Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2549
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
15 ตุลาคม 2549
 
All Blogs
 
SAP Mark II

2:03 15/10/2549
Trading System Design



เริ่มสนใจหุ้นเป็นจริงเป็นจัง มาได้สองเดือนกว่าๆแล้ว
ลองเทรดการซื้อขายมาได้เกือบจะเดือนนึง

บางครั้งก็ขัดใจกับตัวเอง ...


ทั้งๆที่จุดต่ำสุดของวัน มันอาจจะเป็นที่ 7.0 บาท หรือ 6.95
แต่ใจร้อนมักจะซื้อเดี๋ยวนั้นหรือตอนนั้นเลยเสมอ
ต้องไปเปลี่ยนราคาไปแก้ราคาเสมอ กลัวไม่มีหุ้นถือ

ก็เลยถือ TPI ที่ 7.10 ทั้งที่วันนั้น มันต่ำสุดที่ 6.95 ด้วยซ้ำ

หุ้นเลยปิดที่ 7.10 เลยไม่ได้อะไรเลยมาสองวันแล้ว

หรือ ITD ที่ 5.20 จริงๆ วันนั้น มันต่ำลงไปตั้ง 5.10 แหนะ

ขายที่ 5.25 เลยไม่ได้อะไรเลย ทั้งๆที่จริงๆแล้วควรจะได้กำไรมากกว่านี้

ถ้าเราแข็งใจ ใจแข็งกับมันสักนิด ...


นั่นคือประเด็นที่ 1 นั่นคือเรื่องใจของตัวเอง

ประเด็นที่ 2 คือ เวลาการทำงานไม่เอื้อให้มานั่งเทรดทั้งวัน

ประเด็นที่ 3 อันนี้ปัญหาโลกแตกแก้ยาก ปัญหากระสุนหมด
อ๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ฮ่าๆๆ ใครจะแก้ปัญหานี้ได้หนอ ...


ประเด็นที่ 2 คือ เวลาการทำงานไม่เอื้อให้มานั่งเทรดทั้งวัน
คือ ไม่อยากเล่นที่ทำงาน มันไม่ปลอดภัย เอิ่กๆ อีกอย่างกลัวโดนดุ
ห้องที่ทำงานมันแคบ บิ๊กสะบอส แอนด์ รองบิ๊กสะบอสก็นั่งอยู่ข้างหลัง
เขิลๆเหมือนกัน

เทรดทางโทรศัพท์ไม่ชอบอะ ...


เลยวางแผนการเทรดระยะสองเดือนข้างหน้านี้เอาไว้
เพราะเดือนหน้านี้ ดูท่าทางแล้วว่าจะไม่มีตังค์เหลือพอซื้อหุ้น ...

T__________T ชีช้ำกะหล่ำปี



เลยต้องหาทางแก้ประเด็นดังกล่าว เอาแบบรวมๆ นะ


1. เล่นถือระยะยาว ไม่ต้องสนใจมัน
อันนี้ก็ไม่ไหว ใครจะไปทนได้ เพิ่งเล่นหุ้นแรกๆ มันก็ต้องมีบ้างหละน่า ใช่ไหม
แบบบ้าเห่อหนะ ถือหุ้นดีอยู่ในมือแท้ๆ แต่ยังหาความเดือดร้อนมาใส่ตัวเองได้
เหอๆ ...


2. เล่น Short Against Port
ขายไปในราคาสูง ซื้อกลับมาในราคาต่ำ ถ้าขายไป 19.90
ก็อาจต้องซื้อกลับมา ในราคา 19.60 19.50 อะไรประมาณนั้น

แบบนี้ก็ทำได้ แต่มันก็ไปขัดกับข้อจำกัดเรื่องเวลานะสิ

ก็ไม่ได้ซื้อขายทุกวัน ขายแต่เฉพาะวันที่ไปทำงาน
(ทำไม ตลาดไม่เปิดวันเสาร์อาทิตย์บ้างฟะ)



จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ก็เลยคิดค้นระบบเทรดใหม่ให้ตัวเอง

นั่นก็คือพัฒนา มาจาก Short against port จะตั้งชื่อมันว่าอะไรดีน้อ ...


(มีปัญหากับการตั้งชื่อจริงๆ ...)

SAP Mark II ดีไหม ... -___-"


ฮ่าๆๆ

เหมือนกันดั้มเลย เท่ห์ดี ...

คือสมมตินะ (ทำหน้าเข้ม)


ถ้าสมมติว่า เรามีเงินลงทุนซื้อหุ้นตัวนึง เอาเป็น RRC นะ

ราคาปิดตอนนี้ ที่ราคา 19.60 บาท

จากการศึกษาลักษณะนิสัยมัน พบว่า มันจะสวิงขึ้นลงเป็นจังหวะทุกวัน

และด้วยธรรมชาติแล้ว ...
(อันนี้เป็นข้อสันนิษฐาน อย่าเอามาเป็นจริงเป็นจังมาก)



จิตวิทยามวลชนในตลาดหุ้น
หุ้นมักจะขึ้นในช่วงเช้า และมักจะลงในช่วงบ่าย

ประกอบกับสถาณการณ์ช่วงนี้

1.ของการเมือง
แม้จะมีการนำเอาเครื่องดูดฝุ่นขนาดยักษ์มาพยายามดูดฝุ่นที่มันยังคละคลุ้ง
แต่ก็ยังดูไม่หมด อะไรๆ ก็ยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมาก
ไซด์เวย์ไปๆมาๆ ขึ้นบ้างลงบ้าง สลับๆกันไป แต่มันคงไม่เกิดอะไร
ที่มันจะทำให้ลงแบบร้ายแรงดอก ...

