพย์ ได้อนุญาติให้ บริษัท ป้าเมี้ยนขายกล้วยทอดหน้าปากซอย จำกัด (มหาชน) ได้ตราสัญญลักษณ์ว่า " KUY "



ฮ่าๆๆๆๆ


วันนี้พอแค่นี้ก่อน คราวหน้ายังมะรู้เลย จะเขียนอะไรอีก ...





Create Date : 12 พฤศจิกายน 2549
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2549 10:42:34 น. 2 comments
Counter : 581 Pageviews.

 
อุตส่าห์ร่ายมาตั้งยาว ...เพื่อจะปล่อยมุข KUY อย่างเดียวเลยนะเนี่ย

(ฮ่าๆๆๆๆ)



โดย: Register_AC วันที่: 13 พฤศจิกายน 2549 เวลา:8:27:11 น.  

 
เก่งจังค่ะ
อธิบายได้เข้าใจง่ายมาก
ขอ Copy ไปให้น้องในบริษัทอ่านบ้างนะค่ะ



โดย: ปิ้ม IP: 61.90.174.226 วันที่: 19 ธันวาคม 2549 เวลา:11:55:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Register_AC
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




 หยาบหน่อยนะ แต่จริงใจ
Friends' blogs
[Add Register_AC's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.