(แต่ถ้าถึงขั้นเอา สนธิ ลิ้มทองกุลมานั่งมหาดไทย นี่เราอาจได้เห็น SET ลงไปที่ ร้อยจุด

ก็ได้)

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

2. ตอนนี้มติยูเอ็นให้ลงโทษเกาหลีเหนือแล้ว
(ข่าวล่าสุดตะกี้นี้เอง)

3. อุทกภัยต่าง


เพราะฉะนั้น เอ ...เรามีข้อจำกัดกี่อย่างแล้วนะ


1. ข้อจำกัดทางด้านตัวเรา (เวลา และเงิน ฮ่าๆๆ)
2. ลักษณะนิสัยของหุ้นที่มีในพอร์ต
(ควรจะเป็นหุ้นบลูชิพที่มีขนาดใหญ่เคลื่อนไหวช้า แต่มั่นคง
เพื่อหลีกเลี่ยงการตกรถ คืออีกวันนึง หุ้นวิ่งไปไกลแล้ว ตามไม่ทัน)
3. ลักษณะของตลาดหุ้น และสถานกาณ์การเมืองทั้งในและนอกประเทศ



เอามารวมกับวิธี Short Against Port ก็เลยออกมาเป็น



Short Against Port : Mark II System (SAP Mark II System)

(วิธีดีไม่ดีไม่รู้ เอาชื่อเท่ห์เอาไว้ก่อน)


คือเราจะตั้งราคา สมมตินะ
1. ราคา RRC ปิดที่เมื่อวาน 19.60 บาทใช่ไหม
2. กำลังซื้อต่อเดือน 1000 หุ้น

เรามีหุ้นอยู่แล้วจำนวน 1000 หุ้น

เพราะฉะนั้น เราจะตั้งซื้อตอนเช้าก่อนไปทำงานที่ 19.40 ไว้ 1000 หุ้น
และตั้งขาย (ที่เรามีอยู่ในพอร์ตอยู่แล้ว) ไว้ที่ 19.90 ไว้ 1000 หุ้น


นั่นก็คือหมายความว่า ถ้ามันลงมา เราก็ซื้อที่ 19.40 บาท
แต่ถ้ามันขึ้นเราก็ขายที่ 19.90 บาท

แต่วิธีนี้ต้องมีหุ้นในพอร์ตอยู่แล้วด้วย

(ไม่มีทำไง ... ไม่มีก็ซื้อเข้าไปไว้ก่อนไงถามได้)






Model : SAP Mark II
เพราะฉะนั้น โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ต่างๆ มีดังนี้

จำนวนหุ้นตั้งต้นในพอร์ต 1000
ราคาปิดเมื่อวาน 19.60
จำนวนหุ้นที่จะซื้อเพิ่ม 1000

1. ซื้อได้ใน ราคา 19.40 ขายได้ (ในวันเดียวกัน) 19.90 บาท
- หุ้นในพอร์ตเหลือ 1000 (มูลค่าหุ้นก็เพิ่ม)
- กำไร 500 บาท ( 0.50 บาท * 1000 หุ้น)

2. ซื้อหุ้นได้อย่างเดียว ก็จะซื้ออยู่แล้วหนิ ก็ซื้อไปสิ

3. ขายหุ้นได้อย่างเดียว ดีใจซะ ขายได้ราคาตั้งเยอะ หุ้นมีขึ้นมีลง
สถานการณ์อย่างนี้ ถึงได้บอกเรื่องสถานการณ์ฝุ่นยังไม่หายตลบ ยูเอ็นจะเกาหลี

4. ไม่ได้ซื้อไม่ได้ขายเลย ก็ดีดิ นั่นแสดงว่าราคายังไม่ไปไหนเลย
พรุ่งนี้ก็มีอีก ... หุ้นไม่ได้หนีไปไหน

กลับมาจากทำงาน ก็เบิกบานฤทัย ตาละลา ~~~


มันก็คือการตั้งไม้ขายไว้สองไม้ มาร์คไว้ 2 จุด
มันถึงได้ ชื่อว่า Mark II ไง ...

(เพิ่งนึกเรื่องให้ไปสอดคล้องเมื่อกี้เอง ... สามารถจริงๆ)



แค่นี้ก็สามารถลดปัญหาเรื่อง
1. ไม่มีเวลา ก็ตูทำงานนี่หว่า ...
2. ไม่มีการอ่อนไหวแน่
" เฮ้อ เมื่อไหร่ มันจะลงมาถึงที่เราต้องการซักทีว้า เอาตรงนี้ก็ได้ "
ตัดไปได้เลย ปัญหาใจอ่อน แก้ราคาซื้อ ...



เหอะๆ ...


วิธีนี้ ถูกออกแบบขึ้นมาใช้กับผมคนเดียว แต่ก็ดี ถ้ามันจะเป็นไปเป็นแนวคิดให้ท่านๆอื่นๆ
หรือใครที่กำลังจะสนใจซื้อขายหุ้น ก็ลองดูกันครับ


นี่แหละครับวิธีผม



SAP Mark II





ปล. ในที่สุดตูก็มีบันทึกนักลงทุนชื่อเท่ห์กะเค้าสักที ...

---------------------------
Related Field :
บันทึกนักลงทุนหน้าโน้น
บันทึกนักลงทุนหน้านี้
เสริมสร้างประสบการณ์พอร์ต



หน้าแรก




Create Date : 15 ตุลาคม 2549
Last Update : 15 ตุลาคม 2549 4:26:09 น. 0 comments
Counter : 429 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Register_AC
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




 หยาบหน่อยนะ แต่จริงใจ
Friends' blogs
[Add Register_AC's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.